“น้องชาย วันนี้ข้านำอาหารกับเหล้าอย่างดีมาดื่มกับเจ้าโดยเฉพาะ” หลิวซ่งเหอเดินเข้าไปทักทหารผู้คุมประตู
“พี่ใหญ่หลิว เวลานี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่นัก”
“ดึกป่านนี้แล้ว ไม่มีใครมาหาเจ้าแล้วล่ะ อีกอย่างหนึ่ง อาหารเหล่านี้เป็นซื่อหนิงที่ลงมือทำด้วยตัวเอง เจ้าอย่าปฏิเสธน้ำใจของนางเลย”
“แม่นางซื่อหนิงลงมือทำด้วยตัวเองหรือขอรับ”
“เมื่อซื่อหนิงตบแต่งกับเจ้าไป นางก็จะทำหน้าที่นี้ให้กับเจ้าทุกวัน”
“พี่ใหญ่หลิว ท่านหมายความว่า...หมายความว่าท่านจะยกแม่นางซื่อหนิงให้ข้าหรือขอรับ แล้วนางเต็มใจหรือขอรับ” นายทหารเฝ้าประตูพูดด้วยความตื่นเต้น
“หากนางไม่เต็มใจแล้วนางจะทำสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไร มาเถอะ อากาศเย็นๆ ต้องกินเหล้าอุ่นๆ ถึงจะดี”
“แต่ว่า...”
“เจ้าไม่เต็มใจที่จะรับน้ำใจจากซื่อหนิงอย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้นะ ข้าคงต้องเก็บอาหารพวกนี้กลับไป และต้องไปบอกให้นางรู้ด้วยว่าเจ้าไม่อาจรับน้ำใจจากนางได้” หลิวซ่งเหอแสดงสีหน้าเศร้า
“ไม่ใช่นะขอรับ ข้าจะปฏิเสธน้ำใจจากนางไปได้อย่างไร เพียงแต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่ข้าจะดื่มเหล้าได้ หากมีอะไรเกิดขึ้น ข้าต้องถูกลงโทษสถานหนักเลยขอรับ”
“เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็กินเฉพาะอาหารก็พอ ส่วนเหล้าเอาไว้วันหลังเราค่อยหาโอกาสไปดื่มกันใหม่”
“ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่หลิว”
“พี่ใหญ่อะไรกัน ต่อไปข้าจะต้องเป็นพ่อตาของเจ้าแล้ว” หลิวซ่งเหอพูดอย่างให้ความหวัง
ทั้งสองคนเริ่มกินอาหารที่หลิวซ่งเหอนำมาและพูดคุยกันไปได้สักพักนายทหารเฝ้าประตูเสบียงก็หลับไป
“เจ้าโง่เอ๊ย หลอกง่ายชะมัด” หลิวซ่งเหอใช้มือเขย่าร่างนายทหารคนนั้นอยู่นาน แต่นายทหารก็ไม่ได้ขยับตัวเลย
หลิวซ่งเหอรีบเดินไปข้างกำแพงก่อนจะผิวปากเป็นเสียงนก เรียกให้ชายชุดดำและพวกรีบเข้ามาขนเสบียง คนทั้งหมดเดินเข้าไปในห้องเก็บเสบียงพร้อมกัน แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเริ่มลงมือ ประตูก็ถูกปิดลงพร้อมกับองครักษ์เงาเข้ามาสกัดจุดและดึงขากรรไกรของพวกเขาออก โดยที่คนทั้งหมดไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่คนเดียว
“แยกหลิวซ่งเหอไปขังเดี่ยว ชายชุดดำคนนี้ส่งเข้าห้องลงทัณฑ์รอท่านอ๋องสอบสวนเขาด้วยตัวเอง ส่วนที่เหลือส่งเข้าคุกใต้ดิน ทรมานได้เต็มที่จนกว่าจะมีใครสารภาพความจริง ไม่อนุญาตให้หยุดพักและไม่อนุญาตให้พวกเขาหมดลมหายใจ” หลงเป่าสั่งการอย่างเด็ดขาด
ทุกคนได้ฟังก็เข้าอ่อนลงไปกองกับพื้น พวกเขาเคยได้ยินมาตลอดว่ากองกำลังของหลินอ๋องมีความชำนาญในการรบและมีความชำนาญในการสอบปากคำมากเพียงใด มีเพียงชายชุดดำเท่านั้นที่ยังคงไม่สะทกสะท้านเมื่อได้ยินคำสั่ง
ไม่นานห้องเสบียงก็กลับมาเป็นปกติ คนร้ายถูกองครักษ์เงาพาตัวออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงชายชุดดำที่หลงเป่าและหลงปิงจะเป็นผู้นำเขาเข้าห้องลงทัณฑ์ด้วยตัวเอง
“ถอดผ้าคลุมหน้าเขาออก” หลินอ๋องสั่งการ
หลงเป่าเดินไปกระชากผ้าปิดหน้าของชายชุดดำออกก็ต้องตกตะลึง เพราะชายชุดดำนั้นคือ “หลงเปียว” ศิษย์น้องรองของเขา
“ศิษย์น้อง/ศิษย์พี่” หลงเป่าและหลงปิงเรียกเขาพร้อมกัน
“ข้าไม่ใช่ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันกับพวกเจ้า”
“เหตุใดเจ้าจึงทำงานให้กับจางฉีซื่อ เจ้ารู้หรือไม่ว่าโทษของการลักลอบขนเสบียงร้ายแรงเพียงใด” หลงเป่าตะโกนถามเสียงดัง
“ก็แค่โทษประหาร อยากจะเอาชีวิตข้าก็เขิญ” หลงเปียวตอบกลับอย่างไม่รู้สึกกลัว
“หลงเปียว เดิมเจ้าก็จะเข้ามาเป็นองครักษ์ให้กับข้าอยู่แล้ว แต่เหตุใดเจ้าจึงเลือกเดินทางผิดเช่นนี้” หลินอ๋องถามเขา
“เป็นองครักษ์ให้กับคนที่ทำร้ายครอบครัวข้าอย่างนั้นหรือ ฉู่อันเจ้าฝันไปหรือเปล่า”
“บังอาจ! เจ้ากล้าเรียกชื่อท่านอ๋องออกมาได้อย่างไร” หลงเป่ากำลังจะเดินเข้าไป แต่กลับถูกหลินอ๋องห้ามไว้
“ทำร้ายครอบครัวของเจ้าอย่างนั้นหรือ เจ้าหมายถึงน้องสาวของเจ้าใช่หรือไม่” หลินอ๋องพูดอย่างใจเย็น
“เจ้าไม่มีสิทธิ์พูดถึงนาง เจ้าทำร้ายนางไปแล้ว”
“ศิษย์พี่ ท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับ คนที่ทำร้ายน้องสาวของท่านคือจางฉีซื่อต่างหากขอรับ” หลงปิงพูดขึ้น
“เจ้าไม่ต้องมาหลอกข้า เจ้าทำงานให้มัน เจ้าก็ต้องปกป้องมัน แต่ข้าไม่ลืม ก่อนที่นางจะจากไป นางยังกำหยกประจำตัวของมันเอาไว้ในมือ” หลงเปียวยังคงไม่เชื่อ
“เพราะนางกำหยกของข้าไว้ในมือ เจ้าก็เลยคิดว่าข้าเป็นคนทำร้ายนางอย่างนั้นหรือ หากวันนั้นข้าไม่ปกป้องนาง นางคงจะโดนย่ำยีไปแล้ว และที่นางมีหยกของข้าอยู่ในมือ ก็เพราะข้าต้องการจะช่วยชีวิตนาง” หลินอ๋องอธิบาย
“ช่วยชีวิตนางหรือ เจ้าไม่ต้องมาโกหกข้า หากเจ้าอยากช่วยชีวิตนางจริง เหตุใดนางยังต้องตาย นางเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่เจ้า...เจ้าก็ยังทำร้ายนาง ทั้งๆ ที่รู้ว่านางคือน้องสาวของข้า”
“เหตุการณ์วันนั้นเป็นแผนของจางฉีซื่อที่ต้องการสร้างความบาดหมางให้กับเราสามพี่น้องและท่านอ๋อง และที่ท่านอ๋องมอบป้ายหยกประจำตัวให้น้องสาวของเจ้า ก็เพื่อจะให้นางนำไปขอความช่วยเหลือจากทหารประจำประตูเมือง แต่พวกเราไม่นึกว่า ทหารที่ประจำอยู่ประตูเมืองกลุ่มนั้นจะเป็นคนของจางฉีซื่อ” หลงเป่าอธิบายต่ออย่างใจเย็น
“พวกเขาบอกข้าว่านางถูกพวกเจ้าทำร้าย และหยกในมือของนางคือหยกประจำตัวของคนร้าย”
“หลงเปียว พวกเราเปรียบเหมือนพี่น้อง กินนอนด้วยกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาหลายปี เหตุใดความเชื่อใจของพวกเราจึงหายไป” หลงเป่าถามเขา
“เพราะนางไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ของเจ้า เจ้ารักนางใช่หรือไม่” เมื่อหลินอ๋องถามออกไป หลงเป่าและหลงปิงตะลึงค้างอยู่กับที่
“ท่าน...ท่านรู้ได้อย่างไร ข้าไม่...” หลงเปียวกำลังจะปฏิเสธ
“เป็นเจ้าที่บอกกับข้าเอง” หลินอ๋องบอกกับหลงเปียวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ