“แล้วพวกท่านทำอะไรให้ข้าควรนับถือหรือไม่เล่า”แม้ต้องล้มลุกคลุกคลานกับพื้น แต่เด็กสาวก็ยังเถียงต่อนางจ้องคนที่ทุบตีนางแววตาแข็งกร้าว
หวงกว่างฝูเหมือนถูกท้าทายเขาจ้องหลานสาวราวจะกินเืกินเนื้อ เงื้อมือจะตบสั่งสอนนางซ้ำ แต่เด็กสาวกลับพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้เขาต้องชะงัก
“ข้าจะแจ้งเื่นี้ไปยังท่านปู่ทั้งสาม”ในเมื่อเขาชอบยกกฎบ้านมาบังคับทุบตีนางนางก็จะใช้กฎของตระกูลเล่นงานเขากลับนางเป็สายเืที่เกิดจากบุตรชายคนโตของท่านปู่ ถึงนางเป็สตรีแต่ก็มีสิทธิ์มีเสียงในบ้านไม่ด้อยไปกว่าท่านอาที่เกิดจากฟูเหรินรอง
หวงกว่างฝูกำหมัดแน่นสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ในสายตาพวกผู้เฒ่าของตระกูลเขาไม่เคยเป็ที่พอใจเท่าหวงเหวินฝูเื่ในบ้านสกุลหวงแห่งถูหยางเขาเป็ใหญ่ก็จริงอยู่แต่ก็ไม่อยากมีปัญหากับผู้าุโในตระกูลเพราะคำพูดของหลานสาว ตอนเขาขับไล่อี้หงออกจากบ้านไปด้วยคำครหาของคนค่อนเมืองก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
หลางรั่วอิ๋งกับหลางเชียนอิงมองหน้ากันเื่ที่คิดจะจัดการหวงเฟิ่งเหยานั้นไม่ง่ายเสียทีเดียวนางปากกล้าและใจถึงเกินเด็กสาวอายุสิบห้าขนาดถูกตบถูกทุบด้วยไม้เท้าก็ยังไม่ยอมก้มหัวง่ายๆถ้านางยืนกรานหัวเด็ดตีนขาดต้องแต่งงานกับติงเฉิงคุนเท่านั้นมิเท่ากับหลางเชียนอิงต้องตกเป็รอง เมียหลวงมีสิทธิ์สั่งสอนเมียน้อยข้อได้เปรียบจุดนี้จะส่งผลต่อชีวิตหลางเชียนอิงกับลูกในระยะยาว
สถานการณ์ไม่เป็ดั่งคาดแล้วหลางรั่วอิ๋งจึงเกลี้ยกล่อมหวงกว่างฝูใหม่
“ใจเย็นกันก่อนนะเ้าคะท่านพี่อย่าให้นางทำให้เราต้องเสียหน้าเลยจะดีกว่าใครจะรู้ว่านอกบ้านนางจะพูดใส่ร้ายอะไรเราบ้าง”
“เอานางไปขังไว้ในห้องอย่าให้พบใครถ้าข้าไม่อนุญาต ประเดี๋ยวจะพูดจาใส่ร้ายคนในบ้าน” นางหวางกุ้ยออกคำสั่ง
หวงเฟิ่งเหยาพอรู้ว่าจะถูกขังก็หันกายตั้งท่าจะวิ่งหนีแต่บ่าวไพร่สองสามคนก็ล้อมเข้าจับตัวนางเสียก่อนเด็กสาวร่างเล็กโวยวายดิ้นรนสุดกำลัง แต่ก็สู้แรงบ่าวในเรือนไม่ได้นางถูกรวบแขนรวบขาหามกลับห้องไปเหมือนหมูกำลังจะถูกเชือดนางหวางกุ้ยสั่งให้คนเฝ้าประตูห้องไว้ตลอดเวลากันคนนอกเข้ามายุ่มย่ามกับเด็กสาว
หวงเฟิ่งเหยาถูกขังอยู่ในห้องได้สองวันทั่วทั้งเมืองก็มีข่าวลือว่าคู่แต่งงานของติงเฉิงคุนคือหลางเชียนอิงข่าวลือนี้เท่ากับบีบชายหนุ่มจนนั่งไม่ติดเขามาบ้านสกุลหวงเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดแต่กลับถูกกีดกันไม่ให้พบหน้านางในดวงใจด้วยเหตุผลว่านางล้มป่วยกะทันหันและเมื่อเขายังดึงดันจะไปที่ห้องของนางให้ได้นางหวางกุ้ยก็ออกมาดึงตัวไว้เพื่อจะคุยเื่สำคัญ
“คุณชายมีคำตอบอย่างไรกับเื่ของเชียนเอ๋อร์”หญิงชราเชื่อคำของหญิงสาวที่มีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มแล้วเพราะเื่ใหญ่ของสตรี คงไม่มีใครเอามาพูดเล่นให้ตนเองเสื่อมเสีย
“ข้ากับนางไม่มีสิ่งใดข้องเกี่ยวกันขอรับ”คนที่สำคัญกับเขามากที่สุดก็คือหวงเฟิ่งเหยาเขาจะไม่ยอมเสียนางไปเพื่อแลกกับการจำทนแต่งงานกับหลางเชียนอิง
นางหวางกุ้ยส่ายหน้าส่งสายตาตำหนิชายหนุ่ม
“เชียนเอ๋อร์ก็เหมือนลูกหลานในบ้านสกุลหวงหากถูกคนรังแก ในฐานะญาติผู้ใหญ่ ข้าต้องเรียกร้องความเป็ธรรมให้นาง”
“แล้วเฟิ่งเอ๋อร์เล่าขอรับข้าไม่อาจผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับนางได้”
“ผิดคำสัญญาก็ยังดีกว่าผิดวิสัยสุภาพบุรุษผิดคุณธรรมของลูกผู้ชาย”
ติงเฉิงคุนมีสีหน้ายุ่งยากใจเขาไม่้าแต่งงานกับหลางเชียนอิงเพราะความสัมพันธ์ครั้งเดียว
“เ้าต้องจัดการเื่นี้ให้ส่งผลดีกับทุกฝ่ายแค่เื่เชียนเอ๋อร์ไปไหนมาไหนกับเ้าก็กลายเป็หัวข้อสนทนาของชาวเมืองแล้วหากเื่ความสัมพันธ์ของพวกเ้ารู้ไปถึงคนนอก หรือถ้าหากนางตั้งท้องความเสียหายก็ยากที่จะแก้ไขได้ทันท่วงที”
ติงเฉิงคุนหน้าซีดเื่นี้เขาไม่ได้บอกใคร นางหวางกุ้ยรู้จากหลางเชียนอิงอย่างนั้นหรือ
“เ้าอย่าได้คิดสงสัยนางนางยังเป็สตรีมียางอาย เป็ข้าที่คาดคั้นจนนางยอมบอก” หญิงชราช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้หญิงสาวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฝ่ายชายต้องเป็คนรับผิดชอบ
“แต่ว่าข้ากับเฟิ่งเอ๋อร์ผูกพันกันมานานนะขอรับ”
“ความผูกพันของพวกเ้าไม่ใช่บุพเพสันนิวาสเื่ระหว่างเ้ากับเชียนเอ๋อร์เกิดขึ้นแล้วเฟิ่งเอ๋อร์ควรเห็นแก่ความผูกพันของสองตระกูล แล้วหลีกทางให้พวกเ้าทั้งสองคน”นางหวางกุ้ยเห็นท่าทางติงเฉิงคุนแสดงออกถึงความสับสน จึงแนะนำทางออกให้“ไม่มีผู้ชายคนไหนแต่งเมียพร้อมกันสองคนแต่เื่ที่เ้าจะแต่งเฟิ่งเอ๋อร์เป็อนุนั้นเป็ทางออกที่ดีที่สุด”
ติงเฉิงคุนไม่รู้ว่าเหตุใดหญิงชราถึงจงเกลียดจงชังหวงเฟิ่งเหยานักหนาทางออกที่นางหยิบยกมาถึงเป็ผลร้ายกับเด็กสาวได้ปานนั้น ขนาดเขาขอแต่งนางเป็ภรรยาหลวงนางยังไม่ยอมให้เขารับหลางเชียนอิงเป็ภรรยาน้อย นี่ย่ารองจะให้นางแต่งเป็น้อยนั่นมิเท่ากับทำร้ายจิตใจนางมากเกินไปหรอกหรือ
“ข้าให้เวลาเ้าคิดแต่อย่านานเกินไปนัก ท้องไส้สตรีสังเกตได้ง่ายว่าที่เ้าสาวกับเ้าจะยิ่งดูไม่ดีในสายตาคนอื่น เชียนเอ๋อร์อายุเหมาะสมที่จะออกเรือนข้ารับรองว่านางจะเป็ภรรยาที่ดีให้กับเ้า” นั่นเพราะเกลียดชังหวงเฟิ่งเหยาอยู่มากต่อให้หลางเชียนอิงชั่วช้ากว่านี้นางหวางกุ้ยก็จะทำให้ภาพลักษณ์หญิงสาวสะอาดคู่ควรกับติงเฉิงคุน
“ข้าขอพบหน้าเฟิ่งเอ๋อร์สักครั้งเพื่อเกลี้ยกล่อมนางจะได้หรือไม่ขอรับ”ที่เขาใช้คำว่าเกลี้ยกล่อมก็เพราะ้าลวงหญิงชราว่าเขายินดีจะแต่งงานกับหลางเชียนอิง
“เอาอย่างนั้นก็ได้ถ้านางพร้อมคุยเมื่อไร ข้าจะส่งคนไปเชิญคุณชายที่บ้าน”
ติงเฉิงคุนลาหญิงชรากลับไปพร้อมหัวใจที่ไม่ท้อถอยเสียทีเดียวเขาเขียนจดหมายฉบับหนึ่งก่อนไปดักพบสืออวิ๋นเพื่อวานชายหนุ่มมอบจดหมายให้หวงเฟิ่งเหยา
สืออวิ๋นมองจดหมายที่ติงเฉิงคุนยัดใส่มือแบบงงๆ
“ข้าไม่สามารถพบหน้าเฟิ่งเอ๋อร์ตามลำพังเื่นี้ข้าไว้ใจเ้าได้สินะ” เขาใช้น้ำเสียงในเชิงออกคำสั่งมากกว่าการขอร้อง
“เรียนคุณชายตามตรงข้ากับท่านแม่ยังอยู่สกุลหวงก็เพราะห่วงคุณหนูเฟิ่งเหยา”
เขากับมารดาเคยคิดว่าพอคุณหนูแต่งงานไปอยู่บ้านสกุลติงพวกเขาก็คงหมดห่วง สามารถที่จะลาออกจากการเป็บ่าวไปใช้ชีวิตตามประสาสองแม่ลูกแต่เื่ราวกลับพลิกผัน ไม่แน่ว่าคุณหนูจะยังได้แต่งงานกับคุณชายติงหรือไม่และหากได้แต่ง จะแต่งออกไปด้วยฐานะใด
“ข้าหวังว่าคุณชายจะทำเพื่อคุณหนูได้มากกว่านี้อย่างไรคุณหนูก็เป็คนที่ท่านรักมาก่อน”
“เ้าถือสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนข้าฮึเ้าคนชั้นต่ำ” คนที่ทรยศต่อคำพูดของตนฉุนเฉียวใส่อารมณ์
“ข้าไม่มีสิทธิ์แต่ข้าเห็นความสัมพันธ์ของพวกท่านมาหลายปีข้าแค่ไม่อยากเห็นคุณหนูต้องผิดหวังเสียใจ” นางเสียใจกับความโลเลของติงเฉิงคุนแล้วและเพราะผิดหวัง นางจึงะเิอารมณ์เสียยกใหญ่ส่งผลให้ตนเองต้องถูกขังอยู่แต่ในห้อง
“หุบปากของเ้า แล้วมอบจดหมายให้นาง”ติงเฉิงคุนกล่าวจบ ก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไปสืออวิ๋นยืนมองจดหมายในมือด้วยความรู้สึกยากอธิบาย
ยามพลบค่ำ
หวงเฟิ่งเหยาถูกขังไว้ในห้องแทบไม่รับรู้ข่าวคราวภายนอกได้แต่ทุกข์ใจอยู่ตามลำพัง และพยายามหาหนทางหนีออกจากห้องเพื่อไปพบหน้าติงเฉิงคุนนางจะไม่รอจนถึงอายุสิบเจ็ดแล้ว ยินยอมแต่งงานกับเขาก่อนกำหนดเวลาเดิมหากเขาตกลงตามคำขอของนาง มารดาเขาก็ขัดความ้าอันแรงกล้าของบุตรชายไม่ได้แน่ส่วนเื่ผิดฤกษ์ผิดเวลาอันจะส่งผลต่อชะตาชีวิตภายหน้านั้นค่อยหาทางสะเดาะเคราะห์ผ่อนหนักเป็เบา จะให้นางถือศีลกินเจสักปีเพื่อการนี้นางก็ยินยอม นาง้าให้คุณชายติงแต่งกับนาง มิใช่หลางเชียนอิง!
คิดสะระตะมาพักใหญ่หวงเฟิ่งเหยาก็ะโบอกสาวใช้ที่ยืนเฝ้าหน้าห้อง
“ข้าอยากจะเข้าห้องน้ำ”
“กระโถนในห้องนั่นไงเ้าคะ”
“ข้าปวดหนักไม่ได้ปวดเบา พวกเ้าขังข้าอุดอู้อยู่แต่ในห้องอย่างนี้ไม่ได้ปล่อยข้าออกไปเดี๋ยวนี้ ข้าปวดท้อง ปวดจะตายอยู่แล้ว” นางทุบประตูปังๆ
“แต่นายหญิงใหญ่สั่งไม่ให้คุณหนูออกจากห้อง”
“ไปบอกนางเดี๋ยวนี้ว่าข้าจะเข้าห้องน้ำถ้าข้าปล่อยเรี่ยราดในห้อง เ้านั่นแหละจะต้องเป็คนเข้ามาเก็บกวาด”
แม้เป็สาวใช้แต่ก็ไม่ได้ทำงานในส่วนของห้องน้ำและสิ่งสกปรกแค่คิดสาวใช้อายุน้อยนางนี้ก็แทบอาเจียนนางชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะทนทำความสะอาดสิ่งปฏิกูลหรือถูกไล่ออกไม่มีเงินเลี้ยงตัว“คุณหนูทนเอาหน่อยนะเ้าคะข้าต้องไปขออนุญาตนายหญิงก่อน”
หวงเฟิ่งเหยาได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งจากไปจึงหัวเสียเตะโต๊ะระบายอารมณ์
“ปล่อยข้าออกไปนะปล่อยข้า!”
ลับหลังสาวใช้สืออวิ๋นที่ซุ่มอยู่ไม่ไกลก็รีบดึงไม้สลักดานประตูออก บานประตูเปิดผางหวงเฟิ่งเหยาตั้งท่าจะด่า แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง
“คุณชายติงฝากจดหมายมาให้คุณหนู”
นางรับจดหมายมาถือไว้“ข้าจะไปพบเขา”
ชายหนุ่มกางแขนขวางทางไว้“ค่ำมืดแล้ว ออกไปตอนนี้เกรงจะไม่เหมาะนะขอรับ”
“หลีกไป...เ้าถือดีอะไรมาห้ามข้าข้ามีเื่จะให้เขาช่วย” โอกาสดีงามมาถึงแล้วนางจะไม่ยอมให้สืออวิ๋นมาขัดขวางในเื่เร่งด่วน
“เกรงว่าเขาจะช่วยคุณหนูไม่ได้แล้ว”สืออวิ๋นอยากจะบอกข่าวลือเื่เปลี่ยนตัวเ้าสาวแต่เกรงจะทำร้ายจิตใจนางไปมากกว่านี้ จึงนิ่งเงียบ คิ้วดกหนาเผลอขมวดและหวงเฟิ่งเหยาก็สังเกตเห็น
“มีเื่อะไรที่เ้าปิดบังข้าอยู่บอกมานะ” คาดคั้นไปก็เท่านั้น อีกคนยังคงปิดปากเงียบ “ถ้าอย่างนั้นก็หลีกทางให้ข้าไปพบคุณชายติง”
สืออวิ๋นถอนหายใจกับความดื้อดึงไม่ดูสถานการณ์ของนาง
“ก่อนคุณหนูจะทำอะไรลงไปควรอ่านจดหมายจากเขาก่อนจะดีกว่ากลับเข้าไปในห้องเถอะขอรับ ถ้ามีคนเห็นท่านยืนอยู่ข้างนอกกับข้า พวกเราทั้งหมดจะลำบาก”
แต่คนดื้อและเอาแต่ใจอย่างไรก็ยังดื้อและเอาแต่ใจเช่นเดิม หวงเฟิ่งเหยาผลักอกชายหนุ่มปากก็ดุด่าให้หลีกทาง กระทั่งสืออวิ๋นทนไม่ไหว
“ได้โปรดเห็นแก่แม่ของข้าสักครั้งเถิด”
อาการดึงดันทั้งหมดหยุดลงกะทันหันสำนึกด้านดีสั่งเตือนให้นางคิดถึงเหนียงเซียงนางจะเอาแต่ใจบ้าบอโดยไม่สนใจผลที่จะตามมากับใครก็ได้แต่คนคนนั้นต้องไม่ใช่เหนียงเซียง นางทำร้ายเหนียงเซียงไม่ลงหวงเฟิ่งเหยามองหน้าสืออวิ๋น แล้วหันหลังกลับ กระชากประตูปิดดังปังชายหนุ่มขัดดานกลับเข้าที่แล้วหายตัวไปจากหน้าห้องของนาง
สาวใช้คนเดิมกลับมาแล้วนางบอกหวงเฟิ่งเหยาว่าสามารถไปห้องน้ำได้ แต่นางจะตามไปเฝ้าคนในห้องตอบกลับมาว่านางเลิกปวดแล้ว หากปวดก็จะนั่งกระโถนเพราะี้เีเดิน
ภายในห้องหวงเฟิ่งเหยากำลังเปิดอ่านจดหมายของติงเฉิงคุน
‘เฟิ่งเอ๋อร์ ข้าขอโทษมีเื่ราวมากมายที่ข้าอยากจะคุยกับเ้าตัวต่อตัวแต่ไม่สะดวกและไม่มีโอกาสจะได้พูดข้าอยากให้เ้ารู้ว่าข้าไม่สบายใจที่เกิดเื่ราวเช่นนี้ระหว่างเราขึ้นข้าผิดที่รักษาสัญญาว่าจะรักและดูแลเ้าเพียงคนเดียวไม่ได้...’
รอยหมึกขาด่ตัวอักษรไม่หนักแน่น หวงเฟิ่งเหยาเข้าใจชายหนุ่มดีว่าต้องใช้กำลังใจมากเพียงใดในการเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา
‘กับสิ่งที่ข้าเผลอกระทำผิดไปทำให้ข้าจนหนทางไร้ซึ่งทางเลือก ข้าจำเป็ต้องรับผิดชอบเชียนเอ๋อร์เว้นเสียแต่ว่าเ้ายินยอมให้ข้าแต่งงานกับนางพร้อมเ้าวิธีนี้เท่านั้นที่ข้ากับเ้าจะอยู่ด้วยกันได้’
แต่งงานกับเขาพร้อมหลางเชียนอิง...ให้ตายนางก็ไม่ยอม!
บ้าไปแล้ว...ผู้ชายเห็นแก่ตัว!