2
ในห้วงความมืดมิดอันไร้แสงสว่างเป็อีกครั้งที่เร็นรู้สึกว่าร่างกายร่วงหล่นสู่หุบเหวไร้ที่สิ้นสุด
ความรู้สึกนี้คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกจำได้ว่าตัวเองควรตายไปแล้วหรือบางทีคงตายไปแล้วจริงๆแล้วจะได้กลับโลกเดิมหรือเปล่านะ?
ภาพครอบครัว บ้าน เพื่อนแมวที่เอาแต่อ้อนเวลาหิวข้าว แล้วก็ชีวิตในมหาวิทยาลัย…
ว่าแต่ มันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่กันนะไอ้เื่บ้าบอพรรค์นี้….
12 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น...
เสียงกดคีบอร์ดยังคงดังต่อเนื่องปนกับเสียงพูดคุยของหญิงสาวสามคน
พวกเธอนั่งจ้องมองจอคอมพิวเตอร์ตาไม่กระพริบ ต้องบอกว่านี่คือกลุ่มเพื่อนสนิทซึ่งรวมตัวนั่งเล่นเกมด้วยกันอย่างเมามันตามด้วยเสียงเอฟเฟคจากการปะทะของคู่ต่อสู้ภายในเกมไม่นานหญิงสาวผมซอยสั้นก็บ่นพลางเอนหลังพิงกับหมอนบนพื้น
"เห้อ... เกือบชนะแล้วอ่ะ"น้ำเสียงบ่นปนอ้อน ทำให้อีกสองคนหัวเราะ
"ใจเย็น คราวหน้าเอาใหม่ก็ได้นอนกันเหอะ ดึกมากแล้ว"เคทปลอบใจ
“เฮ้ย พวกพี่ดูนี่ดิ!?”
รุ่นน้องที่รู้จักกันผ่านเกมจนกลายเป็เพื่อนสนิทในชีวิตจริงเรียกให้ดูบางอย่าง
ชาช่าเขยิบออกให้พี่ๆ มองเห็นหน้าจอคอมได้ชัดเจน
"คือหน้าจอคอมฉัน อยู่ๆมันก็มีข้อความเด้งขึ้นมาน่ะสิ"
สวัสดี มนุษย์ตัวน้อย..ข้ามีของขวัญให้ผู้โชคดีที่ข้าจับฉลากได้ในวันนี้เ้าจะได้ไปยังดินแดนอันไกลโพ้นจากโลกอันน่าเบื่อหน่ายเ้ายอมรับข้อเสนอของเราหรือไม่ หากตกลงให้กดยอมรับ หากปฏิเสธถือว่ายกเลิกหากเ้าไม่ตอบ ถือว่าเ้า…."
“ไร้สาระ นี่ไวรัสรึเปล่า?”เร็นขมวดคิ้วมองข้อความ
“ระ ไร้สาระ!!เ้ากล้าหาว่าเื่ที่พระเ้าอย่างข้าบอก ไร้สาระงั้นเรอะ!!!”
“เฮ้ย เจ๋งอ่ะพี่ข้อความเด้งตอบอัตโนมัติด้วย”ชาช่าเริ่มนึกสนุก
“ช่า แกไปอ่อยใครแล้วเททิ้งเขาเลยมาแฮกเข้าคอมแกรึเปล่า?”
เคทแซวแต่ชาช่าหันมองหน้าบูด“พี่ก็พูดไป”
“เอ้า ตอบสินังหนูหรือพวกเ้าโง่งมจนข้าต้องบอกอีกรอบ?”
“ช่า ปิดสวิทช์เครื่องแม่งเลย”เร็นเสนอ
“เอ่อ... ไม่ได้อ่ะพี่”
ชาช่าลองกดย้ำๆแต่คอมพิวเตอร์ไม่ตอบสนอง แถมข้อความยังกระพริบถี่รัวๆ
“เรียกตัวเองว่าพระเ้าซะด้วยหลงตัวเองน่าดู”เร็นหรี่ตามองจอคอม
“เฮ้อ เหนื่อยใจจริงๆพวกเ้าอยากท้าทายข้านักใช่ไหม เดี๋ยวตาแก่คนนี้จัดให้!”
พริบตาเดียวหลอดไฟบนฝ้าเพดานหรือคอมพิวเตอร์อีกสองเครื่องก็กระพริบ ติดๆ ดับๆจนทั้งสามคนสะดุ้งโหยง
“เชี่ย”ชาช่าอุทานแล้วมองพี่ๆอย่างหาคำอธิบาย
อีกสองสาวส่ายหน้าแทนคำตอบ
“เริ่มกลัวแล้วล่ะสิ หึหึ”
“เคทเธอแน่ใจนะว่าห้องนี้ไม่ได้โดนตั้งกล้องแอบถ่ายไว้อ่ะ”เร็นกระซิบถามเพื่อนซี้
“พูดอะไรของเธอ!ฉันอยู่หอนี่มาตั้งสองปีแล้วนะ ใครเข้าออกเ้าของเขารู้หมด”
“เอาล่ะๆ ตะกี้แค่ขู่”
ข้อความยังคงกระพริบต่อท่ามกลางห้องที่มืดสนิทเพราะหลอดไฟดับต่อให้เร็นกับเคทเปิดปิดกี่ครั้งมันก็ไม่ทำงาน
"คืองี้นะถือว่าเป็ของขวัญชดเชยแล้วกัน ถ้าพวกเ้าตอบตกลง ข้าจะส่งพวกเ้าไปยังโลกใหม่พร้อมพลังที่ร่างอวตารของพวกเ้ามี ในเครื่อง...เครื่องอะไรหว่า!”
ข้อความกระพริบคล้าย้าคนช่วย
“คอมพิวเตอร์”เคทตอบเสียงเ็าเธอกำลังคิดอยู่ว่าไอ้บ้าที่เล่นพิเรนทร์พรรค์นี้มันใครฟะ!?
“โอ้! นั่นแหละสาวน้อยพวกเ้าจะได้รับพลังทุกอย่างที่ร่างอวตารของพวกเ้ามีแล้วก็อาจสุ่มได้เผ่าพิเศษหายากในโลกนั้นด้วยนะ ดีไหมล่ะ?”
เกิดความเงียบชั่วขณะก่อนเสียงฮาจะดังลั่นห้อง
“ตลกอ่ะ”
“โคตรกาว”
“อย่าไปแซวเขาสิ!”
“นะ นังเด็กพวกนี้!!”
“โอเคๆ งั้นฉันมีคำถาม”เร็นฝืนตัวเองไม่ให้ขำต่อ
“ทำไมพระเ้าอย่างคุณถึงยอมมอบพลังให้พวกเราล่ะนอกจากไปต่างโลกไม่้าสิ่งแลกเปลี่ยนอย่างอื่นเหรอ?”
ผู้เรียกตนเองว่าพระเ้าเงียบหายไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ
“ไม่เลยหน้าที่ของข้าคือมอบของขวัญนี้แก่ผู้โชคดีหลายแสนคนเท่านั้น”
“ฟังดูเป็ข้อเสนอที่ไม่เลว”เคทพยักหน้า
“แต่ของฟรีไม่มีในโลก”
เร็นไม่เชื่อ เฝ้ารอว่าอีกฝ่ายจะตอบอย่างไร
“นี่! ท่านหมายเลขสองจัดการเื่ที่ท่านทำผิดพลาดเสร็จหรือยัง!?”
มีข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นก่อนข้อความอีกอันจะเด้งตอบ
“ดะ เดี๋ยวสิ เ้าอย่าเร่งข้าได้ไหมท่านผู้นำ!!”
สามสาวเริ่มมองหน้ากันแปลกๆจ้องข้อความที่โต้เถียงกันไปมา
“ยังมีหน้ามาต่อรองข้าอีกเหรอเ้าโง่!ใครให้เ้าเสร่อใช้เวทผิดบทจนลบชีวิตนับแสนบนโลกเทราอุสกันเล่า!!ข้ามีเวลาให้ท่านไม่นานนักหรอก ถ้ายังหาดวงิญญาไปทดแทนไม่ได้คณะกรรมการทั้งหมดจะตัดสินความผิดท่านขั้นร้ายแรง!”
“โธ่เว้ย! เออๆ ข้าเข้าใจแล้วกำลังรีบจัดการอยู่”
“เขาเถียงกับใครวะพี่?”
“อาจจะเมียเขาก็ได้”
“ฉันว่าข้อความมันแปลกๆ อยู่นะ คนปกติที่ไหนจะพิมพ์แชทกันแบบนี้”
ดูเหมือนคนอีกฝากฝั่งจะเกรี้ยวกราดพอควรไม่นานนักข้อความใหม่ก็เด้งเตือน
“ไม่ตอบเหรอ.... แปลว่ายอมรับสินะ”
“หา? พวกเรายังไม่ได้ตกลงอะไรเลยนะ!”เคทขึ้นเสียง
หน้าจอสีดำปรากฏข้อความใหม่ ที่ไม่มีใครคิดฝันว่าจะเป็ข้อความสุดท้ายที่ได้อ่าน
“ขอให้โชคดีกับโลกใหม่ที่ข้าให้เป็ของขวัญนะมนุษย์ตัวจ้อย....อย่าเพิ่งรีบตายกันไปก่อนล่ะ ความสนุกน่ะรอพวกเ้าหลังจากนี้”
ข้อความเ่าั้คือเสียงแทนคำพูดของพระเ้าหมายเลขสองผู้บังเอิญสะดุดล้มขณะร่ายเวทจนเผลอลบประชากรนับแสน จากโลกเวทมนตร์อันมีชื่อว่า ‘เทราอุส’
ข้อความหายไปแล้วหน้าจอคอมพิวเตอร์กลายเป็ดับมืดสนิท สามสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่จู่ๆบนหน้าจอดับสนิทกลับสว่างวูบจนต้องเอามือบังตา
ทุกสิ่งเกิดขึ้นเร็วมากไม่มีใครทันตั้งตัว ความรู้สึกเหมือนร่างกายถูกดูดให้ร่วงหล่นสู่ก้นเหวอันมืดมิดมองไปทางไหนก็พบเจอแต่ความมืด ความกลัวระคนใส่งให้ต่างคนต่างกรีดร้องสุดเสียงแต่มันกลับดังก้องและสะท้อนหายไป
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แต่ความร้อนกับสายลมบางเบาทำให้คนหมดสติเริ่มรู้สึกตัว ท้องฟ้าสีครามและแสงแดดเจิดจ้าส่องกระทบใบหน้าขาวซีดเ้าของร่างเอนตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบากความงุนงงผสมอาการแบบคนเพิ่งตื่นทำให้ต้องส่ายหน้าแรงๆ เพื่อเรียกสติ
ทราย.... ไม่สิ ทะเลทราย?
โขดหินต้นไม้จำพวกฮาโลไซลอน ต้นตะบองเพชร
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย!
เร็นกุมขมับอย่างปวดหัวไม่ว่ามองไปทางไหนก็เจอแต่ทิวทัศน์ของทะเลทราย อยากคิดว่าเป็แค่ฝันแต่ความร้อนระอุที่ปลายเท้ากับมือนี่สิของจริงเมื่อก้มมองพื้นถึงเห็นว่าตัวเองสวมรองเท้าบูทผ้าสีดำอย่างดี
สุดท้ายก็ต้องสำรวจทั่วทั้งตัวและพบว่าไม่มีส่วนใดในร่างกายเลยที่เหมือนเดิมชุดนอนตัวบางเปลี่ยนเป็ชุดคลุมและเสื้อผ้าแบบชาวเอเชียตะวันออกสีขาวแทบจะทั้งชุดยังไม่รวมดาบเรียวบางที่ห้อยอยู่ข้างเอวข้อมือด้านซ้ายมีกำไลหยกสีส้มเรืองแสงอ่อนๆ แต่ไม่รู้ว่าใช้ทำอะไรได้พูดให้ถูกก็คือ….
มันเหมือนตัวละครที่สร้างในเกมไม่มีผิด!!!
แต่ตัวละครในเกมที่สร้างน่ะออกแบบไว้ให้เป็เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารัก ผมสีขาวมุก ผิวซีดๆ ชุดน่ะเหมือนแต่รูปร่างคงไม่เปลี่ยนหรอก เร็นบอกตัวเองแบบนั้นแต่มือไปไวกว่าความคิดคว้าหมับเข้าที่หน้าอกอย่างใ ตามด้วยล้วงไปยังตำแหน่งลับที่ผู้หญิงไม่ควรมี
ความคิดแง่บวกได้ปลิวไปกับสายลมทะเลทรายเรียบร้อยแล้ว.....
หน้าอกที่เคยตูมถึงแม้จะมีไม่มากกลับแบนราบยิ่งกว่าไข่ดาวตรงนั้นของผู้หญิงก็หายไป
กลายเป็บางสิ่งแสนสำคัญที่ผู้ชายหวงแหนที่สุด
ไม่!!
ไม่หรอก ทั้งพระเ้าทั้งเื่ไร้สาระแบบนี้ มันมีจริงที่ไหน คงแค่ฝันไปเองแน่ๆ….
ว่าแล้วก็ตบผัวะเข้าให้ที่แก้มซ้ายขวารัวๆสิ่งที่ได้กลับมาคือ ความเจ็บ...
เจ็บจนน้ำตาเล็ด คิดแล้วน้ำตาใสๆก็ร่วงแบบกลั้นไม่อยู่
จบแล้ว...
ชีวิตหญิงสาววัยสิบแปดปีที่กำลังมีความสุขกับการเรียนในมหาวิทยาลัยจบแล้วความเป็ผู้หญิงที่แม่ให้มาั้แ่เกิด คิดอย่างเจ็บใจแต่ก็รู้ว่าทำอะไรไม่ได้
“ไอ้พระเ้าบัดซบ!!!”
หลังยืนทำใจอยู่นานเร็นก็ยอมแพ้ต่อแสงอาทิตย์และมองหาร่มเงาอย่างหินก้อนใหญ่สักก้อนเพื่อหลบแดดแม้ทุกอย่างจะเหมือนในเกมแต่มันไม่มีปุ่มเมนูหรือความสะดวกสบายแบบบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ นี่คือความจริง
จังหวะที่เร็นเกือบทิ้งตัวนั่งพิงก้อนหิน จู่ๆเด็กสาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังหินอีกฝั่ง
“....”
ทั้งสองสบตากันอยู่พักหนึ่งก่อนเด็กสาวท่าทางอายุไล่เลี่ยกันจะเป็ฝ่ายพูด
“โทษที ฉันทำให้เธอใรึเปล่า”เด็กสาวหน้าสวยคนดังกล่าวลูบท้ายทอยเก้ๆ กังๆ เร็นขมวดคิ้วและจ้องมองเธอด้วยความงุนงง
ไม่เคยเห็นหน้า แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดท่าทีขัดเขินแบบนี้ชวนให้นึกถึงใครบางคน
คนที่เจอกันครั้งแรกเมื่อสมัยเด็ก…
“เคท?”
เร็นเผลอหลุดปากเรียกชื่อเพื่อนสนิทอย่างลืมตัว
“เอ่อ นี่เธอรู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ?”
เด็กสาวในชุดเดรสยาวสีน้ำเงินพร้อมผ้าแพรคลุมไหล่เอียงศีรษะถามเร็นไม่ได้ตอบ แต่พินิจมองอีกฝ่าย ผมยาวสีทองเลยเอวลงมา ผิวขาวกว่าคนธรรมดาทั่วไปตาสองสีฟ้ากับอำพัน หูเรียวแหลมเหมือนพวกภูต หน้าตาก็สวยกว่าดาราบางคนเสียอีก
“นี่ เธอกำลังนินทาฉันในใจใช่ไหม!?”ภูตสาวชักหงุดหงิด เกลียดนักพวกผู้ชายที่เอาแต่จ้องผู้หญิงตาเป็มันว่าแต่...ทำไมคนตรงหน้ามันคุ้นๆ จังหว่า?
แวบเดียวเธอก็อุทานออกมา
“เร็นเหรอ!?”
คำตอบชัดเจนในตัวมันอยู่แล้ว
สองร่างนั่งคุยกันราวๆครึ่งชั่วโมงและได้ข้อสรุปว่าความจริงอันโหดร้ายนี้คงไม่สนุกเหมือนในเกมแน่ๆ
“ยายนั่นล่ะ?”เร็นเริ่มเป็ห่วงคนหายที่ยังหาตัวไม่เจออีกคน
“หวังว่าจะถูกส่งมาใกล้ๆกับที่พวกเราอยู่นะ”เคทถอนหายใจเหนื่อยหน่าย
สิบนาทีต่อมา…..
“ออกไป!! ชิ่วๆอย่าเข้ามานะไอ้พวกหมาบ้า”
เสียงร้องแว๊ดๆ ดังไกลมาถึงจุดที่พวกเขายืนอยู่เร็นและเคทกระพริบตาปริบๆ
มองสาวน้อยน่ารักนางหนึ่งวิ่งหนีฝูงไฮยีน่าไปรอบๆพื้นที่โล่งกว้างห่างออกมาเพียงเล็กน้อยมีโพรงขนาดใหญ่เหมือนหลุมที่พวกไฮยีน่าใช้ขุดเพื่อคลอดลูก
เด็กสาวดูเหมือนมนุษย์ครึ่งสัตว์ประเภทหมาป่าทวนในมือเหวี่ยงขู่แต่กลับไม่โดนสัตว์สักตัว
“บางทีนะ ในความโชคร้ายเราก็ยังมีความโชคดีเหลืออยู่”เร็นพูดขึ้น
“อืมต้องขอบคุณความมีเมตตาของพระเ้าหน้าโง่ ที่ไม่ส่งพวกเราไปกลางดงสัตว์พวกนั้น”
เคทพยักหน้าเห็นด้วยถ้าไม่ติดว่านั่นคือรุ่นน้องคนสนิท ทั้งสองคงหันหลังกลับและเดินจากไปเงียบๆ
ใครจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกันเล่า!!
“พระเ้านั่นบอกว่าเราจะได้ความสามารถจากร่างอวตารติดตัวมาสินะ?”
เร็นค่อยๆ ชักดาบคมด้านเดียวออกจากฝักสำรวจพลางคิดว่าอาวุธชิ้นนี้คงใช้ประโยชน์ได้พอควร
“หมายความว่าถ้าเราจำทักษะที่ตัวละครเรามีได้ ก็เรียกใช้ไม่ยากละมั้ง”
พริบตาเดียว ไม้เท้ารูปร่างประหลาดซึ่งมีหัวไม้เท้าเป็รูปทานตะวันดอกใหญ่สีเหลืองอร่ามก็โผล่มาอยู่ในมือของเคท
เธอสะดุ้งเล็กน้อยพลางลูบััมันอย่างเหลือเชื่อ
“เคท อย่าเพิ่งเห่อ ช่วยยายนั่นก่อน”
เร็นปราม ทำทีชักดาบเตรียมพร้อมเคทกลับมาตั้งสติและเริ่มนึกคาถาบทต่างๆ ที่เธอมีในหัว
“ฉันจะลองใช้เวทธาตุแสงโจมตีจากระยะไกลดูแล้วกัน”
“งั้นฉันจะวิ่งไปพายายนั่นออกมาเธอคุ้มกันที”
“โอเค”
เร็นพุ่งออกไปด้วยหัวใจเต้นระทึกรู้สึกได้ว่ายิ่งเข้าใกล้เป้าหมาย ความเร็วก็เพิ่มขึ้นและเห็นภาพทุกอย่างช้าลง
“ไลท์แอร์โรว์!”
เคทเล็งไม้เท้าไปยังตำแหน่งพวกไฮยีน่าลำแสงสีขาวพุ่งออกจากหัวไม้เท้าและกลายเป็ลูกศรสามดอกปักฉึกเข้ากลางลำตัวไฮยีน่าอีกสี่ตัวที่เหลือพากันคำรามลั่นและมองหาตำแหน่งของศัตรู พวกมันพากันหอนดังระงม
“ชาช่า!!”เร็นเข้าถึงตัวเด็กสาวก่อนกระชากแขนอีกฝ่ายให้วิ่งตามอย่างรวดเร็ว
“นี่...”
“ค่อยถาม!”
เร็นรู้ว่าเธอมีคำถามมากมายแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาอธิบายพวกไฮยีน่าไล่ตามระยะประชิด จังหวะเดียวกันเคทรีบใช้เวทบทเดิมแต่เธอกะระยะพลาดศรเวทพุ่งเฉียดเท้าเร็นจนต้องชะงักไฮยีน่าตัวหนึ่งรีบตะครุบร่างเด็กหนุ่มจนล้มกลิ้ง
เขี้ยวแหลมงับดาบที่เร็นยกขึ้นมากันอย่างดุดันมันพยายามกระชากดาบออก เล็บเท้าก็ตะกุยจนเสื้อผ้าของเร็นฉีกเป็แนวยาวเร็นใช้ฝ่าเท้าถีบร่างที่ตัวใหญ่กว่าสุดแรงจนมันกระเด็นชาช่าจึงรีบวิ่งมาประคองเด็กหนุ่มที่เืไหลซิบ
“เกรท ไลท์แอร์โรว์!”
ฝนธนูดอกใหญ่พุ่งปักลงมาขวางพวกไฮยีน่า บางตัวถูกยิงจนล้มแน่นิ่งฝูงไฮยีน่าชะงักพวกมันขู่คำรามแต่ไม่กล้าไล่ตามเมื่อเห็นว่าศัตรูอาจฆ่าพวกมันทั้งฝูง ไฮยีน่าค่อยๆล่าถอยกลับไปยังรังของมัน
“แผลเป็ไงบ้าง!?”
เคทช่วยชาช่าประคองเร็นที่าเ็แม้จะมีรอยข่วนหลายรอยบริเวณแขนสองข้างแต่ยังดีที่แผลไม่ลึกมาก
ภูตสาวััมือกับาแก่อนท่องคาถา “ฮีล”
าแเริ่มสมานตัวกันอย่างรวดเร็วสร้างความตกตะลึงให้แก่สาวน้อยฮาร์ฟบีสต์
ส่วนชุดคลุมที่ขาดก็ซ่อมแซมด้วยเวทมนตร์ที่ภูตสาวเพิ่งร่ายเช่นกัน “รีแพร์”
“ขะ ของจริง!”
“เมื่อกี้ยังจริงไม่พอเหรอ”เร็นประชดเบาๆ
ท่าทางการพูด กับท่าทีเฉยชาแบบนี้มัน…
มันคุ้นมาก!!
สาวน้อยหันมองสลับไปมาระหว่างเคทกับเร็นมองอาวุธข้างกายแต่ละคน หันมามองตนเองแล้วถึงบางอ้อ
“พวกพี่?”
“ปกติเธอไม่ใช่คนหัวช้านี่”
“ก็ฉันใไงเคยเห็นคนสติหลุดไหมคะ!”
“เห็นว่าวิ่งเล่นกับหมาอยู่”
“พี่!!”เด็กสาวแว็ดเสียงแหลม
แต่แล้วเธอก็เงียบเสียงลงเมื่อเผลอเอามือัักับแผ่นอกเรียบแบนของอีกฝ่าย
บางอย่างหายไป…..
“ตามนั้นแหละ”เร็นรู้ว่าเธอจะพูดอะไร
เคทหัวเราะขำเมื่อเห็นปฏิกิริยาของชาช่าเร็นไม่ขำด้วย แต่ก็นั่นแหละ…
แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
“ว่าแต่พวกเธอน่ะในเกมดันสร้างหน้าเหมือนกัน พอตอนนี้เลยกลายเป็แฝด ฮ่าฮ่าฮ่า”
เพราะไม่มีกระจกเร็นและชาช่าจึงสังเกตใบหน้าอีกฝ่ายอย่างถี่ถ้วน
“ถ้ารู้ว่าจะเป็งี้ฉันคงสร้างอวตารหนุ่มหล่อ สูงเป็นายแบบ ท่าทางมาดแมนกว่านี้”
เร็นกลอกตามองบน แบบนี้ต้องมีคนเข้าใจผิดแน่ๆนั่นยิ่งตอกย้ำว่า
‘ฉันคือผู้ชายที่เคยเป็ผู้หญิงและตอนนี้ฉันหน้าสวยยิ่งกว่าผู้หญิงทั่วไปทั้งที่เป็ชาย...เวรเถอะ’
สามวัยรุ่นมองไปรอบๆพื้นที่อันแห้งแล้งและดูกันดาร ไม่มีสิ่งปลูกสร้างนอกจากก้อนหินขนาดใหญ่สายลมร้อนพัดผ่านใบหน้าเหมือนเตือนให้ตระหนักถึงความจริงที่เป็อยู่
ไม่รู้ทิศทาง ไม่มีแผนที่นอกจากทักษะติดตัวที่ต้องฝึกให้ชำนาญทุกคนไม่มีอะไรเลยนอกจากอาวุธซึ่งใช้ป้องกันตัว
ทั้งหมดตัดสินใจเดินไปตามทางโดยตั้งความหวังไว้ว่าจะพบเจอผู้คนที่สามารถบอกข้อมูลของโลกที่ตนอยู่ได้ในขณะนี้
คณะเดินทางหน้าใหม่ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการเดินเท้าและหยุดพักเป็ระยะนอกจากไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ แม้แต่ตัวเดียวยังไม่มีแอ่งน้ำหรือต้นไม้มองสภาพแวดล้อมแล้วอดท้อใจไม่ได้ ทั้งที่เป็แบบนั้นเคทกลับบอกให้อดทนเสมอใบหน้าเธอแสดงออกชัดเจนว่าเหนื่อยมาก กลางพื้นที่แห้งแล้งเช่นนี้อาการขาดน้ำเป็เื่ปกติและชวนหดหู่
“เธอนี่มองโลกในแง่ดีจังนะ”เร็นพูดขึ้น
“มีคนพูดแบบนั้นกับฉันบ่อยเหมือนกันฮะฮะ”
เดินมาได้พักใหญ่ก็เจอกับป้ายเก่าๆแทบจะพังมิพังแหล่ ตั้งเอียงอยู่ตรงหน้า
ตัวอักษรแปลกๆแต่ทั้งสามกลับอ่านออกจนน่าประหลาดใจ
‘เขตชายแดนจาลนิค’
สายลมร้อนระอุทำให้ความเหนื่อยล้าถาโถมเร็นเกือบหน้ามืดไปหลายครั้งแต่ก็ฝืนทนเพราะไม่อยากเป็ภาระต่อเพื่อนจนในที่สุดก็พบหมู่บ้านเล็กๆ กลางดินแดนทะเลทราย
“เฮ้อ ถึงสักที”ชาช่านั่งหอบหายใจ
อย่างน้อยๆ ขอมีร้านอาหารให้นั่งพักกินน้ำก็ยังดี…
เมื่อเข้ามาในหมู่บ้านสามสหายก็ตกเป็เป้าสายตาชาวบ้าน แม้ไม่รู้สาเหตุที่ถูกจ้องมองแต่เวลานี้สิ่งเดียวที่ทั้งสามให้ความสนใจมีเพียง...
“โชคเข้าข้างเราอีกแล้ว!”เคทหยุดมองเป็คนแรก
“ร้านอาหาร!”ชาช่ายิ้มกว้าง
“เฮ้อ”เร็นแสดงออกแค่ว่าเหนื่อยมากและอยากพัก
นี่เป็ร้านอาหารหนึ่งเดียวในหมู่บ้านส่วนเ้าของคือคุณลุงหน้าดุร่างท้วม
นั่นคือก่อนหน้าที่ทั้งสามจะรู้ว่า
ในความโชคดี(?)ยังมีโชคร้ายแฝงอยู่ในชามบะหมี่…..