จังหวะการหายใจนี้แปลกประหลาดนัก บางจังหวะหนักหน่วงบางจังหวะแ่เบา เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า ค่อนข้างซับซ้อน
แม้ฉู่เฟิงจะเป็คนหัวไว แต่ในชั้นต้นยังปรับตัวไม่ได้พอหายใจเข้าออกเดี๋ยวหนักเดี๋ยวเบาหลายๆ ครั้งเข้า ก็รู้สึกเหมือนสำลักน้ำกระอักกระไอรุนแรง
เ้าวัวสีทองลืมตาขึ้นมาเห็นภาพนี้เข้า มันฉีกยิ้มทันทีหัวเราะอยู่อย่างนั้นไม่หยุด
“หัวเราะอะไร!” ฉู่เฟิงจ้องมัน ในที่สุดก็เข้าใจความรู้สึกของโจวเฉวียนถูกลูกวัวตัวหนึ่งหัวเราะเยาะนี่ อยากจะตะบันหน้ามันเสียจริงๆ
แสงอาทิตย์อุทัยสว่างเรื่อ นำพามาซึ่งความมีชีวิตชีวาเ้าวัวสีทองนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้น ท่านั่งมั่นคง สูดลมหายใจระหว่างจมูกและปากมีละไอสีขาวหอมกรุ่น
ละไอสีขาวระหว่างปากและจมูกลอยเข้าออกตามจังหวะการหายใจของมันเมื่อผสานกับแสงตะวันยามเช้า จึงเป็การรวบรวมปราณชีวิตจากสรรพสิ่ง
เห็นได้ชัดว่า ยามที่กำหนดลมหายใจเช่นนี้ร่างกายของมันเปล่งประกายพร่างพราย ทั้งร่างเสมือนดั่งทำมาจากทองคำ ยิ่งดูมหัศจรรย์ลึกล้ำ
“มอ!”
ต่อจากเสียงร้องต่ำๆ นั้นก็คือละอองไอขาวสายหนึ่งที่พ่นออกมาจากปากของมัน จากนั้นก็ะเิกลางอากาศทันทีเสียงสั่นะเืดุจฟ้าร้อง ะเืเลื่อนลั่น น่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง
เสียงที่ดังขึ้นฉับพลันทำให้ฉู่เฟิงสะดุ้งสุดตัว ละอองไอขาวสายนั้นหากพ่นลงบนตัวคนคงทำให้กระเด็นไปไกล ส่วนร่างกายจะบุบสลายตรงไหนหรือไม่นั้นไม่อาจรู้ได้
“รุนแรงขนาดนี้เชียว?!”
ฉู่เฟิงพิศวงสุดขีด เ้าวัวสีทองนี่แค่พ่นไอสีขาวออกมาเท่านั้นนะมันมีพลังทำลายล้างขนาดนี้เลยหรือ
“ฉันฝึกวิธีหายใจอย่างนี้ได้ไหม?” ดวงตาเขาเป็ประกายวาดหวังรอคอย
เ้าวัวสีทองลิงโลด เชิดหัวขึ้นอย่างกับว่าภาคภูมิและมั่นใจในตัวเองเสียเต็มประดา
สัญชาตญาณของฉู่เฟิงััได้ว่าเ้าวัวน้อยนี้ดูจะภูมิอกภูมิใจกับเคล็ดวิธีการหายใจที่มันอยู่แต่เขาก็รู้สึกว่ามันเป็เื่ที่น่าสนใจอย่างมาก
“เคล็ดการหายใจอย่างนี้น่าจะมีที่มา?” ฉู่เฟิงถามเ้าลูกวัวตัวสูงแค่หนึ่งเมตรเท่านั้นมันย่อมไม่มีทางทดลองค้นหาวิธีเองอย่างแน่นอน
เ้าวัวสีทองแสดงอาการแตกตื่นขึ้นมาทันที เป็ท่าทางระแวดระวังอย่างที่สุด
ฉู่เฟิงแปลกใจ หรือมันยังลึกลับซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้อีกกริ่งเกรงแม้แต่จะเล่าให้คนภายนอกฟัง?
“ฉันเรียนจากแกได้ไหม?” เขาถามอย่างคาดหวัง
เขามีความกังวลอยู่ในใจ หวังว่าต่อไปอาจใช้ป้องกันตัวเองได้
ทุกแห่งหนเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวง มีเหตุประหลาดมากมายคนก็เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ความสามารถจากธรรมชาติ ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นอีกใครจะไปรู้ได้
หากลองคิดดู นอกจากมนุษย์แล้ว ยังมีวิวัฒนาการจากสิ่งอื่นเช่นกันอย่างพวกต้นไม้ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ หรือเถาวัลย์ั์ที่ลากดาวเทียมตกลงมานั่นไง
ต่อไป อันตรายจะมีทุกหย่อมหญ้า
ไม่เพียงแต่ที่นี่เท่านั้นยังมีูเาเลื่องชื่อสายน้ำกว้างใหญ่อีกหลายที่ ตัวอย่างเช่น ลึกเข้าไปในเทือกเขาไท่หังซานที่มีูเาสูงชันนับร้อยนับพันโผล่ขึ้นมา ทั้งยังเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์
ดีไม่ดี นี่อาจเป็เพียงแค่ยอดูเาน้ำแข็งเท่านั้น!
ดังนั้น ฉู่เฟิงจึงรู้สึกร้อนรนในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดเช่นนี้ เขาต้องดูแลตัวเองให้อยู่รอดให้ได้เ้าวัวสีทองลึกลับนี่ทำให้เขารู้สึกมีความหวัง
เ้าวัวสีทองนั่งขัดสมาธินิ่งไม่ไหวติง ท่าทางเหมือนกำลังครุ่นคิด
“แกก็รู้นี่ ฉันเคยเห็นต้นไม้ประหลาดบนเขาสำริดวันหลังฉันพาแกไปดูก็ได้” ฉู่เฟิงยิ้มน้อยๆ เริ่มอ่อยแถมยังสำทับอีกว่า “ถ้าฉันสามารถเอาชีวิตรอดได้นะ”
“มอ!”
เ้าวัวสีทองทำท่าเหมือนตัดสินใจเด็ดขาด ร้องเสียงต่ำ ผงกหัวแรงๆ
ฉู่เฟิงยินดีอย่างยิ่ง ไม่คิดว่าจะสะดวกอย่างนี้
เขายังหวั่นๆ อยู่เลยว่าเ้าวัวสีทองจะเกิดอารมณ์ดื้อดึงแบบวัวๆแล้วไม่สนใจเขา
เ้าวัวสีทองใช้ขาหน้าข้างหนึ่งชี้ไปยังดวงอาทิตย์เป็การบอกให้ฉู่เฟิงทำตามมัน หันหน้าสู่ทิศตะวันออก ต้อนรับแสงอาทิตย์อุทัยจากนั้นเริ่มต้นการหายใจแบบพิสดารนั้น
ฉู่เฟิงเป็คนเรียนรู้ได้รวดเร็ว ครั้งนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้นเขาเลียนแบบจังหวะการหายใจของเ้าวัว ทุกท่วงท่า ทุกจังหวะ เดี๋ยวหนักหน่วงเดี๋ยวแ่เบา ไร้สุ้มเสียง
หากคนทั่วไปมองจะเห็นว่าถูกต้องแล้วเลียนแบบได้เหมือนอย่างยิ่ง
แต่กระนั้น ฉู่เฟิงกลับไม่รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายหลายครั้งที่เขาแทบจะสำลัก ในอกเหมือนกับอัดแน่น หัวสมองมึนงง
เห็นได้ชัดว่ามันผิดปรกติเป็เพราะเขาเห็นเ้าวัวหายใจจนส่งเสียงกรนออกมา ตาปิดสนิท เหมือนจะหลับแถมยังมีกลิ่นอายสดชื่นลอยออกมา
แค่วัวตัวเล็กๆ เท่านั้น แต่เพราะการหายใจทำให้ร่างกายส่งกลิ่นอายหอมสดชื่นออกมา ช่างน่าประหลาดแท้
ฉู่เฟิงขมวดคิ้ว หยุดทำตาม เขารู้สึกได้ถึงปัญหาที่สำคัญ บางทีเคล็ดการหายใจนี้อาจจะพิสดาร แต่กลับไม่เหมาะกับมนุษย์
เ้าวัวสีทองรู้สึกได้ ลืมตาขึ้นมามองอย่างสงสัย เหมือนกับกำลังถามเขาว่าทำไมถึงหยุด
ฉู่เฟิงตอบตามตรง “ฉันกังวลนิดหน่อยว่ามนุษย์จะเหมาะกับการหายใจแบบนี้หรือเปล่า”
แล้วก็เหนือความคาดหมายของเขาเ้าวัวสีทองผงกหัวทันควันอย่างแทบจะไม่ต้องคิด ยืนยันเป็มั่นเป็เหมาะ
ฉู่เฟิงประหลาดใจ ถามย้ำเพื่อยืนยัน “ไม่มีปัญหาจริงๆหรือ นี่เป็วิธีหายใจแบบไหนกันแน่ ต่างสายพันธุ์กันก็สามารถหัดได้หรือ?”
เ้าวัวสีทองสีหน้าสีตาภาคภูมิอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงเคล็ดนี้มันฉีกยิ้มกว้าง เชิดหัวสูง เหมือนกับภูมิอกภูมิใจอย่างถึงที่สุดท่าทางแสดงออกชัดเจนเหมือนจะบอกว่านี่เป็เคล็ดการหายใจแรกสุดของโลกนี้
“วิธีการหายใจที่มหัศจรรย์ที่สุด?” ฉู่เฟิงสงสัย
เ้าวัวสีทองยังนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้น สองขาหน้ายกขึ้นข้างหนึ่งชี้ขึ้นฟ้า อีกข้างชี้ลงดิน ปากก็ส่งเสียงไม่ขาดสาย “มอ มอ มอ...”
“โอเคๆ ฉันเข้าใจแล้ว ในโลกนี้ มีแต่เ้าเท่านั้นเป็ผู้ประเสริฐสุด”ฉู่เฟิงรีบตอบ กลัวว่ามันจะร่ายบทสวดฉบับมอๆ ออกมา
เขานั่งลง ลองหายใจตามจังหวะของเ้าวัวสีทองอีกครั้งแต่ก็ยังคงไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ ไม่รู้สึกได้ถึงความพิสดารแต่อย่างใด
ฉู่เฟิงเดินหน้าต่อ ไม่ล้มเลิกง่ายๆ
ถึงแม้วิธีหายใจเช่นนี้จะซับซ้อน จังหวะแปลกประหลาดแต่เขาก็ยังคงฝืนทำต่อ หากไม่รู้สึกถึงความดื่มด่ำ ไม่ได้ผลตามที่้า
ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องครั่นครื้นเ้าวัวที่จดจ่อกับการหายใจของตัวเองก็เปล่งเสียงมอออกมาดังสนั่นเหมือนกับแฝงไว้ด้วยอานุภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ
วินาทีนี้ บริเวณนี้เต็มไปด้วยเสียงสะท้อน
กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาบางเบา ละอองไอขาวบางโอบล้อมเสียงสะท้านะเืยังไม่หยุด
ฉู่เฟิงได้ยินเสียงหึ่งๆ อยู่ในหู จากนั้นตัวเขาเองรู้สึกเหมือนกำลังสั่นะเืไม่ได้ยินเสียงอื่นใดอีก ในหูมีแต่เสียงลมหายใจ
นั่นคือเสียงจังหวะหายใจของเ้าวัวสีทอง แม่นยำชัดเจนอย่างถึงที่สุด
ก่อนนี้เขาลอกเลียนเพียงแค่ท่าทาง แต่ตอนนี้เขาััได้ถึง “แก่นแท้”
เขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงไหลเวียนของเืในร่างกายของเ้าวัวสีทองที่สอดคล้องกับจังหวะการหายใจมีเพียงการสอดประสานเช่นนี้จึงจะสามารถเกิดผลลัพธ์อันอัศจรรย์ได้
ฉู่เฟิงเข้าใจในที่สุด ตอนแรกเขาเรียนแค่ท่าทางแต่ตอนนี้เขารับรู้ได้ถึง “แก่นแท้”
“แก่นแท้” ของเคล็ดการหายใจคือวิธีเฉพาะตัวที่เ้าวัวสีทองแนะนำเขา นั่นจึงเรียกว่าเคล็ดลับ มิเช่นนั้นทำตามเพียงแค่ “ท่าทาง” ย่อมไม่มีประโยชน์อันใด
เสียงมอ เสียงฟ้าผ่า ละอองไอขาว ที่เกิดขึ้นพร้อมกันมีแก่นแท้ของมันอยู่ในนั้น สุดท้ายก็ถูกเขาทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้และรับสืบทอดต่อ
ฉู่เฟิงลืมตา ละอองไอขาวกระจาย กลับคืนสู่ร่างของเ้าวัวสีทองเขาพยักหน้าแรงๆ เป็การแสดงความขอบคุณต่อมัน
เขาเริ่มหายใจด้วยเคล็ดวิชานี้อย่างวางใจ ทุกสิ่งพลันเปลี่ยนไปผลลัพธ์เกิดขึ้นอย่างทันที หันหน้าสู่แสงอาทิตย์อุทัย พลางติดตามลมหายใจของตัวเองเขารับรู้ได้ถึงพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมท่วมท้น
รุ่งอรุณวันนี้ที่เขารู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนปลอดโปร่งไปทั้งร่าง รูขุมขนขยาย ความร้อนสายหนึ่งพรั่งพรูราวสายน้ำ
ฉู่เฟิงไม่ไหวติง ทั้งร่างกายจิตใจค่อยๆ จมดิ่งแสงอุทัยสีทองอาบร่าง ใบหน้าของเขาฉาบด้วยสีทองเรืองรองบางๆ
เ้าวัวสีทองอ้าปากค้าง ออกจะประหลาดใจ จ้องมองเขาอยู่เนิ่นนาน
เมื่อฉู่เฟิงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ตะวันก็ลอยขึ้นสูงแล้วเขารู้สึกว่าทั่วร่างเต็มไปด้วยพลัง อารมณ์ปลอดโปร่งแจ่มใสถึงแม้ว่าเมื่อคืนได้นอนเพียงสองสามชั่วโมงตอนนี้กลับรู้สึกสดชื่นอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“นี่มันมหัศจรรย์จริงๆ นะเนี่ย!” ฉู่เฟิงร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
เขารู้สึกสบายตัวอย่างยิ่ง ในทุกๆ การเคลื่อนไหว รวดเร็วดุจพยัคฆากายเนื้อเปล่งแสงเรืองรองเล็กน้อย พลังใจล้นเหลือ เหมือนกับไม่มีวันหมดสิ้น
เขายังอยากจะทำต่อด้วยรู้สึกว่าการกระทำเช่นนี้เป็การเสพสุขอย่างหนึ่ง
ทว่า เ้าวัวสีทองหยุดเขาไว้ บุ้ยใบ้บอกเขาว่าพอแล้ว
“ในหนึ่งวันฝึกวิธีหายใจอย่างนี้เพียงครู่เดียวก็พอแล้วงั้นหรือ?”ฉู่เฟิงแปลกใจ
เ้าวัวสีทองผงกหัว
สำหรับฉู่เฟิงแล้ว ถือว่าค่อนข้างผิดคาด
จากนั้น ฉู่เฟิงก็ทำความสะอาดบ้านที่ไม่ได้มาพำนักเป็เวลานานแล้วออกไปจ่ายตลาด
กลับกลายเป็ว่าในเมืองออกจะเงียบเหงา เขาต้องแวะเวียนไปหลายที่เพียรพยายามทุกวิถีทางจึงสามารถซื้อหาสิ่งของจำเป็ให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต่หนึ่ง
เห็นได้ชัดว่า หลายวันมานี้ ข่าวสารทุกรูปแบบทำให้ผู้คนหวาดกลัวกันลนลานจนตลาดขนาดใหญ่ทุกที่แทบจะร้างผู้คน
“ที่ตาอ้วนโจวพูดก็มีเหตุผลนะ ควรจะตั้งชื่อให้แกสักหน่อยไม่อย่างนั้นฉันจะเรียกแกยังไง?” ฉู่เฟิงคิดอยากถามชื่อจริงของเ้าวัวสีทองแต่มันก็ได้แต่ออกเสียงมอๆ ให้ยังไงก็ไม่เข้าใจ
“ที่จริงนะ ชื่อหนิวหมัวหวังก็ไม่เลวนะ” เขาเองก็คิดเช่นนั้น
แต่เพียงแค่ทักขึ้นมาเท่านั้นเ้าวัวสีทองก็แสดงสีหน้าว่ามันใช่เหรอเป็เพราะมันรู้สึกว่าตาอ้วนนั่นงี่เง่าเกินไปไม่อยากให้เขามาตั้งชื่อให้มันซี้ซั้ว
สุดท้ายเมื่อไม่มีทางอื่น ฉู่เฟิงก็พูดชื่อส่งๆ ออกไปสองสามชื่อพอเอ่ยชื่อหวงหนิว1สองพยางค์นี้เท่านั้นกลับได้รับความเห็นชอบจากเ้าวัวสีทอง
ฉู่เฟิงตะลึง อ้าปากค้าง คิดจะตั้งชื่อให้มันต่อผลกลับกลายเป็ว่าเ้าวัวสีทองยอมรับแต่ชื่อนี้เท่านั้น
ฉู่เฟิงทำหน้าพิกล หากเจอโจวเฉวียนอีกครั้งไม่รู้ว่าตาอ้วนจะทำหน้าอย่างไร ชื่ออันห้าวหาญ หนิวหมัวหวังที่เขาเค้นหัวตั้งชื่อให้เ้าวัวสีทอง กลายเป็ว่ามันไม่สนใจ จะเอาแต่ชื่อ หวงหนิว
“พวกเราเปลี่ยนเป็ชื่ออื่นดีมะ?” ฉู่เฟิงหารือกับมัน
“มอ!” หวงหนิวถลึงตา ท่าทางไม่พอใจ
มันมีสีเหลืองทองทั่วทั้งตัว จึงภาคภูมิหนักหนา ฉู่เฟิงคาดเดาหรือว่ายังมีความนัยอะไรอีก? ยกตัวอย่างเช่นเป็วัวสายพันธุ์ทองคำไรงี้ มันเลยชอบชื่อหวงหนิวเป็พิเศษ?
ตอนกลางวัน ฉู่เฟิงเตรียมหญ้าสะอาดให้หวงหนิง แล้วยังมีสาลี่กับแอปเปิ้ลอีกด้วยส่วนตัวเขาเองก็หาอะไรง่ายๆ กิน
จากนั้น เขานำเอากล่องหินออกมาอย่างระมัดระวัง กล่องสูงสามนิ้วสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทั้งยังเก่าแก่เรียบง่ายไร้ซึ่งความพิสดาร
หวงหนิวพอเห็นกล่องหินนี้ ลูกตาก็ส่อแววประหลาดพลางเข้าใกล้อย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง
“ห้ามยุ่งนะ ห้ามกินไอ้นี่อย่างเด็ดขาด!” ฉู่เฟิงดักคอ
หวงหนิวจ้องเมล็ดพันธุ์ทั้งสามเขม็ง เมล็ดหนึ่งสีดำสนิทเมล็ดหนึ่งถูกทับแบน เมล็ดหนึ่งเหี่ยวแห้ง มันแสดงสีหน้าเหยียดหยามออกมาทันที
“แกอย่าได้ดูถูกไอ้พวกนี้นะ ฉันจะบอกให้เมล็ดพันธุ์พวกนี้มันไม่ธรรมดานา” ฉู่เฟิงจงใจคุยโว
เขารู้ว่า ถ้ายิ่งทำเช่นนี้ หวงหนิวก็จะไม่ให้ความสนใจ ไม่อย่างนั้นเขากลัวว่ามันจะเขมือบเมล็ดพันธุ์ลงท้องไปเสียก่อน
“มอ!”
หวงหนิวส่ายหัว แสยะปากยิ้มเยาะ
ฉู่เฟิงขุดหลุมในสวน พลางพูดว่า “ฉันจะบอกให้เมล็ดแรกนี่นะ ปลูกออกมาเป็เ้าแม่ซีหวังหมู่ เมล็ดที่สองปลูกออกมาเป็จิ่วเทียนเสวียนหนี่ว์2 ส่วนเมล็ดที่สามนะให้ฉันคิดดูก่อน”
***************************************************
1 หวงหนิว 黄牛 หวง แปลว่า สีเหลือง หนิวแปลว่า วัว
2จิ่วเทียนเสวียนหนี่ว์ เป็เทพนารีที่สำคัญของลัทธิเต๋า