“ที่นี่คือที่ใดกัน?”
“หรือข้าจะลงนรกไปแล้ว?”
ครั้นฉู่เหินฟื้นคืนสติกลับมา ความฉงนครั้งใหญ่ก็ครอบงำจิตใจของเขา
นี่เป็โลกที่ถูกความมืดมิดดั่งหมอกหนาเข้าปกคลุม ทั้งเงียบสงบและประหลาด ควันจางเบาโหวงไร้ตัวตนดุจหมอกปีศาจกำแพงมารกลิ่นอายเหน็บหนาวลุกลาม
ตึงตัง
ฉับพลัน คลื่นพลังแปลกประหลาดเหลือจะเอ่ยก็ทะลักลงมาจากเบื้องบน
ฉู่เหินตะลึงงัน เห็นเบื้องบนสูงเสียดฟ้าอันไพศาลเบ่งบานเป็ประกายแสงสีเงินเจิดจ้าแสงสีเงินนั้นยกหมอกหนาไร้ที่สิ้นสุดขึ้นไป สาดซัดดุจคลื่นทะเล
ครืนครืน
ตามมาด้วยเสียงสั่นะเืเลือนลั่นดุจฟ้าคำรณความมโหฬารของรังสีพลานุภาพไพศาลกำลังบังเกิด ในเวลาเพียงพริบตาวังวนเมฆดาราขนาดั์พลันปรากฏที่ยอดสุดของความว่างเปล่า ปั่นป่วนเมฆลมในฟ้าดินดลท้องฟ้าในมิตินี้ให้รวนเร
รังสีพลานุภาพน่าพรั่นพรึงประดุจมหาสมุทรพร้อมจะกลืนกินฉู่เหินที่อยู่ใต้วังวนเมฆดาราพายุนั้นได้ทุกเมื่อ
ยามนั้นเองที่แสงสว่างอ่อนโยนและแวววาวเผยให้เห็นบนฟากฟ้า
ท้องนภากว้างใหญ่เบื้องหน้าของฉู่เหินปรากฏดวงตาสีม่วงประหลาดคู่หนึ่งเลือนราง
เป็ดวงตาั์ ดวงตาสีม่วงทรงเสน่ห์ร้าย ประหลาดล้ำราวกับเป็ดวงเนตรของเทพปีศาจาอันน่าครั่นคร้ามและแข็งแกร่งยิ่งยวด
ดวงเนตรสีม่วง จ้องมองฉู่เหินอย่างเยือกเย็นและเฉยชา
ความรู้สึกนั้น เสมือนสบตากับเทพเ้าสักองค์ ฉู่เหินทั้งตะลึงและฉงน
‘นี่มันเหตุการณ์อะไรกันแน่?’
ตึงตึง
ไม่ทันให้ฉู่เหินได้คืนสติจากความตระหนกเื่ที่ประหลาดยิ่งกว่าก็บังเกิด
เขตแดนเื้ัดวงตาสีม่วงก่อกำเนิดเป็โลกโกลาหลอันเลือนรางดวงดาวนับไม่ถ้วนประดับประดาพื้นที่ว่างเปล่าแห่งความมืดมิด
ชั่วพริบตา โลกโกลาหลอันกว้างไกลไร้ขอบเขต ไพศาลหาใดเปรียบก็เข้าปกคลุมมิติแห่งนี้
ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของฉู่เหิน ฟ้าดินรางเลือนเื้ัเนตรสีม่วงก็ปรากฏร่างสีดำร่างหนึ่งเลือนๆ
ร่างสีดำสูงหมื่นจ้าง รูปร่างเป็มนุษย์ ผงาดในฟ้าดิน แผ่รังสีพลานุภาพประหนึ่งเทพมารผู้ปกครองโลกทั้งใบ
“นี่มันเื่อะไรกันแน่?”
ดวงตาสีม่วง?
ร่างั์สีดำ?
ฉู่เหินอึ้งจนงง มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?
ครืนครืน!
ยามนี้เองที่ดวงตาสีม่วงะเิประกายแสงเจิดจรัสออกมา
ประกายแสงสีม่วงราวน้ำหลากดังกระแสน้ำท่วมทลายเขื่อนแตกกรีดร้องโหยหวนมาหาฉู่เหินเบื้องหน้าชนิดมืดฟ้ามัวดิน
ั์ตาฉู่เหินหรี่เล็กเท่าปลายเข็ม ยังไม่ทันได้ตอบสนองอันใดแสงสว่างสีม่วงพลิกฟ้าถล่มดินก็กลบร่างเขาจนมิด ชั่วขณะนั้นเกิดเสียงกัมปนาทปานฟ้าคะนองจากทั่วทุกสารทิศ
“กายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจ จงตื่น!”
สุรเสียงยิ่งใหญ่ก้องไกลดุจดั่งระฆังสะท้านิญญา
...
หลังหิมะตกฟ้าก็สว่าง แสงอาทิตย์แจ่มใสสาดส่องฟ้าดินนี้
ในเขาลึกไกลปืนเที่ยง เขตแดนอันตรายที่เทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน ดูยิ่งใหญ่ตระการตา
บนยอดเขาใหญ่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายิญญา มีเรือนใหญ่หลังหนึ่งตั้งอยู่
เรือนใหญ่นั้นมีลานเต๋าแห่งหนึ่งตั้งอยู่ทางทิศประจิมเสาหินเป็เอกลักษณ์เก้าต้นตระหง่านอยู่ขอบลานเต๋าทั้งลานเต๋าและเสาหินต่างจารึกลวดลายวิเศษที่ลึกลับซับซ้อน
ลวดลายวิเศษทอแสงอ่อนโยน รวมตัวเข้าหาร่างบุรุษหนุ่มที่นอนอยู่กลางลานจากทั่วทุกทิศทาง
เด็กหนุ่มหลับตาแน่นตกอยู่ในห้วงนิทรา
ทว่าเขามีาแเต็มร่างกาย ทรวงอกมีรอยแผลแคบและยาวหลายรอยด้วยกันกระทั่งเส้นชีพจรตามแขนขายังถูกตัดขาด แผลตรงข้อมือและข้อเท้าสาหัสเสียจนน่าะเืใจ
นอกจากนี้ ตำแหน่งบนลานเต๋ายังมีชายกลางคนหน้าตาอ่อนโยนสร้างประทับหัตถ์สายแล้วสายเล่าออกมาด้วยสองมือไม่มีหยุดหย่อนทุกครั้งที่เขาสำเร็จหนึ่งประทับภาพลวดลายวิเศษบนลานเต๋าและเสาหินจะเปล่งกระแสพลังออกมาอย่างรุนแรง
เมื่อบุรุษวัยกลางคนสำเร็จการประทับสายสุดท้าย กายของเด็กหนุ่มกลางลานเต๋าพลันเปล่งประกายแสงสีม่วงงามพิศวงออกมาทันใด
หลังจากนั้น แสงสีม่วงดั่งทะเลก็หลอมรวมเข้าไปในกายคนหนุ่มราวกับทะเลไร้ขอบขัณฑ์ภาพลวดลายวิเศษบนลานเต๋าและเสาหินก็หม่นแสงอย่างรวดเร็ว
“ฟู่!”
ชายวัยกลางคนผ่อนลมหายใจแ่เบาดวงตาอ่อนโยนจับจ้องมองร่างคนหนุ่มบนลานเต๋า มุมปากขยับเล็กน้อย พึมพำกับตนเองว่า“นายท่านเคยบอกไว้ในยามนั้นว่าชีวิตเ้าจะต้องพบกับหายนะครานี้ เป็ไปดังคำทำนายหลังหายนะครานี้ไป ข้าจะช่วยปลุกสายเืเนตรปีศาจของเ้าให้ตื่นขึ้นมาหวังว่าสักวันหนึ่ง เ้าคงทำให้พลังสะท้านภพของเนตรปีศาจปรากฏอีกครั้ง”
ตึงตึง
ชั่ววินาที พลังิญญาฟ้าดินที่อบอวลโดยรอบกลับมีชีวิตชีวาผิดปกติขึ้นมาพลังิญญาฟ้าดินเหมือนถูกพลังบางอย่างเรียกขาน ถึงได้ไปรวมตัวกันบนน่านฟ้าเหนือลานเต๋าราวแม่น้ำร้อยสายหลั่งไหลลงมหาสมุทร
ทันใดนั้น รังสีพลังิญญามหาศาลดุจอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์จากฟากฟ้าสาดเทลงมาบนร่างบุรุษหนุ่มเบื้องล่าง
ประกายแสงสีม่วงอ่อนถูกปลดปล่อยออกมาจากกายของเด็กหนุ่ม เื่มหัศจรรย์บังเกิดตามมารอยแผลสาหัสบนร่างสมานเข้าหากันรวดเร็วจนสังเกตได้
แผลตรงอก ข้อมือ ข้อเท้า...แผลทั้งหมดฟื้นฟูอย่างน่าอัศจรรย์ไม่ทันอึดใจก็หลงเหลือไว้แต่เพียงร่องรอยอ่อนจาง
ขณะเดียวกันกับที่เส้นลมปราณใหญ่ทุกเส้นในร่างเด็กหนุ่มฟื้นคืนสภาพ ทั้งยังได้รับการเสริมความแข็งแกร่งให้ทรหดเสียยิ่งกว่าที่ผ่านมา
...
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า บุรุษวัยกลางคนก็เผยแววสีหน้าพิศวง พึมพำแ่เบา“กายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจไม่เพียงช่วยฟื้นฟูเส้นลมปราณที่แหลกละเอียดของเขากลับคืนมาเท่านั้นยังช่วยเสริมให้แกร่งขึ้นไม่น้อย เพิ่งตื่นรู้ไม่ทันไรก็ครองพลังเช่นนี้แล้วเกินคาดเสียจริง...”
พูดไม่ทันขาดคำพลังิญญาฟ้าดินสายสุดท้ายบนนภาก็ถูกดูดซับ เด็กหนุ่มกลางลานเต๋าค่อยๆลืมตาขึ้นมา
“ที่นี่ที่ใดกัน?”
ฉู่เหินมองสภาพแวดล้อมแปลกตาโดยรอบแล้วสงสัยเป็อย่างยิ่ง
“ที่นี่คือเขาเทพสาขา!”
เสียงอันอ่อนโยนสอดแทรกเข้ามาในหูเป็ไมตรีเฉกเช่นสายลมใบไม้ผลิพัดผ่านใบหน้า ฉู่เหินมองชายวัยกลางคนเื้ั นึกประหลาดใจเสียยิ่งกว่าเดิม
“ท่านคือ?”
“ข้ามีนามว่าหลีอู๋ซาง!” บุรุษวัยกลางคนตอบ
“หลีอู๋ซาง...”
ฉู่เหินพึมพำแ่เบา เขาแน่ใจว่าตนไม่เคยได้ยินนามนี้มาก่อนฉู่เหินพลันพบอย่างน่าอัศจรรย์ว่าาแบนตัวเลือนหายหมดสิ้นแล้ว ข้อมือ ข้อเท้าทุกส่วนล้วนคืนสภาพ
ฉู่เหินตกตะลึงอย่างยิ่งยวดที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือตบะของเขาดูจะเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก!
“อีกไม่นานเ้าก็จะฟื้นคืนสภาพเหมือนเก่า” หลีอู๋ซางเอ่ยนิ่งๆ
ฉู่เหินทั้งใทั้งยินดี สองมือกำหมัดอย่างไม่อาจควบคุมแววเย็นยะเยียบวูบไหวในดวงตา
“์ยังปรานีข้าฉู่เหินโดยแท้”
แม้เส้นเอ็นเส้นปราณจะต่อติดเหมือนเดิม แต่าแจากเื่ราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมดหาลบเลือนในเวลาอันสั้นได้ไม่อารมณ์ยังดำดิ่งดังเดิม
ฉู่เหินผู้อารมณ์อยู่ในสภาวะปั่นป่วนลืมเลือนการเอ่ยคำ ‘ขอบคุณ’ ไปเสียแล้ว
หลีอู๋ซางแววตาซับซ้อนหลายส่วน เขาเอ่ยในพลัน“เ้าพักฟื้นสักสองสามวันก่อนเถิด ที่นี่มีข้าอยู่เพียงผู้เดียวเ้าจะไปพักผ่อนที่ห้องไหนก็ตามใจ”
ว่าพลางไปจากที่แห่งนี้
ฉู่เหินมองแผ่นหลังอีกฝ่ายจากไปแล้ว ใจของเขาทั้งตื้นตันและฉงนสงสัย
...
หลายวันให้หลัง
อาณาเขตกว้างว่างเปล่าหลังเขา
ฉู่เหินนั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้น กายากำยำหนักแน่นดุจหินผาตำแหน่งตันเถียนที่ท้องน้อยมีพลังหยวนแท้สีทองหมุนวนดุจวังวน
กระแสลมปราณอ่อนร้อนเริ่มลุกลามไปทั่วร่าง พลังหายแล้วกลับคืนดลให้ฉู่เหินยกูเาออกจากอกได้
ตึงตัง
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหนดวงเนตรสีม่วงขนาดั์คู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นในโลกสำนึกสมาธิของฉู่เหิน
ในโลกอันมืดมิดรางเลือน บนเขตน่านฟ้าไพศาลไร้ที่สิ้นดวงตาสีม่วงยังคงมองดินฟ้านี้นิ่งงันไร้อารมณ์ใด
ตึงตัง
ฉับพลันนั้นเอง เนตรปีศาจสีม่วงก็ปล่อยควันแสงอ่อนโยนดุจดวงสุรีย์ม่วงล่องลอยบนม่านนภา พริบตาต่อมาฉู่เหินััได้ถึงพลังอันมหัศจรรย์และแกร่งกล้าในกายตน
พลังนี้หลอมรวมเข้ากับพลังหยวนแท้อย่างลงตัวทั้งยังแล่นไปทั่วเส้นลมปราณพิเศษทั้งแปดของฉู่เหินด้วย
ยามนี้เองที่กลิ่นอายยิ่งใหญ่ทรงพลังโหมกระหน่ำฉับพลันอาณาเขตเื้ัเนตรปีศาจสีม่วงเป็ฟากฟ้าปั่นป่วนรวนเรดวงดาวเคลื่อนคล้อยเอนไหว
พลันร่างสีดำใหญ่ั์ก็เผยตัวในฟ้าดินโกลาหล
ร่างสีดำสูงราวหมื่นจ้าง รูปลักษณ์ภายนอกเป็มนุษย์ประหนึ่งเทพมารบันลือโลกตระหง่านในภพแดน
“นี่คือ?”
ครืน คราน!
พริบตาต่อมา ฉู่เหินก็ใตื่น
รู้สึกถึงความเ็ปทิ่มแทงสองตา ฉู่เหินรีบวิ่งไปยังข้างทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลออกไปก้มหน้ามองเงาสะท้อนที่ผิวน้ำค้นพบอย่างน่าตะลึงว่าสองตาของเขากลับกลายเป็สีม่วงงามประหลาดไปเสียแล้ว
ใบหน้าหล่อเหลารวมกับั์ตาสีม่วงประหลาดล้ำแล้วช่างทรงเสน่ห์ร้ายยิ่งนัก
แต่ไม่นานความเ็ปที่สองตาก็หายวับไป ประกายแสงม่วงลดเลือน ดวงตาฉู่เหินกลับไปเป็สีดำสนิทเหมือนปกติอีกครั้ง
“เห็นทีเ้าคงยังควบคุมพลังเนตรปีศาจด้วยตนเองไม่ได้...”
เสียงอันคุ้นหูดังมา ฉู่เหินใเห็นหลีอู๋ซางปรากฏร่างห่างจากเขาไปสิบกว่าเมตรั้แ่เมื่อไรไม่รู้
“ไม่ต้องตกอกใไป...” หลีอู๋ซางสองมือไขว้หลังก้าวเดินเข้ามาหาฉู่เหินไม่ช้าไม่เร็ว “กายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจข้าเป็ผู้เรียกให้เ้าเอง”
‘อะไรนะ?’
ฉู่เหินเหลือเชื่อยิ่งกว่าเดิม จึงมองอีกฝ่ายด้วยความอึ้ง “ท่านว่าอะไรนะ?กาย...กายศักดิ์สิทธิ์? เนตรปีศาจคือขีดจำกัดสายเืกายศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ?”
“มิผิด มิใช่เพียงกายศักดิ์สิทธิ์...” หลีอู๋ซางหยุด ลำคอขยับเอื้อนเอ่ยแ่เบาไม่กี่คำ“ยังเป็หนึ่งในสิบกายศักดิ์สิทธิ์ที่แกร่งที่สุดในโลกนี้ด้วย!”
เปรี้ยง!
เพียงเอ่ยคำนั้นออกมา แก้วหูฉู่เหินเหมือนได้ยินเสียงสายฟ้าฟาดใบหน้าตะลึงลาน
‘ขีดจำกัดสายเื!’
เป็ลักษณะกายอันแข็งแกร่งครองพลังวิเศษเหนือคนธรรมดาทั่วไป
เหมือนผู้มี ‘กายอสนีบาต’ ดูดซับพลังดวงดาวเก้าชั้นฟ้าเพื่อเพิ่มพูนตบะ ทั้งยังหยิบยืมอานุภาพแห่งดวงดาราเพิ่มพูนพลังสัประยุทธ์ได้มหาศาล
ผู้ครอง ‘กายพยัคฆ์ราชสีห์’ พละกำลังทลายหมื่นชั่ง ฉีกร่างคนแหลกเป็ชิ้นๆ ได้อย่างง่ายดาย
...
กล่าวได้ว่า ในวิถีฝึกวรยุทธนั้นมีสองปัจจัยที่กำหนดความสำเร็จในอนาคต
หนึ่ง คุณสมบัติและพร์ของร่างกาย
สอง ความแข็งแกร่งของขีดจำกัดสายเื
และมีสองปัจจัยที่จะทำให้ผู้ฝึกยุทธได้รับขีดจำกัดสายเื
หนึ่ง คือการสืบสายเืจากบรรพชน สายเืลักษณะกายพิเศษจากบิดามารดาปู่ย่าตายาย หรือกระทั่งบรรพบุรุษล้วนถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังแต่ก็เป็ไปได้ว่าพลังขีดจำกัดสายเืจะค่อยๆ อ่อนแอลงสุดท้ายก็มลายหายไม่มีเหลือ
อีกหนึ่งก็คือลักษณะกายของผู้ฝึกวรยุทธเกิดอุบัติการณ์ก่อกำเนิดเป็พลังขีดจำกัดสายเืใหม่
อุบัติการณ์นี้แบ่งได้เป็ ‘อุบัติการณ์แต่กำเนิด’ กับ ‘อุบัติการณ์ในภายหลัง’
อย่างแรกคือเกิดความเปลี่ยนแปลงในกายมาั้แ่อยู่ในครรภ์มารดาอย่างหลังคือเกิดอุบัติการณ์บางอย่างในสภาพแวดล้อมที่เติบใหญ่ขึ้นมา
ความพิเศษและแกร่งกล้าของขีดจำกัดสายเืตัดสินจุดกำเนิดของการฝึกวรยุทธ
อัจฉริยะผู้ไร้ขีดจำกัดสายเืกับผู้มีขีดจำกัดสายเืบางทีภายหลังทั้งสองอาจบรรลุถึงระดับเดียวกันได้ แต่ทว่า หากมีพร์ ประสบการณ์และความพยายามเท่ากันแล้วไซร้ อัจฉริยะผู้มีขีดจำกัดสายเืจะใช้เวลาน้อยกว่าอัจฉริยะผู้ไร้ขีดจำกัดสายเืลิบลับ
แต่กระนั้น ลักษณะกายขีดจำกัดสายเืก็มีระดับของมัน
คนธรรมดาเรียกว่ากายสามัญ แต่อย่าง ‘หลิ่วเซียว’ หัวเรือใหญ่ของสี่ยอดอัจฉริยะสำนักเส้าจงนั้นครองกาย ‘กายพลังราชสีห์’ นับเป็ ‘กายยุทธ’
ในอาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อัจฉริยะผู้ครองกายยุทธล้วนคือกลุ่มเป้าหมายที่ผู้คนใฝ่หา
และเหนือกายยุทธ ยังมีกายสัประยุทธ์ กายมนตราและกายศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน...
ขีดจำกัดสายเืยิ่งแกร่งกล้าเท่าใด ความสำเร็จในอนาคตก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นเท่านั้น
แน่นอนว่าระหว่างกระบวนการฝึกวิถียุทธระดับขีดจำกัดสายเือาจสลัดคราบเพิ่มระดับได้ตามสภาพการณ์พลังของตนและปัจจัยภายนอกเพียงแต่ขั้นตอนนั้นจะลำบากยากเข็ญสุดจินตนาการ
...
ฉู่เหินไม่อยากจะเชื่อเลยว่าขีดจำกัดสายเืที่ตนจะเป็กายศักดิ์สิทธิ์ในตำนานจริงๆ
‘น่าเหลือเชื่อเสียจริง’
ฉู่เหินเห็นท่าอีกฝ่ายดูไม่เหมือนล้อเล่น จึงกำหมัดแน่น เอ่ยถามเสียงเคร่ง“ท่านเป็ใครกันแน่? ทำไมถึงช่วยข้า?”
“ง่ายดายมาก” หลีอู๋ซางระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ปากกล่าวแ่เบา
“เพราะพวกเรามีดวงตาเหมือนกัน...”
‘อะไรนะ?’
พูดไม่ทันขาดคำ คลื่นพลังประหลาดก็ปลดปล่อยออกมาจากกายหลีอู๋ซางในทันใด
จากนั้น ดวงตาของเ้าตัวก็แปรเปลี่ยนเป็สีม่วงงามประหลาด
“ขีดจำกัดสายเื กายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจ!”
.............................