ความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องตรวจในคลินิกจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ กลิ่นคาวเืยังคละคลุ้ง
ศิลาที่ยืนนิ่งสังเกตการณ์อยู่มุมห้องค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วย สายตาคมกริบมองสลับระหว่างหมอวิชัยที่กำลังยืนแข็งทื่อเป็หินกับร่างของบอสหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง
หมอวิชัยหันขวับมามองเลขาหนุ่มแววตาทั้งใ ทั้งสงสัย และสับสนจนสมองแทบจะะเิคำพูดนับร้อยคำจุกอยู่ที่คอจนพูดอะไรไม่ออกร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยก่อนที่สายตาจะเลื่อนกลับไปมองร่างซีดขาวที่ยังคงนอนไร้สติอยู่บนเตียงอีกครั้ง
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หมอวิชัยต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก...
แผลฉีกขาดเล็กๆบริเวณหน้าอกและลำตัวเวลานี้เืหยุดไหลสนิทแล้ว ิัรอบๆกำลังสมานเข้าหากันจนเรียบเนียน ยิ่งไปกว่านั้นแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ที่ลึกจนเกือบเห็นกระดูกซี่โครงซึ่งเมื่อครู่ยังมีเนื้อเยื่อฉีกยุ่ยน่ากลัว บัดนี้กลับมีกลุ่มเซลล์สีชมพูจางๆกำลังก่อตัวสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทนอย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล!
หมอวิชัยจ้องมองภาพนั้นตาไม่กะพริบสันชาติญาณของความเป็แพทย์ถูกความมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติเข้าครอบงำจนลืมความหวาดกลัวไปชั่วขณะขาทั้งสองข้างก้าวเข้าไปใกล้เตียงโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วมือสั่นเทาค่อยๆเอื้อมออกไปััเบาๆ ตรงขอบแผลส่วนที่เพิ่งปิดสนิท—ิัตรงนั้นอุ่นร้อนและเรียบสนิทราวกับไม่เคยมีรอยแผลเหวอะหวะเกิดขึ้นมาก่อนเลยด้วยซ้ำ!
ศิลาขยับเข้าไปยืนเคียงข้างชายหนุ่มเหลือบมองปฏิกิริยาของหมอก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงความนัย
“ไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะครับคุณหมอ? ตอนเห็นแบบนี้ครั้งแรกผมก็ใเหมือนกัน”
หมอวิชัยสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อตชักมือกลับทันควัน เขาผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างหนักหน่วงเพื่อดึงสติตัวเองกลับมาหันขวับไปจ้องหน้าศิลาด้วยแววตาคาดคั้น
“เพราะแบบนี้สินะ... เพราะแบบนี้ใช่ไหมคุณถึงบอกผมั้แ่แรกว่าเขาจะไม่ตาย!”
ศิลาพยักหน้ารับช้าๆแววตานิ่งสงบไร้ความตื่นตระหนก “ครับ...ผมรู้ว่าตอนนี้คุณหมอคงมีคำถามเต็มหัวไปหมด อยากรู้ว่าเขาเป็ใคร ทำไมาแถึงหายได้เองแบบนี้ผมยินดีจะตอบทุกคำถามและอธิบายทุกอย่างที่คุณหมอสงสัย”
ศิลาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะหันมามองหน้าหมอวิชัยด้วยแววตาร้องขอความช่วยเหลือ
“แต่ตอนนี้... ผมมีเื่สำคัญและจำเป็มากที่ต้องรีบไปสะสางระหว่างนี้ ผมคงต้องรบกวนคุณหมอช่วยดูแลบอสให้ผมก่อนได้ไหมครับ? ผมสัญญาว่า ผมจะรีบกลับมาที่นี่ทันทีที่จัดการเสร็จ”
คำขอนั้นทำให้นายแพทย์วิชัยถึงกับยืนนิ่งงันความลังเลตีรวนขึ้นมาในอก สมองข้างหนึ่งร้องเตือนว่านี่มันอันตรายเกินไปคนแปลกหน้าที่มีความลับดำมืดและร่างกายประหลาดแบบนี้ไม่ควรเอาตัวเข้าไปพัวพันด้วยเลยแต่เมื่อกวาดสายตากลับไปมองร่างที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง เหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งก่อนก็ผุดเป็ภาพขึ้นมาในหัวชายหนุ่ม...ที่กำลังอุ้มลูกสาวตัวน้อยของเขาขึ้นมาจากน้ำ แล้ววินาทีนั่นเองคุณหมอก็ตัดสินใจ
“ครับผมจะดูแลเขาให้ จนกว่าคุณจะกลับมา”
หลังจากศิลาขอตัวออกมาจากคลินิกก็เป็เวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว เขารีบโทรหา "คุณสมพงษ์" ผู้เป็พ่อ และเป็ประมุขแห่งบุญวัฒนาทันทีบุญวัฒนา—ตระกูลเก่าแก่ที่ร่ำรวยมหาศาล มีธุรกิจแผ่ขยายทั้งในและต่างประเทศ
คุณสมพงษ์ในวัย68 ปีผู้ซึ่งดูแลคินน์มาทั้งชีวิตก่อนจะส่งมอบหน้าที่นี้ต่อให้ศิลา บุตรชายคนโตรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเด็ดขาดทันทีเหมือนว่ากำลังรออยู่ก่อนแล้ว
“พ่อครับ...”
“พ่อรู้ข่าวแล้วศักดิ์โทรมารายงานตอนแกพาคุณคินน์ออกมา” ปลายสายสวนกลับมาก่อนที่เขาจะทันได้อธิบาย
“ครับ... ผมกำลังไป”
“โอเค พ่อตามทุกคนแล้ว แกรีบมา”
“ครับ”ศิลาวางสายพร้อมถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ั้แ่เขารับหน้าที่เลขาดูแลคินน์มาั้แ่อายุ26 จนถึงตอนนี้ เขาอายุ 33 ปีแล้วนี่เป็ครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญกับสถานการณ์รุนแรงที่บีบคั้นถึงชีวิตเช่นนี้
เกือบตีหนึ่งรถของศิลาเลี้ยวเข้าสู่ประตูคฤหาสน์ของตระกูลบุญวัฒนาเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะเปลี่ยนเสื้อผ้า จึงยังคงอยู่ในสภาพเดิม...เสื้อยืดสีขาวที่มีรอยขาดและเต็มไปด้วยคราบเื
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาเป็จุดเดียว
“นายท่านรออยู่ที่ห้องครับ” ชัยยศมือขวาและลูกน้องคนสนิทของพ่อเดินเข้ามาบอก ก่อนจะเดินตามเขาไปติดๆ
ภายในห้องคุณสมพงษ์นั่งรออยู่แล้ว และยังมี "ภาษิต" กับ "มาลินี"น้องชายและน้องสาวของเขาอยู่ด้วยมองปราดเดียวก็รู้ว่ามาลินีถูกตามตัวมาตอนที่กำลังเที่ยวราตรีอยู่แน่ๆเพราะชุดที่เธอใส่ยังคงเป็ชุดกระโปรงสั้นปักเลื่อมระยิบระยับอยู่เลย
“พี่ศิลา!”มาลินีเรียกพร้อมเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าใ “ทำไมเืเต็มเลย!พี่เป็อะไรหรือเปล่าคะ?”
นอกจากเืที่เสื้อแล้วยังมีรอยบาดเป็ทางยาวที่แขน เืยังคงไหลซึมอยู่ ตามใบหน้าของศิลามีร่องรอยแตะและฟกช้ำที่บ่งบอกว่าผ่านการต่อสู้มาอย่างดุเดือด
“พี่ไม่เป็ไร... ได้เืมานิดหน่อย แต่นี่ไม่ใช่เืพี่ ของบอส”เขาชี้รอยเืขนาดใหญ่ที่เปื้อนเต็มเสื้อ
ชัยยศรีบเรียกพ่อบ้านให้เอากล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้ศิลาทันที
“เฮ้อ เสียดาย เสื้อตัวนี้ผมเพิ่งซื้อมาเองน่ะเนี่ยะ” พูดแล้วก็มองไปทางพ่อ สมพงษ์ บุญวัฒนาประมุขของตระกูล ที่ถึงแม้วัยจะล่วงเลยมา 68 ปีแล้ว แต่ยังคงมีความสง่าและน่าเกรงขามเหมือนเคยผมสีดอกเลาและหน้าตาอิ่มเอิบบ่งบอกถึงสุขภาพดี พยักหน้ารับ“ศักดิ์เล่าให้พ่อฟังบ้างแล้ว แกคิดว่าพวกมันเป็ใคร?”
“ถ้าให้เดาตอนนี้ผมคิดว่า... น่าจะเป็ 'พวกนั้น' ครับเพราะบอสไม่มีศัตรูที่ไหน คู่แข่งธุรกิจเรา ก็ไม่น่าจะมีใครทำถึงขนาดนี้ แต่ผมมั่นใจอยู่อย่างนึงพวกมันเป็มืออาชีพแน่ๆ มากัน 3 คน อาวุธครบมือ พวกผมไม่ได้ตั้งตัวเลยนะครับตอนมันเข้ามา มันพุ่งเล่นงานแต่บอสเลย เล็งจุดตายทั้งนั้นมีคนนึงมันกำลังเล็งที่หัว ศักด์มันเห็นพอดี เลยเข้ามาถีบออกไม่งั้น...ผมว่าน่าจะหนักกว่านี้ เหมือนมันตั้งใจให้บอสตายดูจนมั่นใจแล้ว ถึงรีบหนี ผมให้ลูกน้องตามแต่ไม่ทัน มันหนีไปได้ แต่พวกมันโดนศักดิ์แทงที่ท้องไปคนนึงน่าจะมียิงโดนด้วย ส่วนคนของเราก็มีเจ็บหนักอยู่ ไปโรงพยาบาลแล้วครับ”
“แล้วตอนนี้อาการคุณคินน์เป็ยังไงบ้าง” คุณสมพงษ์ถาม
“ตอนพาออกมาเจ็บหนักครับ โดนจุดสำคัญทั้งนั้นเลย ตอนแรกผมไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าบอสจะรอด” ศิลาพูดพลางยกแขนที่พ่อบ้านพันผ้าพันแผลให้แล้วขึ้นมาดู
คุณสมพงษ์นิ่งฟังยังคงวางสีหน้าเรียบเฉย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ย้อนไปในอดีตสมัยที่เขายังเป็คนดูแลและติดตามคินน์อยู่เขาเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว แต่คินน์ไม่เคยเจ็บหนักเลยซักครั้ง แล้วทำไมคราวนี้ถึงแตกต่างล่ะ?เขาคิดอย่างสงสัย
“ครั้งล่าสุดที่พ่อเจอแบบนี้ตอนนั้นยายนียังไม่เกิดเลย ตอนนี้ยายนีอายุ 23...... ก็ 20 กว่าปีได้แล้วน่ะ” คุณสมพงษ์เปรยสีหน้ายังคงครุ่นคิด “แกบอกว่าคุณคินน์เจ็บหนัก”
“ใช่ครับโดนจุดสำคัญหลายแห่ง” ศิลาตอบ
นั่นยิ่งแปลกคินน์มีฝืมือในการต่อสู้แบบหาใครเทียบได้ยาก การถึงจุดตายหลายๆ แห่งพร้อมกันยิ่งเป็ไปไม่ได้เลย นอกซะจากว่า.....
“คุณคินน์ได้สู้มั้ย...พ่อหมายถึง..สู้แบบเต็มที่”คุณสมพงษ์ถาม
“สู้นะครับ...ก็อยู่กับพวกผม...”ศิลาพูดแล้วชะงัก เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จริงสิ ตอนที่คินน์กำลังโดนปืนจ่อหัว เขาคิดว่าเขาเห็น...คินน์ยิ้ม! ใช่แน่ๆถ้าไอ้ศักดิ์มันไม่เข้ามาซะก่อน บอสของเขาต้องโดนเป่าหัวไปแล้ว จริงๆคินน์มีฝีมือในการต่อสู้มากไม่น่าจะโดนได้ขนาดนี้ นั่นสิ ทำไมเขาถึงเพิ่งคิด!
“พ่อกำลังคิดอะไรอยู่ครับคิดว่าบอสยอมให้พวกมันทำร้ายเหรอ” ศิลาถามพร้อมความหวาดหวั่นในใจ
ภาษิตน้องชายคนรองที่รับผิดชอบดูแลบริหารธุรกิจของครอบครัว ขมวดคิ้วแน่นหลังจากได้ยินคำถามของพี่ชายหน้าตาที่ถอดแบบมาจากผู้เป็พ่อฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเขายกมือขึ้นกอดอกก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม
“คุณคินน์้าทดสอบหรือเปล่าครับ? ทดสอบว่า...ตัวเองยังเหมือนเดิมรึเปล่า”
ศิลาหันไปมองภาษิตทันที ในขณะที่คุณสมพงษ์คิดและถอนหายใจอย่างหนักหน่วง“ไม่ใช่แค่ทดสอบหรอก..คินน์อยู่มานานเกินไป นานมากจนคิดว่าชีวิตนี้ไม่มีค่าแล้วกระมัง”
“ศิลาต่อไป ถ้าคุณคินน์มีท่าทีอะไรแปลกๆ แกต้องรีบรายงานพ่อทันที”
“ครับ”ศิลารับคำ
“ถ้าคุณพ่อบอกมันเงียบมาตั้ง 20กว่าปีแล้ว ทำไมจู่ๆถึงมาเกิดเื่ขึ้นตอนนี้ล่ะคะ? พวกมันคิดจะทำอะไรกัน?” จู่ๆมาลินีก็ถามแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตระหนกและร้อนรน
“หรือว่าพวกมันรู้เื่ที่พี่ศิลากับคุณคินน์กำลังทำอยู่?” ภาษิตถามต่อ
“แต่เราระวังกันมากนะครับบอสแทบไม่เคยออกหน้าเลย ทุกอย่างทำในนามบริษัททั้งนั้น” ศิลาขมวดคิ้วสีหน้าครุ่นคิด
“ชัย” คุณสมพงค์เรียกมือขวาคนสนิท “ไปสืบเื่ 'ทางนั้น' มามีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง เราต้องรู้ให้ได้ชัดเจนก่อนว่าพวกมันเป็ใครอ้อ..แล้วคนของเราที่ไปโรงพยาบาล ดูแลด้วยน่ะ”
“ครับนาย”ชัยยศตอบรับแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที
“ภาษิต แกช่วยเช็คสาขาที่ต่างประเทศหน่อยมีอะไรน่าสงสัยรึเปล่า พ่อคิดว่าคุณคินน์คงต้องไปอยู่ที่อื่นสักพัก”
“ครับพ่อ” ภาษิตรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว“ถ้าจำเป็ ผมอาจจะบินไปเอง”
“แล้วเื่หมอล่ะ...”คุณสมพงษ์หันไปถามศิลา “ตอนนี้คงปล่อยไปไม่ได้แล้ว ยังไงก็ต้องดึงมาเป็พวกเรา”
“ผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหาครับบอสเคยช่วยชีวิตเขาไว้ ยังไงเขาต้องตอบแทน ผมคิดว่าเราคุยได้” ศิลาให้ความมั่นใจ
“ดี... งั้นแกจัดการ จากนี้เป็ต้นไปหมอต้องเป็คนของเรา” คุณสมพงษ์ประกาศด้วยเสียงเฉียบขาด“แกกลับไปดูคุณคินน์ได้แล้ว ถ้าสืบแล้วมีความคืบหน้ายังไงพ่อจะโทรไปบอก ส่วนเื่ที่บ้านไว้ให้ศักดิ์มันจัดการ่นี้แกกับคุณคินน์หลบไปซักพัก อย่าให้ใครรู้ที่อยู่เด็ดขาด เดี๋ยวทางนี้พ่อกับษิตจะจัดการเอง”
“ครับพ่อ”
“นีไปด้วย! นีเป็ห่วงพี่คินน์”มาลินีรีบพูดแทรก
ั้แ่ยังเด็กมาลินีดีใจทุกครั้งที่เจอคินน์ เพราะเขาชอบมีของเล่นของฝากมาให้เธอเสมอแถมยังตามใจทุกครั้งไม่เคยขัด ไม่เหมือนพี่ชายแท้ๆ สองคนที่คอยขัดใจและทะเลาะกันตลอดจนกระทั่งเข้าสู่วัยรุ่น เธอเคยสงสัยว่าทำไมคินน์ถึงดูเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยทั้งรูปร่างหน้าตา เคยถามพ่อ พ่อก็บอกแค่ว่า "คุณคินน์ดูแลตัวเองดี"จนกระทั่งวันนึงเธออายุครบ 20 ปี พ่อจึงเรียกเธอเข้าไปคุยและเล่าให้ฟังทุกอย่างที่คนเป็ทายาทของตระกูลควรต้องรับรู้
ศิลาหันมามองพ่อเมื่อเห็นคุณสมพงษ์พยักหน้าให้ จึงบอกน้องสาว “งั้นรอพี่เปลี่ยนเสื้อก่อนแล้วเราไปกัน”
ระหว่างทางนั่งรถกลับมาที่คลินิกบรรยากาศในรถเงียบงันจนน่าอึดอัด มาลินีมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเหม่อลอยความรู้สึกหวาดกลัวมันพลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีั้แ่ได้ยินข่าว พี่คินน์ของเธอจะเป็อย่างไรบ้างน่ะ จะเ็ปที่ตรงไหน เธอรีบทิ้งงานปารตี้ที่กำลังสนุกสุดเหวี่ยงกลับบ้านทันที
ไม่นานนักศิลาและมาลินีก็มาถึงคลินิก หมอวิชัยสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตู เขาค่อยๆแง้มมู่ลี่ดูอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าเป็ศิลาที่มาพร้อมกับหญิงสาวอีกคนจึงรีบเปิดประตูให้ทันที
“นี่มาลินี น้องสาวผมครับ” ศิลาแนะนำมาลินีไหว้คุณหมออย่างนอบน้อม
“บอสเป็ไงบ้างครับ?” ศิลารีบถามต่อทันที
“แผลหายหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้สติครับ”หมอวิชัยตอบเสียงยังไม่มั่นคงนักเขายังคงรู้สึกประหลาดกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าอยู่ดี
เวลาผ่านไปกว่า5 ชั่วโมงรอยแผลตามตัวของคินน์หายไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงรอยถากจางๆของแผลฉกรรจ์ที่ยังปิดไม่สนิทดี หมอวิชัยเช็ดคราบเืออกจนหมดเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ดูเหมือนคนกำลังนอนหลับแม้ผิวพรรณจะยังคงซีดเผือดอยู่ก็ตาม
ศิลาพามาลินีไปหาคินน์“พี่คินน์...” มาลินีส่งเสียงเรียกสั่นเครือหยดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าทันทีที่เห็นร่างที่นอนไร้การตอบสนองเธอก้มตัวลงสวมกอดร่างของคินน์ไว้ ความเย็นะเืที่แผ่ออกมาจากตัวเขายิ่งทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวว่าวันนึงเธออาจจะต้องเสียเขาไป
ใบหน้านี้ที่เธอเห็นมาั้แ่จำความได้และคงจะเห็นแบบนี้ตลอดไป ในขณะที่โลกของเธอหมุนไปข้างหน้า เธอกำลังเติบโต และจะต้องโรยราไปแต่คินน์กลับหยุดนิ่งอยู่ในกาลเวลาอันเป็นิรันดร์ เธอเคยคิดว่าตัวเอง"รัก" พี่คินน์ นั่นเป็ความรักครั้งแรก แต่ผู้เป็พ่อคอยเตือนเธอเสมอว่ามันเป็ไปไม่ได้ั้แ่วันที่รู้ความลับครั้งแรก เธอรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าเหมือนตัวเองกำลังจะมอดไหม้ วันนี้เธอยังเรียกเขาว่า "พี่คินน์" ได้แต่อีกไม่นาน เธอจะเรียกเขาว่า “พี่” ไม่ได้อีกต่อไปเพราะรูปลักษณ์ภายนอกของเธอจะดูแก่กว่าเขามากขึ้นไปทุกที
มาลินีคิดแล้วก็ถอนหายใจหัวเราะเยาะในโชคชะตาของตัวเอง เขาคือรักแรก... รักที่ไม่อาจเป็ไปได้…
ศิลามองน้องสาวอย่างเข้าใจดีทำไมเขาจะไม่รู้ว่าน้องคิดอย่างไร แต่นั่นแหละ... วันหนึ่งเมื่อเวลาผ่านไปมาลินีจะเติบโตขึ้นและพบใครสักคนที่คู่ควรกับเธอ ศิลาปล่อยให้น้องสาวนั่งเฝ้าคินน์อยู่พักใหญ่ในขณะที่คุณหมอขอตัวกลับไปพักผ่อนโดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับที่สุด!