ขุนปัถวีลงกรณ์ััได้ถึงความไม่พอใจอยู่ในสีหน้าของธัญญ่า เขาจึงเสนอทางเลือกเพิ่มให้กับทั้งสอง “หรือจะให้หมอทหารของฉันช่วยตรวจดูให้ก่อนก็ได้นะ ถ้าเธอไม่มีอะไรขัดข้อง”
“ผมว่าก็ดีนะครับ เผื่อหมอของขุนปัถวีลงกรณ์จะช่วยปกรณ์ได้ด้วย” เทพไทเห็นด้วย เขาก็ไม่อยากให้ทั้งหัวหน้าทีมรวมถึงเพื่อนเขาต้องกลับโรงเรียนก่อนที่ทำภารกิจลับสุดยอดสำเร็จ
“ในกรณีเพื่อนของเธอฉันมีความคิดเห็นตรงกับอาจารย์ของเธอนะ” ขุนปัถวีลงกรณ์มองเทพไทแล้วถอนหายใจออกมา “ธาตุในการรักษาของพวกเราไม่ตรงกัน หากเลือกที่จะรักษาที่นี่อาจจะเสียเวลามากกว่ายอมกลับไปรักษาที่โรงเรียนของเธอเสียอีก”
เทพไทคอตก เขาก็รู้ข้อจำกัดนี้ดี ถึงแม้จะเป็ความหวังเล็กน้อยเขาก็อยากจะลองดู เขารู้สึกเสียใจแทนเพื่อนของเขาที่กำลังจะพลาดโอกาสที่อาจจะสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาไป
ดารินไม่มีความคิดเห็นอะไรในเื่นี้เพิ่มเติม ถึงแม้เธอจะไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะปล่อยให้ธัญญ่าแค่ลองให้หมอของคนนอกตรวจเช็กให้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องกับหมอที่เธอไว้วางใจ แต่ถ้าหากเ้าตัวเองไม่มีปัญหาใดกับเื่นี้ มันก็ช่วยไม่ได้ที่เธอจะต้องยอมรับการตัดสินใจ
“ว่าแต่ไม่ทราบว่าขุนปัถวีลงกรณ์มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ? ถึงได้มาถึงห้องพยาบาลที่แสนวุ่นวายขนาดนี้?” ดารินเปลี่ยนเื่คุย ตามจริงแล้วถ้าไม่เป็การเสียมารยาทเธอคงจะถามออกไปตรง ๆ แล้วว่ามาเขาจงใจเข้ามาพวกเธอโดยตรงแบบนี้เพราะมีจุดประสงค์อะไรหรือเปล่า คนระดับขุนปัถวีลงกรณ์ ถ้า้าพบตัวใคร ก็น่าจะส่งคนมาเรียกไปพบเสียมากกว่าจะมาโผล่มาหาเงียบ ๆ อย่างนี้
เสียงของขุนปัถวีลงกรณ์ฟังแล้วช่างนุ่มหูเมื่อตอบคำถามดาริน “ตามจริง ฉันกะจะมาถามหาถึงผู้กองเกรียงเดช เผื่อเขาจะอยู่ที่นี่ อีกทั้งยังหวังจะมาให้กำลังใจเหล่าทหารผู้เสียสละอีกด้วย”
ดารินฟังและพยักหน้าตอบรับเบา ๆ คำตอบของขุนปัถวีลงกรณ์ไม่มีสิ่งใดให้เธอสงสัย เพียงแต่เขายังตอบได้ไม่ตรงกับคำถามมากนัก เพราะสิ่งที่เธออยากรู้คือ เขามีธุระอะไรกับกลุ่มของพวกเธอ เนื่องจากเขาไม่ได้มีความจำเป็ต้องเข้ามาคุยกับเธอเลย
ดูเหมือนขุนปัถวีลงกรณ์จะดูออกว่าดารินกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงยิ้มแล้วพูดต่อว่า “พอดีเห็นจอมเวทอัจฉริยะแห่งยุคที่ยากจะหาโอกาสได้เจอตัวเป็ ๆ ฉันเลยอยากเข้ามาทักทายสักหน่อย”
ดารินเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อได้ยิน จริง ๆ แล้วเธอไม่ค่อยชอบที่ใคร ๆ ต่อใครมาเรียกเธอว่าจอมเวทอัจฉริยะแห่งยุค แต่เื่ที่ยากจะพบเจอเธอนั้นคือเื่จริง ั้แ่เธอเลือกเป็อาจารย์ประจำโรงเรียนทหารวารีมนตรา เธอก็แทบไม่ได้ออกไปไหนมานอกอาณาจักรธาราสักเท่าไร เพราะแบบนั้นเธอจึงเลือกที่จะไม่ต่อความยาวสาวความยืดในเื่นี้สักเท่าไร
“ทำความเคารพครับ ท่านขุนปัถวีลงกรณ์”
ทันใดนั้นมีเสียงใครบางคนดังขึ้น ทุกคนหันไปมองเ้าของเสียงที่ทักทายขุนปัถวีลงกรณ์ เกิดสีหน้าที่งุนงงกับทุกคนทันที
ผู้กองเกรียงเดชกำลังยืนตรงทำท่าวันทยหัตถ์แบบฉบับของชาววสุธาต่อขุนปัถวีลงกรณ์ นั่นไม่ใช่ภาพที่ทำให้ทุกคนเกิดสีหน้าที่งุนงง แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนมีสีหน้าแปลก ๆ คือ อานนท์ยืนอยู่ข้าง ๆ ผู้กองเกรียงเดช ดาริน ธัญญ่าและเทพไทไม่รู้ว่าทำไมอานนท์ถึงมายืนอยู่ข้างผู้กองเกรียงเดชได้ ส่วนขุนปัถวีลงกรณ์ไม่รู้จักกับอานนท์ สิ่งที่เขารู้จักมีเพียงเครื่องแบบที่อานนท์กำลังใส่อยู่ เพราะมันเป็เครื่องแบบทหารเดียวกันกับของดารินใส่ หากจะต่างก็แค่เพียง ดารินใส่เป็กระโปรงสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ส่วนอานนท์ใส่เป็กางเกงขายาว
ทีมสองทุกคนอยากจะพุ่งเข้าไปถามอานนท์ถึงความเป็มาของเขาที่มากับผู้กองเกรียงเดชได้อย่างไร แต่มันก็ไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะถามในตอนนี้ พวกเขาจึงรอให้กลับไปที่ส่วนตัวกันก่อนแล้วค่อยถามเขาอีกที
“โอ้ สวัสดีผู้กองเกรียงเดช” ขุนปัถวีลงกรณ์พยักหน้าตอบเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองรอบ ๆ แล้วพูด “ทุกคนตามสบาย เชิญทำสิ่งที่ตัวเองต้องทำต่อได้เลย”
“ขออภัยด้วยที่ไม่ได้ออกมาต้อนรับท่านขุนแต่แรก” ผู้กองเกรียงเดชพูดในขณะยังยืนเอามือไขว้หลังแบบท่าพักทหาร “หากกระผมทราบก่อนสักนิดว่าท่านขุนจะเดินทางมาเยี่ยมป้อมศิลาของพวกเรา เหล่าทหารวสุธาที่ประจำการที่แห่งนี้จะเตรียมการต้อนรับท่านขุนอย่างสมเกียรติ”
เมื่อดารินได้ยินแบบนั้น เธอแอบขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอคิด ‘คนระดับขุนนางมายังป้อมที่อยู่ห่างไกลโดยไม่แจ้งให้รู้ล่วงหน้างั้นหรือ? แปลกเหลือเกิน หยั่งกับขุนปัถวีลงกรณ์แอบมาสืบราชการลับยังไงยังงั้นเลย’
ถึงแม้ว่าความคิดของเธอในตอนนี้มันดูไม่น่าจะเป็ไปได้ แต่ด้วยข้อมูลที่เธอรู้ในตอนนี้ทุกอย่างมันชี้ไปในทิศทางนั้น
“ฉันก็ไม่ได้คิดจะมาแต่แรกหรอก ฉันมีธุระที่เมืองศิลา แต่พอดีหน่วยตรวจจับของฉันแจ้งมาว่าที่นี่มีการต่อสู้กัน ฉันเลยแวะดูเผื่อจะช่วยอะไรได้น่ะ” เมื่อขุนปัถวีลงกรณ์พูดจบ เขาเปลี่ยนเื่ทันที “แล้วพ่อหนุ่มคนที่ยืนข้าง ๆ นี้เป็ใครกัน?”
ขุนปัถวีลงกรณ์อยากรู้เพราะเขาใส่เครื่องแบบเดียวกันกับกลุ่มของดาริน
“เขาเป็หนึ่งในลูกทีมของธัญญ่าครับ” ผู้กองเกรียงเดชหันมองอานนท์ขณะแนะนำ
“ธัญญ่าคือ...?” ขุนปัถวีลงกรณ์เลิกคิ้วทำหน้าสงสัย
ธัญญ่ายกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อเป็การแสดงตัว “ฉันเองค่ะ”
“อ๋อ ขอโทษที” ขุนปัถวีลงกรณ์ยกมือทำมือเชิงขอโทษต่อธัญญ่า ก่อนจะพูดอย่างสุภาพ “ฉันนึกว่าอาจารย์ของเธอเป็หัวหน้าทีมเสียอีก ให้อภัยกับความไม่รู้ของฉันด้วย”
ธัญญ่ามีสีหน้าเรียบเฉย เธอไม่ได้ถือสาอะไรเพราะที่จริงแล้ว เธอก็ใช่ว่าจะรู้จักกับขุนปัถวีลงกรณ์มากนัก เธอเพียงแค่ได้ยินชื่อมาบ้างเท่านั้น เธอเพิ่งเคยเจอกับเขาเป็ครั้งแรกเสียด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้จักเธอ
“และเขาก็เป็ที่โหล่ของโรงเรียนทหารวารีมนตราอีกด้วย”
ทันใดนั้นก็มีใครบางคนพูดแทรกขึ้นมา คนที่พูดแทรกขึ้นมาไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือชายหัวโล้นผู้เป็หัวหน้าทีมสามจากโรงเรียนทหารวารีมนตรา
เมื่อได้ยินแบบนั้น ไม่แปลกเลยที่ขุนปัถวีลงกรณ์จะต้องขมวดคิ้ว แม้แต่ผู้กองเกรียงเดชก็ไม่ต่าง เพราะเขาก็รู้แค่เพียงว่าชายหนุ่มที่ชื่ออานนท์เป็คนร่วมทีมใหม่ในทีมสองที่ธัญญ่าเป็หัวหน้าทีมเท่านั้น ข้อมูลที่ได้รู้นี้ถือเป็ข้อมูลใหม่สำหรับเขาเช่นกัน
เมื่อหัวหน้าทีมสามเห็นสีหน้าของขุนปัถวีลงกรณ์กับผู้กองเกรียงเดช เขารีบขยี้ต่อทันที “หมอนี่ไม่เคยออกรบที่ไหนมาก่อนด้วย ไม่รู้ว่าหัวหน้าทีมธัญญ่ากำลังคิดอะไรอยู่? ทำแบบนี้ก็ไม่ต่างกับเอาชะตาชีวิตของทุกคนที่อยู่ป้อมหินผาต้องมาเสี่ยงด้วยเลย”
หลังพูดจบชายหัวโล้นเอามือวางไว้บนอกแล้วพูดต่อ “แต่ท่านขุนปัถวีลงกรณ์ไม่ต้องเป็กังวลไป ตอนนี้มีพวกเราทีมสามแห่งโรงเรียนทหารวารีมนตราอยู่ที่นี่ กระผม อนุทินและลูกทีมพร้อมสู้ถวายชีวิตเพื่อปกป้องป้อมหินผาแห่งนี้ เพื่อทดแทนข้อผิดพลาดที่ทีมสองอาจทำขึ้นได้ทุกเมื่อเองครับ”
ทุกคนอึ้งกับสุนทรพจน์ของอนุทินหัวหน้าที่สาม ดารินรู้อยู่ว่ามีการแข่งขันกันภายในกันมาตลอด ทีมสามมักหมายตาทำให้ตัวเองขึ้นไปแทนที่ที่สอง ทีมสองก็ย่อมอยากขึ้นไปเป็ทีมหนึ่ง และทีมหนึ่งก็ต้องทำผลงานให้ดีตลอดเวลาเพื่อยังครองอันดับหนึ่งตลอดไป เพราะระดับทีมมีผลต่ออนาคตของพวกเขา
ถึงเธอจะรู้ว่าการแข่งขันเพื่ออันดับที่ดีกว่านั้นค่อนข้างรุนแรง แต่ก็ไม่คาดว่าทีมสามจะเลือกประจบสอพอให้กับขุนนางต่างแดนแบบนี้
“อ้อ อือ ฝากด้วยนะ” ขุนปัถวีลงกรณ์ได้แต่ตอบรับแบบขอไปที เขาไม่รู้จักอนุทินหัวหน้าทีมสามพอ ๆ กับไม่รู้จักกับธัญญ่า ถึงแม้เขาจะค่อนข้างเคยชินกับคนพยายามประจบสอพอเพื่อผลประโยชน์ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอคนที่แสดงออกมาโจ่งแจ้งขนาดนี้
ปฏิกิริยาของเทพไทนั้นเห็นได้ชัด เขารู้สึกหมั่นไส้ในการประจบสอพอของอนุทิน เขาอยากจะฉีกหน้าอนุทิน แต่เขาก็หักห้ามใจเอาไว้ ต่อหน้าคนใหญ่คนโตอย่างขุนปัถวีลงกรณ์ สงวนท่าทีไว้จะเป็การดีกว่า
แต่กับธัญญ่านั่นไม่ เธอพูดเหน็บแนมอีกฝ่ายออกมาตรง ๆ “ลำพังประตูสองกันป้องกันเอาไว้ไม่ได้เลย แล้วมาโม้จะว่าปกป้องป้อมหินผาให้ได้ กลัวจะวิ่งหนีหางจุกตูดไปเสียก่อนนะสิพอรู้ว่าป้อมจะแตก”
“หน็อย ยัยนี่ปากดีนักนะ” เมื่ออนุทินได้ยินสิ่งที่ธัญญ่าพูด เขาโกรธจนควันออกหูทันที
ห้องพยาบาลจากที่วุ่นวายอยู่แล้ว ตอนนี้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดเข้าไปอีก อานนท์ยังคงทำตัวไม่สนใจสิ่งรอบข้างเช่นเคย เขาเดินจากอย่างเงียบ ๆ ส่วนขุนปัถวีลงกรณ์ไม่สนใจเื่เด็กทะเลาะกัน
เขาเอ่ยเบา ๆ ราวกับ้าให้เพียงดารินคนเดียวเท่านั้นที่ได้ยิน “ไว้ฉันจะส่งคนไปเทียบเชิญคุณจอมเวทอัจฉริยะอีกครั้ง ฉันขอตัวก่อน”
ตอนนี้ดารินมั่นใจแล้วว่า จริง ๆ แล้วขุนปัถวีลงกรณ์้าหามาเธอโดยเฉพาะแต่ใช้ผู้กองเกรียงเดชเป็ข้ออ้าง ว่าแต่เขามีธุระอะไรกับเธอกันล่ะ?