หลี่หมัวมัวเบิกตากว้าง ยังไม่ทันเปล่งเสียงร้องก็ถูกองครักษ์ลากตัวออกไป
พระชายาหลิงอ๋องรีบก้าวเท้าเข้าไปในห้อง คว้าจื่อตงเฉ่าที่ห่ออยู่ แล้วรีบรุดไปยังเรือนชูอวิ๋น
ภายในจวนหลิงอ๋องยามดึกเงียบสงัด นกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ส่งเสียงร้องประหลาด ทำลายความเงียบงันของราตรี
แม้ว่าจะมีสาวใช้สองคนถือโคมไฟนำทาง แต่พระชายาหลิงอ๋องก็ยังสะดุดล้มไปหลายครั้งกว่าจะมาถึงเรือนชูอวิ๋น
จี้หมัวมัวยืนอยู่ที่หน้าประตูเรือน พอเห็นพระชายาหลิงอ๋องใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเหงื่อเย็นโชกตัว นางก็อดชื่นชมซูอิ่นเย่ว์ในใจไม่ได้ ว่าหญิงสาวคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำจริงๆ
จี้หมัวมัวไม่ยอบกายทำความเคารพ เพียงแค่แย้มยิ้มเล็กน้อยอย่างไร้พิรุธ “ซื่อจื่อให้ข้ามารอที่นี่ คาดไม่ถึงว่าพระชายาจะมาเอง”
หัวใจของพระชายาหลิงอ๋องหล่นวูบ ขาอ่อนแรงจนแทบทรุด นางพยายามฝืนยิ้มกล่าว
“ข้าเพิ่งทราบว่าคนรับใช้ต่ำต้อยในจวนกล้าขโมยของของเฟิงเอ๋อร์ จึงรีบสั่งให้ลงโทษปะาชีวิตทันที ล้วนเป็เพราะข้าสั่งสอนไม่ดี!”
กล่าวจบ นางยื่นผ้าเช็ดหน้าที่ห่อจื่อตงเฉ่าอยู่ไปให้ แต่สายตาของพระชายาหลิงอ๋องกลับจับจ้องจี้หมัวมัวแน่น ราวกับพยายามค้นหาจุดพิรุธจากนาง
จี้หมัวมัวไม่ได้รับของไว้ กลับขยับไปยืนด้านข้างแทน “คนของพระชายาขโมยของของซื่อจื่อ เื่นี้ไม่ใช่เื่เล็ก ซื่อจื่อยังโกรธมาก เมื่อครู่ออกไปเดินข้างนอกอยู่สักพักกว่าจะสงบลงได้ พระชายาควรเป็ผู้คืนของให้เอง พร้อมทั้งขอขมาซื่อจื่อ”
มือเท้าของพระชายาหลิงอ๋องเย็นเฉียบ ในห้องหลักสว่างไสวด้วยแสงเทียน ประตูเปิดกว้าง
หากจี้หมัวมัวมีท่าทีขัดขวาง นางคงยังสงสัยว่าฉู่จี้เฟิงวางแผนบางอย่าง แต่ตอนนี้กลับเปิดทางให้นางเข้าไปโดยตรง ความสงสัยของนางจึงหายไปทันที แต่นึกถึงสภาพศพอันโหดร้ายของสวีชิงหย่วนขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ เือุ่นๆ ยังคงกระเซ็นติดอยู่บนใบหน้าของนาง ทำให้นางทั้งหวาดกลัวและสะอิดสะเอียน
ทั้งหมดเป็ความผิดของหลี่หมัวมัวที่ขโมยสมุนไพรไป ทำให้นางต้องเดือดร้อนไปด้วย!
จี้หมัวมัวเห็นพระชายาหลิงอ๋องยังยืนนิ่งอยู่ จึงเร่งเร้า “พระชายา เชิญด้านในเถิด”
พระชายาหลิงอ๋องหน้าตื่นตระหนก นางปลดกำไลทองฝังพลอย หย่อนลงในมือของจี้หมัวมัวพร้อมกับห่อผ้า
“ช่วยข้าสักครั้งเถิด!” นางกระซิบเสียงเบา
คืนนี้หากนางก้าวเข้าไปในเรือนชูอวิ๋น เกรงว่าคงไม่มีวันได้เดินออกมาอีก!
จี้หมัวมัวสีหน้าไม่เปลี่ยน นางลองชั่งน้ำหนักกำไลทองก่อนจะเก็บใส่แขนเสื้อ
“พระชายาถูกบ่าวชั้นต่ำทำให้เดือดร้อน บ่าวจะอธิบายให้ซื่อจื่อเข้าใจเอง” จี้หมัวมัวกล่าว
พระชายาหลิงอ๋องรีบพยักหน้า รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย
เมื่อจี้หมัวมัวปิดประตูเรือน พระชายาหลิงอ๋องก็เปลี่ยนสีหน้าเป็เ็า นางเหลือบมองกำแพงสูงของเรือนชูอวิ๋น ก่อนจะแค่นเสียงเยาะ
นางไม่จำเป็ต้องเสี่ยงเข้าไปสำรวจเอง ย่อมมีคนทำแทนให้
ซูอิ่นเย่ว์สวมชุดคลุมไหมสีแดงที่ดูไม่พอดีตัว ไหล่ข้างหนึ่งเผยออกมาเล็กน้อย นางนั่งอยู่บนเก้าอี้ สั่งการให้สาวใช้สองคนทำความสะอาดและปิดแผลให้ตน
สาวใช้สองคนนั้นมีอายุไล่เลี่ยกับซูอิ่นเย่ว์ ชื่อเซียงเถาและเซียงสี่ ทั้งคู่ทำงานอย่างคล่องแคล่ว
ขณะนั้นเอง จี้หมัวมัวเร่งฝีเท้ากลับเข้ามาในห้องหลัก กล่าวขึ้นว่า “พระชายาซื่อจื่อ แผนลวงเมืองของท่านได้ผลจริงๆ พระชายาหลิงอ๋องไม่กล้าเข้ามาเลย”
ซูอิ่นเย่ว์ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ได้จื่อตงเฉ่ามาหรือไม่”
สาวใช้ทั้งสองช่วยกันพันแผลให้นางจนเรียบร้อย ก่อนจะช่วยนางแต่งกายให้เรียบร้อย
“ได้มาแล้ว วันนี้ต้องขอบคุณพระชายาซื่อจื่อจริงๆ พระชายาหลิงอ๋องยังให้กำไลทองมาอีกวงหนึ่ง ฝากให้ท่านจัดการ” จี้หมัวมัวยื่นสมุนไพรและกำไลทองให้ซูอิ่นเย่ว์ นางเห็นหีบสินเดิมของซูอิ่นเย่ว์เมื่อเช้านี้ แต่ไม่มีเครื่องประดับมีค่าชิ้นใดอยู่เลย
จี้หมัวมัวรู้สึกสงสาร นางเป็คุณหนูที่ดีแท้ๆ กลับถูกคนตระกูลซูรังแกถึงเพียงนี้ ดังนั้นเมื่อพระชายาหลิงอ๋องมอบกำไลให้ จี้หมัวมัวจึงไม่ได้คิดจะเก็บไว้เอง แต่เลือกที่จะส่งต่อให้ซูอิ่นเย่ว์แทน
ซูอิ่นเย่ว์ไม่กล้ารับความดีความชอบ ทั้งหมดนี้เป็เพราะชื่อเสียงด้านความโเี้ของฉู่จี้เฟิงที่ทำให้พระชายาหลิงอ๋องหวาดกลัว
นางเดิมทีไม่คิดจะรับของนี้ แต่เมื่อนึกถึงว่าตัวเองไม่มีเงินติดตัว จึงรับน้ำใจของจี้หมัวมัวไว้
หญิงสาวหันไปมองจื่อตงเฉ่าอีกครั้ง เมื่อตรวจสอบว่าไม่มีปัญหา ก็สั่งให้จี้หมัวมัวรีบไปต้มยา
ยาต้มยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก ซูอิ่นเย่ว์จึงสั่งให้สาวใช้ทั้งสองกลับไปพักผ่อน รอจนรุ่งเช้าค่อยกลับมารับใช้
เทียนส่วนใหญ่ในห้องถูกดับไปแล้ว แสงเทียนที่เหลืออยู่สลัวริบหรี่ ซูอิ่นเย่ว์หาของอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเจอกริชที่ใช้เมื่อคืน
นางกำกริชแน่นแล้วขึ้นไปบนเตียง ก้มลงไปข้างกายฉู่จี้เฟิง
ที่จริงแล้ว นางไม่ได้เป็คนมีเล่ห์เหลี่ยมมากนัก แต่สองวันนี้นางต้องเอาชีวิตรอดภายใต้คมกระบี่ จึงต้องระมัดระวังเป็พิเศษ
ทว่านางมัวแต่ระแวดระวังมากเกินไป จึงไม่ทันสังเกตว่าคิ้วของฉู่จี้เฟิงที่นอนอยู่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
แล้วก็เป็ไปตามคาด เพียงผ่านไปหนึ่งถ้วยชา ก็มีชายชุดดำแอบย่องเข้ามาในห้องหลัก
ชายชุดดำย่างเท้าเบาๆ ค่อยๆ เข้าใกล้เตียง
ซูอิ่นเย่ว์กลั้นหายใจด้วยความตึงเครียด นางเผลอกำกริชในมือแน่นขึ้นกว่าเดิม ตั้งใจว่าเมื่อชายคนนั้นเปิดม่านเพื่อตรวจสอบ จะจู่โจมเขาโดยไม่ให้ทันตั้งตัว
แต่ใครจะรู้ว่าชายชุดดำกลับไม่ทำตามที่คาดไว้ เขาไม่ได้เปิดม่านดู แต่กลับชักกระบี่ออกมาและฟันลงไปที่เตียงโดยตรง!
กระบี่ฟาดลงมาด้วยพลังมหาศาล เพียงหนึ่งกระบี่ก็สามารถปลิดชีวิตได้ทันที!
ในชั่วพริบตา นางไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร แต่บุรุษที่ควรจะนอนป่วยอยู่กลับลุกขึ้นมาทันที รวบตัวนางไว้แล้วพานางถอยไปด้านข้าง
ชายชุดดำพลาดเป้าหมาย แต่ม่านและผ้าห่มถูกฟันจนเศษนุ่นปลิวกระจาย
“ไม่มีคน?” ชายชุดดำดูเหมือนจะไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก้าวไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบ
ขณะนั้นเอง มีเสียงดังมาจากเงามืดด้านข้าง “เ้ากอดพอแล้วหรือยัง”
ชายชุดดำร่างกายแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะหันศีรษะไปมองโดยไม่รู้ตัว
ฉู่จี้เฟิงยืนอยู่ในชุดนอนพลิ้วไหว เท้าเปล่า สายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจมองหญิงสาวที่เกาะอยู่บนร่างของเขา
ซูอิ่นเย่ว์เพิ่งจะตั้งสติได้หลังจากหัวใจเต้นแรงไปหลายจังหวะ เมื่อได้ยินเสียงของฉู่จี้เฟิง นางจึงรีบปล่อยมือทันที แต่คาดไม่ถึงว่าขาของนางจะอ่อนแรงจนเกือบล้ม จึงต้องคว้าแขนบุรุษข้างๆ ไว้อีกครั้งเพื่อทรงตัว
ฉู่จี้เฟิงรู้สึกขบขัน กล่าวเย้า “เมื่อคืนยังเก่งไม่ใช่หรือ เหตุใดคืนนี้กลับไม่ไหวเสียแล้ว”
ซูอิ่นเย่ว์เงยหน้าจ้องเขาด้วยความไม่พอใจ “จะเหมือนกันได้อย่างไร! สวีชิงหย่วนทื่อและเชื่องช้า รับมือไม่ยาก! แต่ชายคนนี้มีพื้นฐานวรยุทธ์ แค่ฟันกระบี่เดียวก็ฆ่าข้าได้แล้ว!”
ชายชุดดำเห็นว่าทั้งสองคนไม่สนใจตนเอง จึงคิดฉวยโอกาสหลบหนี
แต่เพียงยกเท้าขึ้น ฉู่จี้เฟิงก็ส่งสายตาเย็นเยียบกดดันเขาทันที “ใครส่งเ้ามา?”
ชายชุดดำรู้ตัวว่าหนีไม่รอด จึงเลือกที่จะสู้ตาย ชักกระบี่ขึ้นแล้วพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง!
เดิมทีฉู่จี้เฟิงคิดจะตัดหัวของชายผู้นี้ แต่เมื่อนึกได้ว่ามีสตรีที่ขาอ่อนแรงอยู่ข้างๆ จึงเลือกใช้วิธีสังหารที่ดูสุภาพกว่า เขาตบเพียงฝ่ามือเดียวจนอีกฝ่ายล้มลงและทำลายชีพจรหัวใจ
เมื่อแน่ใจว่าศัตรูเสียชีวิตแล้ว ซูอิ่นเย่ว์ก็ถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงเื่สำคัญ นางมองฉู่จี้เฟิงด้วยความตกตะลึง “ทะ...ท่านฟื้นได้อย่างไร”
ตามหลักแล้ว พิษในหัวใจของเขายังไม่หมด ต้องดื่มยาต้มก่อนจึงจะฟื้นขึ้นมาได้
ฉู่จี้เฟิงไม่ได้มองนาง เขาเพียงนั่งลงบนตั่งนุ่มอย่างสบายใจ “มีคนหมายเอาชีวิตข้า ข้าย่อมต้องตื่นขึ้นมาเอง”
“ไม่ถูกต้องนี่นา! ในตัวท่านมีพิษถึงสามชนิด แม้ว่าข้าจะใช้เข็มฝังช่วยขับพิษจุ้ยเหรินหงออกไปแล้ว แต่มันก็ไม่มีเหตุผลที่ท่านจะฟื้นตัวเร็วขนาดนี้!” ซูอิ่นเย่ว์นับนิ้วพลางครุ่นคิด
ฉู่จี้เฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย “เ้า วินิจฉัยได้ว่าข้าถูกพิษสามชนิด?”