ตอน 20 สถานที่ปริศนา
ยามห้าย (亥:hài) 21.00 - 22.59 น. หลายชั่วยามผ่านไปกระทั่งดวงอาทิตย์มืดดับ ท้องฟ้าไร้แสงเงา จะเห็นก็เพียงแต่ดวงจันทร์ใหญ่กลมโต ทอแสงนวลลออให้คนเฝ้ามองคลายเหงาแต่สำหรับจ้านจวิ้นมันกลับไม่ใช่ ค่ำคืนนี้ถึงเวลาที่เขาต้องออกสะสางภารกิจหลังจากที่เอาแต่งุ่นง่วนอยู่กับเื่ในวัง
"นายท่านขอรับ... ถึงเวลาแล้ว"หูป๋อเข้ารายงานตักเตือนผู้เป็นาย
"อืม... ตำหนักของข้าฝากเ้าเป็หูเป็ตาด้วย ชิงหนียนนางหลับแล้วใช่หรือไม่"จ้านจวิ้นที่แต่งชุดดำสวมหน้ากากทองบดบังรูปโฉม เปล่งเสียงเข้มๆไถ่ถามก่อนจะจากไป
"เรียบร้อยดีขอรับ"
จ้านจวิ้นลักลอบออกจากวังหลวงในยามกลางดึกมุ่งหน้าไปยังโรงพนันอี๋หง... ด้านหน้าดูเหมือนจะเป็แหล่งมั่วสุมของคนเลว...แต่หารู้ไม่ว่าเบื้องล่างของโรงพนันอี๋หง เป็แหล่งกบดานของกองพลชั้นดีที่จ้านจวิ้นจงใจรวบรวมไว้หลายปี
ณ โรงพนันอี๋หง
เป็เวลานานเกือบปีที่จ้านจวิ้นไม่ได้ออกมาสอดส่องสั่งการความเรียบร้อยด้วยตัวเองที่นี่กลายเป็เหมือนแหล่งรวบรวมผี ชายฉกรรจ์หลายคนดื่มกินทั้งวันทั้งคืนเมาหัวราน้ำ อีกทั้งยังเอาทาสสาวไร้บ้านมาบำเรอกามผู้คนเข้าออกพลุกพล่านไร้กฎระเบียบ ไหเหล้าวางเรี่ยราด กลิ่นเหม็นสาบคลุ้งน่าสะอิดสะเอียน
"นี่มันอะไรกันเกิดเื่โสโครกพันนี้ในโรงพนันของข้าได้อย่างไร"ทันทีที่จ้านจวิ้นไปถึงเขาตบหน้าตักเสียงดัง นั่งเท้าพาดหัวโต๊ะบนแท่นด้วยมาดโก้ของผู้เป็ใหญ่
"ห่ะ นายใหญ่ นายใหญ่มาแล้ว...พวกเขาเก็บของให้เข้าที่"เสียงผู้คุมโรงพนันสั่งสอนลูกน้องอย่างสั่นเครือััได้ถึงความหวาดกลัวทั้งที่เขาเป็ชายที่ร่างกำยำแท้ๆ
"กองกำลังพลของข้าอยู่ที่ไหนเหตุใดละเลยให้เละเทะขนาดนี้" จ้านจวิ้นหัวจะปวดแสนกลุ้มใจเมื่อเห็นสภาพสถานที่กบดานกองกำลังที่ตนตั้งใจสร้างเสียงอันหนักแน่นของเขาที่ตะเบ็งออกไป ทำเอาทุกคนกลัวจนหัวหดการปรากฏตัวของนายใหญ่ในครั้งนี้ดั่งยมทูตเดินดิน ผู้ตัดสินความตายของคน
"กองกำลังพลของข้า จงออกมารายงานตัว"ทันทีที่สิ้นสุดเสียงหนักๆชายร่างกำยำจำนวนมากออกมายืนเรียงหน้ากันอย่างพร้อมเพรียงจากชั้นใต้ดินจับกุมพวกคนชั่วที่ล้างผลาญโรงพนัน กระทำเป็แหล่งมั่วสุม
"ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าที่นี่เปิดโรงพนันบังหน้าให้เป็แหล่งมั่วสุมแค่ในนามเท่านั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนอื่นเข้าใกล้ไหนเลยจะคิดว่าเ้าจะคิดหาประโยชน์จัดแจงเป็แหล่งมั่วสุมเก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง "จ้านจวิ้นพูดด้วยน้ำเสียงเป็จริงเป็จัง สั่งสอนเดนคนทั้งหมดนั่นพร้อมให้ลากออกไปเฆี่ยนตี เป็เยี่ยงอย่างให้หลาบจำ
"นายใหญ่ขอรับ... ข้าผิดไปแล้ว"ผู้คุมโรงพนันอี๋หง คลานเข่าเข้ากอดขาจ้านจวิ้น
"ลากพวกมันออกไปสั่งสอนให้เข็ดหลาบส่วนเ้าอยู่ที่นี่ก่อน ข้ามีเื่จะพูดคุยเป็การส่วนตัว"จ้านจวิ้นผู้ที่ทำมาดขรึมอยู่ใต้หน้ากากสีทองด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเืทำเอาผู้คุมโรงพนันผู้ร่างกำยำขนลุกซู่ เนื้อตัวสั่นระริก
"นะ นายใหญ่... มีเื่อะไรจะไถ่ถามหรือขอรับ"ผู้คุมโรงพนันเปล่งน้ำเสียงแหบแห้งพร้อมกับสั่นเครือกายจนฟังใจความได้ไม่เป็ภาษา
"หลานฮวา... สตรีชื่อนี้มีหรือไม่!"จ้านจวิ้นกำกระดาษม้วนนั้นไว้ในมือ ซึ่งเป็กระดาษข้อมูลของโรงพนันทั้งหมดที่ผู้คุมคนนี้จัดสรรอย่างลับๆ
"มะ มะ ไม่เคยมีสตรีชื่อนี้ขอรับนายใหญ่..."เขากลัวจนตัวสั่น แม้ปากจะบอกว่าไม่มีแต่สีหน้าท่าทางแสดงให้เห็นชัดแจ้งทีเดียวว่าต้องมีเบื้องลึกเื้ัอะไรที่เขาปิดบังไว้อยู่
"หึ...ถ้าไม่มีสตรีชื่อนี้แล้วภาพวาดในกระดาษม้วนนี้มันคืออะไร!!" จ้านจวิ้นฟาดม้วนกระดาษลงบนหัวผู้คุมโรงพนันอย่างแรงพร้อมยกมือบีบรัดกามทั้งสองข้างของเขาด้วยฝ่ามือเดียวมืออีกข้างหวดตบอย่างไร้ความปรานี...
"ในเมื่อเ้าไม่ยอมรับ ข้าจะไม่บีบเค้นการได้เห็นคนเลวอย่างเ้ามีเื ข้าสะใจจริงๆ"จ้านจวิ้นอยากสลัดคนชั่วออกไปเต็มที แต่เขายังต้องไว้ชีวิตชายคนนี้เพราะสิ่งที่สงสัยยังไม่กระจ่างแจ้งสักเท่าไหร่
หลังจากเก็บกวาดเดนคนจนหมดจ้านจวิ้นรีบปลีกตัวกลับวังในกลางดึกการไปการมาของเขามักจะสร้างความประหลาดใจให้ผู้คนไม่น้อยเพราะเขาไม่เคยเอ่ยบอกผู้ใดล่วงหน้า ดังนั้นวิธีนี้จับผิดคนได้ดี
จ้านจวิ้นสลัดคราบคุณชายตาบอดออกไปทุกครั้งกลายเป็มือสังหารชุดดำ ผู้สวมหน้ากากทองอำพลางใบหน้าด้วยเหตุที่ว่าเขาชำนาญทางเข้าออกรอบวังเป็อย่างดี ต่อให้มีทหารเวรยามนับร้อยก็ไม่อาจจับเขาได้... จ้านจวิ้นลัดเลาะไปตามเส้นทางเดิมหวังกลับเข้าตำหนักพู่หยวนอย่างแเี...
ไหนเลยจะคิดว่า เขาจะต้องมาเจอสิ่งผิดปกติอีกอย่างที่แสนน่าสงสัย เมื่อภาพเบื้องหน้าเป็ฮองเฮาผู้สูงส่ง แอบทำตัวลับๆล่อๆกับสตรีนอกวังผู้หนึ่ง
"ฮองเฮา เป็ถึงแม่ของแผ่นดิน...เหตุใดมายังสถานที่รกร้างท้ายวัง อีกทั้งนางมาเพื่อพบใครผู้หนึ่ง"...เขาแอบมองเงียบๆและวิเคราะห์เหตุการณ์อย่างชาญฉลาด
"ห่ะ... นั่นมันอะไรกัน"จ้านจวิ้นเห็นกับตาว่าฮองเฮามอบถุงเงินเพื่อแลกกับสิ่งของบางอย่างที่สตรีนอกวังเป็คนยื่นให้หลังจากรับของมาแล้ว จ้านจวิ้นพบว่าฮองเฮามีท่าทีร้อนรนไม่เป็ตัวของตัวเองพวกเขาไม่พูดคุยกันมากความ ราวกับว่าเคยกระทำมาหลายครั้งแล้ว
"ไม่ได้ ข้าจะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปไม่ได้"จ้านจวิ้นจับตามองสตรีปริศนาผู้นั้นไม่ละสายตา เมื่อเห็นว่าพวกเขาแยกกันแล้วจ้านจวิ้นรีบเร่งตามไป ดักหน้าสตรีผู้นั้นนอกเขตรั้ววัง
"แม่นาง... บอกข้ามาสิ่งที่อยู่ในกำมือของเ้าคืออะไร " จ้านจวิ้นยืนดักรออยู่แล้วทันทีที่นางเดินผ่านเขาเพียงแค่เปล่งเสียงเนิ่บๆอย่างใจเย็นราวกับว่าไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว ทั้งที่สตรีนางนั้นกลัวจนตัวสั่น
"ในมือข้าไม่มีอะไรทั้งนั้น "
"แล้วเ้าเป็ใครน่ะ "สตรีนางนั้นรีบเอาของซ่อนไว้หลังเอว พร้อมเปล่งเสียงสั่นระส่ายออกมาทั้งที่อากาศในยามค่ำคืนเย็นเฉียบ นางกลับมีเหงื่อไหลฝดออกมา
"ยามค่ำคืนที่ดึกดื่น กระทั่งนกน้อยยังนอนในรังข้าเป็มหาบุรุษ อีกทั้งยังเป็นักฆ่าออกสังหารคนไม่แปลกแม้แต่น้อยที่จะออกมาเดินเตร็ดเตร่ที่นี่... ส่วนเ้า... เป็สตรีแท้ๆเหตุใดออกมาเที่ยวเดินในยามค่ำคืน มันช่างน่าสงสัยนัก"เพียงคำพูดของเขาสิ้นสุดลง สตรีนางนั้นเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย อดกลั้นสูดลมหายใจวิ่งมุ่งหน้าไปตามทางที่ยาวไกล
"คิดว่าจะหนีข้าพ้นงั้นเหรอแค่สตรีนางเดียวไม่คณามือข้าหรอก" จ้านจวิ้นยืนกอด-อกแสยะยิ้มมุมปากพูดพึมพำออกมา ก่อนจะใช้กำลังภายในสปริงตัวขึ้นวิ่งบนหลังคาเรือนติดตามตัวนาง
"หึ ในที่สุดข้าก็จับตัวเ้าได้ดูซิว่าจะเ้าทำเื่สกปรกอะไร"จ้านจวิ้นกระชากของสิ่งนั้นจากเนื้อตัวนาง...
"บอกข้ามาซะนี่มันคืออะไร"จ้านจวิ้นชูของสิ่งนั้นแสดงต่อหน้านาง
"หึ ฝันไปเถอะ ให้ตายข้าก็ไม่พูด"แม่นางผู้แสนภักดี กัดลิ้นตัวเองตายคาที่
"โถ่เว้ย นี่มันอะไรกัน"จ้านจวิ้นทิ้งร่างนางลงกระแทกพื้น จะเก็บไว้ก็เพียงของในห่อกระดาษนั่น
**********
ณ ตำหนักพู่หยวน
"องค์ชายขอรับ เหตุใดครั้งนี้ถึงได้กลับช้านักข้าคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านแล้วซะอีก" หูป๋อเป็เดือดเป็ร้อนกลัวจ้านจวิ้นจะไม่ปลอดภัย หากเขาไม่เห็นผู้เป็นายกลับมาแน่นอนว่าราชองครักษ์ผู้ภักดีนั่งไม่ติดที่แม้แต่วินาทีเดียว
"ข้าได้เบาะแสสำคัญ...ของสิ่งนี้มันจะช่วยให้ข้าเปิดโปงฮองเฮาได้เร็วขึ้น"จ้านจวิ้นไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ เขารีบนั่งลงบนโต๊ะน้ำชามืออีกข้างดันเปลวไฟจุดลงบนตะเกียงพอให้มีแสงสว่างริบหรี่
"ของบางอย่างในหีบห่อนี้น่าสงสัยไม่น้อยระหว่างที่ข้ากลับมานั้น พบฮองเฮาใช้เงินจำนวนมากจ่ายเพื่อให้ได้มันมา...เอาล่ะข้าจะดูให้เห็นแจ้งว่ามันคืออะไรกันแน่"จ้านจวิ้นค่อยๆเปิดมันออกอย่างระมัดระวัง ทันทีที่เห็นเนื้อของด้านในหูป๋อถึงกับตาเหลือกโลน
"องค์ชายขอรับนี่มัน..."