ตอนที่ 26 เผ่าปีศาจอสูร
ภายใต้ฝ่ามือข้างนั้นราวกับราชันพิษกลืนโลกาได้ส่งบอกจำนวนชิ้นส่วนที่ต้องใช้ให้กับเขา สิบชิ้นส่วนเลยงั้นรึ!? ั้แ่สามพันปีผ่านไปราชันพิษกลืนโลกาพลันถูกแยกชิ้นส่วนเช่นเดียวกับดาบระดับาทั้งห้า ทุกเล่มล้วนถูกแยกออกเป็สิบส่วนกล่าวได้ว่ากาติรัสโชคดีเป็อย่างยิ่งที่ได้ชิ้นส่วนแรกเป็ด้ามจับที่อย่างน้อยก็มีความคมของดาบยื่นออกมา หากได้เขาชิ้นส่วนอื่นที่มิใช่ด้ามจับมาละก็คงไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันเป็แน่เว้นแต่จะนำมันไปหลอมรวมเข้ากับศาสตราวุธชนิดอื่น
บูลเบลที่ใช้เวลาครุ่นคิดถึงคำพูดของเด็กหนุ่มอยู่พักใหญ่ก็เริ่มแสดงปฏิกิริยานัยต์ตาคู่นั้นจริงจังเป็ที่สุดก่อนริมฝีปากอันงดงามจะอ้าออกพลางเอ่ยขึ้น "ท่านรู้จักเผ่าปีศาจอสูรหรือไม่?" น้ำเสียงขึงขังแฝงไปด้วยหวั่นเกรง เธอไม่ได้เกรงกลัวเผ่าปีศาจอสูรแต่เธอเกรงกลัวกาติรัส!! บุรุษอายุเพียงสิบห้าสิบหกปีกลับสามารถสยบศาสตราวุธระดับจักรพรรดิได้ มันไม่ใช่แค่เื่เพ้อฝันอีกต่อไปเหตุการณ์กลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอจริงๆ
"ข้าไม่รู้"
"ความจริงแล้วเผ่าปีศาจอสูรไม่ได้อยู่ใกล้กับราชอาณาจักรเซอร์วอสเลยสักนิด พวกมันอาศัยอยู่ทีู่เาจ้าวอสูรเป็ูเาที่มีอาณาเขตกว้างไกลมากๆซึ่งอยู่ใจกลางของราชอาณาจักรทั้งสี่อย่างพอดิบพอดี พวกมันจะเลือกโจมตีราชอาณาจักรไหนก่อนก็ได้แต่.... ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมพวกมันถึงได้โจมตีแต่ราชอาณาจักรเซอร์วอสเหมือนกับมีความแค้นกันมานาน รูปร่างของพวกมันสูงราวสามเมตรแต่คล่องแคล่วว่องไวดุจลมกรด พลังทำลายของพวกมันก็สูงเช่นกันแต่ที่สำคัญสำหรับูเาจ้าวอสูรที่ทำให้พวกมันกลายเป็เขตหัวห้ามเพราะมีข่าวลือกันว่าาาที่ปกครองพวกมันมีเลเวลมากกว่าสี่พัน" บูลเบลอธิบาย
อยู่ใจกลางอย่างพอดิบพอดี?...ทำการโจมตีแต่ราชอาณาจักรเซอร์วอส? หรือว่าที่ราชอาณาจักรแห่งนั้นจะมีบางสิ่งบางอย่างอยู่??
กาติรัสพลันคิ้วขมวดก่อนเอ่ยกล่าว "เป็ข้อมูลที่มีประโยชน์มากสรุปก็คือเ้าจะให้ข้าไปสร้างราชอาณาจักรของข้า ณ ที่แห่งนั้น?" น้ำเสียงเรียบเฉยแฝงไปด้วยความสูงส่งราวกับเขารู้คำตอบของคำถามตัวเองอยู่แล้ว
บูลเบลเงียบสักพักก่อนจะพยักหน้าเบาๆและเอ่ยขึ้น "สมกับเป็ท่าน" ดวงเนตรเริ่มทอประกายอย่างออดอ้อนก่อนกล่าวด้วยเสียงใส "ราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียไม่มีพื้นที่มากพอจะให้ท่านตั้งราชอาณาจักรหรอกนะก็ในเมื่อท่านจะให้พวกข้าเป็ประเทศราชอยู่แล้ว ทำไมท่านถึงไม่ไปสร้างราชอาณาจักรในที่กว้างขวางตรงนั้นละ? ูเาจ้าวอสูรมีอาณาเขตกว้างใหญ่กว่าราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียอีกนะ" น้ำเสียงใสและนุ่มนวลพลางแววตาขี้อ้อนราวกับแมวน้อย
นัตน์ตาที่เคยปรากฏราวกับปลาตายของหญิงสาวกลับกลายมามีชีวิตชีวาอีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ หากองค์จักรพรรดิยังไม่สิ้นพระชนม์เขาคงไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณนี้ยังไงดีกระทั่งเขาผู้พยายามพลิกแผ่นดินเพื่อจะหาหนทางให้ลูกสาวสุดที่รักกลับคืนมามีความสุขดังเดิมยังมิอาจกระทำได้!! ทว่า นอกจากชายหนุ่มจะทำให้เธอกลับมายิ้มได้อีกครั้ง เขายังทำให้หญิงสาวผู้เ็าและสุขุมทำเสียงออดอ้อนราวกับแมวน้อย หากกาติรัสรู้ภูมิหลังที่ลึกขึ้นของบูลเบลสักนิดละก็เขาคงรู้สึกประทับใจไม่น้อย
"เห็นแค่ที่เ้าเป็ประเทศราชของข้า" กาติรัสกล่าวตัดบทก่อนเขาจะลูบคลำราชันพิษกลืนโลกาอย่างอ่อนโยน ดวงเนตรคู่นั้นส่อแววความเอ็นดูอย่างชัดเจนสถานะของดาบลูกรักของเขาพลันปรากฏขึ้น
ชื่อ:ชิ้นส่วนของราชันพิษกลืนโลกา ศาสตราวุธ:จักรพรรดิ คุณสมบัติพิเศษ:พิษระดับจักรพรรดิ (อยู่ในสถานะพิษถูกกลืนกินจากเวทย์ระดับ ??? ้าซ่อมแซมโดยการกลืนกินศาสตราวุธชนิดอื่น)
ท่านได้รับทักษะ "ศาสตราวุธคลั่ง" เป็ทักษะพิเศษที่ได้รับจากผลกระทบเพื่อทำการซ่อมแซม ศาสตราวุธคลั่ง: ทำให้ศาสตราวุธระดับที่ต่ำกว่าหรือเท่าเทียมเกิดสถานะคลุ้มคลั่งโดยพลังโจมตีของพวกมันจะเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว พวกมันจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้โจมตีผู้ใช้ทักษะนี้
กาติรัสเผยรอยยิ้มดุจปีศาจเขารู้เื่การซ่อมแซมเหล่านี้อยู่แล้วและทักษะพิเศษนี้ก็จะได้รับมาด้วยเช่นกันเพราะชาติที่แล้วเขาก็เคยมีประสบการณ์มาก่อน ท่าทางของเด็กหนุ่มดูผิดแปลกราวกับตาเฒ่าจอมเ้าเล่ห์ก่อนเขาจะร่ายบทเวทย์บางอย่าง "ศาสตราวุธคลั่ง"
กรึก กรึก กรึก กรึก
เพียงสามลมหายใจศาสตราวุธนับสิบยี่สิบเล่มภายในคลังสมบัติพลันติดสถานะคลุ้มคลั่งดั่งสัตว์ป่าที่ดุร้าย พวกมันทั้งหมดเริ่มโจมตีกระจกปกป้องกันด้วยความรุนแรงจนน่าวิตก บูลเบลพลันสะดุ้งใ ดาบโฆรวิสที่คลุ้มคลั่งยังพอทำความเข้าใจได้แต่เหตุการณ์ตรงหน้านี้มันอะไรกัน??? ทำไมศาสตราวุธทั้งหมดถึงเกิดอาการคลุ้มคลั่ง
บูลเบลพลันหน้านิ่วคิ้วขมวดเธอสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่ากาติรัสเพิ่งกล่าวบทร่ายประหลาดๆไปก่อนหญิงสาวจะกล่าวขึ้นอย่างขุ่นเคือง "ทะ...ท่าน!...ท่านทำอะไรลงไป!!!"
"ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่" กาติรัสกล่าวพลางยักไหล่แต่ทว่าใบหน้านั้นกลับยิ้มร่าดุจปีศาจร้ายราวกับอาการขบขันมิอาจเก็บซ่อนได้อีกต่อไป มันถูกแสดงออกมาผ่านใบหน้าได้อย่างชัดเจน
บูลเบลพลันแข็งค้างราวกับรูปปั้นชายหนุ่มกำลังทำสิ่งแปลกประหลาดอีกแล้วและเขากระทำ ณ ที่คลังสมบัติขององค์จักรพรรดิ!! องค์จักรพรรดิรุ่นแล้วรุ่นเล่าพร้อมกับเฮนโรว พวกเขาใช้ความพยายามอย่างยิ่งกว่าจะเก็บรวมรวบของมีค่าและทรงพลังทั้งหมดไว้ ณ ที่แห่งนี้พร้อมกับทุ่มทุนเพื่อสร้างตู้กระจกสุดทรงพลังในการกักเก็บพลังอำนาจที่เตรียมไว้ใช้ในยามราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียถึงขั้นวิกฤต ทว่า ความทรงจำนับหลายพันปีกลับมลายสูญภายในวันเดียว!!!
เพล้ง เพล้ง เพล้ง
เสียงของตู้กระจกนับหลายบานพลันะเิแตกออกก่อนศาสตราวุธหลากหลายชนิดจะลอยล่องออกมาจากที่กักพลังของพวกมัน ศาสตราวุธทีี่ขั้นต่ำที่สุดก็อยู่ในระดับปรมาจารย์และขั้นที่สูงที่สุดอยู่ในระดับจักรพรรดิ! ศาสตราวุธนับสิบยี่สิบเล่มพลันเพ่งเล็งชายหนุ่มเป็เป้าหมายเดียว!! พวกมันทั้งหมดพลันพุ่งทะยานเข้าหาชายหนุ่มอย่างพร้อมเพรียงห้วงอากาศกลับเต็มไปด้วยรัศมีของพลังแห่งความยิ่งใหญ่และออร่าของศาสตราวุธชนชั้นจักรพรรดิ!!!
กาติรัสยิ่งเผยใบหน้าประดุจปีศาจอารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านจนมิอาจเก็บซ่อนโดยเฉพาะรอยยิ้มคู่นั้น เขายิ้มจนแก้มแทบปริ เรือนร่างเด็กหนุ่มเริ่มร่ายระบำดังเคยในฝ่ามือของเขาราชันพิษกลืนโลกาพลันกวัดแกว่งอย่างอิสระดั่งนกที่โบยบินบนท้องนภา รอยยิ้มชวนผวายังคงแสดงอยู่บนใบหน้า ก่อนปากเริ่มเผยออกบทกลืนกินเริ่มเอ่ยขึ้น "กลืนกินสรรพศาสตรา"
กร๊าซซซซซซซซซ
เสียงโหยหวนราวกับดังขึ้นมาจากขุมนรกปรากฏออร่าสีดำทมิฬประหลาดโพยพุ่งออกมาจากราชันพิษกลืนโลกา พวกมันมีรูปร่างเป็ฝ่ามือที่มีสีดำทมิฬฝ่ามือเพิ่มจำนวนขึ้นตามศาสตราวุธโดยรอบก่อนสามลมหายใจที่การระบำสิ้นสุดลง ฝ่ามือนับสิบยี่สิบข้างพลันจับเหล่าศาสตราวุธที่ลอยค้างกลางอากาศอย่างแแ่ ศาสตราวุธทุกชิ้นล้วนพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากฝ่ามือมรณะนี้แต่ทว่าทั้งหมดล้วนสูญเปล่า พวกมันล้วนไม่ต่างไปจากลูกไก่ในกำมือ
สถานการณ์ที่วิตกกลับกลายเป็เงียบสงัดเพียงสิบลมหายใจศาสตราวุธคลั่งนับสิบยี่สิบเล่มพลันสลายหายไปในอากาศสรรพธาตุราวกับพวกมันไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย ไม่เหลือกระทั่งเศษผงหรือเถ้าธุลี ทันทีที่เหตุการณ์เหล่านี้จบลงห้วงความคิดของกาติรัสพลันปรากฏค่าสเตตัสของดาบคู่กายเขา
ชื่อ:ชิ้นส่วนของราชันพิษกลืนโลกา ศาสตราวุธ:จักรพรรดิ คุณสมบัติพิเศษ:พิษระดับจักรพรรดิ (อยู่ในสถานะพิษถูกกลืนกินจากเวทย์ระดับ ??? ซ่อมแซมไปแล้ว 73%)
73% !!! ทั้งที่เพิ่งกินศาสตราวุธระดับจักรพรรดิไปมากถึงสองชิ้นและไหนจะศาสตราวุธระดับปรมาจารย์เกือบสามสิบเล่มอีก!!! ที่แท้ราชันพิษกลืนโลกาก็เป็ตัวตะกละหรอกรึ?
ตราบใดที่กาติรัสยังไม่ซ่อมแซมให้ถึงระดับ 100% เขาก็ไม่สามารถใช้พิษระดับจักรพรรดิได้
เหตุการณ์ตรงหน้าราวกับความฝันบูลเบลพลันเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตะลึงงัน ศาสตราวุธที่หายไปกลางอากาศยิ่งทำให้ดวงใจน้อยๆ เจ็บช้ำยิ่งกว่าเก่าอิสตรีน้อยกัดริมฝีปากตนพลันแก้มป่องก่อนจ้องมองกาติรัสอย่างโกรธเคือง
"เ้าโกรธข้าเพราะสิ่งใดหรือ?" กาติรัสเอ่ยถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
"ท่านรู้อยู่แก่ใจแต่ยังจะกวนประสาทข้าอีกหรอ!!!" แววตาทั้งสองจ้องมองอย่างคับแค้นใจบูลเบลพลันกระทืบเท้าเพื่อหาที่ระบายอารมณ์ก่อนจะชี้นิ้วไปยังบุรุษตรงหน้าพลันก่นด่า "ท่านให้คำสัตย์แก่ข้า!!!...แต่ท่านยังผิดสัจจะวาจาของตนท่านคิดจะเป็ผู้ปกครองสูงสุดจริงๆใช่ไหม!!...ท่านมีเกียรติของเหล่านักรบบ้างหรือไม่!!?...ทะ...ท่าน!!!" บูลเบลที่ด่าจนไม่รู้จะด่าสิ่งใดแล้วใบหน้านั้นโกรธกริ้วจนควันออกหูแต่เธอทำได้เพียงหน้าบึ้งและแก้มพองป่อง
"เ้าควรจะพูดกับข้าให้ดีกว่านี้นะ ข้าผิดคำสัตย์หรือ?...เ้าจำได้ไหมว่าเ้าให้ข้าพูดคำสัตย์อันใดไป?...ข้าจะเอาสิ่งของในคลังสมบัติไปเพียงสิ่งเดียวใช่หรือไม่?" กาติรัสกล่าวด้วยน้ำเสียงขี้เล่น ปฏิกิริยาที่หญิงสาวแสดงให้เห็นทำให้เขารู้สึกมีความสุขจริงๆ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้แกล้งเหล่าอิสตรีระดับงามล่มเมือง?
บูลเบลได้แต่พยักหน้าพลางแก้มน้ำนวลที่พองป่องดั่งปลาปักเป้านัยต์ตาแห่งความขุ่นเคืองยังคงััได้อย่างชัดเจน ความโกรธกริ้วยิ่งเห็นได้ชัดผ่านท่าทางการแสดงออกที่ราวกับเด็กน้อยไม่รู้จักโต เธอกระทืบเท้าไปมาอยู่สักพักก่อนเอ่ยขึ้น "ทะ...ท่าน!!"
"นี่แม่นาง...เ้าจะโทษข้าไม่ได้นะข้าทำตามคำสัตย์แล้วนี่ไง" กาติรัสกล่าวพลางลูบคลำราชันพิษกลืนโลกาอย่างอ่อนโยนก่อนกล่าวต่อ "เห็นไหมข้าเอามาเพียงชิ้นเดียวจริงๆ ข้ามิได้เอาสิ่งใดนอกเหนือจากนี้เลยด้วยซ้ำเ้าควรคิดทบทวนคำพูดของเ้าเสียใหม่" น้ำเสียงเรียบเฉยไร้สิ้นความรู้สึกผิด
ใบหน้าของบูลเบลแปรเปลี่ยนในทันควันดวงเนตรทั้งสองเริ่มเอ่อนองไปด้วยน้ำตา หยดน้ำตาเริ่มไหลรินอย่างช้าๆพลางน้ำเสียงกลายเป็ตะกุกตะกัก "ทะ...ท่านแกล้งข้า" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่สั่นเครือ
ความรู้สึกมีความสุขพลันพรั่งพรูออกมาดั่งน้ำป่าทะลักกาติรัสเผยรอยยิ้มบางๆ ก่อนเอ่ยอย่างนุ่มนวล "เ้าไม่ต้องกังวลถึงจะสูญเสียไปแต่เ้าจะได้คืนกลับมาเป็เท่าตัว" ถ้อยคำเ่าั้ต่างแฝงไปด้วยนัยยะ
บูลเบลไม่กล่าวต่อความกริ้วโกรธมันมากพอจะให้เมินชายหนุ่มตรงหน้าเลยจริงๆ อิสตรีน้อยเพียงพูดแค่สามคำ "ตามใจท่าน" ก่อนจะก้าวเดินขึ้นบันไดเพื่อไปกลับสู่ระดับพื้นดินดังเดิม หญิงสาวกัดนิ้วของตนอีกครั้งก่อนป้ายตรงอักขระอาคม
กาติรัสไม่รอช้าชายหนุ่มพลันเดินตามหลังไปติดๆ ใบหน้ายกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจถึงตอนนี้ชิ้นส่วนราชันพิษกลืนโลกาจะยังไม่สามารถใช้พิษระดับจักรพรรดิได้แต่มันก็เป็ศาสตราวุธระดับจักรพรรดิ! มันย่อมดีกว่าศาสตราวุธระดับปรมาจารย์อย่างแน่นอน เด็กหนุ่มยิ้มร่าตลอดทางความสุขที่เขามีมันแผ่ซ่านจนบูลเบลสามารถััถึงได้ ความรู้สึกหงุดหงิดพุ่งพรวดแต่เธอทำได้แค่เก็บมันไว้เท่านั้นถึงกระนั้นหญิงสาวยังรอให้บัลลังก์เคลื่อนที่ออกเพื่อให้เปิดทางให้ขึ้นอยู่ข้างบน เธอกลับมีความห่วงใยเล็กๆแฝงอยู่ในทุกการกระทำและแน่นอนกาติรัสล้วนััได้ถึงมัน
ชายหญิงล้วนเดินข้างกันตลอดเส้นทางด้วยส่วนสูงของกาติรัสที่สูงพอสมควรเขาสูงประมาณ 1.93เมตรเนื่องจากเขามีร่างกายกึ่งอันเดดการเติบโตของเด็กหนุ่มล้วนไม่อาจเทียบเคียงกับเด็กหนุ่มธรรมดาทั่วไปและบูลเบลที่สูง 1.71เมตรเนื่องด้วยองค์จักรพรรดินั้นสูงเป็ทุนเดิมทำให้เื่ที่เธอสูงขนาดนี้ั้แ่อายุ14ปีล้วนไม่แปลกประหลาดเลยสักนิด ด้วยความสูงที่แตกต่างทำให้ศีรษะของเธออยู่เทียมไหล่ของเขาเท่านั้นเอง หนึ่งบุรุษดูสง่างามและน่าเคารพบรรยากาศรอบกายเขาราวกับาาผู้สูงส่งในขณะที่หนึ่งสตรีช่างเ็าแต่กลับน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
พวกเขาเดินด้วยกันมาตลอดทางก่อนจะมาถึงจุดหมาย "ลานกว้างหน้าพระราชวัง"
กาติรัสพลันเรียกใช้ดินแดนอนันตกาล "นำัทมิฬออกมา"
วิ้ง วิ้ง วิ้ง
กร๊าซซซซซซ
ห้วงอากาศพลันฉีกขาดก่อนปรากฏเรือนร่างสุดใหญ่มหึมามันโพล่งออกมาจากความว่างเปล่าพลางสองปีกสยายกว้างออก ปีกที่กว้างขวางพลันกระพือเป็จังหวะค่อยๆส่งร่างอันใหญ่โตโอฬารสูงขึ้นจากระดับพื้นดินเรื่อยๆ าแที่เคยได้รับเริ่มจางลงอย่างน่าเหลือเชื่อยามแรกที่พวกเขาพบกันมันเป็าแที่สาหัสเอามากๆ แต่ไม่นับเป็อะไรเมื่อเทียบกับการฟื้นฟูของั
นี่หรือการฟื้นฟูของัสมกับเป็เผ่าพันธุ์ั้แ่า
ฟิ้ว ~~~
กาติรัสพลันส่งแรงถีบร่างของตนลอยขึ้นไปในอากาศเพียงการะโแค่ครั้งเดียวมันกลับส่งร่างของเด็กหนุ่มขึ้นสูงไปยังฟากฟ้าถึงสามพันเมตร เป็พลังขาที่ไม่อาจดูถูกได้จริงๆ
ภายในภวังค์แห่งความคิดน้ำเสียงใสและนุ่มละไมพลันดังขึ้น "ร้ายกาจจริงๆนะเ้าคะ" เดซี่กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมันบ่งบอกว่าเธอก็ไม่ได้เป็คนดีสักเท่าไหร่แต่ดูราวกับเป็ผู้ที่อยู่เป็ซะมากกว่า
"ฮ่าๆๆๆ...ก็ข้าไม่ได้ผิดคำสัตย์จริงๆ" กาติรัสกล่าวเสียงเรียบ
ก่อนเด็กหนุ่มจะลูบเกล็ดมันแววพลางเอ่ยขึ้น "ไปยังใจกลางของสี่ราชอาณาจักร"
"ตามพระบัญชานายเหนือหัวแห่งข้า"
สิ้นเสียงัทมิฬพลันกระพือปีกอันกว้างใหญ่และส่งร่างอันมหึมาของตนทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วระดับนี้เพียงสิบนาทีก็ถึงใจกลางของสี่ราชอาณาจักรเป็แน่แท้
สิบลมหายใจผ่านไปร่างัอันใหญ่โอฬารทิ้งห่างไปไกลจนสุดลูกหูลูกตาไร้สิ้นคำอำลาหรือกล่าวอวยชัย บูลเบลพลันกระทืบพื้นอีกคราก่อนเอ่ยอย่างหงุดหงิด "เ้ามันบ้า! บ้าจริงๆ!!...ข้าอุส่าเดินมาส่งแต่ไม่มีกระทั่งคำอำลา!!!...เ้าไม่เห็นสาวน้อยคนนี้ในสายตาเลยรึไง!!!" น้ำเสียงโกรธเคืองแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยที่มากล้น
ใบหน้าบูลเบลแปรเปลี่ยนเป็เรียบเฉยและเ็าราวกับน้ำแข็งพันปีอย่างที่ตนเคยเป็ ระยะเวลาล่วงเลยมาถึง 5นาทีแล้วที่เธอยังคงยืนค้างอยู่ที่เดิมราวกับรูปปั้นราวกับกำลังคิดถึงอะไรบางอย่างก่อนปากจะเริ่มขยับ "ขอพระพรแห่งวินเทอร์เฟียจงสถิตอยู่แก่เ้า" น้ำเสียงโศกเศร้าอย่างหาที่ไปไม่ได้ก่อนอิสตรีน้อยจากเดินกลับเข้าสู่พระราชวัง
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:5,013 พลังกาย:60,235 พลังเวทย์:619,860