ตอนที่ 2 อุบัติเหตุทางรถยนต์กลางดึก (2)
หลังจากเดินออกจากห้องครัว กู้ชิงก็เข้าห้องไปหยิบแล็ปท็อปมาวางบนโต๊ะ เขาติดต่อผู้ที่เขาจ้างงานไปเมื่อคืนวันจันทร์ เพื่อสืบหาข้อมูลตระกูลเซวียที่้า
ภายในอีเมลอินบ็อกซ์ อีกฝ่ายส่งไฟล์ขนาดใหญ่มาให้หนึ่งไฟล์ เมื่อข้อมูลถูกดาวน์โหลดลงแล็ปท็อป เขาก็โอนยอดที่เหลือไปให้
ตลอด่บ่าย เขาอ่านข้อมูลอยู่อย่างเดียว ส่วนเสี่ยวเจวี๋ยก็ใช้เวลาไปกับการดูทีวี
กู้ชิงที่เดิมทีนึกว่าจะไล่เด็กชายไปได้ตามเวลาที่ล่วงเลยไปนั้น กลับพบว่าขนาดกินอาหารเดลิเวอรีมื้อเย็นไปอีกมื้อหนึ่งแล้ว เด็กชายผู้เข้านอนสามทุ่มตรงตามเวลาดันปีนขึ้นมาบนเตียงนอนของเขา โดยไม่มีวี่แววว่าจะกลับบ้านเลยสักนิด
เขาไม่เข้าใจความคิดของเสี่ยวเจวี๋ยเอาเสียเลย
จากนั้นก็บังคับจับเด็กชายลงจากเตียงมาอาบน้ำพร้อมกัน และแล้วผู้ใหญ่หนึ่งเด็กหนึ่งก็ห่อกายใต้ผ้านวมผืนเดียวกัน
ห้องนอนอันมืดมิดและซอยเสี่ยวโหลวยามค่ำช่างเงียบเหงา ขณะที่เขากำลังเข้าสู่ห้วงหลับลึก เด็กชายข้างๆ กลับขยับตัวลุกขึ้นมา
เสี่ยวเจวี๋ยปีนลงมาจากเตียงนอนด้วยเท้าเปล่าอย่างเงียบเชียบ แล้วหยิบกุญแจรถที่เขาวางไว้บนโต๊ะไป ก่อนจะเดินไปถึงประตูเข้าบ้านอย่างเบาไม้เบามือ แล้วบิดลูกบิดประตู เดินออกไปข้างนอกด้วยความระมัดระวัง
หัวใจเต้น ‘ตึกตักๆ’ อย่างรุนแรง เขาสวมรองเท้าที่วางไว้บริเวณโถงทางเข้าบ้านด้วยความลุ้นระทึก แล้วค่อยเปิดประตูเดินลงบันได
เมื่อเดินลงจากชั้นสอง เขาก็กดสวิตช์กุญแจรถ เมื่อรถยนต์ส่งเสียงดัง เขาก็เปิดประตูรถ ปีนขึ้นไปนั่งที่เบาะคนขับ
ในจังหวะที่เขาพยายามจะสตาร์ตรถและเปิดไฟรถได้ในที่สุดนั้น ไฟรถก็ส่องร่างคนที่อยู่หน้ารถ ทำเอาเขาสะดุ้งเฮือกใหญ่
กู้ชิงซึ่งไม่รู้ว่าตามหลังมาั้แ่เมื่อไร เปิดประตูรถแล้วยื้อยุดเขาลงมา...เ้าเด็กนี่ใช้ได้เลยนี่ คอยจนกระทั่งเขาหลับ กะจะขับรถเปิดแน่บ ถ้าเกิดว่าเสี่ยวเจวี๋ยเกิดเหตุอะไรระหว่างทาง แล้วถูกจับได้ว่าเป็รถยนต์ของนายกเทศมนตรี งานราชการของเขาเป็อันจบเห่แค่นี้แหละ!
“ไม่เอานะ...ขอร้องนะคุณอา ช่วยผมเถอะนะ...” เสี่ยวเจวี๋ยยื้อกับมือจับประตูรถพลางขอร้องอย่างแตกตื่น
“เรารู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่” กู้ชิงน้ำเสียงเคร่งขรึม สะกิดโดนต่อมโมโหเข้าให้แล้วจริงๆ
“รู้สิ! แต่ว่า...” เสี่ยวเจวี๋ยตะเบ็งเสียง “ถ้าคุณอาไม่ช่วยผม โลกนี้คงไม่มีใครช่วยผมแล้ว!”
ความรู้สึกที่รุนแรง ความดื้อดึงภายในน้ำเสียง ความโมโหเดือดดาลและความทุกข์ใจจากตัวเขาส่งมาถึงกู้ชิง กู้ชิงพลันแปลกใจว่าตนโหดร้ายเกินเหตุไปหรือเปล่า
“ถ้าคุณอาไม่ยอมช่วยผมจริงๆ ละก็ ต่อไปนี้ผมจะไม่มาหาคุณอาอีกเลย!” พูดจบก็ปล่อยมือไปเอง แล้วดีดตัวให้พ้นจากการเกาะกุมของกู้ชิง จากนั้นก็เดินมุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่เงียบเหงาเพียงลำพัง
ขณะมองเงาหลังอันโดดเดี่ยวของเด็กชายภายใต้ไฟถนน กู้ชิงก็หลุดหัวเราะ เย้ยหยันตนเองว่า ‘นี่เขาเป็อะไรไป ถึงหวาดระแวงขนาดนี้ไปได้’
หลังจากสยบความระแวงในใจ ก็ไม่ได้คิดมากอีก เขาเข้าไปนั่งในรถ แล้วค่อยๆ ขับรถเข้าขนาบเสี่ยวเจวี๋ย “ขึ้นรถสิ”
เสี่ยวเจวี๋ยหันหน้ามามองเขาอย่างงงๆ
“อาไปส่งเราเอง”
คำพูดแค่ประโยคเดียวทำให้ดวงตาของเด็กชายเปล่งประกายเจิดจ้าอีกครั้ง เขาเผยรอยยิ้มเอ่ยว่า “ขอบคุณครับคุณอากู้” แล้วเข้ามานั่งเบาะข้างคนขับ พร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จสรรพ
“ที่ไหนล่ะ”
“ย่านคฤหาสน์พาร์กทะเลสาบหงส์ฟ้าในเขตเจียงหนานครับ”
หลังเปิดจีพีเอสนำทาง กู้ชิงก็ขับมุ่งตรงไปยังที่หมาย
ณ นครเจียง่ล่วงเที่ยงคืนในเวลานี้ ท้องถนนเงียบเหงา เมื่อเปรียบเทียบกับความคึกคักของ่วัน ราวกับเป็คนละโลกเลยทีเดียว
รถขับข้ามสะพานไฉ่หงเหนือแม่น้ำฮั่นสุยซึ่งเป็สาขาแม่น้ำฉางได้ยาวๆ โดยไม่มีการจราจรติดขัด หลังจากข้ามสะพานเข้าไปยังเขตเจียงหนานได้ไม่นาน รถยนต์ห้าคนก็ขับไล่หลังมา
เมื่อเสี่ยวเจวี๋ยจับสังเกตได้ว่าโดนสะกดรอย ก็หันไปมองด้านหลัง พอเห็นเต็มตาว่ารถคันหนึ่งจี้ตามมาติดๆ หน้าก็เปลี่ยนสีเป็การใหญ่ “นี่ไม่ใช่รถของอารอง คุณอารีบขับเร็ว!”
ความตื่นกลัวและความเร่งรัดของเขาทำเอากู้ชิงรู้สึกถึงอันตรายที่จี้ประชิดเข้ามาได้ในทันที เขาเพิ่มความเร็วรถ ถึงขนาดฝ่าไฟแดงสองแยกติดๆ แล้วเลี้ยวออกนอกเส้นทาง คิดจะสลัดรถด้านหลังรวมห้าคันที่ขับจี้หลังมาให้พ้น
แต่ว่า รถด้านหลังกลับยังตามรังควาน
เขาพลันกลั้นใจ แล้วเร่งความเร็วสูงสุด พร้อมพุ่งไปข้างหน้า รถด้านหลังเองก็เร่งความเร็วตามมาเช่นกัน
รถร่วมหลายคันขับไล่ล่ากันบนท้องถนนอย่างดุเดือดจนเกิดเสียง ‘หึ่มๆ’ สะท้านโสตประสาท เสี่ยวเจวี๋ยบนเบาะข้างคนขับใจนหน้าซีดเผือดเพราะความเร็วในการขับรถของเขา
เมื่อกู้ชิงมองกระจกมองหลังก็พบว่า รถสองคันหักเลี้ยวออกจากเส้นหลัก แล้วเลี้ยวเข้าอีกเลนถนนหนึ่ง จึงรู้ว่าเป้าหมายของรถสองคันนี้้าจะขับมาขวางพร้อมบังคับเขาจอดตรงถนนข้างหน้า เขาพลันเอ่ยว่า “เกาะแน่นๆ นะ” ก่อนจะหักเลี้ยวเป็วงกว้างบนถนนเส้นหลัก เสี่ยวเจวี๋ยร้องเสียงหลงด้วยความหวาดกลัวอย่างห้ามไม่อยู่ อีกนิดเดียวก็จะอ้วกในรถแล้ว
สุดท้ายรถก็ปลอดภัยอย่างหวุดหวิด จากนั้นตรงเข้าไปยังถนนเส้นหลักเลนซ้ายแล้วขับสวนทางไป
รถข้างหลังยังตามมาไม่ถึง กู้ชิงก็ขับทะยานไปก่อนแล้ว
แต่ทว่า จู่ๆ รถอีกหลายคันก็โผล่มาข้างหน้า
เมื่อเผชิญหน้ากับอันตรายล้อมหน้าล้อมหลัง เขาจึงค่อยๆ ชะลอความเร็ว แล้วตรงไปยังแยกถนนเล็กๆ ทางขวามือ
ในจังหวะที่เขาวางแผนจะใช้ทางสายเล็กหลอกล่อพวกรถที่ตามล่าไม่เลิก เสี่ยวเจวี๋ยกลับะโขึ้นมาว่า “ระวังรถ...” รถของเขาพลันเฉียดสวนกับรถที่ล้อมมาด้านหน้า