นักปกครองแห่งลามัส (2)
...ตัวเล็กเดินตามหลังริเวนด้า ราวกับว่าเป็แม่ลูก หรือพี่น้องกันยังไงยังงั้น
แม้เผ่าพันธุ์ของทั้งคู่ ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเมื่อดูจากสีผิว โดยรวมแล้วสองใบหน้านั้นงดงาม น่ารักแทบจะมาจากพิมพ์เดียว
หลังจากสองสาวงามเดินผ่านมุมสวนหย่อม ที่มองเห็นได้จากภายในห้องอาหาร พี่สาวก็พาน้องเลี้ยวซ้าย เดินไปอีกห้าสิบเมตร
มองขวามือก็พบกับช่องทางเข้า รูปโค้งคล้ายประตูสวนสัตว์ สร้างจากการก่อตัวของแมกไม้และเถาวัลย์
พืชเ่าั้ยังก่อตัวเป็กำแพงสูงท่วมหัวเขียวชอุ่ม บ้างผลิดอกสีสวยบานสะพรั่ง เป็จุด ๆ คล้ายกับใครบางคนเอาสีมาแต้มไว้บนผ้าใบเขียวเข้ม
ภายในกรอบของประตู เห็นภาพทุ่งดอกไม้
ต้นไม้ขึ้นเป็แนวสองฝั่งถนนและกระจายเดียวโดดตามจุดต่าง ๆ
ใต้เงาของต้นไม้ พืชร่มรำไรทั้งหลาย กำลังออกดอกชูช่อ ยอดอ่อนเขียวชอุ่มใบเปล่งประกายในพยับแดด
ดอกไม้หลากสีหลายสายพันธุ์ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลชวนให้ตัวเล็กสบายใจ แม้ว่าจะมองจากอีกฝั่งหนึ่งของถนนก็ตาม
กระเบื้องสีเทาปูเป็ทางเดินเชื่อมจากทางสายใหญ่เข้าไปในพื้นที่
ทอดยาวขั้นกลางระหว่างแนวไม้สองฝั่งเลี้ยวลดคดเคี้ยวไม่รู้ไปจบที่ตรงไหน
ทางเดินไม่กว้างเท่ากับถนนสายใหญ่ที่เดินมา
เท่าที่เห็นก็กว้างพอให้ยานพาหนะสามารถแล่นสวนกันได้อย่างสบาย ถึงอย่างนั้นภายในกลับไม่มียวดยานใดแล่นอยู่เลย
คนและสัตว์เลี้ยงเท่านั้นเดินไป เดินมา บ้างก็วิ่ง บ้างก็นั่งตามม้านั่งใต้ร่มเงาพฤกษา
สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าไกล ๆ มีบ้านหลังใหญ่อย่างคฤหาสน์ คล้ายปราสาทเทพนิยาย ในภาพระบายสีการ์ตูน ที่ตัวเล็กเคยเห็นแถวกองขยะ
ริเวนด้านำหน้าตัวเล็กเดินตัดผ่านถนน อาการเธอไม่กังวลใด ๆ ทั้งสิ้น
สำหรับตัวเล็ก ยังมองซ้าย มองขวา ก่อนจะเดินตามพี่สาวไป ทั้งที่พาหนะต่าง ๆ นั้นแล่นฉิวพ้นเหนือหัวขึ้นไปไกลหลายเมตร
ทันทีที่ไปถึงหน้าประตูรั้วเหล็กดัด ซึ่งเครือเถาของพืชไม่ทราบชนิดเลื้อยเบียดเสียดกันขึ้นเป็ซุ้ม
ไอเย็นสดชื่นของอากาศก็เริ่มเข้ามาััทักทาย ละอองไอละเอียดลอดเข้ารูจมูกเย็นลึกลงถึงภายในตัว
เดินผ่านซุ้มนั้นเข้าไป พบไออุ่นของแดดเข้ามากระทบร่างของตัวเล็กอีก ให้อุ่นกายคลายหนาว
เด็กน้อยสูดหายใจลึกสุดปอด รับไอเย็น ๆ จากพระพายเข้าสู่ร่างอีกครั้ง พบว่ามันยังเจืออยู่ในอากาศไม่จางหาย
แล้วหายใจออกพรวดรวดเร็ว ทุกอย่างในหัวโล่งเป็ปลิดทิ้ง “สดชื่นจังเลย!” ตัวเล็กเอ่ยขึ้น
เธอแทบออกวิ่งเข้าไปภายในสวนตามหัวใจของเธอที่กำลังเรียกร้องซะเดี๋ยวนั้น
แล้ววิ่งไปให้ไกล ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้เลยทีเดียว...
... “ยินดีต้อนรับสู่สวนรุกขชาติจ้าตัวเล็ก” ริเวนด้าเริ่มงานมัคคุเทศก์ “นี่เป็สวนที่บรรพบุรุษเราสร้างขึ้น ทวดของทวด ๆ ท่านพ่ออารยันให้ระดมคนสร้างขึ้น สมัยนั้นยังมีทาสอยู่นะ คนช่วยสร้างก็เลยมีเยอะ พื้นที่ก็เลยกว้างขวางอย่างที่เห็น ปราสาทตรงนั้น เป็วังของท่านพ่อ”
หญิงสาวพูดพลางชี้นิ้วไปยังคฤหาสน์หลังงาม
“ปกติท่านก็ไม่ค่อยได้อยู่สักเท่าไหร่ ออกไปตรวจนั่นที ดูโน่นที บางครั้งเราก็จะเจอท่านนั่งบนเสลี่ยงลอยฟ้าผ่านไปมา
ดาวดวงนี้เดิมก็จะมีเผ่าพันธุ์ที่คล้ายท่านพ่อ คือมีรูปร่างเป็คนอย่างหนู แต่มีขนดกเรียบ ที่เห็นลาย ๆ นั่นขนนะไม่ใช่เสื้อคลุม”
ริเวนด้ายิ้มน้อย ๆ แล้วพูดต่อ
“ต่างคนก็ต่างสีสันกันไป นอกนั้นก็มีทาสที่เขาจับมาโยนทิ้งบ้าง ขายบ้าง มาอยู่กัน รวมเป็หลายเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ที่นี่
บรรพบุรุษพี่เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนเคยเป็ทาสเหมือนกัน ถูกจับมา
พวกที่มาจับมันจะใช้บอลกลม ๆ ปาใส่ ถ้าโดนตัวแล้วล่ะก็ บอลนั้นจะขยายคลุมร่างไว้ พวกมันก็จับขึ้นยาน
หลายคนไม่ยอมแต่โดยดี มันก็ทุบตีให้อ่อนแรงแล้วค่อยจับ สมัยนั้นเป็ยุคที่โหดร้ายสุด ๆ เลยล่ะ
การเดินทางก็ล่าช้า ทาสส่วนใหญ่ต้องไปทำงานในอวกาศ ไม่ได้กลับมาบนดาวอีกเลย หากพวกนั้นจะขายทาส หรือทาสทำงานหนักอะไรไม่ได้แล้ว เขาจะเลือกดาวที่ใกล้ที่สุด แล้วเอามาขายบ้าง ทิ้งบ้าง ให้คนที่สงสาร หรือ้าผู้รับใช้ซื้อไป นับเป็์ของคนเป็ทาส อย่างน้อยก็ยังได้เยียบพื้นดิน
โชคดีที่ดาวดวงนี้มีจักรพรรดิใจดีมาก ใครขายทาสก็ซื้อคนไว้หมดไม่ปล่อยให้ต้องไปรับกรรมในที่อื่น
ทาสถูกทิ้งก็รับดูแล แล้วให้ไปทำงานตามหมู่บ้านต้องมีค่าตอบแทนด้วย เพราะถือเป็คนงานของส่วนกลาง
บรรพบุรุษของท่านพ่ออารยัน ก็เลยมีความคิดว่า ถ้าพวกเขาทำงานบางอย่างบรรลุเป้าหมาย ก็ควรจะปล่อยให้เป็ไท เขาจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น
กลายเป็การระดมคนมาจัดสวนใหญ่ ๆ อย่างที่เห็นนี้แหละ
ถัดจากปราสาทไปก็ยังเป็สวนนะ สวยมาก ที่นี่กว้างสุด ๆ เพราะคนสร้างเยอะ
หลังสร้างเสร็จ พวกทาสก็ได้รับอิสรภาพกันเป็แถว แต่ก็ไม่ไปไหนละ อยู่กันที่นี่แหละ
ดาวนี้เลยมีเผ่าคนั์อาศัยอยู่ด้วย พวกเขาแยกตัวอยู่อีกที่ ไม่ไกลจากนี่เท่าไหร่
พวกเขาใจดีมาก ๆ อ่อนโยนสุด ๆ เลยล่ะ ไม่รู้ว่าพวกขายทาสมันจับพวกเขามาได้ยังไง...”
ริเวนด้ายืนนิ่งจับคางตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนเริ่มเล่าอีกครั้ง
“...จากนั้น พอกฎของดวงดาวร่วมกันยกเลิกการค้าทาส การค้าขายระหว่างดาวก็มากขึ้น
ดาวนี้ถึงใครจะคุยกันคนละภาษาแต่สามารถเข้าใจกันได้ง่าย เลยมีคนลงมาเจอกันเยอะ อย่างที่หนูเห็นในโรงแรม
ส่วนใหญ่ขนของมาขายเต็มยานขนส่งเลย ผงทองคำบ้าง อัญมณีบ้าง อาหารจากต่างดาวบ้าง เยอะแยะไปหมด
ขายได้แล้วก็พักผ่อนกัน ดาวดวงนี้เลยมีคนแปลก ๆ อยู่เยอะ แต่หนูไม่ต้องกลัวอะไรนะ
พวกพ่อค้าแม่ค้าต่างดาว ส่วนใหญ่ชอบทอง พูดจาดี เขาต้องรักษาภาพพจน์ของเขามาก หลายอย่างเป็เื่ละเอียดอ่อน ถ้าเกิดเื่ขึ้น ข่าวจะกระจายไปทั่วกาแล็กซีเลยล่ะ ขนาดข่าวปลอมพวกนี้ยังกลัวเลย
หนูอยู่ที่นี่นะ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น อาหารที่โรงแรมพี่มีให้กินได้ตลอด งานก็ไม่ต้องทำ ให้หุ่นยนต์ทำให้ ไม่ว่าโลกที่หนูเคยอยู่จะเป็ยังไง อย่างน้อยอยู่ที่นี่หนูก็ไม่ต้องลำบาก และหากมีคนติดต่อมาหนูก็จะได้กลับบ้าน”
“หนูไม่มีบ้านหรอกค่ะ” ตัวเล็กบอก สถานการณ์สดใสอยู่เมื่อครู่เริ่มหม่นหมองลง
“งั้นไม่เป็ไรจะ หนูอยู่ที่นี่ได้” ริเวนด้ารีบตัดบท เพื่อให้เด็กน้อยลืมความเศร้า “หากเื่ที่ผ่านมามันทำให้หนูไม่ดีใจ หนูอย่าพึ่งเล่านะจ๊ะ อย่าพึ่งคิดถึง รอให้ใจหนูดี พร้อมเมื่อไหร่ สบายใจเมื่อไหร่ค่อยเล่า
พี่ก็อยากรู้เหมือนกันนะว่าเป็ยังไง แต่ไม่ใช่ตอนนี้...พี่อยากให้หนูสบายใจมากกว่านี้ เราเดินดูสวนกันต่อดีกว่า ข้างหน้าขายไอศกรีม กับชาอุ่น ๆ ด้วยนะ เราแวะกินสักถ้วยคงจะดี” ว่าแล้วริเวนด้าก็จูงมือตัวเล็กเดินชม แมกไม้ไปตามทาง พลางชี้บอกชื่อดอกไม้ ต้นไม้
เดินผ่านคนแปลก ๆ ที่เดินสวนมา เสียงริเวนด้ากลายซุบซิบบอกกับตัวเล็ก ว่าพวกเขาเขามาจากดาวอะไรบ้าง แต่มากเกินไปจนตัวเล็กก็ลืมไปจนหมด
©Witchmedal