อัสนีเดินลงมาขี้นรถดวงตามัจจุราชก็มีอักษรขึ้นมาว่า
สร้างความดีรักษาคนเป็บุญอันประเสริฐ เลือกรับรางวัลได้ หนึ่งชิ้น
หนึ่ง เข็มมัจจุราชเก้าเล่ม เอาไว้ป้องกันตัว
สอง มีดสั้นมฤตยูเอาไว้สังหารศัตรู
“ เอาเข็มมัจจุราช ” อัสนีนั้นไม่ได้มีศัตรูที่ต้องกำจัดดังนั้นมีเข็มมัจจุราชเอาไว้ป้องกันตัวจะดีกว่า
พลันแสงแห่งความรู้ก็วาบเข้ามาในหัวของเขา พร้อมกับทักษะการรักษาและการขว้างเข็มมัจจุราชในมือของเขาก็มีกล่องสีดำปรากฏขึ้นมา ด้านในบรรจุเข็มสีดำเก้าเล่ม
“ป้องกันตัวจากใครกัน?” นำกล่องวางเอาไว้ข้างๆ ตัว
อัสนีขับรถกลับไปคอนโดหรูของเขาเพื่อพักผ่อน แต่ยังไม่ทันถึง ถนนด้านหน้ากลับมีรถตู้สีดำคันหนึ่งจอดขวางหน้าของรถบีเอ็มเปิดประทุน ชายสามคนกำลังฉุด หญิงสาวที่ขับรถมาถูกกระชากลง จากรถ ชายหนุ่มแต่งชุดสูทค่อยเดินลงมาจากรถตู้
“ คุณหนูมินตราอย่าขัดขืนเลยดีกว่า ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธของ ภูผา กิเลนทอง มาก่อน”
“ ปล่อยฉันนะแกไม่รู้หรือไงว่า ฉันเป็ใคร”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่าทำไมไม่รู้ พ่อของคุณหนูคือ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท. มนต์ชัย เวียง์คิดว่าตระกูลกิเลนทองของผมจะกลัวอย่างนั้นหรือ วันนี้ฉันจะเด็ดปีกหงส์ของเธอที่กล้าดูิ่ฉัน ไม่ต้องห่วงฉันจะเล่นเธอบนรถนี่แหละ”
ลูกน้องหัวเราะชอบใจแต่มินตรานั้นหวาดกลัวสุดขีดแต่ไม่อาจต้านทานแรงชายทั้งสองคนได้พยายามส่งเสียงร้องให้คนช่วย แต่รถที่ผ่านไป หาได้มีใครกล้าเข้ามายุ่งมีเพียงรถเก๋งโตโยต้า อัลติส ของอัสนีจอดลงมา
ช่วยเหลือคุณหนูมินตราจะได้ของวิเศษ 1 ชิ้น เป็แหวนมิติขนาด 2 ตารางเมตร ดวงตามัจจุราชเอ่ยกับเขา ทำให้อัสนีจึงได้จอดรถขวางรถตู้ดำทันที
“ ปล่อยคนซะ”
อัสนีแม้จะรูปร่างผอมแต่น้ำเสียงของเขาเปี่ยมล้นด้วยพลัง ชายสี่คนถึงกับหยุดนิ่ง มองหน้ากัน แต่พวกมันก็หัวเราะออกมา
“ไอ้หน้าอ่อนแกคนเดียว เนี่ยนะ”
ชายชุดดำที่กำลังจะขึ้นไปขับรถลงมาพร้อมกับปืนในมือ ยกเล็งมาที่อัสนี
แต่พอมันก้าวเท้าเดินได้สามก้าวอยู่ดีๆ มันก็สติดับวูปไปในทันที ทุกๆ คนได้แต่มองอย่างใ
“ เฮ้ยนี่แกเป็อะไรไปวะ อยู่ๆ ก็เป็ลม” คนที่พูดที่จับแขนคุณหนูมินตราก็เข้ามาดูเพื่อนของมัน อีกคนก็คว้าปืนออกมา ยกใส่อัสนี แต่ไม่ทันได้เล็งร่างของมันก็ล่วงลงไปนอนกับพื้น คนที่จะไปดูเพื่อน ก็หันไปมอง พลันร่างของมันก็ร่วงผลอยลงไปนอนกับพื้น ที่แท้เป็เพราะอัสนีใช้เข็มมัจจุราชเก้าเล่มจัดการกับพวกมันนั่นเอง
อัสนีเดินเข้ามายืนต่อหน้าของภูผา กิเลนทอง ที่ตอนนี้ได้แต่ใจนอึ้งไป
“ อย่าเข้ามานะฉันคือ คุณชายห้าแห่งตระกูลกิเลนทองนะเว้ย แกกล้าแตะต้องฉัน แกได้ตายทั้งโคตรแน่”
โครม !!!
อัสนีเสยหมัดเข้าปลายคางร่างของภูผา กิเลนทอง ปลิวลิ่วเข้าไปนอนพาดเบาะในรถตู้สีดำ หลับสนิท
อัสนีกำลังคิดจะฆ่ามันเลยดีไหมเ้าคุณชายห้านี่เคยทำร้ายเขากับเพื่อนในอดีตชาติมาก่อน
“ ขอบคุณมากที่ช่วยนะคะ ฉันชื่อมินตรา เวียง์” มินตรายื่นมือเพื่อทำความรู้จักกับอัสนี
“ ผมอัสนี เมฆา์ยินดีที่ได้รู้จักครับ” อัสนียื่นมือออกไปััตามมารยาท
“ ฝีมือคุณดีนี่ไม่ทราบว่า ทำงานอะไรคะ”
“ ตอนนี้ผมตกงานแต่ก็เคยต้มสุราขายด้วยครับ” อัสนีเอ่ยตรงๆ เพราะเวลานี้ รินณลีได้ประกาศผ่านไลน์ของโรงพยาลเขาถูกไล่ออก ไม่ใช่หมอของโรงพยาบาลเทพพิทักษ์อีกต่อไป และยังส่งข้อความไปบอกกับกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกันอยู่ไม่ให้รับอัสนีเข้ารับทำงานในประเทศนี้ทั้งหมด
“ ถ้าเช่นนั้นคุณสนใจเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวของฉันหรือเปล่า ว่าค่าจ้างมาได้เลย”
“คือตอนนี้ผมไม่สามารถ รับงานได้ พอดีพ่อของผมป่วย เอาไว้ท่านหายแล้ว ค่อยว่ากัน”
“ ได้ถ้าเช่นนั้นฉันจะรอ นี่คือ นามบัตรของฉัน พร้อมเมื่อไร ก็มาหาฉันได้ทันทีฉันจะให้เงินเดือนคุณเดือนละ สองแสน เป็การเริ่มต้น ต่อไปค่อยๆปรับขึ้นให้ตามผลงาน ขออย่างเดียว ห้ามต้มสุราขายอีก และห้ามดื่มสุราขณะปฏิบัติหน้าที่”
อัสนีได้พยักหน้ายิ้มไม่ได้ปฏิเสธอะไร
“ นี่คือ บัตรเงินสด หนึ่งล้านบาทฉันให้คุณเป็การตอบแทนที่ช่วยฉันไว้”
“ อย่าเลยครับ เื่เล็กๆแค่นี้ ใครๆเห็นก็ต้องเข้ามาช่วยเหมือนกัน”
“โลกนี้ไม่ได้สวยเหมือนที่คุณคิด มีผู้คนขับรถวิ่งผ่านไปมาจะเป็ร้อยอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่สนใจหรือจอดรถเข้ามาถามไถ่ แม้แต่คนเดียว”
มินตราเอ่ยเสียงเครียดมือทั้งสองข้างกำหมัดอย่างโกรธแค้น
“ ก็ได้ครับผมรับเงินนี้ไว้” อัสนีเองในตอนนี้ก็มีเงินเหลือติดบัญชีไม่ถึงล้านหากต้องใช้รักษาพ่ออาจจะหมด ส่วนเงินเก็บของเขาทั้งหมดสิบล้านก็ได้มอบให้กับรินณลี เพื่อให้ใช้จ่ายสำหรับแต่งงาน คงไม่มีทางได้คืนอย่างแน่นอน
ดังนั้นหากได้เงินมาเก็บเอาไว้อีก 1 ล้านก็คงดีกว่า
“แล้วอย่าลืมโทรมานะ”
อัสนีรีบถามว่าคนเหล่านี้จะให้ทำอย่างไร
“ ฉันบอกพ่อแล้วเขาจะส่งคนมาจัดการเอง”
มินตราเอ่ยจบ ก็ขึ้นรถสปอร์ตของเธอจากไปในทันทีส่วนอัสนีนั้นก็กลับขึ้นไปบนรถ ปล่อยพวกมันไปก่อน ทันใดนั้นเองก็มีแหวนปรากฏขึ้นมาในมือของเขา 1 วง เป็แหวนมิติ ที่มีไว้สำหรับเก็บของได้ประมาณ1 ตารางเมตร
อัสนีนำกล่องเข็มมัจจุราชออกมาแล้วใช้จิตเปิดแหวนมิติ กล่องเข็มมัจจุราชก็หายวับเข้าไปใน แหวนมิติทันที
“ ใช้งานง่ายเหมือนกันนี่”
เขาลองนำบัตรเงินสด 1ล้าน ไปเก็บเอาไว้ แล้ว ทดลองนำออกมามันก็กลับมาอยู่ในมือของเขาได้แค่เพียงใจนึกเท่านั้น
“ นึกไม่ถึงท่านมัจจุราชจะมอบของวิเศษเช่นนี้ให้กับเรา” อัสนีเอ่ยด้วยความยินดีคิดว่าท่านมัจจุราชคงรู้สึกผิด แต่ที่ไหนได้เขามีจุดประสงค์อย่างอื่นต่างหาก
ในตอนเช้าที่โรงพยาบาลซานตาครอส
อัสนีมาถึงที่ห้องของพ่อกับแม่ก็พบว่ามี หมอสามคน และ นักศึกษาแพทย์เกือบสิบคนยืนอยู่ข้างๆ เตียงของพ่อเขา
“เมื่อคืนปรับยาละลายลิ่มเืให้คนไข้ใหม่ ทำให้ค่าเืขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3ก็อยู่ในภาวะที่ปกติแล้ว ไม่น่ามีปัญหาอะไร แขนขาที่ไม่มีแรงก็คงต้องบำบัดสักระยะหนึ่ง ก็จะค่อยๆ หายดีกลับมาเป็เหมือนเดิมส่วนขาที่พิการไปแล้ว ก็ทำใจนะครับดูจากที่เห็นคงยากที่จะกลับมาเป็ปกติได้แล้ว ” อาจารย์หมอโจเอ่ยเหมือนกำลังอธิบายให้กับนักศึกษาแพทย์ฟังไปด้วย
“ ไม่เป็ไรครับตอนนี้ผมหายดีแล้วครับ ยกแขนขา ได้ปกติแล้ว ให้ผมกลับบ้านเถอะครับ”
พ่อทิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“นอนรอดูอาการสักสองวันเถอะครับ หากกลับไปบ้านตอนนี้ อาการอาจกำเริบอีกคราวนี้หมออาจจะช่วยไม่ทัน จะทำให้กลายเป็อัมพาตไปตลอดชีวิตเลยนะครับ”
อาจารย์หมอโจเอ่ยด้วยรอยยิ้มพร้อมกับอธิบายวิธีการรักษาคนไข้ที่เป็โรคหลอดเืให้กับนักศึกษาแพทย์อย่างละเอียด จนกระทั่งมีคนเข้ามาในห้องหลายคน รวมทั้งหมอเอกภพก็มา ยังมีอาเล็กซ์และกับแม่เดินมาด้วยพร้อมกับชายฝรั่งนั่งรถเข็น เขาคือ นายแพทย์อีริค เ้าของโรงพยาบาลซานตาคลอสนั่นเอง
“ โอ ท่านผอ. ท่านรอง คุณนายพวกคุณมาหาพบกันพร้อมหน้าเช่นนี้ มีอะไรให้ผมช่วย ก็บอกมาได้เลย จบเคสนี้ผมก็ว่างแล้ว” อาจารย์หมอโจเอ่ยด้วยความนอบน้อม แต่ทุกๆ คนกลับไม่สนใจเขากลับหันมามอง อัสนี
“ ผมคือนายแพทย์อีริค ผมขอขอบคุณที่คุณหมออัสนีได้ช่วยอาเล็กซ์หลานชายผมเอาไว้เมื่อวาน”
“ผมแค่เดินผ่านไปเท่านั้น หมอทุกคนก็ต้องช่วยเหลือคนป่วยอยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจ”
“แต่หมอที่รักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้น ด้วยมือเปล่าในโลกนี้ผมยังไม่เคยเห็นมีใครทำได้เลยแม้แต่คนเดียวและที่สำคัญยังสามารถรักษาให้หายได้ด้วย”
บรรดาแพทย์ระดับอาจารย์ที่ตามมาด้วยต่างพยักหน้า ยอมรับ เพราะพวกเขาได้ดูวีดีโอ และตรวจสอบร่างกายของอาเล็กซ์กันอย่างละเอียดแล้ว ว่าอาเล็กซ์หายดีเป็ปกติจึงได้มาหาอัสนีที่ห้องนี้
ส่วนอาจารย์หมอโจพอได้ฟังก็หัวเราะออกมา
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่าท่านผอ. ท่านล้อเล่นอะไร โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นแม้แต่การผ่าตัดยังยากที่จะรักษาให้หาย แต่นี่แค่ใช้มือเปล่า รักษามันเป็ไปไม่ได้ ผมรักษาคนป่วยมาเกือบยี่สิบปี ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนพวกคุณโดนหนุ่มคนนี้หลอกลวงแล้ว” อาจารย์หมอโจ เอ่ยจบนักศึกษาแพทย์ที่เป็ศิษย์ก็ซุบซิบเช่นกัน หน้าตาของอัสนีก็ยังมีวัยใกล้เคียงกับพวกเขา จะสามารถรักษาโรคด้วยมือเปล่าได้อย่างไรกัน
“ หมอโจ อย่าพูดมากท่านผอ. ไม่ได้ถามความเห็นของคุณ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว เชิญคุณกับแพทย์ฝึกหัดออกไปได้แล้ว” รองผอ.เกรียง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
สีหน้าของหมอโจถึงกับแปรเปลี่ยนแต่ก็รีบพานักศึกษาแพทย์ฝึกหัดออกไปในทันที
“ คุณหมอคะพ่อของก็มีอาการเดียวกันกับของอาเล็กซ์ฉันอยากให้คุณช่วยรักษาอาการของคุณพ่อฉันด้วย พวกเรายินดีรับข้อเสนอของคุณทุกอย่าง”
แอนนา รีบเอ่ยแทนผอ.อีริค
ในความทรงจำของชาติก่อนผอ.อีรีค นั้นไม่ได้เป็แค่ โรคหมอนรองกระดูกทับเส้น แต่เขายังมีอาการโรคหัวใจ
ดังนั้นการจะต้องผ่าตัดเขาต้องหยุดยาละลายลิ่มเื มาไม่น้อยกว่า 5 วัน แม้นจะทำการตรวจเื ตรวจหัวใจแต่ก็มีลิ่มเืที่เล็กมาก กำลังมารวมตัวกัน และในตอนผ่าตัดลิ่มเืเหล่านี้กลับกลายเป็ลิ่มเืขนาดใหญ่ อุดตันเส้นเืหัวใจ สามจุด
พอผ่าตัดสำเร็จเจ็ดวัน ลิ่มเืทั้งสามจุดก็เริ่มที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว
จนทำให้ไปอุดหลอดเืหัวใจแบบเฉียบพลันทำให้ ผอ.อีริค ต้องเสียชีวิตทันที แต่การโอนขายหุ้นให้กับหมอสันทัดนั้นสำเร็จไปั้แ่วันที่สองที่ผ่าตัดแล้ว
ทำให้หมอสันทัดเป็เ้าของหุ้นโรงพยาบาลซานตาครอสในราคาแค่30 ล้านบาทจากราคา 1 พันล้าน เท่ากับจ่ายเพียง 3 %ของราคาปัจจุบันเท่านั้น
หมอสันทัดพอรู้เื่การตายของผอ.อีริคก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่า ผอ.อีริคมีอาการหัวใจล้มเหลวอย่างเฉียบพลัน ไม่เกี่ยวกับเขา ครอบครัวของผอ.อีริคได้แต่เศร้าเสียใจ ทำอะไรไม่ได้ จึงย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศสวิสไม่กลับมาเมืองไทยอีกเลย…………..