ยามโพล้เพล้ แสงอาทิตย์เริ่มอัสดง
ก่อนที่ท้องฟ้าจะมืดสนิทลงอย่างสมบูรณ์ ในที่สุด กลุ่มของจ้าวฉงหย่วนที่นั่งรถม้าก็เดินทางมาถึงนอกเมืองโยวโจวอย่างช้า ๆ
จะว่าไปแล้ว ตลอดการเดินทางครั้งนี้ช่างสะดวกสบายยิ่งนัก ไม่เพียงไร้ซึ่งแรงสั่นะเื แต่ระยะทางที่ปกติควรใช้เวลาเดินทางหนึ่งวันกลับใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็มาถึงเสียแล้ว
"ฝ่าา ถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ก่อนที่จ้าวฉงหย่วนจะย่อยเนื้อวัวเสียบไม้ย่างในท้องได้หมด เสียงของหวังลี่ซื่อก็ดังขึ้นจากด้านนอกรถม้า
"มีอะไรน่าตื่นตูมกัน"
จ้าวฉงหย่วนส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ จากนั้นจึงเลิกม่านรถม้าขึ้น และเมื่อเขาเห็นเมืองั์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่ปลายขอบฟ้า จ้าวฉงหย่วนก็ถึงกับตกตะลึง
เขามองดูตัวเมืองที่อยู่ไกลออกไปด้วยความอึ้ง
นี่มันยังเป็เมืองโยวโจวเมืองเดิมอยู่อีกหรือ? ยังเป็เมืองโยวโจวที่ทรุดโทรมและมีกำแพงเมืองเตี้ย ๆ เมืองนั้นอยู่อีกหรือ?
นี่มันช่างรุ่งโรจน์และโอ่อ่า ยิ่งกว่าจิงตูซึ่งเป็เมืองหลวงของแคว้นต้าเฉียนเสียอีก
ภายใต้แสงยามโพล้เพล้ อิฐสีเขียวของกำแพงเมืองสะท้อนแสงอาทิตย์รำไร พร้อมกับความสูงที่สูงราวหกจั้ง กำแพงเมืองที่สูงใหญ่ขนาดนี้ อย่าว่าแต่เมืองเล็ก ๆ ชายแดนเลย แม้แต่กำแพงพระราชวังหลวงของพวกเขาก็ยังไม่สูงขนาดถึงเพียงนี้
และเมื่อดูจากประกายสีเทาเหล็กที่ซึมออกมาจากร่องอิฐ เห็นได้ชัดว่าหลังจากก่อกำแพงแล้ว ยังมีการเทน้ำเหล็กผสมปูนลงไปเพื่อให้กำแพงเมืองแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
นี่คือเมืองโยวโจวจริง ๆ หรือ?
หวังลี่ซื่อเบิกตากว้าง ปากอ้าค้างจนแทบจะยัดกำปั้นลงไปได้
เดิมทีคิดว่าถนนหินสีเขียวที่ทอดยาวไม่สิ้นสุดนั้นคือขีดจำกัดที่จ้าวติ้งทำได้แล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่านั่นจะเป็เพียงเื่เล็กน้อยเท่านั้น
หากมีเมืองที่แข็งแกร่งเช่นนี้ตั้งอยู่ ประกอบกับหน้าไม้กลที่มีระยะยิงไกลถึงหนึ่งลี้ซึ่งมีแต่ในกองทัพ ต่อให้ใช้กองทัพนับแสนล้อมเมืองไว้ ก็ไม่มีทางตีแตกได้
และขณะที่รถม้าเคลื่อนที่ต่อไป จะเห็นหอสังเกตการณ์ที่สูงไม่แพ้กำแพงเมืองเป็ระยะ ๆ ทั้งหมดสร้างด้วยอิฐและหิน เพื่อป้องกันการปีนป่ายหรือการใช้โซ่เหล็กเกี่ยวขึ้นไป ร่องอิฐด้านนอกทั้งหมดจึงถูกฉาบด้วยน้ำมันสนและปูนขาวจนไม่มีช่องว่างหลงเหลืออยู่ เมื่อมองดูทหารที่เดินตรวจตราบนหอสังเกตการณ์ และหน้าไม้ขนาดั์ที่เห็นได้ลาง ๆ
นี่อย่าว่าแต่แสนคนเลย ต่อให้เป็กองทัพสองแสนคนก็ตีไม่แตก ซ้ำร้ายหากบุกเข้ามาได้ครึ่งทาง คงถูกหน้าไม้ขนาดั์บนหอสังเกตการณ์ยิงจนกลายเป็ศพกองโต
อีกทั้งการจัดวางหอคอยเหล่านี้ยังมีความพิถีพิถันอย่างยิ่ง ต่างส่งเสริมซึ่งกันและกัน เมื่อประสานงานกันแล้วแทบจะไม่มีจุดบอดเลย
นั่นหมายความว่าหากคิดจะเข้าใกล้ป้อมเมืองโยวโจว เ้าต้องทำลายหอคอยเหล่านี้ทิ้งเสียก่อน ทว่าตำแหน่งของหอคอยเหล่านี้เกือบทั้งหมดล้วนอยู่ในระยะยิงของหน้าไม้กลและหน้าไม้ขนาดั์
"ฝ่าา นี่มันูเาทองชัด ๆ เลยพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อมองดูป้อมปราการที่แทบจะไร้ช่องโหว่ หวังลี่ซื่อก็เอ่ยกับจ้าวฉงหย่วนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ในฐานะขันทีคนสนิทของจ้าวฉงหย่วน ่ปีแรก ๆ เขาใช่ว่าจะไม่เคยไปค่ายทหาร และเพราะเคยไปค่ายทหาร จึงยิ่งเข้าใจว่าการสร้างป้อมปราการเช่นนี้ต้องใช้แรงงานและทรัพยากรมหาศาลเพียงใด
และไม่ใช่ว่าใครที่อยากจะสร้างในดินแดนของศัตรูแล้วจะสร้างได้ตามใจชอบ อาจกล่าวได้ว่าการสร้างป้อมปราการเช่นนี้ในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างโยวโจวนั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
ทว่าตอนนี้ จ้าวติ้งกลับทำได้ และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ ตำลึงเงินที่ใช้ในการสร้างถนนหินสีเขียวนั้น กลายเป็เพียงเื่เล็กน้อยไปเลย เทียบกันไม่ได้เลยสักนิด
ไม่ใช่แค่หวังลี่ซื่อที่อึ้ง แม้แต่เอ้อร์หวาจื่อและเหล่าองครักษ์วังหลวงที่ติดตามจ้าวฉงหย่วนมา ในตอนนี้ก็ยืนบื้ออยู่กับที่ แต่ละคนมองดูทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
สำหรับพวกเขาที่เป็ทหารแล้ว สิ่งนี้มันช่าง... เรียกได้ว่าเป็ป้อมปราการที่แข็งแกร่งดุจปราการเหล็ก
หากอยู่ข้างใน ขอเพียงเป็คนที่ผ่านการฝึกฝนมาบ้างก็สามารถกล่าวได้ว่ามีความกล้าหาญที่คนนับหมื่นก็มิอาจต้านทาน
ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
และภายใต้ป้อมปราการที่แข็งแกร่งนี้ ย่อมต้องมีเครือข่ายการคมนาคมใต้ดินที่ยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งจะช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกันกับภายในเมือง
ขอเพียงเสบียงในเมืองมีเพียงพอก็แค่รอเวลาถ่วงเวลาไป และหากศัตรูไม่ยอมสูญเสียทหารหลายแสนนาย ย่อมไม่มีทางตีโยวโจวแตกได้อย่างแน่นอน
"เ้าเด็กนี่ขนท้องพระคลังหลวงของเจิ้นไปจนเกลี้ยงแล้วหรือ?" จ้าวฉงหย่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ฝ่าา ท้องพระคลังหลวงของพวกเราก็ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้นนะพ่ะย่ะค่ะ" หวังลี่ซื่อตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเช่นกัน
"หุบปาก" จ้าวฉงหย่วนถลึงตาใส่
เ้ากล้าเผยความลับของข้าแบบนี้เชียวหรือ?
"เข้าเมือง" จ้าวฉงหย่วนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะดึงสติกลับมาแล้วสั่งทันที
ส่วนหวังลี่ซื่อที่อยู่ด้านนอกรถม้าก็ไม่กล้ารอช้า สะบัดแส้ม้า
เพียะ!
รถม้าก็พุ่งทะยานไปยังเมืองโยวโจวอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน บนป้อมเมืองโยวโจว ผู้ที่รับหน้าที่สังเกตการณ์ได้ะโบอกคนที่อยู่ด้านล่างป้อมเสียงดัง
"เ้าหมูอ้วน... อ้อ ไม่ใช่ แขกผู้มีเกียรติมาถึงแล้ว!" สิ้นเสียงของชายผู้นั้น
พรึ่บ!
ป้ายผ้าแผ่นใหญ่สีแดงสองผืนก็ถูกปล่อยลงมาจากป้อมเมือง
ผืนซ้ายเขียนว่า '์แห่งการซื้อขาย โยวโจวบนโลกมนุษย์!'
ผืนขวาเขียนว่า 'ซื่อสัตย์ต่อทุกวัย ของปลอมคืนเงินหมื่นเท่า!'
ตรงกลางมีคนสองคนช่วยกันดึงป้ายผ้าแผ่นใหญ่ที่สุดขึ้นมาอีกผืน ซึ่งเขียนไว้ว่า 'รับรองโดยราชวงศ์ รับประกันคุณภาพ' ตัวอักษรสีทองอร่าม
แม้ว่าพวกหวังลี่ซื่อจะยังอยู่ห่างจากเมืองโยวโจวหลายร้อยจั้ง ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
"ฝ่าาดูสิพ่ะย่ะค่ะ เมืองโยวโจวช่างต้อนรับแขกอย่างอบอุ่นยิ่งนัก พวกเรายังไปไม่ถึง ป้ายผ้าต้อนรับก็ถูกแขวนขึ้นมาแล้ว" หวังลี่ซื่อะโด้วยความตื่นเต้น
จ้าวฉงหย่วนก็หัวเราะร่า "สมกับที่เป็ลูกข้า มีความคิดสร้างสรรค์เช่นนี้จริง ๆ "
กลุ่มคนเดินทางมาถึงใต้ประตูเมืองอย่างรวดเร็ว
เ้าหน้าที่ที่รับหน้าที่เฝ้าประตูเมืองสองสามคนรีบเดินเข้ามา "ทุกท่าน ข้าน้อยเป็ผู้เฝ้าประตูเมืองโยวโจว ทราบดีว่าพวกท่านเป็พ่อค้าที่มาจากแคว้นต้าเฉียน แต่ตามระเบียบการปฏิบัติงาน ขอให้ทุกท่านแสดงเอกสารทางการของแคว้นต้าเฉียนด้วยขอรับ"
หวังลี่ซื่อไม่พูดพร่ำทำเพลง ล้วงเอาเอกสารทางการที่มีตราประทับออกมาจากแขนเสื้อส่งให้เ้าหน้าที่เฝ้าประตู
เ้าหน้าที่รับเอกสารไปตรวจสอบความถูกต้องจากนั้นจึงพยักหน้า แล้วมองไปยังดาบประจำกายที่เอ้อร์หวาจื่อและคนอื่น ๆ พกอยู่ พร้อมเอ่ยว่า "โปรดถอดดาบประจำกายออกด้วยขอรับ"
"นี่หมายความว่าอย่างไร?" หวังลี่ซื่อมองเ้าหน้าที่ด้วยความไม่เข้าใจ
ในที่อื่น ๆ ของแคว้นต้าเฉียน ล้วนสามารถพกอาวุธเข้าเมืองได้ เหตุใดพอมาถึงโยวโจวกลับทำไม่ได้?
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังลี่ซื่อ เ้าหน้าที่ที่เป็หัวหน้าซึ่งเดิมทีมีใบหน้าเ็าก็เปลี่ยนเป็สีหน้ากระตือรือร้นทันที พร้อมยิ้มแล้วกล่าวว่า "ทุกท่านเพิ่งมาครั้งแรกจึงอาจไม่ทราบ สภาพแวดล้อมในโยวโจวของพวกเรานั้นซับซ้อน ในแต่ละวันมีผู้คนผ่านทางมากมาย หากปล่อยให้ทุกคนพกอาวุธเข้าเมือง หากเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้นมา พวกข้าน้อยจะจัดการได้ลำบาก ดังนั้นเพื่อประสบการณ์การซื้อขายของพ่อค้าท่านอื่น ๆ ในเมือง ขอให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านถอดอาวุธไว้ที่นี่ด้วยขอรับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังลี่ซื่อก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า "ความคิดของเ้านี่ช่างรอบคอบยิ่งนัก"
"ความจริงไม่ใช่พวกข้าน้อยที่คิดขึ้นมาหรอกขอรับ แต่เป็คำสั่งจากเยียนอ๋องของพวกเรา ในเมื่อเบื้องบนสั่งมา พวกข้าน้อยก็ต้องทำตามขอรับ" เ้าหน้าที่ผู้นั้นยังคงยิ้มอย่างกระตือรือร้น
เมื่อได้ยินคำพูดของเ้าหน้าที่ จ้าวฉงหย่วนที่อยู่ในรถม้าก็พยักหน้าเบา ๆ หวังลี่ซื่อเข้าใจได้ในทันที
เขาส่งสายตาเป็สัญญาณให้เอ้อร์หวาจื่อและคนอื่น ๆ ถอดดาบประจำกายส่งให้เ้าหน้าที่เฝ้าเมือง จากนั้นกลุ่มคนก็เคลื่อนขบวนเข้าสู่เมืองโยวโจวอย่างยิ่งใหญ่
และหลังจากที่พวกหวังลี่ซื่อเข้าเมืองโยวโจวไปแล้ว บนป้อมเมืองที่มีเ้าหน้าที่เฝ้ายามคนหนึ่งก็กระซิบสั่งคนที่อยู่ด้านหลังเบา ๆ ว่า
"เ้าหมูอ้วนถอดอาวุธแล้ว แจ้งลงไปได้เลย เชือดได้ตามสบาย!"