ทันใดนั้นหัวใจของเธอกระตุกวูบ เมื่อภาพความทรงจำของซือเยว่คนเดิมที่วางยาเว่ยหานเจิ้ง ไหลทะลักเข้ามาในหัว หญิงสาวจ้องมองไปที่คนร่างสูงอย่างไม่ลดละ เธอรู้ดีว่าสายตาแบบนั้นเขารังเกียจเ้าของร่างนี้มากแค่ไหน
เว่ยหานเจิ้งไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลย เขาแค่ก้าวผ่านผู้เป็ภรรยาไปเหมือนอากาศธาตุ เดินตรงไปยังห้องน้ำเล็กๆ เพื่อล้างหน้าล้างตา
“เป็ไงล่ะพี่สะใภ้ใหญ่ ขนาดพี่เจิ้งยังไม่ชายตาแลเลย ทำเป็ไม่เห็นซะด้วยซ้ำ สมน้ำหน้า” น้องสามีแอบกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาเป็ประกายสะใจ
หลินซือเยว่ไม่ได้สนใจ เธอจดจ่ออยู่กับการวางแผนชีวิตใหม่ในร่างของนางร้ายคนนี้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ… การหย่า และได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเว่ย… นั่นคือเงื่อนไขการกลับสู่โลกเดิมของเธอ
เมื่อเว่ยหานเจิ้งเดินกลับออกมาจากห้องน้ำสีหน้าของเขายังคงนิ่งเรียบ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความสนใจในตัวเธอ
เขาเดินตรงไปนั่งที่โต๊ะอาหารไม้เก่า ๆ และนั่งข้างๆ ผู้เป็แม่และย่าของเขา บรรยากาศดูเหมือนครอบครัวอบอุ่น...ถ้าไม่นับว่ามีเธอเฝ้ามองอยู่
หลินซือเยว่ยืนนิ่งอยู่ห่าง ๆ เหมือนเป็แค่ คนแปลกหน้า ที่เผลอหลุดเข้ามาในฉากของครอบครัวคนอื่น
“พี่เจิ้ง เหนื่อยแย่เลยนะคะ” เสียงออดอ้อนดังขึ้นทันที เว่ยเมิ่งหลาน น้องสาวคนเล็กของบ้าน รีบลุกขึ้นมาพร้อมชามซุปในมือก่อนจะยกไปวางตรงหน้าพี่ชาย พร้อมรอยยิ้มที่ประจบประแจงจนเห็นได้ชัด
“วันนี้น้องทำซุปไก่ไว้รอพี่ด้วยนะคะ ตุ๋นั้แ่เช้าเลย” รอยยิ้มบนใบหน้าของเว่ยเมิ่งหลานนั้นดูเหมือนจะเยาะเย้ยเธอ ทั้งจงใจราวกับจะบอกว่าคนที่คู่ควรนั่งข้างพี่ชาย ไม่ใช่เธอหรอกนะ พี่สะใภ้
หลินซือเยว่ไม่ใช่ผู้หญิงที่เคยลุกขึ้นวีนลั่นบ้าน และไม่ใช่หลินซือเยว่คนเดิมที่เอาแต่ใช้ปากปะทะกลับ
ตอนนี้...เธอ้าชนะด้วยการทำภารกิจให้สำเร็จและการสร้างสัมพันธ์กับครอบครัวเว่ยคือด่านแรกที่เธอต้องฝ่าฟันไปให้ได้
หลินซือเยว่ลุกขึ้นอย่างสงบเดินไปที่หม้อข้าว หยิบช้อน และเริ่มตักข้าวอย่างไม่เร่งรีบ จากนั้นก็ตักกับข้าวให้กับทุกคน วางบนโต๊ะ... อย่างเงียบเชียบ
แต่พอเธอวางชามลงตรงหน้าทุกคนครบ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากปลายโต๊ะ ที่ทั้งแหลม ทั้งแดกดัน
“อุ๊ย… นี่พี่สะใภ้ตักข้าวให้ทุกคนเลยเหรอ?”
“ตื่นเช้ามาแล้วเป็คนดีขึ้นกะทันหัน หรือกำลังเล่นละครเรียกคะแนนกันแน่ล่ะ พี่สะใภ้?”
หลินซือเยว่ทำเป็หูทวนลม เธอวางถ้วยข้าวให้ทุกคนครบ แล้วจึงตักข้าวให้ตัวเองเป็คนสุดท้าย พยายามตักแต่ส่วนที่เหลือๆ ซึ่งเป็กับข้าวที่ดูไม่น่ากินที่สุด
ท่าทางของเธอที่ผิดแปลกไปทำให้ทุกคนในบ้านต่างหันมามองอย่างแปลกใจ แม่สามีชะงักตะเกียบค้างกลางอากาศ ย่าเว่ยที่กำลังจะจิบซุปถึงกับเลิกคิ้วสูง มองหญิงสาวราวกับเห็นผีตนหนึ่งสิงในร่างหลานสะใภ้
ส่วนเว่ยหานเจิ้ง… แม้จะไม่พูดอะไร แต่ก็เหลือบตาขึ้นมามองภรรยาด้วยสายตาประหลาด ก่อนจะหันกลับไปตักกับข้าวอย่างนิ่งเงียบๆ แต่เมื่อผ่านไปหลายอึดใจ ก็ไม่มีเสียงร้องเรียก ไม่มีคำบ่นเื่ว่าได้กับข้าวน้อย ไม่มีเสียงโวยวายเรียกหาเนื้อหมูพิเศษ
ทุกคนที่เคยนั่งกินข้าวแบบพร้อมปะทะ ต่างเริ่มชะงัก หันมามองกันเล็กน้อยด้วยสายตาแปลก ๆ
‘นี่ใช่หลินซือเยว่คนเดิมเหรอหรือเปล่า? หรือเ้าหล่อนโดนของมา’
และในขณะนั้นเอง…
[ติ๊ง]
“ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับ +10 คะแนนความสัมพันธ์ ตอนนี้ครอบครัวเริ่มสงสัยแต่ประหลาดใจเบา ๆ กับพฤติกรรมที่...ไม่เหมือนเดิมของโฮสต์”
“รางวัลปลดล็อก: ‘ชุดอุปกรณ์ทำอาหารระดับบ้านทุ่ง’ พร้อมเสบียงพื้นฐาน (ระดับประหยัด) หนึ่งชุด
หลินซือเยว่เงยหน้าขึ้นนิด ๆ ยิ้มมุมปากบางเบา เมื่อเห็นภารกิจ “ปรับปรุงความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว” สำเร็จไปด้วยดี มันก็ไม่เห็นจะยากเลยนี่
‘แต้มมาแล้ว… ง่ายกว่าที่คิดอีก’ เธอคิดอย่างโล่งใจ แต่ก็รู้ว่า นี่เป็เพียงด่านเล็ก ๆ เท่านั้น เมื่อทุกคนทานข้าวเสร็จกำลังจะลุกจากโต๊ะ เธอกลับไม่ลุกตาม แต่กลับเอ่ยเรียกสามีเบาๆ
“สามี…”
เสียงของเธอไม่ได้ดัง… แต่กลับชัดเจนจนทุกคนหยุดขยับทันที
เว่ยหานเจิ้งชะงักขณะกำลังจะวางชามข้าวลงบนถาด เขาหันกลับมา ดวงตาคมกริบทอดมองใบหน้าของภรรยาด้วยแววสงสัยระคนเ็า
“มีอะไร?”
ทุกคนในห้องหันมามองเธอเป็ตาเดียว ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจเช่นเดียวกัน
“ฉันมีเื่อยากจะคุยกับคุณ เื่การหย่าของพวกเราค่ะ”
สิ้นคำว่า “หย่า” บรรยากาศในห้องพลันเงียบสงัด จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจของแต่ละคน แม่สามีถึงกับอ้าปากค้าง ย่าเว่ยทำตะเกียบหล่น ส่วนเว่ยเมิ่งหลานผู้เป็น้องสามียิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะที่พี่สะใภ้จะได้กระเด็นออกจากบ้านเว่ยไปเสียที
'ในที่สุด… พี่สะใภ้ตัวปัญหาก็จะได้พ้น ๆ ไปเสียที ดีเลยจะได้ไม่ต้องเปลืองข้าว ’
เว่ยหานเจิ้งจ้องหน้าเธอเขม็ง ดวงตาที่เคยเ็า บัดนี้แฝงด้วยประกายคุกรุ่นของความไม่พอใจ
“หย่า?” เขาทวนคำช้า ๆ ราวกับจะชั่งน้ำหนักมันในใจ
“อยู่ ๆ ทำไมถึงพูดอยากหย่าขึ้นมา ปกติเป็เธอไม่ใช่เหรอ...ที่พยายามจะเกาะฉันไม่ยอมปล่อย?”
หลินซือเยว่กัดฟันแน่น เธอไม่ใช่ผู้หญิงชั่วร้ายอย่างเ้าของร่างเสียหน่อย..เธอไม่จำเป็ต้องใช้เล่ห์กลเพื่อจะได้มาซึ่งการเป็เมียเขา
“นี่คุณว่าฉันแรงเกินไปแล้วนะ ฉันไม่ได้อยากเกาะคุณกินเสียหน่อย”
คำพูดของเธอชัดเจน แต่กลับจุดชนวนบางอย่างในแววตาของเว่ยหานเจิ้ง เขายกยิ้มที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความอ่อนโยน รอยยิ้มที่มีแต่ความเย้ยหยัน
“เธออยากจะหย่าอย่างนั้นหรือ? ฟังดูง่ายไปหน่อยไหม?” เขาก้าวเข้ามาใกล้ จนเธอััได้ถึงลมหายใจของเขา
“หรือว่า... นี่คือแผนใหม่ของเธอ? แกล้งเป็ปล่อย เพื่อเรียกร้องความสนใจจากฉันอีกครั้ง?”
น้ำเสียงของเขาเย็นะเื ราวกับมีน้ำแข็งพันรอบถ้อยคำ หลินซือเยว่รู้สึกขนลุกซู่ แม้อากาศจะไม่ได้หนาวเลยสักนิด
“ฉันไม่ได้้าความสนใจจากคุณเสียหน่อย… คุณต่างหากที่หลงตัวเองเกินไปแล้ว” เสียงของเธอสั่นไปเล็กน้อย แต่ไม่ยอมหลบสายตาจากคนร่างสูง
คำตอบนั้นทำให้มุมปากของเว่ยหานเจิ้งกระตุกเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหัวเราะเบา ๆ อย่างเ็า
“อย่างนั้นเหรอ? หรือเธอหวังจะหย่าจากฉัน แล้วไปหาเหยื่อรายใหม่?”
“ไปวางยาใครอีกคนที่โง่พอจะหลงกล... เหมือนที่ฉันเคยเป็?”
“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น… และฉันไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นกับใครทั้งนั้น” หลินเสวี่ยอวิ๋นพยายามควบคุมเสียงให้มั่นคง
“ฉันแค่… ไม่อยากขัดขวางความรักของคุณกับซูหว่านเอ๋อร์อีกต่อไป ฉันแค่รู้สึกผิด ที่เคยทำให้คุณต้องอยู่ห่างจากคนที่คุณรัก…”
หลินซือเยว่ไม่ได้พูดเพราะอยากเสียสละอะไรหรอก ความจริงคือเธอแค่อยากกลับโลกเดิมเท่านั้น เธออยากจะจบเื่นี้ให้เร็วที่สุด
เว่ยหานเจิ้งนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเ็า
“ฉันกับซูหว่านเอ๋อร์ ไม่เคยมีอะไร ฉันคิดกับเธอเป็เพียงน้องสาวเท่านั้น”
หลินเสวี่ยอวิ๋นขมวดคิ้ว “แต่ในนิ....” เธอชะงักทันที ก่อนจะหลุดปากออกมา
เว่ยหานเจิ้งเหลือบมองเธอด้วยสายตาแปลกประหลาด “ในอะไรนะ?”
เธอหลบตา พึมพำเบา ๆ “ไม่มีอะไร…หรอกค่ะ”
เขาจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ราวกับพยายามมองทะลุความคิด ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น
“เธอไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ยังไงฉันก็ไม่หย่า” คำพูดของเขานั้นเด็ดขาด ราวกับเป็คำสั่งที่ไม่สามารถต่อรองได้
จากนั้นเขาจ้องเธอไม่กะพริบตา ราวกับกำลังรอคอยว่าเธอจะแสดงธาตุแท้นางร้ายออกมา หรือจะวางแผนร้ายอะไรอีก
หลินซือเยว่อึ้งไป เธอไม่คิดว่าเขาจะตอบปฏิเสธแบบนี้ แล้วแบบนี้จะให้เธอทำยังไงล่ะทีนี้ เงื่อนไขการกลับสู่โลกเดิมของเธอคือการได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเว่ย… แต่ถ้าเว่ยหานเจิ้งไม่ยอมหย่า ก็แปลว่าเธอจะต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่ตลอดไป อยู่ในร่างของภรรยาที่ไม่มีใคร้าอย่างนั้นหรือ
ก่อนที่เธอจะทันได้เรียบเรียงความคิด เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นกลางหัว
“ติ๊ง ภารกิจหลัก: ปรับปรุงภาพลักษณ์ในสายตาของเว่ยหานเจิ้ง… โดยเริ่มจากการทำให้เขาประหลาดใจเป็เวลา 7 วันติดต่อกัน… หากทำสำเร็จจะได้รับรางวัลพิเศษ ‘โควตาใบอนุญาตทำธุรกิจขนาดเล็กแบบถูกกฎหมาย’ 1 ใบ”
‘ไอ้ระบบบ้าเอ๊ย นี่แกจะปั่นประสาทฉันใช่ไหม'
นี่มันไม่ใช่แค่ปรับปรุงภาพลักษณ์แล้ว แต่มันคือการทำให้ผู้ชายที่มองเธอเป็ตัวปัญหา คนที่เกลียดเธอยิ่งกว่าเกลือขัดแผลสด…
หันกลับมาสนใจเธอ แถมยังต้องประหลาดใจกับเธอจนติดต่อกันตั้งเจ็ดวัน
หลินซือเยว่รู้สึกเืลมพลุ่งพล่าน 'นี่มันภารกิจแบบไหนกันล่ะเนี่ย...ไอ้ระบบเวร'
‘แล้วแบบนี้อีตาพระเอกจะยอมหย่าให้ฉันตอนไหนกัน’
‘หรือฉันต้องะเิบ้านก่อน เขาถึงจะรู้สึก “ประหลาดใจ” พอจะผ่านภารกิจ’
หญิงสาวมองหน้าเว่ยหานเจิ้งที่ยังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาเ็า เธอกำหมัดแน่นภายใต้โต๊ะอาหาร
การหย่าดูเหมือนจะเป็ไปไม่ได้ในตอนนี้ และการทำให้คนอย่างเว่ยหานเจิ้งประหลาดใจถึง 7 วันติด? นั่นมันยิ่งยากกว่าการงมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก แต่เพื่อที่จะกลับบ้าน เพื่อที่จะรอด
เธอจะต้องทำให้เขาประหลาดใจ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม และดูเหมือนว่า ชีวิตนางร้ายที่ถูกเกลียดชังคน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง

ยัยน้อง: ขอหย่าค่ะ
พระเอก: ปฏิเสธ
ระบบ: ยินดีด้วยค่ะโฮสต์ ภารกิจใหม่มาแล้ว ทำให้ผัวประหลาดใจ 7 วันติด
…น้องก็แบบ
ตอนจะหย่า = ไม่ให้ จะหนี = ไม่พ้น
สุดท้ายระบบก็ปาเควสต์ประหลาดใจมาให้แบบไม่ได้ขอ
นี่มันเควสต์จีบผัวใหม่ หรือเควสต์ทำให้ผัวหย่ากันค่ะอีระบบ
มาให้กำลังใจยัยน้องกันเยอะๆนะคะ ว่าจะหย่ากับอีพี่ได้หรือเปล่า