4 1-2
บทที่ 7 โจวซื่อถูกจับ (1)
เมื่อเห็นจางอวิ๋นม่านพาตำรวจบุกมาถึงบ้านเช่นนี้ โจวซื่อก็ถึงกับใจนตัวสั่นและรีบหลบหนีเข้าไปในห้อง ไม่กล้าออกมาเผชิญหน้าอีกเลย แต่เมื่อได้ยินคำกล่าวหาของจางอวิ๋นม่าน หญิงชราก็ยิ่งร้อนใจและหวาดกลัวหนักขึ้น เธอเกรงว่าตำรวจจะเชื่อคำพูดของหญิงแพศยาคนนี้ แล้วจับตัวเธอยัดเข้าตารางจริงๆ ท้ายที่สุดก็อดรนทนไม่ไหวจนต้องพุ่งตัวออกมาจากห้องนอน
“นี่แกพล่ามอะไรของแก! คำพูดคำจามีแต่ไร้สาระทั้งนั้น! แกต่างหากนังสะใภ้ชั่ว กล้าลงมือตบตีแม่ผัวตัวเอง!”
“ฉันไปอุดจมูกอุดปากนังเด็กตัวซวยคนนี้ให้ตายั้แ่เมื่อไหร่กัน! ฉันแค่เห็นว่านังตัวซวยนี่กำลังจะหมดลมหายใจแล้ว ฉันก็เลยหวังดีจะช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้มัน เพื่อจะให้มันจากไปอย่างสงบก็เท่านั้น!”
“แล้วแกเห็นกับตารึไงว่าฉันเอามืออุดจมูกอุดปากนังตัวซวยนี่!”
“ฮือ...ฮืออ..! ์โปรดเมตตาด้วย! ฉันอายุตั้งปูนนี้แล้ว ยังต้องมาถูกลูกสะใภ้กล่าวหาใส่ร้ายกันอีก!” โจวซื่อทรุดร่างนั่งลงไปกับพื้น มือทั้งสองตบต้นขาตีตัวเองแรงๆพร้อมกับร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง
เมื่อเปรียบเทียบระหว่างโจวซื่อที่เอาแต่ร้องโวยวายส่งเดช จนน้ำลายกระจายแตกซ่านไปทั่ว กับอีกฝั่งที่จางอวิ๋นม่านกำลังกอดลูกๆร้องไห้จนตัวสั่นเทิ้ม ความเห็นอกเห็นใจของผู้คนรอบข้างก็เริ่มเอนเอียงไปทางจางอวิ๋นม่านชัดเจนยิ่งขึ้น...
“ก็ถ้าคุณแม่ไม่ได้คิดฆ่าลูกสาวฉันจริงๆ แล้วทำไมต้องสั่งให้ทุกคนออกไปข้างนอกด้วยล่ะ?”
“แล้วทำไมคุณแม่ถึงต้องพาเสี่ยวอวี่ไปที่ห้องเก็บฟืน แถมยังลงกลอนประตูซะแน่นด้วย?”
“ถ้าบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำ แล้วคุณแม่กล้าเปรียบเทียบรอยฝ่ามือบนใบหน้าของเสี่ยวอวี่กับมือของแม่มั้ยคะ? จะได้พิสูจน์ต่อหน้าทุกคนไปเลยว่า รอยฝ่ามือนั่นใช่ของคุณแม่หรือเปล่า?”
“คุณแม่กล้าสาบานต่อบรรพชนตระกูลหลินมั้ยคะ? ถ้าคุณแม่ทำจริงขอให้์ลงโทษ ขอให้ฟ้าผ่าเสียชีวิต! และหลังจากตายไปแล้ว ก็ขอให้กลายเป็ิญญาเร่ร่อนไม่ได้ผุดได้เกิดชั่วนิรันดร์!”
จางอวิ๋นม่านประโคมคำถามสารพัดกระหน่ำใส่โจวซื่อผ่านถ้อยวาจาเด็ดขาดไร้ปราณี เธอเหมือนจะจับจุดอ่อนของโจวซื่อได้เต็มเปา สำหรับหญิงชราในชนบทที่มีความเชื่อเื่ผีสางและโชคลางอย่างแรงกล้าเช่นนี้ แน่นอนว่าโจวซื่อย่อมไม่กล้าสาบานอย่างแน่นอน เพราะในเวลานั้น เธอมีจิตคิดฆ่าหลินเสี่ยวอวี่ให้ตายจริงๆ
ไม่เคยมีใครเห็นจางอวิ๋นม่านแสดงท่าทีดุดันและกล้าได้กล้าชนขนาดนี้มาก่อน ใบหน้าของโจวซื่อเริ่มแดงก่ำหนักขึ้นเรื่อยๆเพราะความโกรธจัด แต่ในขณะเดียวกันก็กลับรู้สึกผิดจนไม่กล้าสบตาจางอวิ๋นม่านตรงๆ
ส่วนหวงอิงก็เฝ้ารับชมเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยสีหน้าที่สนุกสนาน ราวกับกำลังรับชมละครน้ำเน่าสักเื่อยู่ เธอรู้สึกสะใจเกินบรรยายที่ได้เห็นแม่สามีถูกเล่นงานจนเสียหน้าขนาดนี้ได้
“แก... นี่แกคิดว่าตัวเองเป็ใครถึงได้กล้าพูดจาแบบนี้กับแม่ฉันห๊ะ!? นังแม่ไก่ไร้ประโยชน์! นังกาฝากไม่รู้จักบุญคุณคน! ฉันจะตีแกให้ตายเลยคอยดู!”
เมื่อหลินอวี้ลูกสาวคนเล็กของโจวซื่อเห็นแม่ตัวเองต้องเสียหน้าเช่นนี้ เธอก็พุ่งกระโจนเข้าใส่จางอวิ๋นม่านพร้อมเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าอีกฝ่าย
แต่ด้วยสายตาคู่คมกริบที่จ้องจับเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอด กู่เฉินจึงสามารถตอบสนองได้ไวกว่ามาก พร้อมพุ่งเข้าไปคว้าแขนของหลินอวี้หยุดไว้ได้ทันท่วงที
“คิดจะทำอะไรน่ะ? ต่อหน้าเ้าหน้าที่ตำรวจยังกล้าทำร้ายคนอีกเหรอ?”
“คุณตำรวจครับ! คุณตำรวจ! เธอยังเด็กอยู่ ยังไม่รู้ความเลยครับ คุณตำรวจอย่างได้ถือสาเธอเลย ได้โปรดอะลุ่มอล่วยให้สักครั้งเถอะนะครับ” หลินต้าฉางที่เห็นลูกสาวคนเล็กของตนถูกตำรวจจับแขนไว้แน่นเช่นนั้น ก็ถึงกับเหงื่อเย็นไหลอาบเต็มหน้า รีบอ้อนวอนขอร้องด้วยความหวาดกลัว เพราะเกรงว่าการกระทำของลูกสาวจะทำให้กู่เฉินและลูกน้องใต้บัญชาของเขาไม่พอใจจนถูกยัดข้อหาได้
“คนที่ถูกทำร้ายไม่ใช่ผม คุณต้องไปถามความคิดเห็นของผู้เสียหายดู” กู่เฉินร้องบอกพร้อมกับส่งสายตามองไปทางจางอวิ๋นม่าน
หลินต้าฉางไม่ใช่คนโง่ เขามองออกั้แ่แรกแล้วว่ากู่เฉินตั้งใจช่วยเหลือจางอวิ๋นม่านชัดเจน ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่า สะใภ้รองคนนี้ไปรู้จักมักจี่กับนายตำรวจคนนี้ั้แ่เมื่อไหร่
แต่ตัวเขาเองก็ตระหนักดีเช่นกันว่า ชาวบ้านอย่างเขาย่อมไม่สามารถสู้รบปรบมือกับเ้าหน้าที่รัฐได้ อีกทั้งในตอนนี้ลูกชายทั้งสองของเขาก็ไม่อยู่บ้านด้วย เขาจึงจำต้องกล้ำกลืนความไม่พอใจกลับลงไป
“ครับๆ สะใภ้รอง ฉันรู้ว่าเธอเป็คนจิตใจดีและมีเมตตาที่สุด เธอเสียสละเพื่อตระกูลของเรามามากมาย และฉันเองก็เห็นมาตลอด อีกอย่าง เธอเองก็เห็นหลินอวี้มาั้แ่เล็กๆไม่ใช่เหรอ ลองคิดดูเถิด…”
หลินต้าฉางจำต้องฝืนยิ้มให้กับจางอวิ๋นม่าน
จางอวิ๋นม่านเห็นเช่นนั้นจึงได้หันไปพยักหน้าให้กับกู่เฉิน เป็การส่งสัญญาณให้เขาปล่อยหลินอวี้ไป เป้าหมายของจางอวิ๋นม่านนั้นชัดเจนมาก นั่นก็คือการจับกุมโจวซื่อไปฝากขังไว้ที่สถานีตำรวจ ส่วนปลาตัวเล็กตัวน้อยพวกนี้ เธอยังมีเวลาอีกเยอะ ค่อยๆไล่คิดบัญชีรายคนกับพวกมันทีหลังก็ยังไม่สาย
เมื่อเห็นหลินอวี้ถูกปล่อยตัวแล้ว หลินต้าฉางก็รีบเอามือปิดปากลูกสาวคนเล็กและรีบลากตัวเธอออกไปหลบมุมตรงด้านหนึ่ง ดวงตารูปทรงสามเหลี่ยมกลับด้านดูอันตรายคู่นั้นของเขาฉายแววโกรธเกรี้ยวอย่างมาก พลางตะคอกตักเตือนว่า
"หยุดก่อเื่ได้แล้ว! พี่สะใภ้รองของแกไม่คิดที่จะยอมจบเื่นี้ง่ายๆแน่ ตอนนี้พี่ใหญ่กับพี่รองของแกก็ไม่อยู่บ้านด้วย ลำพังแค่พวกเรารับมือกับมันไม่ไหวหรอก ต้องรอให้พี่ใหญ่กับพี่รองของแกกลับมาก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที!"
"เอาล่ะ ในเมื่อมีคนไปแจ้งความว่าโจวซื่อมีเจตนาฆ่าคนตาย ถ้าอย่างนั้นก็ขอเชิญคุณโจวซือไปให้การที่สถานีตำรวจด้วยครับ"
กู่เฉินที่ยืนเงียบมาตลอดตัดบทเข้าเื่ทันควัน การที่เขาลงมือทำเช่นนี้ ทั้งหมดก็เพื่อช่วยระบายความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจจางอวิ๋นม่านเรื่อยมาให้ปลดคลายออกบ้าง อีกทั้งเื่นี้ยังกระทำการต่อหน้าฝูงชนจำนวนมาก ฉะนั้น ไม่ว่าสุดท้ายจะสามารถเอาผิดโจวซื่อให้ต้องรับโทษตามกฎหมายได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยชื่อเสียงของบ้านสกุลหลินในแถบนี้ ก็ต้องถึงคราวพังยับเยินไม่เป็ท่าแล้ว!
“ฉันไม่ไป! ฉันไม่ไป! ไปให้ปากคงปากคำอะไรกัน? จะจับฉันไปขังคุกสิไม่ว่า! นี่แกเป็ชู้ของนังจางอวิ๋นม่านผู้หญิงแพศยาคนนี้ใช่มั้ย? ถึงได้ออกหน้ามาช่วยมันแบบนี้? คิดจะเล่นงานฉันน่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ!”
ผมเผ้าของโจวซื่อยุ่งเหยิงไปหมด ใบหน้าฉายแววความโกรธเกรี้ยวเต็มกำลังสูบ พลางพูดจาเหลวไหลไร้สาระไม่เป็เื่ออกมา
“หุบปากเดี๋ยวนี้นะ! ชู้บ้าชู้บออะไรกัน นี่คือท่านผู้กำกับ เป็ผู้บังคับบัญชาของพวกผม กรุณาระวังคำพูดด้วย!” หนึ่งในเ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับต้องร้องะโดุเสียงดัง
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ผู้กำกับ’ โจวซื่อรู้ซึ้งได้ทันควันว่าจบเห่แล้ว ถ้ารู้ั้แ่แรกว่าจางอวิ๋นม่านรู้จักมักจี่กับผู้กำกับในสำนักงานตำรวจแบบนี้ มีหรือที่โจวซื่อยังจะกล้ารังแกผู้หญิงแซ่จางคนนี้อีก?
แต่ตอนนี้ จะพูดอะไรล้วนสายเกินไปเสียแล้ว
กู่เฉินสั่งการลูกน้องใต้บังคับบัญชาผ่านน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ในเมื่อไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ก็เอาตัวไปได้เลย”
พร้อมกับเสียง “คลิ๊ก” ที่ดังขึ้น โจวซื่อก็ได้รับเครื่องประดับชิ้นใหม่ เป็กุญแจมือสีเงินแวววาวประดับอยู่บนข้อมือ
โจวซื่อถูกตำรวจพาตัวเดินออกไปท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่มุงดู โดยมีเครื่องพันธนาการสีเงินส่องประกายสะท้อนอยู่ที่ข้อมือของเธอ เป็หลักฐานที่สื่อถึงความชั่วร้ายของหญิงเฒ่าคนนี้
【ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า นี่แม่กินยาลืมเขย่าขวดรึเปล่า? แข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่!】
【โหแม่ นับถือเลยค่ะ! หนูรักแม่ที่สุดเลยยย!! จุ๊บๆ!!】
【ถ้านังจิ้งจอกเฒ่านี่ยังกล้าคิดฆ่าหนูอีก รอบหน้ามีหวังแม่ได้ออกโรงเอาจริง! ส่งมันไปคุยกับรากมะม่วงพร้อมกุญแจมือนั่นแน่นอน!】
เสียงะเิหัวเราะสุดแสนจะโอหังสาแก่ใจของหลินเสี่ยวอวี่ ดังกังวานขึ้นในหัวของจางอวิ๋นม่านและลูกสาวทั้งสอง ทำเอาสามแม่ลูกอดที่จะแสยะยิ้มมุมปากออกมาไม่ได้!