ค้อนเหล็กกระแทกลงบนผิวดาบเสียงกังวานสะท้อนยาวแทรกผ่านกาลเวลา
เคร้ง!
เปลวไฟจากเตาหลอมลุกโชนสีส้มแดงไหวระริกเหมือนมีชีวิต กลืนกินอากาศจนบิดเบี้ยวความร้อนแผ่กระจายจนลมหายใจหนักหน่วงกลิ่นเหล็กร้อนผสมกลิ่นเผาไหม้ของถ่านหินติดค้างอยู่ในลำคอ
มือของเขา…หรือใครสักคนกำค้อนแน่น
เคร้ง!
ค้อนตกลงซ้ำอีกครั้ง หนักแน่นและมั่นคงประกายไฟกระเด็นออกเหมือนฝนดาวตกชั่วขณะ แล้วดับหายไปในความมืดที่ล้อมรอบ
แต่การทุ่มเทอาจไม่ได้นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีเสมอดาบเล่มตรงหน้ายังไม่สมบูรณ์ มันผิดรูป คดงอและไม่ได้ตาม้ามีรอยร้าวแทรกอยู่ตามเนื้อเหล็กเป็บางสิ่งที่ไม่อาจหลอมรวมเข้าหากันได้
“ยังไม่พอ”คำพูดหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความร้อนอันมหาศาลเสียงทุ้มต่ำและเ็าสลักลึกลงในจิตใจ
กัดฟันยกค้อนขึ้นอีกครั้งแขนสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความเหน็ดเหนื่อย แต่เป็บางอย่างที่หนักหนากว่าสายตาคมกริบแฝงความอ่อนล้าจากความผิดพลาด ความสูญเสียและสิ่งที่เขาไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไข
เคร้ง!!
แรงกระแทกครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง
เสี้ยววินาทีนั้นเองภาพบางอย่างแทรกเข้ามา เสียงกรีดร้อง เืที่สาดกระเซ็นแววตาของใครบางคนที่มองมาด้วยความสิ้นหวัง
เลวร้ายเสียจนต้องหลับตาหนีสูดลมหายใจลึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลดความเดือดดาลที่ปะทุอยู่ภายในให้เย็นลง
“ข้าจะตามพวกเ้าไปหลังจากนี้อดทนรออีกหน่อย”
ว่าแล้วในมือกระชับกำค้อนแน่นกว่าเดิม
เมื่อเปิดตาขึ้นอีกครั้งแววตาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความลังเลและความเสียดายถูกสลัดทิ้งจนสิ้นเหลือเพียงความมั่นใจที่ลุกโชนเงียบงัน ไม่ต่างจากเตาหลอมตรงหน้า
พลังกายพวยพุ่งเป็รัศมีเรืองรองมือหนากระชากของสำคัญที่ห้อยอยู่ตรงคอ วางลงเหนือใบดาบสิ่งนั้นตอบสนองต่อความปรารถนาอันแรงกล้า เปล่งประกายเจิดจรัสก่อนหลอมรวมเข้ากับดาบที่ยังไม่สมบูรณ์
“ขอบคุณ”
น้ำตาหลั่งรินเกินกลั้นไว้ไม่ใช่ความโศกเศร้าหรือความดีใจ แต่เป็ความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบาย
เคร้ง!!!
ค้อนกระแทกลงอย่างแม่นยำไร้จุดพลาด
“ขอบคุณ…” ประโยคเดิมพึมพำซ้ำไปมา
ภายใต้แรงกระแทกที่ไม่ยอมอ่อนข้อรอยร้าวหยุดขยาย เนื้อเหล็กเริ่มประสานเข้าหากันทีละนิดลวดลายงามประณีตเริ่มปรากฏขึ้นบนผิว อัญมณีสีแดงก่อรูปขึ้นบริเวณ่กั้นมือ
“ขอบคุณมาก…”
เข่าสองข้างอ่อนยวบทรุดลงต่อหน้าดาบที่ตีสำเร็จร้องไห้ปล่อยโฮสุดเสียงราวกับขาดใจ พลังงานในร่างปะทุรุนแรงแข่งกับความร้อนที่ทวีขึ้นตามกัน
ดาบเริ่มสั่นสะท้าน แสงสีแดงลุกวาบและภาพทั้งหมดแตกสลายราวกับกระจก
“เฮือก!”
โจเวลสะดุ้งตื่น ลมหายใจหนักหน่วงหัวใจเต้นรัวไม่ต่างจากในฝัน
แต่สิ่งหนึ่งยังคงอยู่ความรู้สึกของค้อนในมือ และเสียงกระแทกครั้งสุดท้ายที่ยังไม่จางหายไปจากภายใน
“คงเผลอหลับไป…แต่ฝันอะไรจะสมจริงขนาดนั้น”
เขาเผลอยกแขนเช็ดขอบตาคล้ายคนที่เพิ่งร้องไห้ พอได้สติก็พบว่าไม่ใช่อย่างที่คิดเป็ความฝันที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจโดยแท้
“เอาเข้าไป…”
เนื้อตัวยังคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเืทั้งของตัวเองและของแมงมุมั์ที่เพิ่งโค่นลง มันเหม็นรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก
“เหม็นชะมัดเลยโว้ย”ทำหน้าอี๋มองไปยังต้นตอของกลิ่น
เศษซากของศัตรูกระจัดกระจายไปทั่วดวงตาสีโลหะสั่นเครือไม่อาจเก็บอาการ ไม่น่าเชื่อว่านี่คือผลงานจากมือทั้งสองนี้
เมื่อนึกย้อนกลับไปไม่กี่เดือนก่อนแค่ต่อสู้กับคนที่แข็งแกร่งกว่าก็ยากพอแล้วไม่เคยคิดว่าสักวันจะต้องเผชิญกับสิ่งที่น่ากลัวเกินจินตนาการเช่นนี้
“ถ้าเล่าให้พวกนั้นฟังคงโดนหาว่าบ้าแน่นอน” รอยยิ้มขมขื่นผุดขึ้น
สายตาจะสะดุดเข้ากับบางสิ่งในร่างของแมงมุม
ลูกแก้วสีม่วงเรืองแสงอยู่กลางอกของมันเส้นเืจำนวนมากพันรอบเหมือนตาข่ายปกป้องไว้
เมื่อเพ่งมองจะเห็นว่าภายในของลูกแก้วไม่ใช่ของแข็ง หากแต่เป็หมอกพลังงานที่ไหลวนเป็ชั้นอีกทั้งยังมีวงแหวนพลังงานหลายวงวิ่งวนรอบ
ยิ่งมองยิ่งน่าสงสัย และยิ่งน่าดึงดูดโจเวลยื่นมือออกไปโดยไม่รู้ตัว
“เฮ้ย!”
ทันทีที่ปลายนิ้วััโลกทั้งใบเหมือนสั่นะเื ไม่สิ…เป็เพียงเขาคนเดียวที่รับรู้
ผิวรอบลูกแก้วนุ่มยุบเป็หลุมดั่งของเหลวที่ถูกจองจำไว้
วูบ!
มันพุ่งย้อนขึ้นมาตามปลายนิ้วเร็วเกินจะดึงมือกลับ ซึมผ่านิัไหลเข้าสู่เส้นเืแผ่กระจายไปทั่วร่างในพริบตา
“เดี๋ยว!” โจเวลเบิกตากว้างลมหายใจสะดุด
“หยุดนะโว้ย!” พยายามดึงมือออกแต่กลับมีแรงตรึงยึดติดไว้
พลังลึกลับมหาศาลถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งฉุดร่างให้ล้มทั้งยืน
“อึก!” กุมศีรษะด้วยความเ็ป
ออร่าหลากสีไหลวนรุนแรงภายในร่างดั่งกระแสน้ำเชี่ยว ร้อนดั่งไฟ เย็นเฉียบดั่งน้ำแข็ง หนักอึ้งราวหินผา เบาราวสายลมทุกสิ่งกำลังหลอมรวมเป็หนึ่งเดียว โดยมีเขาอยู่ ณ ศูนย์กลาง
ความเ็ปยังคงโหมกระหน่ำไม่ใช่จากาแภายนอก แต่เป็ความรู้สึกเหมือนร่างกายถูกขยายเกินขีดจำกัดเส้นเืตึง กล้ามเนื้อสั่น กระดูกลั่นสะท้าน ลมหายใจขาดห้วง เกิดขึ้นแล้วดับลงซ้ำไปมาจนสติเริ่มเลือนราง
ท่ามกลางความทรมานกลับมีความรู้สึกหนึ่งเติมเต็มแทรกอยู่
…
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหนทุกอย่างเริ่มสงบลง โจเวลทรุดกับพื้น หอบหายใจ มือยังสั่นไม่หยุด
ลูกแก้วหายไปแล้ว
“ความตายเพิ่งเดินผ่านไปอีกรอบหรือเปล่า”
พูดพร้อมปาดเหงื่อออกจากใบหน้าจังหวะเดียวกับที่สังเกตเห็นรอยสักหลังมือขวา วังวนน้ำเริ่มขยับก่อตัวก่อนแปรเปลี่ยนเป็เปลวไฟสีเงิน โดยมีแกนกลางคล้ายปีกัสองข้างสลักไว้ด้วย
ไม่เพียงเท่านั้นรับรู้ได้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปแล้ว
ประสาทััดีขึ้นอย่างผิดปกติได้ยินเสียงหยดน้ำลึกเข้าไปในถ้ำ มองเห็นในความมืดได้ชัดราวกลางวันาแทั่วร่างเริ่มสมาน
“เป็ยอดมนุษย์ไปแล้วมั้งเนี่ย”
ชั่ววูบร่างของเขากลับถูกดึงเข้าสู่ใจกลางดันเจี้ยนก่อนจะดีดกลับมายืนที่เดิม อาการวิงเวียนทำให้แทบทรงตัวไม่อยู่
“อะไรอีก…”
ถึงจะบ่นแบบนั้น ส่วนตัวไม่รู้วิธีออกไปตามความทรงจำก่อนหน้า ทางเข้าถูกปิดตายไปแล้ว
เหลือเพียงทางเดียว…ต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อพิชิตดันเจี้ยน
“เอาวะ! เป็ไงเป็กัน!”
หลังจากนั้นโจเวลก็พบเข้ากับกลุ่มมอนสเตอร์รูปร่างประหลาดหลากหลายชนิดคล้ายสิ่งมีชีวิตในเกมสมัยเด็กที่เคยเล่น แตกต่างตรงจุดนี้คือของจริงผิดพลาดเท่ากับจบสิ้น ไม่มีการเริ่มใหม่
ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือไม่เพราะศัตรูที่เผชิญอยู่ตอนนี้อ่อนแอกว่าที่คาดไว้มาก หรืออาจเป็เพราะก่อนหน้านั้นได้เผชิญกับตัวตนระดับบนสุดของดันเจี้ยนไปแล้ว
ฉัวะ!
แสงสีเงินวาบผ่านอากาศพร้อมออร่าที่พุ่งตามคมมีด ตัดผ่าร่างก็อบลินตัวสุดท้ายขาดสะบั้นเืกระเซ็นเกลื่อนพื้น
“เฮ้อ…หมดสักที” โจเวลยืนหอบตัวโยก
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลงลึกมาไกลเพียงใดแล้วผ่านทั้งกับดัก กลไกประหลาด และสถานการณ์ที่ไม่อาจอธิบายได้
จนในที่สุด…เหมือนจะมาถึงปลายทางเสียที
ก้มมองมีดสั้นในมือ ใบมีดบิ่น แตกและสึกกร่อนแทบไม่เหลือสภาพเดิม
“มาด้วยกันไกลถึงขนาดนี้ก็ดีมากแล้วขอบคุณนะ”
สภาพของมีดคงรับการโจมตีได้อีกไม่กี่ครั้ง
เบื้องหน้าคือห้องปริศนา ลานกว้างใหญ่เงียบงัน และเต็มไปด้วยความขลังที่กดทับลงบนความรู้สึก
บานประตูหินขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าปิดผนึกแ่าอย่างไร้ช่องว่าง ทั่วทั้งบานสลักลวดลายวิจิตรซับซ้อนราวกับ้าเล่าเื่สำคัญที่สูญหายไปตามกาลเวลา
สองข้างของประตูคือรูปปั้นมนุษย์ั์ยืนเฝ้าอยู่
“ขออย่าให้เป็แบบที่คิดเลย”
ครืด…เสียงหินเสียดสีกันดังลั่น
ร่างั์ทั้งสองหลุดออกจากแท่นยืนเศษหินร่วงกราว แสงสีแดงในรอยแยกตามลำตัวลุกวาบ ดั่งชีพจรที่เริ่มเต้นอีกครั้ง
แรงกดดันครอบงำพื้นที่หนักหน่วงจนผนังถ้ำสั่นะเื
ลมหายใจของโจเวลชะงักไปเสี้ยวหนึ่ง
“อืม…ตายแน่ๆ มาเฟียไม่ต้องคอนเฟิร์ม”
ทันใดนั้น หมัดขนาดมหึมาก็พุ่งลงมา
ตูม!!
พื้นเหยียบแตกกระจายเศษดินกระเด็นออกเป็วงกว้าง แต่ร่างของโจเวลหายไปก่อนจะโดน
ในเพียงเสี้ยววินาทีเขาโผล่อีกด้านหนึ่งของร่างั์
เคร้ง! เพล้ง!
มีดสั้นฟาดลงใส่ข้อต่อลำคอจุดอ่อนที่พอจะมองเห็นได้ แต่ผิวหินนั้นแข็งแกร่งเกินไป แรงปะทะสะท้อนกลับใบมีดแตกละเอียดในพริบตา
“ขี้โกงเกินไปหรือเปล่า”
หัวของั์หมุนกลับมาทันควันดวงตาสีแดงเรืองวาบจับจ้องมาที่เขา ขณะที่โจเวลลอยเคว้งอยู่กลางอากาศไร้การป้องกันโดยสิ้นเชิง
หมัดอีกข้างพุ่งสวนเข้ามารวดเร็วและรุนแรงผิดกับรูปลักษณ์ที่ดูเชื่องช้า ไม่เปิดโอกาสให้หลบภาพตรงหน้าเหมือนเดินช้าลง เสียงหัวใจดังก้องชัดเจนในโสตประสาท
ดวงตาสีเงินเบิกกว้าง
“เจ็บแน่แม่จ้า!”
โจเวลยกแขนขึ้นป้องกันโดยสัญชาตญาณ
ตูม!!!
แรงกระแทกปะทะเข้าเต็มเหนี่ยวเืจากาแพุ่งทะลักเปื้อนหมัดและใบหน้าของร่างั์
“อั่ก!”
ร่างของโจเวลกระแทกพื้นอย่างรุนแรง
แต่ยังไม่ทันที่ั์อีกตนจะพุ่งเข้าซ้ำร่างที่เปื้อนเืกลับยกแขนขึ้นขวางไว้
“…”โจเวลชะงักและไม่เข้าใจความหมายของสถานการณ์ตรงหน้า
เสียงหินขยับดังครืดแสงสีแดงตามลำตัวเริ่มกระพริบถี่ ร่างมหึมาถอยหนึ่งก้าว
แล้วคุกเข่าลงท่วงท่าการเคลื่อนไหวคุ้นเคยอย่างไม่น่าเป็ไปได้
รูปปั้นทั้งสองกำลังทำท่าความเคารพของตระกูลลาเมทัสประกายแสงสีเงินไหลเวียนจากปลายเท้าขึ้นสู่ศูนย์กลาง รวมตัวกันที่หน้าอกก่อเกิดสัญลักษณ์ที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี
ช่างบังเอิญจนน่าตลกร้าย
“สายเื” เสียงหนึ่งดังก้อง เรียบเฉยแต่แฝงความยินดีอย่างลึกซึ้ง
แรงกดดันก่อนหน้าหายไปเหลือเพียงความเงียบที่หนักแน่น
ครืด…
บานประตูขนาดมหึมาสั่นะเืแล้วขยับเปิดออก ราวกับรอคอยการมาเยือนของโจเวลอยู่ก่อนแล้ว
“ไม่พุ่งมาชกจากข้างหลังนะ”
สองเท้าก้าวเข้าไปพลางหันกลับมองด้านหลัง