หลินเต๋อหัวดีใจมากเมื่อรู้ว่าหวังไฉ่เหลียนยอมนัดพบกับตนตามลำพัง
ซินเยวี่ยจัดการนัดพบให้พวกเขาที่บ้านเก่าทรุดโทรมหลังหนึ่งในหมู่บ้านซึ่งปกติไม่ค่อยมีใครไป ที่นั่นเคยเป็ที่อยู่ของผู้สูงอายุที่รัฐอุปการะแต่หลังจากผู้สูงอายุเสียชีวิต บ้านก็ถูกทิ้งร้าง และที่นั่นก็ค่อนข้างเปลี่ยวผู้คนทั่วไปจึงไม่น่าจะมารบกวนได้
เมื่อได้จังหวะเหมาะหลินเต๋อหัวกับหวังไฉ่เหลียนก็มาพบกันที่นั่นโดยมีซินเยวี่ยคอยดูต้นทางให้บริเวณใกล้เคียง
ใน่ต้นทศวรรษ 1980การรักใครชอบใครอย่างอิสระยังไม่ได้รับการยอมรับดังนั้นแม้ว่าหลินเต๋อหัวและหวังไฉ่เหลียนจะชอบพอกันพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะบอกความในใจแก่กันโดยตรง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการออกเดต
หลินเต๋อหัวมาถึงก่อนรออยู่เกือบสิบกว่านาทีหวังไฉ่เหลียนถึงมา
เพื่อมาพบกับคนที่เธอรักหวังไฉ่เหลียนแต่งตัวมาเป็พิเศษ เธอสวมเสื้อแขนสั้นผ้าดีล่อนสีขาวลายดอกไม้แดงและกางเกงขายาวสีเทาอ่อน
ในยุคนี้เด็กสาวในหมู่บ้านยังไม่นิยมใส่กระโปรงหรือกางเกงขาสั้น
หวังไฉ่เหลียนหวีผมเปียสองข้างหนาเตอะให้เรียบแปล้แม้ว่าจะไม่ได้ทาครีมบำรุงผิวใดๆ แต่เพราะความอ่อนเยาว์ เธอก็ดูสดใสมีชีวิตชีวา
“พี่หัวจื่อ มานานหรือยัง” ด้วยความประหม่า หวังไฉ่เหลียนจึงไม่กล้ามองตาหลินเต๋อหัว
หลินเต๋อหัวก็ประหม่าเช่นกันฝ่ามือของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ
หลินเต๋อหัวยิ้มให้หวังไฉ่เหลียน“ไม่นานหรอก พี่ก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน”
หวังไฉ่เหลียนพยักหน้าเล็กน้อย
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทำให้บรรยากาศเงียบสนิทและอึดอัดอย่างยิ่ง
ทั้งสองคนเป็ประเภทที่ไม่ถนัดในการแสดงออกและค่อนข้างขี้อาย ที่สำคัญคือไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
หลังจากเงียบไปประมาณห้าหกนาทีในที่สุดหวังไฉ่เหลียนก็เป็ฝ่ายทำลายความเงียบก่อน “พี่หัวจื่อถ้าพี่ชอบฉันจริงๆ ก็ให้อาและน้าพาแม่สื่อมาที่บ้านฉันเพื่อขอแต่งงานถ้าการดูตัวครั้งนี้ไม่สำเร็จ แม่ฉันคงให้ญาติๆ หาคนอื่นมาให้ฉันอีก”
หวังไฉ่เหลียนพูดออกมาถึงขนาดนี้แล้วหลินเต๋อหัวจะลังเลอะไรได้อีก เขาจึงพยักหน้าให้หวังไฉ่เหลียนอย่างหนักแน่นพร้อมให้คำมั่นสัญญาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไฉ่เหลียนวางใจเถอะ กลับบ้านไปพี่จะบอกพ่อกับแม่เื่ของเรา”
“ฉันจะรอพี่” หวังไฉ่เหลียนพูดเบาๆแล้วก้มหน้าลง ในเวลานี้ใบหน้าของเธอแดงก่ำจนแทบจะทนไม่ได้แดงยิ่งกว่าแอปเปิลที่สุกในฤดูใบไม้ร่วงเสียอีก
หลังจากกลับถึงบ้านหลินเต๋อหัวก็พูดกับพ่อแม่อย่างตรงไปตรงมา “พ่อแม่ฉันชอบหวังไฉ่เหลียน ฉันอยากแต่งงานกับเธอ”
“ว่าอะไรนะ” แม่หลินอยากจะเช็กหูตัวเองนานๆ ทีจะพูดอะไรสักคำ เอาแต่ทำงานอย่างเดียวลูกชายผู้ซื่อตรงกลับบอกเองว่าชอบผู้หญิงคนไหนมันเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกชัดๆ
หลินเต๋อหัวพูดซ้ำอีกครั้ง
เมื่อแม่หลินแน่ใจว่าลูกชายไม่ได้พูดเล่นๆเธอจึงปฏิเสธโดยไม่ลังเล “ถ้าแกชอบผู้หญิงคนอื่นก็ว่าไปแต่หวังไฉ่เหลียนไม่ได้ แกก็รู้สถานการณ์ที่บ้านเธอดีนี่ พ่อแม่ไม่มีลูกชายแถมยังมีอาที่โสดถึงสองคน ภาระมันหนักเกินไป แกไม่ได้หาเมียไม่ได้สักหน่อย”
ยังไม่ทันที่แม่หลินจะพูดจบพ่อหลินก็วางกล้องยาสูบลงแล้วพูดกับหลินเต๋อหัวด้วยน้ำเสียงที่เหมือนคำพูดของพ่อเป็ใหญ่“แม่แกพูดถูก เราไม่เห็นด้วยที่แกจะแต่งงานกับหวังไฉ่เหลียนรอเก็บเกี่ยวเสร็จ เราจะสร้างบ้านหลังคากระเบื้องให้แกแล้วให้ป้าใหญ่แกหาคนที่เก่งกว่าหวังไฉ่เหลียนเป็ร้อยเท่ามาให้”
เมื่อเจอการขัดขวางจากพ่อแม่หลินเต๋อหัวก็รู้สึกหงุดหงิดในใจอย่างมาก
ซินเยวี่ยคาดการณ์ไว้แล้วว่าผลลัพธ์จะเป็เช่นนี้
เธอจึงบอกกับหลินเต๋อหัวและหวังไฉ่เหลียนว่าตราบใดที่พวกเขารักกันจริง และ้าใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกันก็อย่าปล่อยมือกันง่ายๆ ให้ค่อยๆ เป็ ค่อยๆ ไป
หวังไฉ่เหลียนเห็นว่าพี่สาวหลายคนของเธอถูกพ่อแม่คลุมถุงชนให้แต่งงานและใช้ชีวิตที่ไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นเธอจึงอยากหาคนที่เธอชอบและเขาก็ชอบเธอด้วยเมื่อเห็นว่าหลินเต๋อหัวมีท่าทีที่แน่วแน่ เธอก็ยิ่งตัดสินใจมากขึ้นไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เธอจะต้องอยู่กับคนที่เธอรักให้ได้
ซินเยวี่ยรู้ว่าเื่ของหวังไฉ่เหลียนและพี่ชายไม่ใช่เื่ที่จะจบลงได้ในเร็ววันต้องวางแผนกันในระยะยาว
ตอนนี้เธอต้องยุ่งกับเื่ของตัวเอง
ซินเยวี่ยรับปากซูลั่วอิงว่าจะหาต้นตานเซินไปให้แน่นอนว่าเธอจะไม่ผิดคำพูด
ตานเซินเป็สมุนไพรจีนชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณในการลดความดันโลหิต
ปู่ของซูลั่วอิงเป็โรคความดันโลหิตสูงเธอได้ยินมาว่าการนำตานเซินมาแช่น้ำดื่มสามารถรักษาความดันโลหิตสูงได้จึงบอกกับซินเยวี่ย เพราะเธอรู้ว่าูเาใกล้บ้านซินเยวี่ยมีต้นตานเซินป่าจำนวนมากซึ่งตานเซินป่ามีคุณค่าทางยามากกว่าตานเซินที่ปลูก
หลังจากกินอาหารเช้าแล้วซินเยวี่ยก็นำตะกร้าไม้ไผ่และจอบสำหรับขุดตานเซินเข้าไปในป่า
หมู่บ้านเฉวียนสุ่ยที่ซินเยวี่ยอาศัยอยู่ตั้งอยู่บนเชิงเขา
บริเวณนี้เป็ูเาสูงต่ำสลับซับซ้อนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา
ยอดเขาที่สูงต่ำมีรูปร่างที่แตกต่างกันลดหลั่นซ้อนกัน ทิวทัศน์ของูเาช่างสวยงามราวภาพวาด
อีกยี่สิบปีต่อมาที่นี่ก็กลายเป็สถานที่ท่องเที่ยวระดับชาติ4Aและหมู่บ้านเฉวียนสุ่ยก็ได้รับอานิสงส์จากทรัพยากรการท่องเที่ยวนี้
ในูเาลูกนี้มีสมุนไพรป่ามากมายนอกจากตานเซินแล้วยังมีไฉหู โกฐจุฬาลัมพา เหอโส่วอู ทองพันชั่ง สะระแหน่และสมุนไพรอื่นๆ ที่ซินเยวี่ยไม่รู้จักชื่อ
หากฝนตกชุก ในป่าจะมีเห็ดป่ามากมาย
ซินเยวี่ยกลัวเห็ดมาก เพราะในวัยเด็กหลินเต๋อหัวพี่ชายของเธอเคยเอาเห็ดสีขาวมาขู่เธอ ทำให้เธอฝังใจ ไม่ว่าชาติภพไหนเธอก็กลัวเห็ดมาก ตราบใดที่นึกถึงเห็ด เธอก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก