9
เฉิงซย่าโต้คืน
จะโทษบรรดาผู้ถือหุ้นที่ไม่เชื่อใจเผยเซ่าเจ๋อก็ไม่ได้ถึงอย่างไรภาพลักษณ์ที่เผยเซ่าเจ๋อคนเดิมทิ้งไว้ในใจทุกคนก็คือลูกเศรษฐีไม่เอาไหนมีดีแค่เปลือกนอก อาศัยว่าครอบครัวมีเงินนิดหน่อยก็ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย วัน ๆกินแต่เหล้าไม่เอาการเอางาน สมัยเรียนต่อยตีกับคนอื่นประจำ สอบก็ไม่เคยผ่านเรียกได้ว่ารวมพฤติกรรมยอดแย่เลยทีเดียว
เผยเซิงรู้ว่าลูกชายตน‘เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ’ จึงให้เผยเซ่าเจ๋อละทิ้งการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วส่งไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนที่ต่างประเทศแทน เผยเซ่าเจ๋อเรียนจบกลับประเทศในวัยยี่สิบสองถูกเผยเซิงพามาเป็ผู้ช่วยฝึกหัดที่บริษัทอยู่สามปีจากนั้นเผยเซิงก็เกษียณก่อนกำหนดเพราะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็มะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรกจำเป็ต้องผ่าตัด จึงให้ลูกชายวัยยี่สิบห้าปีรับตำแหน่งซีอีโอคนปัจจุบัน
ลูกชายไม่เอาไหนหากให้อำนาจมากเกินก็เป็ไปได้สูงว่าจะทำบริษัทล่มจมเผยเซ่าเจ๋อจึงเป็ประธานกรรมการของเทียนเสวียนแต่ในนามความจริงแล้วอำนาจของบริษัทยังอยู่ในกำมือของชุยเจวี๋ยและหยางิเวยรองประธานกรรมการทั้งสอง การตัดสินใจสำคัญ ๆ ต้องให้รองประธานลงนามเห็นชอบด้วย
ปัจจุบันแผนการชิงอำนาจของรองประธานชุยยังไม่เริ่มจึงเป็เวลาให้ ‘ผู้สืบทอดไร้ค่า’ อย่างเขาก้าวออกมา
เผยเซ่าเจ๋อกวาดสายตามองทั่วห้องเอ่ยปากพูดเสียงเบา “อรุณสวัสดิ์ครับทุกท่าน่นี้ผมได้วิเคราะห์รูปแบบการบริหารของเทียนเสวียนกรุ๊ปโดยละเอียดพบว่ามีบางจุดไม่ค่อยเป็เหตุเป็ผลนัก เลยอยากปฏิรูปการประเมินผลงานบางอย่างวันนี้จึงขอนำมาเพื่อปรึกษากับทุกท่านในที่ประชุม”
เขายืนกดเลเซอร์พอยเตอร์อยู่ข้างๆ จอโพรเจกเตอร์ พาวเวอร์พอยต์เปลี่ยนสไลด์ถัดไป ปรากฏตารางที่ชัดเจนตารางหนึ่ง
“ศิลปินทั้งหมดของเทียนเสวียนกรุ๊ปได้รับการดูแลจากผู้จัดการโดยตรงทำให้เกิดเหตุการณ์ศิลปินดังย้ายตามผู้จัดการไปตั้งสตูดิโอของตัวเองพอผู้จัดการมีอำนาจมากเวลามีศิลปินหน้าใหม่คนไหนไม่ถูกชะตาก็จะใช้วิธีกดดันและขัดขาคนมีฝีมือได้ง่าย ๆชาร์ตนี้เป็สถิติของดาราและผู้จัดการออกจากเทียนเสวียนใน่สิบปีมานี้...”
เหล่าผู้ถือหุ้นซึ่งเมื่อครู่ทำหน้างุนงงพบว่าเผยเซ่าเจ๋อน้ำเสียงสุขุมพูดจาเรียบเรียงดีชัดถ้อยชัดคำยิ่งไปกว่านั้นพาวเวอร์พอยต์ยังแจกแจงข้อมูลจำนวนมากมองจากตารางจะเห็นสภาวะสมองไหลของเทียนเสวียนใน่หลายปีมานี้ว่าร้ายแรงขนาดไหนได้ชัดเจนบรรดาผู้ถือหุ้นถูกเขาดึงดูดความสนใจและเงยหน้าตั้งใจฟังการบรรยายของเขาอย่างอดไม่อยู่
เผยเซ่าเจ๋อแจกแจงข้อมูลอีกสองสามตารางรวดเดียวจบหลังจากอธิบายทุกปัญหาในบริษัทอย่างกระจ่างแจ้งแล้วก็เปิดสไลด์พาวเวอร์พอยต์หน้าถัดไปตรงเข้าประเด็น
“ผมขอเสนอให้บริษัททำการแบ่งศิลปินทั้งหมดเป็กลุ่มๆ และดูแลให้เป็มาตรฐานเดียวกันทุกกลุ่มจะมีผู้บริหารระดับสูงเป็หัวหน้ากลุ่มและมีสิทธิ์ขาดในศิลปินกลุ่มตัวเองโดยไม่จำเป็ต้องผ่านการเห็นชอบจาก ผู้บริหารระดับสูงท่านอื่นแบบนี้จึงจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างเต็มขีดจำกัดครับ”
“ศิลปินกว่าร้อยคนในบริษัทจะแบ่งออกเป็สามกลุ่มคือ A B และ C ทุกกลุ่มจะมีทีมผู้จัดการที่จัดตั้งมาโดยเฉพาะทั้งสามกลุ่มจะแข่งขันกันอย่างเท่าเทียม การประเมินตอนสิ้นปีจะอิงตามกลุ่มทีมผู้บริหารของกลุ่มที่แสดงความโดดเด่น จะได้รับเงินโบนัสและเงินปันผลที่มากกว่านโยบายปลุกใจแบบนี้จะเกิดการแข่งขันเชิงบวกภายในกลุ่มนอกจากให้ความสำคัญกับดาราแนวหน้าแล้วภายในกลุ่มก็ต้องเสริมการอบรมดูแลศิลปินหน้าใหม่ด้วยศิลปินคนไหนได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็ธรรมสามารถแจ้งหัวหน้ากลุ่มได้โดยตรงเพื่อเลี่ยงไม่ให้ผู้จัดการปิดบังความจริงจากทุกคน”
เผยเซ่าเจ๋อเอ่ยอย่างฉะฉานและน่าเชื่อถือบนเวทีผู้ถือหุ้นที่นั่งอยู่ต่างหันมองหน้ากัน
คนคนนี้คือเผยเซ่าเจ๋อจริงๆ เหรอ? รู้สึกอย่างกับถูกอะไรที่ร้ายกาจเข้าสิงมาแน่ะ...ถึงขั้นอธิบายความคิดของตนต่อหน้าผู้ถือหุ้นซึ่งนั่งอยู่ได้อย่างเยือกเย็นไม่ก้มหน้าเหลือบตาอ่านสคริปต์เลยแม้แต่ครั้งเดียวด้วย?!
เผยเซ่าเจ๋อใช้เวลาสิบนาทีอธิบายข้อดีข้อเสียในการบริหารแบบกลุ่มอย่างเรียบง่ายจากนั้นก็ปิดพาวเวอร์พอยต์แล้วเอ่ยอย่างสงบ “ผมพูดจบแล้วทุกท่านมีความคิดเห็นและข้อเสนออะไรยกขึ้นมาอภิปรายกันได้เลยครับ”
ทุกคน“...”
โดยรอบเงียบงันไปหลายวินาทีก่อนจะเริ่มมีเสียงพูดคุยเบา ๆ บนโต๊ะประชุม
ผ่านไปชั่วครู่รองประธานชุยที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็ถามขึ้น “แผนงานนี้ของประธานเผยหัวหน้ากลุ่มมีอำนาจสูงสุดความหมายก็คือหัวหน้ากลุ่มสามารถตัดสินใจเด็ดขาดเื่เงินลงทุนโดยไม่ต้องผ่านการโหวตในที่ประชุมของบริษัทถึงขนาดให้ฝ่ายการเงินจัดสรรงบได้โดยตรงอย่างนั้นหรือครับ”
เผยเซ่าเจ๋อพยักหน้า“ใช่ครับ โพรเจกต์ที่เงินลงทุนต่ำกว่าสิบล้านหยวน หัวหน้ากลุ่มตัดสินใจได้ทันทีคนอื่นไม่จำเป็ต้องเข้ามายุ่ง ส่วนโพรเจกต์ที่ลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญามูลค่ามากกว่าสิบล้านหยวนต้องให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทปรึกษากันเพื่อตัดสินใจ”
การทำแบบนี้ก็เท่ากับ‘การแบ่งอำนาจ’
หัวหน้ากลุ่มกุมอำนาจชี้เป็ชี้ตายศิลปินในกลุ่มของตัวเองได้ไม่ต้องให้คนอื่นเข้ามายุ่มย่าม แต่เขาก็ตั้งมาตรฐาน ‘สิบล้าน’ นี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้หัวหน้ากลุ่มใช้อำนาจส่วนตัวในทางมิชอบไปลงทุนมั่ว ๆเมื่อเป็เช่นนี้ ก็จะสามารถแบ่งกลุ่มบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพของบริษัททั้งยังหลีกเลี่ยงไม่ให้หัวหน้ากลุ่มมีอำนาจมากเกินไปหรือลงทุนโพรเจกต์ใหญ่ผิดพลาดจนก่อความสูญเสียให้บริษัท
ในวงการบันเทิงนั้นค่าตัวดาราทะลุเกินสิบล้านหยวนอยู่บ่อยครั้งเงินลงทุนสิบล้านหยวนจึงไม่นับเป็อะไรเลยแต่ว่าการถ่ายทำซีรีส์ร่วมสมัยหรือซีรีส์ออนไลน์ที่ไม่จำเป็ต้องใช้ดาราเบอร์ใหญ่หรือสเปเชียลเอฟเฟกต์สิบล้านหยวนก็เพียงพอแล้ว
เผยเซ่าเจ๋อตั้งจำนวนเงินที่ทุกคนยอมรับได้พอดิบพอดี
เผยเซิงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเผยเซ่าเจ๋อที่ยืนทำสายตาเรียบนิ่งอยู่ตรงนั้นคือลูกชายของตนเขานิ่งงันไปหลายวินาที ก่อนพยักหน้าเบา ๆ“ขนาดของเทียนเสวียนเอนเตอร์เทนเมนต์ใหญ่โตขึ้นทุกทีศิลปินในสังกัดมีมากเกินไปจนแม้แต่ชื่อยังจำได้ไม่หมด ถ้าแบ่งกลุ่มดูแลจะสะดวกต่อการอบรมศิลปินมากกว่าจริงๆ และยังทำให้เจอต้นกล้าชั้นดีมีแววได้ง่ายกว่าด้วย”
เมื่อประธานกรรมการเผยเอ่ยปากรองประธานหยางิเวยก็ยิ้มกว้างเอ่ยรับทันที “แม้อำนาจของหัวหน้ากลุ่มจะมากแต่ลงทุนโพรเจกต์เล็กที่มูลค่าน้อยกว่าสิบล้านหยวนก็ไม่ได้เยอะถึงขั้นส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของบริษัทผมคิดว่าแผนงานนี้ไม่เลวเลยทีเดียว!”
ชุยเจวี๋ยมองเผยเซ่าเจ๋อด้วยสายตาลุ่มลึก“ผมเองก็เห็นด้วยกับวิธีการแบ่งกลุ่ม แต่ว่าใครจะมาเป็หัวหน้ากลุ่มล่ะครับ”
เผยเซ่าเจ๋อ“แน่นอนว่าต้องเป็ผู้บริหารระดับสูงสามคนมารับตำแหน่ง ประธานชุย ประธานหยางแบ่งกันรับผิดชอบกลุ่ม A และกลุ่ม B ส่วนผมจะรับผิดชอบกลุ่ม C ครับ”
ทุกคน“...”
ในที่สุดหุ้นส่วนณ ที่นี้ก็เข้าใจเป้าหมายแรกที่เผยเซ่าเจ๋อจัดการประชุมในวันนี้คือคิดจะกุมอำนาจส่วนหนึ่งของบริษัทตอนนี้เขาเป็ประธานบริหารเพียงในนาม การแบ่งอำนาจเป็วิธีทำให้ทุกคนยอมรับได้ง่ายที่สุดแม้เขาจะลงทุนผิดพลาดก็ไม่ได้ส่งผลกระทบถึงกลุ่มอื่นหัวหน้ากลุ่มไม่มีอะไรดีพรรค์นี้ ถึงถูกหักเงินโบนัสยกกลุ่มคนก็คงเห็นเป็แค่เื่ขำขันแหละนะ
ทุกคนตระหนักรู้ทันใดนึกกันไปว่า นี่เป็ความคิดของผู้เฒ่าเผย พาวเวอร์พอยต์ก็ประธานกรรมการเผยนั่นละที่ให้คนอื่นทำอยากจะแบ่งกลุ่มให้ลูกชายดูแลเพื่อฝึกฝนสิท่า
มีแค่เผยเซิงเท่านั้นที่รู้ว่านี่ไม่ใช่ความคิดของเขา...แต่เป็ความคิดของลูกชายเขาเองต่างหาก!
เผยเซิงเบิกบานใจมากแต่สีหน้ายังคงวางมาดขรึมเยี่ยงประธานกรรมการ “ทุกคนยกมือโหวตเถอะ”
ผ่านด้วยมติเอกฉันท์
เผยเซ่าเจ๋อเปิดตารางเอกเซลซึ่งเตรียมมาเรียบร้อยในคอมพิวเตอร์แจกแจงรายชื่อศิลปินทั้งหมดของบริษัท
เขามองไปทางชุยเจวี๋ยและหยางิเวย“ผมขอถือโอกาสที่ทุกท่านยังอยู่ที่นี่ ปรึกษาว่าจะแบ่งกลุ่มกันอย่างไรเลยแล้วกันประธานชุย ประธานหยาง เชิญผู้าุโทั้งสองเลือกศิลปินก่อนเลยครับ ผมเพิ่งมาบริษัทแบ่งดาราแถวหน้าไว้ให้ผมน้อยหน่อยก็ได้ ผมเองก็กลัวว่าจะคุมพวกเขาไม่อยู่”
อีกสองคนอยากทำแบบนี้ใจแทบขาดจึงแสร้งเอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจสองสามประโยคแต่กลับลงมือเหมาเอาดาราแถวหน้านำร่องของบริษัทไปหมดในพริบตา เหลือแค่สองสามคนที่รับมือยากไว้ให้เผยเซ่าเจ๋อ
ส่วนศิลปินหน้าใหม่ซึ่งเพิ่งเซ็นสัญญาพวกเขาทั้งสองไม่รู้จักจะให้เลือกศิลปินทั้งหมดจนเสร็จต่อหน้าทุกคนก็กระดากไปทั้งคู่จึงให้เผยเซ่าเจ๋อเลือกก่อนอย่างไรเสียศิลปินหน้าใหม่ที่เทียนเสวียนเซ็นสัญญามาก็คุณภาพพอ ๆ กันค่อยดูก็ได้ว่าจะบ่มเพาะยังไงหลังจากนั้น
เผยเซ่าเจ๋อเลือกศิลปินหน้าใหม่สองสามคนที่อ่านข้อมูลแล้วเห็นแววพร้อมทำสัญลักษณ์ตัว C ไว้ด้านหลังชื่อเฉิงซย่าเสียด้วยเลย
...นี่สิถึงจะเป็เื่สำคัญ
ไม่มีใครรู้ว่าเหตุที่เผยเซ่าเจ๋อเตรียมการมากมายในวันนี้แท้จริงแล้ว ท่ามกลางรายชื่อคนนับร้อย เขาทำเพื่อศิลปินหน้าใหม่ที่ชื่อ ‘เฉิงซย่า’เพียงผู้เดียว เขาจัดให้เด็กหนุ่มมาอยู่กลุ่มตัวเองอย่างเนียน ๆ ต่อไปเื่ต่าง ๆของเฉิงซย่าจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา
เขาสามารถลงทุนในโพรเจกต์เหมาะๆ ให้เฉิงซย่า ช่วยแย่งชิงสิ่งดี ๆ มาช่วยหนุนอีกฝ่ายได้
จะไม่ยอมทนให้ใครหน้าไหนสอดมือมาวุ่นวายทั้งนั้น
****
เวลาบ่ายสองโมงครึ่งประกาศการแบ่งกลุ่มและรายชื่อโดยละเอียดส่งถึงอีเมลพนักงานทุกคนโดยฝ่ายเลขานุการ
ภายในเทียนเสวียนแทบจะฟ้าถล่มดินทลาย
กลุ่มเมาท์มอยของบรรดาเพื่อนสนิททั้งชายหญิงต่างพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ใหญ่นี้
ผู้จัดการที่ถูกแบ่งมาอยู่กลุ่ม C ราวกับถูกตัดสินโทษปะาชีวิต
‘คุณพระเผยเซ่าเจ๋อถึงกับเป็หัวหน้ากลุ่มC ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ปะ’
‘ฉันสังหรณ์ใจว่าปลายปีนี้โบนัสต้องถูกหักเกลี้ยงแหงเลย!’
‘ทำไมจู่ๆ เขาถึงอยากมามีส่วนร่วมบริหารกลุ่มด้วยตัวเองล่ะความสามารถเขาเนี่ยจะบริหารไหวเร้อ’
‘ขุนนางใหม่ต้องจุดไฟสามครั้ง[1] แต่เขาเล่นทำมั่วซั่วแบบนี้มันจุดไฟราดน้ำมันกันตรง ๆ แล้วเฮ้ย!’
ผู้จัดการของทีม A และทีม B มีความสุขบนความทุกข์ชาวบ้าน
‘ถูกจัดไปกลุ่ม C คงแทบร้องไห้กันหมดแล้วมั้ง’
‘ผลงานคำนวณตามกลุ่มฉันว่ากลุ่ม C ซี้แหงแก๋แล้ว จากนี้ไปหมดหวังได้โบนัสแหงแซะ’
‘กลุ่มของรองประธานชุยกับรองประธานหยางมีดาราดังๆ เพียบ ไม่จำเป็ต้องกังวลเื่หางานกับเงินทุนแน่นอน กลุ่ม C ของประธานเผยจะน่าสงสารเกินไปแล้วดาราโนเนมเป็ตั้งเลย...’
ทุกคนในฝ่ายกฎหมายสีหน้าขมขื่นเผยเซ่าเจ๋อถึงกับให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงรูปแบบสัญญาของศิลปินหน้าใหม่จากนี้พวกตนคงต้องทำโอทีจนหัวล้านชัวร์
ทางฝ่ายผู้จัดการเองก็ปวดหัวไม่ต่างกันผู้จัดการทั้งบริษัทถูกเเบ่งกลุ่มใหม่หมด ห้องทำงานเลยต้องจัดใหม่ไปด้วย บรรดาผู้จัดการหัวหมุนกันอยู่พักหนึ่งทุกคนเก็บข้าวเก็บของย้ายห้องทำงานกันวุ่น
เฉิงซย่าไม่รู้เื่พวกนี้เลย
เขากำลังตั้งใจอ่านหนังสือในหอพักของวิทยาลัย
แม้จะเซ็นสัญญากับเทียนเสวียนแล้วแต่เขาก็เป็นักศึกษาของวิทยาลัยการภาพยนตร์ แถมบริษัทยังไม่ได้แจ้งอะไรมาเขายังต้องเข้าเรียนเป็ปกติ สอบปลายภาคก็ห้ามตก
เวลานี้เองจู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดัง สายเรียกเข้าเป็เบอร์แปลกหน้า
พอเฉิงซย่ากดรับก็ได้ยินเสียงผู้หญิงเอ่ยเข้าประเด็นจากปลายสาย“สวัสดีเฉิงซย่า ฉันคือเฉินลู่ หัวหน้าฝ่ายผู้จัดการของเทียนเสวียนกรุ๊ปค่ะมีเื่จะแจ้งให้คุณทราบ เนื่องด้วยการปฏิรูปภายในบริษัทศิลปินทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็กลุ่ม ๆ เพื่อจัดการดูแล คุณถูกจัดไปอยู่กลุ่ม C ขอให้มาเซ็นสัญญาเพิ่มเติมอีกครั้งที่ฝ่ายกฎหมายของเทียนเสวียนก่อนวันที่ยี่สิบมกราคมด้วยนะคะ”
ถูกจัดไปกลุ่ม C เซ็นสัญญาใหม่อีกครั้ง?
เฉิงซย่าสองตาเป็ประกาย...ประธานเผยไม่ได้ไล่เขาออกจากบริษัทเพียง ‘เนรเทศ’ เขาไปกลุ่ม C เฉย ๆ สินะ? ถึงจะไม่รู้ว่ากลุ่ม C เป็อย่างไร แต่ขอแค่ได้อยู่ในเทียนเสวียน ไม่โดนยกเลิกสัญญาก็ยังมีหวัง!
เฉิงซย่าสูดหายใจอย่างตื่นเต้นเอ่ยถาม “จัดกลุ่มใหม่ ถ้าอย่างนั้นผู้จัดการของผมยังเป็พี่จ้าวหรือเปล่าครับ”
ลู่เฉินตอบ“จ้าวเหวินซิวลาออกไปแล้วค่ะ การแบ่งผู้จัดการต้องรอทางหัวหน้ากลุ่มแจ้งมาตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป รอจนแน่ใจเมื่อไหร่ผู้จัดการคนใหม่จะเป็ฝ่ายติดต่อคุณไปเอง”
เฉิงซย่าพยักหน้า“เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับหัวหน้าลู่”
หลังวางสายเฉิงซย่าก็เปิดวีแชตอย่างสงสัย
วันนี้ยุ่งกับการทบทวนบทเรียนทั้งวันเขาไม่รู้เลยว่าในวีแชตมีข้อความเสียงที่จ้าวเหวินซิวส่งมาด้วย
เฉิงซย่ายกมือถือแนบหูกดปุ่มเล่นเสียง
เสียงเกรี้ยวกราดปนหวาดหวั่นของชายหนุ่มหวิดจะทำเฉิงซย่าหูแตก“เฉิงซย่า แกแน่มากนะ ถึงกับกล้าเอาฉันไปฟ้องประธานเผยทำให้เขาเตะฉันออกจากเทียนเสวียน! ไอ้เวรตะไล! แกรอก่อนเถอะต่อไปฉันจะทำให้แกหมดหนทางทำมาหากินในวงการบันเทิงเลยคอยดู!!”
ทำให้เขาหมดหนทางทำมาหากินในวงการบันเทิงเหรอ? ก็ต้องดูว่ามีปัญญาไหม!
เฉิงซย่าเลิกคิ้วพิมพ์ด่ากลับอย่างไม่ไว้หน้า ‘ไอ้ที่คุณวางยาในน้ำผลไม้ผมยังไม่ด่าเลยนะนี่ยังมีหน้ามาด่าผมก่อนอีก? มียางอายบ้างปะ? ใช้วิธีต่ำตมพรรค์นี้ก็สมควรโดนเตะโด่งออกจากบริษัทแล้ว!ส่วนผมจะทำมาหากินยังไงต่อจากนี้ ไม่ต้องรบกวนให้คุณมาใส่ใจหรอกผู้จัดการอย่างคุณน่ะ ดูแลใครคนนั้นก็โคตรซวยเลยเหอะ (ยิ้มบาง) (ยิ้มบาง)(ยิ้มบาง)’
พอด่าจบเฉิงซย่าก็บล็อกจ้าวเหวินซิวทันที
อีโมจิยิ้มบางสามตัวท้ายเปี่ยมพลังทำลายล้างมหาศาล
จุกอกตายไปเลยไป๊!
จ้าวเหวินซิวอยากด่ากราดอีกแต่ดันมีแจ้งเตือนเด้งว่า ‘อีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนของคุณ กรุณาส่งคำขอยืนยัน’
เฉิงซย่าอารมณ์ดีสุดขีด
จ้าวเหวินซิวแอบใช้ยาปล่อยฟีโรโมนโดยไม่ได้รับอนุญาตจนเขาเกือบถูกอัลฟ่าแปลกหน้าทำพันธะ ปัจจุบันเพียงเอ่ยถึงชื่อนี้ เฉิงซย่ายังสะอิด-สะเอียนดีชะมัดที่ต่อไปจ้าวเหวินซิวจะไม่โผล่หน้ามาเทียนเสวียนอีก
เดาจากคำพูดหมาจนตรอกของจ้าวเหวินซิวประธานเผยคงไล่อีกฝ่ายออกจากเทียนเสวียน จ้าวเหวินซิวเลยนึกว่าเขาฟ้องประธานเผยจึงมาด่าสาดเสียเทเสียในวีแชตแบบนี้
เมื่อคิดถึงท่าทางเยือกเย็นขณะเผยเซ่าเจ๋อพูดว่า‘เื่นี้ฉันจะตรวจสอบให้กระจ่างเอง’เฉิงซย่าพลันรู้สึกว่าความจริงประธานเผยก็เป็เ้านายที่มีเหตุผลคนหนึ่ง จัดการแค่จ้าวเหวินซิวไม่ได้ไล่ตนออกด้วย ชัดเจนว่าประธานเผยไม่อยากให้คนบริสุทธิ์พลอยติดหลังแห
เห็นทีก่อนหน้านี้คงเข้าใจผิดไปเองสินะ!
[ค่าความชอบที่เฉิงซย่ามีต่อคุณ+5]
เผยเซ่าเจ๋อผู้กำลังวุ่นอยู่ในห้องทำงานจู่ ๆ ในหัวก็มีข้อความนี้เด้งขึ้นมา
เฉิงซย่าเริ่มมโนไปเรื่อยอีกแล้วเหรอ?
คงเพราะได้รับแจ้งจากบริษัทก็เลยรู้ว่าจ้าวเหวินซิวลาออกไปแล้ว ค่าความชอบที่มีต่อประธานเผยจึงเพิ่มขึ้นด้วย
แต่เด็กคนนั้นน่าจะยังไม่รู้หรอกว่าหัวหน้ากลุ่ม C คือเผยเซ่าเจ๋อ
มุมปากของเผยเซ่าเจ๋อหยักขึ้นน้อยๆ
รอสอบเสร็จก่อนค่อยบอกแล้วกัน ถึงยังไงเ้าหนูคนนี้ก็เป็พวกคิดเยอะชอบจินตนาการอะไรพิลึก ๆ ตลอดขืนฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อยจนสอบปลายภาคไม่ผ่านขึ้นมาจะแย่เอา
[1]เป็สำนวนหมายถึงคนทำงานใหม่ต้องพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง มีที่มาจากสามก๊กจากการที่ขงเบ้งใช้ไฟโจมตีฝ่ายโจโฉสามครั้งใน่เวลาอันสั้น