เสียงสัจจะ ไตรภาคแห่งเสียงและหิมพานต์

    บทที่ 26 ระฆังไร้ก้องอีกครั้ง

            พวกเขาเดินไปไม่ถึงครึ่งวัน

            ป่าเปิดออกสู่ทางกว้างระหว่างสองกลุ่มต้นไม้ใหญ่ทางที่ดูเหมือนทางเดินธรรมชาติ ไม่มีกำแพง ไม่มีขอบชัดเจนแค่บริเวณที่ต้นไม้น้อยกว่าและแสงมากกว่า

            มีคนสามคนยืนรออยู่

            ไม่ใช่ครุฑ ไม่ใช่ผู้พิทักษ์แต่เป็๞สิ่งมีชีวิตที่หลินรู้สึกได้ทันทีว่าไม่เคยเจอมาก่อนรูปร่างมนุษย์แต่เคลื่อนไหวไม่เหมือนมนุษย์ มีเงาที่ขยับไม่ตรงกับร่าง๵ิ๭๮๞ั๫สีเข้มอมเงิน

            ฝ่ายเงา

            ไม่ใช่คำที่หลินเคยเรียกมาจากไหนแต่รู้สึกว่ามันถูกต้องทันทีที่เห็น

            เรนหยุดก่อนเธอดึงหลินกลับหนึ่งก้าว คทาในมือพร้อมแล้ว

            "สามคน" เรนพูดเบา"ฉันจัดการได้ แต่เธอต้องหลบอยู่ข้างหลัง"

            "โอเค"

            หลินถอยออก เรนก้าวออกหน้า

            หนึ่งในสามคนหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงที่ข้างสะโพกวัตถุขนาดกำปั้น รูปทรงคล้ายกับระฆัง

            หลินรู้ก่อนที่จะได้ยินเสียง

            เพราะรู้สึกก่อนรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างถูกดูดออกมาจากอก ดูดออกจากคอ ดูดออกจากที่ที่เสียงอยู่

            แล้วเสียงก็หายไป

            ไม่หายแบบค่อยๆหาย แต่หายไปในทันทีเหมือนมีคนปิดสวิตช์ที่ไม่มีอยู่จริง หลินเปิดปากพูดสิ่งที่อยู่ในหัวแต่ไม่มีเสียงอะไรออกมา

            สังข์ในมือสั่นแต่ไม่มีเสียง

            เสียงสั่นไม่มีที่จะออกไป

            หลินยืนอยู่กับความรู้สึกนั้นความรู้สึกที่ทดสอบมาแล้วที่ชายเขตไร้เสียง แต่ตอนนั้นเธอรู้ล่วงหน้ายังเตรียมตัวได้ ตอนนี้ไม่ได้เตรียม เธอเพิ่งวิ่งหนีมา และถือสังข์ที่มีพลังแต่พลังนั้นออกมาไม่ได้

            ตอนนี้เธอไม่มีอะไรเลย

            เรนสู้คนเดียว

            สามต่อหนึ่ง คทาในมือเรนขยับเร็วกว่าที่หลินเคยเห็น หลบ บล็อก ตีกลับ แต่สามต่อหนึ่งก็คือสามต่อหนึ่งทุกครั้งที่จัดการคนซ้ายได้ คนขวาก็เข้ามา ทุกครั้งที่หลบคนขวาได้คนกลางก็เคลื่อนตำแหน่ง

            หลินยืนดูอยู่รู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์ที่สุดในชีวิต

            เธอเปิดปาก๻ะโ๠๲บางอย่าง แต่ไม่มีเสียง

            หลินชี้ไปทางหนึ่งไม่มีใครมองมาเพราะทุกคนกำลังสู้กัน

            ถือสังข์ขึ้นมาในอากาศสังข์สั่นแต่ไม่มีพลังออกมา เพราะพลัง๻้๵๹๠า๱เสียงที่เป็๲สะพานและสะพานนั้นถูกตัดไปแล้ว

            เรนถูกผลักล้มลงลุกขึ้นก่อนที่อีกคนจะเข้าถึง แต่ขาขวาขยับช้ากว่าเดิม

            หลินมองซ้ายมองขวา หาอะไรสักอย่าง หาอะไรที่ไม่๻้๵๹๠า๱เสียง

            เธอเห็นก้อนหินขนาดเท่าหัว

            หยิบขึ้นมาโยนไปทางฝ่ายเงาคนที่ยืนอยู่ด้านขวาของเรน

            ก้อนหินไม่ถูกตัวแต่ทำให้คนนั้นหันมา เบี่ยงเบนความสนใจออกจากเรนได้หนึ่งวินาที

            เรนใช้วินาทีนั้นฟาดคทาใส่แขนของฝ่ายเงาคนกลาง ฝ่ายเงาหักข้อมือ ระฆังกระเด็น

            ตกลงบนพื้นดิน 

            แตก!  ไม่แตกสนิท แต่ร้าว

            เสียงหลินกลับมาครึ่งหนึ่ง

            ไม่ใช่เสียงเต็มแต่ครึ่งหนึ่ง เหมือนพูดผ่านผ้าหนาหลายชั้น เหมือนพูดจากระยะที่ไกลกว่าปกติแต่มีอยู่

            หลินไม่คิด ไม่วางแผนไม่เตรียมคำ

            แค่รู้ว่าเรนถูกต้อนอยู่และรู้สึกว่าอะไรบางอย่างขึ้นมาจากที่ลึกกว่าคำที่ฝึกมา

            "ปล่อยเขาไป"

            เสียงออกมาไม่เต็มฟังดูอ่อนกว่าเสียงปกติ แต่ป่าตอบสนอง

            สั่น

            ไม่ใช่แค่ต้นไม้ที่ขยับแต่พื้นดินสั่น อากาศสั่นเสียงที่ออกมานั้นไม่ดัง  แต่ทะลุผ่านบางอย่างที่เสียงปกติทะลุไม่ได้

            ฝ่ายเงาสามคนถอยหลังพร้อมกันไม่ใช่เพราะกลัวหลิน แต่เพราะป่ารอบข้างตอบสนองในแบบที่พวกเขาไม่ได้คาดไว้

            เรนใช้เวลานั้นถอยออกมาหาหลิน

            ฝ่ายเงาไม่ตามมาในทันทีมองกันสองสามวินาที แล้วถอยออก ไม่วิ่งหนี แต่ถอย ระฆังที่ร้าวยังอยู่บนพื้น ถูกทิ้งไว้

            หลินและเรนถอยเข้าป่า

            เรนเดินได้แต่ขาขวาดูเหมือนจะหนักกว่าข้างซ้ายหลินเห็นแต่ไม่พูดทันที รอจนกว่าจะเข้าป่าได้เป็๞พอ

            "แขน"เธอพูดเสียงแหบ เสียงยังไม่เต็ม "ขา ตรงไหนเจ็บ?"

            "ขาขวา" เรนพูด"ไม่หัก แค่กระแทก"

            "นั่งก่อน"

            "ยังไม่ปลอดภัย—"

            "นั่งก่อน"หลินพูดซ้ำ เสียงแหบแต่มั่นคง "ฉันจะเฝ้าระหว่างที่เธอนั่งพักเอง"

            เรนนั่งลงที่โคนต้นไม้ใหญ่ไม่โต้เถียง

            หลินยืนอยู่ข้างๆ มองรอบตัว ป่าเงียบ ฝ่ายเงาถอยออกไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าไปไกลแค่ไหน

            "เสียงของเธอ"เรนพูดจากที่นั่ง เสียงเรียบแต่มีบางอย่างที่หลินได้ยินแล้วรู้ว่าต่างออกไปจากปกติ

            "อะไร?"

            "ที่พูดว่า'ปล่อยเขาไป'" เรนพูด "ฉันรู้สึกได้"

            "รู้สึกอะไร?"

            "รู้สึกว่าเสียงนั้นไม่ได้ออกมาจากหัวออกมาจากที่อื่น"

            หลินคิดถึงตอนที่พูดออกมาไม่ได้คิดว่าจะพูดอะไร แค่รู้สึกว่าต้องพูดรู้สึกว่าเรนอยู่ในอันตรายและรู้สึกว่าเธอจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น

            "ฉันไม่ได้คิดก่อนพูด"เธอบอก

            "ฉันรู้" เรนพูด"นั่นแหละ"

            หลินมองสังข์ในมือ สั่นเบาๆเสมอ "เสียงสัจจะ?"

            "น่าจะเป็๲จุดเริ่มต้น"เรนพูด "ระดับที่หนึ่งคือสะกิด ระดับสองคือขอ ระดับสามคือสั่งจากความจริงสิ่งที่ออกมาเมื่อกี้อยู่ระหว่างระดับสองกับสาม"

            "เพราะฉันกลัวและก็รักในเวลาเดียวกัน"

            เรนมองหลิน

            "ฉันกลัวว่าจะเกิดอะไรกับเธอ"หลินพูด เสียงยังแหบแต่ตรง "และนั่นทำให้เสียงนั้นออกมา ไม่ใช่การฝึกไม่ใช่เทคนิค"

            เรนนิ่งอยู่สักครู่แล้วพยักหน้า

            "แต่ยังมีปัญหา"หลินพูดต่อ มองมือตัวเอง "เสียงยังกลับมาไม่เต็ม ระฆังแตกแต่ไม่สลายไป"

            "ฉันรู้" เรนพูด"ระฆังร้าวยังทำงานได้บางส่วนเสียงของเธอจะกลับมาเต็มเมื่อระฆังสลายหรือถูกทำลาย"

            "แล้วระฆังอยู่ข้างหลังฝ่ายเงาก็ยังอยู่ข้างหลัง"

            "ใช่"

            หลินถอนหายใจ มองป่าข้างหน้า"ไปต่อก่อน ระฆังสลายเองได้ไหม?"

            "ถ้าร้าวมากพออาจสลายเองเมื่อเวลาผ่านไป" เรนพูด ลุกขึ้น ขาขวาหนักกว่าเดิมแต่ยังเดินได้"ไม่นาน"

            "โอเค" หลินพูดมองขา "เธอเดินได้จริงๆ หรือแค่บอกว่าเดินได้เพราะไม่อยากให้ฉันกังวล?"

            เรนหยุดสักครู่"ทั้งสองอย่าง"

            หลินหัวเราะสั้นๆ เสียงแหบฟังดูผิดปกติ แต่พอมีเสียงอยู่

            "ซื่อสัตย์ดี"เธอพูด "ไปด้วยกัน"