Seen xx Daofhan 1
ในวันที่ฝนตกหนักแบบนี้ คนที่มีรถยนต์ก็คงจะสบายไปไม่น้อยเพราะไม่ต้องยืนรอรถเมล์จนเปียกปอนหรือไม่ก็ไม่ต้องรอให้ฝนซาถึงจะเดินออกจากตัวอาคารเพื่อไปโบกรถกลับบ้านwได้ แต่ฉันดีหน่อยที่มีรถขับ ซึ่งเป็รถของแม่ที่ซื้อไว้ให้ใช้ ฉันทำหน้าที่ขับรถรับส่งน้องชายที่เรียนอยู่โรงเรียนมัธยมไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก
ั้แ่จำความได้ ฉันใช้ชีวิตอยู่กับแม่และน้องชายมาโดยตลอด กระทั่งเมื่อหลายปีก่อนแม่เสียชีวิต เราสองพี่น้องเคว้งคว้างไปหมดไม่รู้จะทำยังไงต่อ แต่เราก็ประคับประคองกันมาจนถึงทุกวันนี้ ถามว่าคนเป็พ่ออยู่ไหน ทีแรกฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเขาเป็ใคร กระทั่งมีคนติดต่อมาขอพบพวกฉันทั้งสองคน เราสองพี่น้องถึงได้รู้ว่าคนที่เคยเป็พ่อเป็นักธุรกิจชื่อดังเขาเลิกกับแม่ตอนฉันอายุห้าขวบและน้องหนึ่งขวบ เขาทิ้งพวกเราไปแต่งงานใหม่ ฉันไม่เคยคิดจะตามหาหรือเปิดเผยตัวตนกับเขาเลย ฉันเลือกที่จะเงียบ ๆ และอยู่กับน้องแบบนี้ แบบนี้พวกฉันก็มีความสุขดี
แม่ฉันเสียเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่ทำเงินประกันไว้ให้ กระทั่งอายุครบยี่สิบทนายของแม่ถึงได้ติดต่อมา ถามว่าก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตกันยังไง ฉันบอกได้เลยว่าฉันดั้นด้นทำงานพิเศษแทบจะทุกอย่าง นอกเหนือจากเวลาเรียนก็ทำงานพิเศษ ถึงแม้จะมีรถ มีบ้านแต่ทุกอย่างยังคงมีค่าใช้จ่าย เราสองพี่น้องเลยต้องช่วยกัน แม้จะมีเงินเก็บไว้พอสมควรแต่ใช่ว่ามันจะไม่มีวันหมด เราสองพี่น้องสู้มาด้วยกันตลอด จนถึงตอนนี้ชีวิตเราดีขึ้นแต่ฉันก็ยังทำงานหนักเหมือนเดิม เพราะกลัวความรู้สึกในตอนที่แม่เสียจะกลับมา ฉันกลัวจะดูแลน้องได้ไม่ดี ตอนนี้ฉันเหลือน้องเพียงคนเดียวที่เป็ครอบครัว
“ยืนเหม่ออะไร จะไปรับน้องไม่ใช่เหรอ?” เสียงเพื่อนในกลุ่มเอ่ยถามเมื่อฉันเอาแต่ยืนนิ่งมองสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาแบบนั้น
“ดาวฝันไหวไหมเนี่ย” ขง เพื่อนในกลุ่มเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง
“ไหวสิ จะกลับกันเลยเหรอ” คราวนี้ฉันเปลี่ยนเป็ถามเพื่อนบ้าง กลุ่มเรามีทั้งหมด ห้าคน มีฉัน ขง หลง วุ้น แล้วก็ปาเก้ กลุ่มเพื่อนที่คบกันมาั้แ่ปีหนึ่ง
“ว่าจะกลับเลยอะ” ปาเก้ตอบพรางยกมือปิดปากหาว วันนี้เรามีเรียนกันั้แ่เช้า จนตอนนี้จะบ่ายสามแล้ว และเราก็เพิ่งเรียนเสร็จ สภาพทุกคนเลยออกจะไปทางยับเยินเสียมากกว่า
“เจอกันพรุ่งนี้นะ ไปละ” ฉันโบกมือลาเพื่อนแล้วเดินแยกออกไปยังด้านหลังคณะที่มีรถจอดอยู่ ทางเดินจากอาคารถูกต่อยาวคั่นกลางระหว่างลานจอดรถทั้งสองฝั่ง ดีที่ว่าทางเดินมีหลังคาทำให้สามารถเดินไปยังที่จอดรถได้ ระหว่างยืนชั่งใจอยู่ว่าจะวิ่งไปที่รถเลยไหมหรือจะรอให้ฝนซาลงกว่านี้ จู่ ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาใกล้และหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของอีกฝ่ายลอยคลุ้งไปทั่วอากาศ มันหอมจนฉันอยากจะถามว่าใช้ยี่ห้อไหนทำไหมหอมมากขนาดนี้ แต่มันก็คงดูเสียมารยาทเกินไปล่ะนะ
“พี่กำลังจะไป ใครบอกให้แกขับมอเตอร์ไซค์ไปล่ะ” เสียงคนข้าง ๆ ดังขึ้น น่าจะคุยโทรศัพท์อยู่ล่ะนะ เอาวะ ปลดล็อครถแล้วเดินผ่านฝนไปเลยแล้วกัน เมื่อตัดสินใจแบบนั้นก็ตั้งใจจะเดินออกจากร่มตรงไปที่รถ แต่เพราะมืออุ่น ๆ ของคนข้าง ๆ ยื่นมาจับมือฉันไว้เสียก่อนทำให้เท้าที่กำลังก้าวชะงักงันไปทันที พอได้สติก็รีบชักมือออกจากฝ่ามืออุ่นทันทีทั้งยังหันไปมองอีกฝ่ายอย่างดุๆ ไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อยมาแตะเนื้อต้องตัวแบบนี้ได้ที่ไหนกัน แต่ยังไม่ทันจะได้ดุว่าอีกฝ่ายคนตรงหน้าก็มองนิ่งๆ พร้อมกับเอ่ยบอกเสียงเรียบ คน ๆ นี้ เป็เพื่อนในเมเจอร์นะถ้าฉันจำไม่ผิด
“เดี๋ยวไม่สบาย” อีกฝ่ายบอก พร้อมกับถอดเสื้อช็อปของเขาที่สวมอยู่มาคลุมศีรษะฉันไว้จากนั้นเขาก็รีบเดินผ่านสายฝนไปขึ้นรถที่จอดอยู่ข้าง ๆ รถฉัน ซีน ผู้ชายคนนั้นชื่อซีน เป็หนุ่มฮอตของคณะและหนุ่มสุดคูลของชั้นปี ฉันกับเขาเรียนคลาสเดียวกันตลอดแต่ก็ไม่เคยทักหรือพูดคุยเพราะเขาดูสูงจนฉันไม่กล้าตีตนไปทักหรือคุยด้วยแม้จะสถานะเพื่อนก็ตาม ฉันไม่กล้า
ฉันชั่งใจอยู่นาน มองเ้าของเสื้อที่คลุมศีรษะตัวเองอยู่อย่างสับสน ดูแล้วเขาไม่มีวี่แววจะกลับมาเอาเสื้อเลยสักนิด คิดแบบนั้นฉันจึงรีบเดินผ่านสายฝนโดยใช้เสื้อเขาช่วยกันฝนที่ตกลงมา พอถึงรถก็รีบขึ้นไปนั่งบนรถทันที เปียกอยู่ไม่มากต้องขอบคุณเสื้อตัวนี้สินะ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยวางเสื้อไว้บนเบาะข้าง ๆ จากนั้นก็สตาร์ทรถขับออกจากลานจอดทันที ตอนที่ขับรถออกมารถคันข้าง ๆ ที่จอดอยู่ก็ค่อย ๆ เคลื่อนตามออกมา เขาน่าจะกลับเหมือนกันล่ะนะ
“เหนือพี่ถึงแล้วนะ อยู่ไหนแล้ว”
(เดี๋ยววิ่งไปครับพี่) เสียงน้องชายคนเดียวของฉันบอกมา ฉันจอดที่หน้าโรงเรียนตอนนี้สายฝนแค่ปรอยปรายไม่ได้ตกลงเม็ดจนเปียกชุ่ม เกือบสิบนาทีก็เห็นร่างสูง ๆ ของน้องชายวิ่งเข้ามาใกล้ เสื้อเริ่มเปียกไปด้วยละอองฝน เสื้อช็อปสีกรมวางอยู่เบาะด้านหน้า ฉันหยิบขึ้นมาก่อนจะโยนไปไว้เบาะด้านหลัง เอาไว้ค่อยซักแล้วเอาไปคืนเขาแล้วกัน
“สวัสดีครับ” ดาวเหนือเปิดประตูรถขึ้นมานั่งเสร็จก็ยกมือไหว้ฉัน
“สวัสดีค่ะ หิวไหม พี่มาช้าด้วย”
“นิดหน่อยครับ วันนี้อยากทานชาบูอะเราซื้อไปทำที่บ้านได้ปะ” ดาวเหนือถาม แน่นอนว่าฉันไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะนาน ๆ น้องจะบอกว่าอยากทานอะไรบ้าง รายนี้น่ะขึ้เกรงใจทั้งที่ก็อยู่กันสองคน เวลาน้องอยากทานหรืออยากได้อะไรที่มันไม่หนักหนาหรือหนักเกินไปฉันก็จะซื้อให้น้องโดยไม่มีข้อโต้แย้งเลยล่ะ
“ได้ เดี๋ยวเราแวะที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อนถึงบ้านแล้วกัน”
“ขอบคุณครับ อ้อ พรุ่งนี้ผมหยุดนะ สามวันรวมเสาร์อาทิตย์ด้วย”
“หือ? ทำไมได้หยุดล่ะ” ปากขยับถามน้องแต่สายตาจับจ้องไปที่ถนน มือก็ประคองพวงมาลัยรถด้วยความระมัดระวัง
“อาจารย์ไปไหนไม่รู้ เลยได้หยุด พรุ่งนี้พี่มีเรียนปะ ขอไปเล่นด้วยได้ไหม”
“ไปได้ แต่อาจจะรอนานนิดหน่อยนะ”
“ไม่มีปัญหาครับ”
“งั้นก็ได้ พรุ่งนี้ไปด้วยกัน”
“อ้อ พี่ครับ ผมอยากไปค่ายหมอ...ได้ไหมครับ” ค่ายหมอ? อืม จะว่าน้องก็เคยเปรยๆ สายเรียนด้านนี้อยู่นี่นา ฉันจะขึ้นปีสี่แล้วเทอมหน้าก็ออกฝึกงานแน่นอนว่าสาขาฉันฝึกต้องมีค่าขนมด้วย คงไม่ลำบากเท่าไหร่หรอก
“อยากเรียนหมอเหรอ?”
“ครับ แต่ว่าถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็ไรนะ ผมเข้าใจ ผมอยากลองมาถามพี่ดู”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไปได้พี่ไม่ห้าม พี่แต่อยากให้เราทำในสิ่งที่รักและชอบแค่นั้นแหละ แต่ถ้ามีอะไรก็มาคุยกับพี่ตรง ๆ ห้ามคิดไปเองเด็ดขาดเข้าใจไหม”
“ครับ”
“เอาละ เอากระเป๋าไว้บนรถนะ แล้วเราไปซื้อของทำชาบูกันเนอะ” ฉันหันกลับมามามองน้องชายยิ้ม ๆ หลังจากที่จอดรถเสร็จเรียบร้อย น้องยิ้มกว้างพยักหน้าเก็บของไว้บนรถ จากนั้นเราสองพี่น้องก็เดินเข้าห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของสดไปทำชาบูทานด้วยกัน ระหว่างที่เดินเลือกซื้อของอยู่นั้นโทรศัพท์ฉันก็มีสายเรียกเข้าจากเพื่อน วุ้นน่ะไม่รู้ว่ามีอะไรด่วนปกติเพื่อนจะไลน์ทิ้งไว้ในกลุ่มแต่ครั้งนี้กลับโทรมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ว่าไงแม่” ฉันเอ่ยทักอีกฝ่าย
(เกิดเื่ใหญ่แล้วแม่!) อีกฝ่ายร้องออกมา ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“เื่ใหญ่อะไร มีใครเป็อะไร” พอได้ยินแบบนั้นก็รีบเอ่ยถามกลับไปอย่างรวดเร็ว
(ในเพจบอกว่าแกกับซีนกิ๊กกั๊กกัน!!)
“ฮะ? บ้าสิ กิ๊กอะไร เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
(เดี๋ยวส่งให้ดูในไลน์กลุ่มนะ กลับถึงห้องหรือยัง) วุ้นยังถามต่อ แต่น้ำเสียงเพื่อนนี่เก็บความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ไม่ได้เลยสักนิดเดียว
“ยังดิ อยู่ที่ห้างฯ มาซื้อของกับน้อง”
(งั้นถึงห้องค่อยคุยกันแม่ บอกน้องเหนือด้วยว่าพี่วุ้นคิดถึง)
“ไม่บอกหรอก หวง” ฉันบอกไปน้ำเสียงเจือแววขบขัน แต่อีกฝ่ายส่งเสียงงอแงกลับมาทันที แต่ก็เป็แบบนี้แหละ พอวางสายจากเพื่อนฉันและน้องก็เดินไปดูของใช้ด้วยกัน เมื่อซื้อทุกอย่างครบเรียบร้อยก็จ่ายเงินกลับบ้าน กว่าจะถึงบ้านก็เย็นพอสมควร เราสองพี่น้องกำลังช่วยกันล้างผักหมักหมูเพื่อที่จะทำชาบู
“พี่ไนท์ ผมดูเกมเมอร์สตรีมเกมด้วยได้ไหม” ดาวเหนือเอ่ยขอ ระหว่างที่เรากำลังยกจานผักและหมูมาวางไว้บนโต๊ะ
“ได้ ๆ เหนือนั่งเลยเสร็จแล้ว” ฉันบอกน้องแต่มือยังสาระวนกับการยกนั่นยกนี่มาวางบนโต๊ะ ไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย เหนือยกโน้ตบุ๊กมาวางไว้บนโต๊ะ บนหน้าจอมีช่องที่สตรีมเกมอยู่ น้องชอบดูอะไรแบบนี้มากเลยนะแต่ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองชอบ ส่วนฉันก็เคยดูบ้างแต่ดูอยู่ไม่กี่ช่องหรอก ช่องนี้ที่น้องดูฉันก็เคยดูผ่าน ๆ แต่น้ำเสียงเขาคุ้นมากเลยนะ เหมือนเคยได้ยินอยู่บ่อยครั้งระหว่างดูสตรีมเกมเราสองพี่น้องก็เอาหมูและผักลงต้มในหม้อระหว่างที่รอให้หมูสุกก็ดูสตรีมเกมไปพราง
(ทำไมวันนี้ไม่เปิดกล้อง ใจเย็นครับ กำลังจะเปิด) เสียงคนในสตรีมพูดขึ้นพรางหัวเราะเบา ๆ
(วันนี้เล่นเกมอะไร อะมงอัสครับ)
(พี่ซีนโดนนัวแน่ ๆ อย่าเลยครับ วันนี้ผมต้องเป็ผีให้ได้) ซีนอย่างนั้นเหรอ ตลกดีจัง วันนี้ฉันได้ยินชื่อนี้สองครั้งได้แล้วมั้ง ทานไปสักพักบนหน้าจอก็มีช่องเล็ก ๆ อยู่ตรงกลางล่างของจอ เผยใบหน้าเ้าของช่องสตรีม แต่ใบหน้านิ่ง ๆ ของอีกฝ่ายทำเอาฉันชะงักค้างไปทันทีเหมือนกัน ทำไม ทำไมถึงเป็เขาล่ะ
(วันนี้มีใครบ้าง ยังไม่มั่นใจเลยครับเดี๋ยวรอเปิดดิสคอร์ดก่อน) เสียงพูดคุยของอีกฝ่ายทำให้ฉันละความสนใจจากอาหารตรงหน้าจ้องมองเขาอย่างละสายตาไม่ได้ ตลกดีเพิ่งรู้ว่าช่องสตรีมเกมที่เคยดูเป็ของเขา ฉันตัดใจละสายตาออกจากหน้าจอในที่สุดและทานอาหารต่อ พยายามไม่สนใจเสียงน่าฟังนั้น ส่วนเหนือดูซีนเล่นเกมสลับกับทานอย่างอร่อย พอเห็นว่าน้องมีรอยยิ้มติดมุมปากคนเป็พี่สาวอย่างฉันก็ทำได้แค่มองน้องยิ้ม ๆ อย่างสุขใจ แค่น้องมีความสุขฉันเองก็มีความสุขแล้วล่ะ เพราะความสุขของฉันคือน้องชายเพียงคนเดียวของฉัน
“พี่ไนท์ขึ้นไปพักเลยก็ได้ เดี๋ยวผมล้างเอง”
“ทำได้แน่นะ?” ฉันทวนถามเมื่อเราทานกันเสร็จ ฉันรู้ว่าไม่ควรสปอยล์น้องเกินไป อย่างสิ่งไหนที่น้องอาสาทำให้ฉันเองก็ควรจะให้โอกาสน้องได้ทำ น้องจะได้รู้สึกมีคุณค่า
“ได้ครับ พี่ไปพักเถอะพรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอ”
“งั้นพี่ไปพักก่อนนะ”
“ฝันดีล่วงหน้าครับ”
“ฝันดีล่วงหน้าเช่นกันจ๊ะ” ฉันบอกน้องกลับ มือก็หยิบกระเป๋าและเสื้อช็อปของใครบางคนติดมือไปด้วย ฉันซักเสื้อแล้วเอาลงมาตากข้างล่างจากนั้นก็กลับขึ้นไปอาบน้ำ ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันหยิบโน้ตบุ๊กของตัวเองขึ้นมาเปิดช่องสตรีมเกมที่ดูเมื่อ่เย็น ตอนนี้เขาก็ยังเล่นอยู่เลย เหมือนจะมีเพื่อน ๆ ในกลุ่มของเขามาเล่นด้วย
(เมื่อกี้ซีนอยู่ไหนนะ // ผมอยู่ห้องแอดมินไงครับ) ซีนตอบใครสักคนที่เอ่ยถามเขา ฉันเคยเห็นคนเล่นเกมนี้อยู่บ่อยครั้งเพื่อนฉันก็เล่น แต่เล่นกันแบบขำ ๆ นะไม่ได้สตรีมอะไรแบบซีน แต่ฉันเล่นไม่เป็เลยเลือกที่จะดูคนอื่นเล่นมากกว่าเล่นด้วยตัวเอง แปลกดีใช่ไหมล่ะ ฉันเองก็คิดว่ามันแปลก
(แต่พี่ยืนดูกล้องอยู่เห็นซีนเดินผ่านแบบลุกลี้ลุกลนล่ะ // พี่นั่นมันตาที่แล้ว ตอนนี้ผมยังไม่ เดี๋ยว! ใครนัวผมเนี่ย!) เสียงโวยวายงอแงดังมาให้ได้ยิน ฉันหลุดขำเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าซีนทำหน้ายังไงอยู่ พอจบรอบก็เริ่มเล่นใหม่ ครั้งนี้ซีนเดินไปกับตัวสีเขียว ๆ จู่ ๆ ตัวนั้นก็โดดท่อโชว์ ซีนทำหน้าเหวอวิ่งกลับไปยังโต๊ะตัวใหญ่และกดปุ่มอะไรสักอย่าง
(โหวตผม! เอาผมออกไปจากยานลำนี้!!) ซีนรีบบอกสมาชิกในเกม พอได้ยินแบบนั้นทุกคนก็หัวเราะลั่นอย่างชอบใจ
(พี่ซีนถูกจับเป็ตัวประกันเหรอพี่) เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น คนอื่น ๆ ก็ยิ่งหัวเราะกันใหญ่
(ไม่ให้ออก ฮา ๆ ๆ) แล้วทุกคนก็กดปุ่มสคริป จากนั้นซีนก็หันมามองช่องแชทแล้วฟ้องคนดูกลาย ๆ
(บ้าเอ๊ย ผมต้องอยู่อย่างหวาดระแวงใช่ไหม พี่เต็มอย่าฆ่าผม!!) ยังไม่ทันขาดคำร่างตัวละครในเกมของซีนก็ถูกฆ่าตาย ฉันมองเขายิ้ม ๆ ก่อนจะตัดใจกดออกจากสตรีมเกมถ้าไม่ออกตอนนี้พรุ่งนี้ตื่นไปเรียนไม่ไหวแน่ ๆ สามชั่วโมงฉันดูเขาเล่นเกมมาสามชั่วโมงแล้ว ไม่เคยดูใครนานแบบนี้มาก่อนเลย พอได้แล้วไม่เอาแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ แม้จะข่มตาให้หลับแต่ทำไมต้องนึกถึงรอยยิ้มของอีกฝ่ายกันนะ ทำไมถึงยังได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเสื้อของเขากัน แกเป็บ้าอะไรดาวฝัน!!
====
แบบนี้ได้ไหม แบบนี้ได้หรือเปล่า???