“ข้าไม่แต่งให้ตายข้าก็ไม่แต่ง”
ร่างเล็กของหยวนถิงะโไปมาอย่างปราดเปรียวภายในห้องโถงบ่าวรับใช้ทั้งชายหญิง ทำได้เพียงวิ่งไล่จับตัวนางเดิมทีคุณหนูบ้านฮั่วร่างกายอ่อนแอ แต่เพราะได้รับการฝึกปรือจากลั่วเหลาซือฝุจึงทำให้ร่างกายแข็งแรงอุปนิสัยจึงพลิกเปลี่ยนกลายเป็นิสัยซุกซนไม่อยู่นิ่ง
เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิบ้านฮั่วได้รับจดหมายทาบทามจากตระกูลสือ คหบดีใหญ่แห่งเจียวหลินหมายมั่นเกี่ยวดองตระกูลแพทย์เก่าแก่ของเมืองเพื่อช่วยพยุงชื่อเสียงของตระกูลฮั่วซึ่งเสื่อมเสียเพราะบุตรชาย
มิแตกต่างกับตระกูลฮั่วที่ฐานะกำลังย่ำแย่ขาดแคลนแม้กระทั่งข้าวสารจะกรอกหม้อเพื่อเลี้ยงดูบ่าวไพร่ในบ้านเมื่อเป็ความเห็นชอบสือกั่วฉายจึงเห็นด้วยกับความคิดของฮั่วเสียวจินว่าสมควรให้สองตระกูลหมั้นหมายกัน
แม้บิดาเป็ผู้ร้องขอด้วยหนี้สินที่เริ่มพอกพูนมากขึ้นทุกขณะ หากมิมีการแต่งงานระหว่างสองตระกูลขึ้นตระกูลฮั่วย่อมต้องแบกคำครหาดูถูกร่ำไป
“สือเจียวหยินเ้าคนไม่เอาไหนนั่น วันๆเอาแต่ดื่มสุราเข้าออกหอนางโลมเป็ว่าเล่น ท่านพ่อท่านจะให้ข้าที่เป็บุตรสาวคนเล็กแต่งกับเขาท่านมิสู้ตีข้าให้ตายไปเสียเลยยังจะดีกว่า”
“ดูเ้าเด็กอวดดีนั่นมันท้าทายข้าฮูหยิน เ้าดูสิ”
“ถิงเอ๋อร์เ้าเองก็อย่าได้เอาแต่ใจไปนัก หากเ้าไม่เข้าพิธีหมั้นหมายแล้วพวกเราจะเอาข้าวที่ไหนกิน น้องๆของเ้าจะได้เรียนหนังสือหรือ”
“น้องของข้ารึ พูดจาตลกนักลูกๆของท่านกับท่านพ่อข้า ข้าไม่นับเป็น้อง พวกท่านขยันทำพวกเขาออกมากันหัวปีท้ายปีรับเ้ามาเป็อนุทั้งที่ท่านแม่ข้าเสียไปไม่นานผ่านมาไม่กี่ปีลูกของเ้าก็เกิดมาเป็โขยงอย่างกับลูกหมูลูกหมาก็ไม่ปานเหตุใดไม่เอาลูกๆของท่านไปเกี่ยวดองกับคนไม่เอาไหนบ้านสือเองเล่า”
“เ้า หยวนถิง สามหาวนักนังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ข้าจะตีเ้าให้ตาย”
“คนทั้งเมืองล้วนแต่รู้กันดีว่าเ้าให้ท่าบิดาข้ามาั้แ่พี่ใหญ่ไม่สนใจเ้ามีแต่ท่านพ่อของข้านี่ล่ะ ที่ไปคว้าเอาหญิงแพศยาอย่างเ้ามาเป็ฮูหยิน”
“จับนางไว้ให้ได้หากวันนี้ข้าไม่ได้ตีนางให้ขาหัก ข้าก็ไม่อาจแบกหน้าเป็จ้าวบ้านฮั่วได้อีกต่อไป”
“ท่านพ่อท่านพ่อไม่รักข้าแล้วถิงเอ๋อร์ทำผิดเื่ใดจึงต้องส่งข้าไปหมั้นหมายเพื่อตบแต่งกับคุณชายสือด้วยหรือเพราะว่าท่านแม่ตายไปแล้ว ท่านเอาอนุมาแต่งตั้งเป็ภรรยาทอดทิ้งไม่ดูดำดูดีลูกที่เกิดจากเมียเอก ทั้งยังคิดผลักภาระปากท้องคนในบ้านมาให้ข้าเป็ผู้แบกรับอีกยุติธรรมแล้วหรือไม่”
“เ้า ยังกล้าปากดีไม่หยุดหากมิใช่เพราะเ้าเป็บุตรสาวคนเดียวของบ้าน ข้าก็คงไม่ส่งเ้าไปเ้าไปร่ำเรียนวิชามาจากลั่วเหลาซือฝุข้าก็หลงนึกว่าปัญญาชนเช่นเขาจะอบรมเ้าให้สำนึกถึงคำว่าความกตัญญูได้ถ่องแท้กว่านี้เสียอีก”
“ท่านทำราวกับว่าข้าและพี่ใหญ่มิใช่ลูกของท่านท่านพ่อ เหตุใดจึงใจดำทอดทิ้งพวกเราสองพี่น้องเช่นนี้”
หยวนถิงน้ำตาคลอสองหน่วยตาความคับแค้นใจหลังมารดาเสียชีวิตเพียงไม่กี่เดือนบิดารับอนุเข้าบ้านมาไม่เท่าไรกลับตกแต่งให้ขึ้นเป็เมียเอกนับแต่นั้นความเป็อยู่ของนางก็เริ่มตกต่ำลง
บิดามิเคยใส่ใจงานวันๆขลุกอยู่กับภรรยาใหม่กระทั่งตั้งครรภ์หัวปีท้ายปีทำให้เงินทองต้องใช้จ่ายไปกับเื่ไร้สาระของภรรยาใหม่และลูกๆของนาง
กิจการร้านขายยาของบรรพบุรุษเริ่มถดถอยเนื่องด้วยฮั่วเสียวจินมิได้ใส่ใจในการฝึกปรือฝีมือเพราะเอาแต่ลุ่มหลงในตัวภรรยาใหม่ตรงข้ามกลับกลายเป็หยวนถิงที่ตั้งใจเรียนรู้และออกเสาะแสวงหาสมุนไพรเพื่อมาใช้ทำยาไว้จ่ายในร้านของตนเอง
แม้มิสามารถสร้างชื่อเสียงได้ดังเช่นรุ่นปู่แต่นับว่ายังพอพยุงฐานะทางบ้านได้ เนื่องจากฝีมือการจัดยาของหยวนถิงนับว่าไม่เป็สองรองใครในเจียวหลินน่าเสียดายที่บิดากลับมิเล็งเห็นคุณค่าในตัวบุตรสาว ทั้งยังหูเบาเชื่อคำยุยงว่าหยวนถิงกำลังหักหน้าตนเพราะชาวบ้านต่างยกย่องในฝีมือการรักษาของบุตรสาวมากกว่า
ด้วยคำยุยงของนางเฉินภรรยาใหม่ผนวกกับเงินทองในบ้านที่กำลังร่อยหรอลงเรื่อยๆฮั่วเสียวจินจึงได้ออกปากขอเกี่ยวดองกับบ้านสือที่ตนไปกู้เงินมาหลายต่อหลายครั้งมิใช่เพียงเพื่อเป็การเกี่ยวดองแต่เพียงอย่างเดียวนัยว่า้าใช้ตัวบุตรสาวหักล้างหนี้เก่า
อีกทั้งเรียกร้องสินสอดจำนวนไม่น้อยด้วยเพราะสือเจียวหยินถูกอกถูกใจในความงามของหยวนถิงเป็อย่างมาก
ฟังคำยุยงภรรยาใหม่ ทอดทิ้งบุตร
ซ้ำยังคิดผลักไสใช้ประโยชน์ให้เป็ตัวล้างหนี้โดยไม่สนชะตากรรมว่าวันข้างหน้าบุตรสาวจะเป็เช่นไร
เื่นี้สร้างความน้อยอกน้อยใจให้แก่หยวนถิงเป็ที่สุด
“หากพี่ใหญ่อยู่ที่นี่มิได้ไปรบ ข้าก็คงจะพอมีคนอุ้มชู แต่วาสนาของข้าอาภัพนักท่านแม่เสียทั้งที่พี่ใหญ่ยังไม่กลับมาท่านพ่อยังจะผลักไสให้ข้าต้องไปอยู่กับคนอื่นอีก คนอย่างข้าไม่น่าเกิดมาเลยจริงๆ”
“เ้ากล้าเอาพี่ชายเ้ามาข่มขู่ข้ารึจนห้าปีเข้าไปแล้วข้ายังไม่เคยได้ข่าวคราวของลูกชายคนโตสักครั้งถึงไม่ตายในสนามรบก็อาจมีครอบครัวทอดทิ้งเ้าให้ข้าดูแลมาจนถึงทุกวันนี้ ข้าเลี้ยงดูเ้ามาก็ต้องตอบแทนบุญคุณบุพการีมันจึงจะเรียกว่ามีสำนึก”
“หากข้าไร้สำนึกแล้วสตรีที่ลอบเป็ชู้กับสามีผู้อื่นจนภรรยาตรอมใจตายคนคู่นี้สมควรเรียกว่าอย่างไร ชายโฉดหญิงชั่วหรือไม่”
หยวนถิงออกมาจากบ้านเมื่อระบายความอัดอั้นในใจนานนับปีเมื่อออกมาแล้วจึงไม่คิดจะหันหน้ากลับไปมองกระทั่งชุนซัวสาวรับใช้ที่ติตดามนางยังไม่กล้าติดตามนางออกมาเพราะอำนาจในการปกครองบ้านฮั่วล้วนตกเป็ของภรรยาใหม่ทั้งสิ้น
เมื่อไร้หนทางหยวนถิงจะมีสักกี่แห่งหนให้ได้ไปเดินเรื่อยเปื่อยั้แ่ยามสายกระทั่งบ่ายคล้อย ด้วยความหิวนึกขึ้นได้ว่าตนมีเงินติดตัวอยู่บ้างจึงคิดจะเดินเข้าไปกินบะหมี่ในร้าน แต่ยังมิทันได้เดินเข้าไปในร้าน หางตากลับเห็นคนเร่ร่อนยืนอยู่ข้างลาที่กำลังนอนหมอบอยู่ข้างร้านในตรอก
ไม่ทราบด้วยเหตุใดหยวนถิงกลับรู้สึกเวทนาทั้งคนทั้งลาจึงเดินเข้าไปแต่เมื่อมองพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจึงทราบว่าอีกฝ่ายเป็ชายเร่ร่อนหน้าตาเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นเหงื่อไคล
“พี่ชายเหตุใดท่านจึงมานั่งอยู่ตรงนี้”
ไม่เพียงไม่เงยหน้าขึ้นสนทนาน้ำเสียงทุ้มกลับตอบมาอย่างห้วนสั้น
“รอคนเช่าลา”
“ลาของท่านทั้งผอม และดูมันคล้ายหิวมากแม้มีคนคิดอยากเช่ามันไปจากท่านก็คงต้องจ่ายเงินอีกมากเพื่อบำรุงมันก่อนใช้งาน”
“มันเป็ลาที่ดีเป็ลาที่มุ่งมั่นในการรับใช้ เมื่อข้าผู้เป็นายสั่งแม้ต้องตายมันก็จะทำงานอย่างเต็มที่”
“ถ้าท่านมั่นใจเช่นนี้ เชื่อว่าท่านคงมิขัดข้องหากข้าจะให้มันกินขนมของข้าอย่างน้อยก็เพื่อมิให้มันหิวมากไปกว่านี้”
หยวนถิงนำหมั่นโถวที่เก็บมาจากมื้อเช้าใส่ไว้ในแขนเสื้อออกมานิสัยขี้เสียดายของทำให้มักมีนิสัยเก็บซ่อนของกินหากไม่เช่นนั้นอาหารดีๆในบ้านแม่เลี้ยงของนางก็มักนำไปให้เพียงลูกๆของนางเก็บไว้กินเท่านั้น