ซิ่วอิงทนเห็นพฤติกรรมนี้ต่อไปไม่ได้ เขาจึงพยายามบอกกับสิงเทียนให้รู้ถึงภัยอันตราย แต่ทุกครั้งที่บอกไปฝ่ายนั้นกลับทำเมินเฉย ไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของเขาสักนิด ซ้ำยังบอกว่าเขาไม่ชอบนางจึงใส่ร้ายป้ายสีให้เสียหาย
ความหวังดีของคนใกล้ชิดดันไม่เป็ผล กลับกันนั้นยิ่งทำให้สิงเทียนไม่พอใจเขามากขึ้นไปอีก จนนานวันเข้าหลายสิ่งยิ่งเลวร้ายลงเรื่อย ๆ เขาจึงต้องกีดกันแม่นางคนนี้ให้ออกห่างจากสิงเทียนให้ได้ ต่อให้ต้องผิดใจกับพระเอกของเื่ก็ตาม
ครั้งนี้ซิ่วอิงเตรียมชุดน้ำชามาสำหรับเปิดโปงนางโดยเฉพาะ น้ำชาในกานี้เป็เพียงชาอุ่น ๆ มิได้ร้อนมากมายอะไร หากแกล้งทำเป็หกใส่นาง เหมยลี่ผู้นั้นจะต้องเปิดเผยตัวตนออกมาต่อหน้าพระเอกแน่ อย่างน้อย ๆ ต้องมีหลุดอารมณ์เสียใส่เขาบ้างแหละ
“ข้าน้อยนำชาร้อน ๆ มาให้ขอรับ”
สิงเทียนหันมองเขากล่าวอย่างไม่สนใจ “เอาวางไว้ตรงนั้นแหละข้ายังไม่อยากดื่มชา”
ซิ่วอิงคะยั้นคะยอ “แต่ชานี้เป็ชาพิเศษ สมุนไพรมากถึงสิบแปดชนิด ข้าน้อยนำมาให้คุณชายและคุณหนูเหมยลี่ดื่มโดยเฉพาะนะขอรับ ลองชิมดูเสียหน่อยก็ไม่เสียหลาย หากไม่ถูกปากข้าน้อยจะไม่นำเข้ามาอีกขอรับ เชิญนั่ง ๆ”
ฝ่ายเหมยลี่ลอบถอนหายใจอย่างรำคาญ ซิ่วอิงเริ่มรับรู้ได้ในทันที แม่นางคนนี้คงจะทนไม่ไหวแล้วสินะ เอาสิ เอาเลย เก็บกดความไม่พอใจเอาไว้เยอะ ๆ ประเดี๋ยวฉันจะกระชากหน้ากากของเธอออกเองยัยเหมยลี่ตัวปลอม!
ซิ่วอิงรินน้ำชาให้สิงเทียน ควันอวยกรุ่นขึ้นมาส่งกลิ่นหอมละมุนเป็อย่างมาก สิงเทียนยกขึ้นมาดมแล้วยิ้มน้อย ๆ จากนั้นก็มองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน
เหมยลี่นั่งนิ่งสายตาจดจ่ออยู่ที่ถ้วยน้ำชา ซิ่วอิงกำลังรินชาอย่างพิถีพิถัน เมื่อรับรู้สายตาจากผู้อื่นได้ว่ากำลังจับจ้องตนเอง นางจึงเงยหน้ามองสิงเทียนกลับพร้อมส่งรอยยิ้มให้
เพียงครู่เดียวที่นางละสายตาจากถ้วยน้ำชา ซิ่วอิงก็ใช้นิ้วปัดจนถ้วยชาหกใส่นาง เหมยลี่รีบลุกพรวดออกไปหัวคิ้วกระจุกเป็ปมและหน้าขึ้นสีแดงก่ำ เห็นชัดว่ากำลังโทสะพวยพุ่ง
ซิ่วอิงไชโยโห่ร้องในใจเตรียมรอดูการะเิอารมณ์ของนางเต็มที่ แต่ยังไม่ทันที่นางจะเอ่ยปากพูดอะไร สิงเทียนก็ง้างเท้าถีบเขาลงไปกองที่พื้นแล้ว ทั้งยังนำตัวเองมายืนบังนางไว้ ปกป้องราวกับเป็ของล้ำค่าที่ห้ามแตะต้อง
“บังอาจ!”
“ข้าน้อยขออภัยขอรับ คือข้า..”
ฉับพลันนั้นที่ซิ่วอิงพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งและกำลังจะอธิบาย สิงเทียนกลับไม่รอให้เขาปริปากพูดสักคำ จับกาน้ำชาเทราดหัว ตามด้วยฟาดถ้วยน้ำชาใส่หน้าผากจนเืไหล
“อา..หัวข้า!”
ซิ่วอิงนั่งก้มหน้างุดมองหยดน้ำที่ค่อย ๆ ไหลเลื้อยตามเส้นผมดำขลับของตนร่วงลงสู่พื้นช้า ๆ มองตามหยดแล้วหยดเล่าอย่างเลื่อนลอย สีน้ำชาที่เคยใสโจ๋งบัดนี้กลับกลายเป็สีแดงจาง ๆ กลิ่นสมุนไพรที่หอมละมุนคละเคล้าไปกับโลหิต ทำให้รู้สึกว่าช่างหอมหวานยิ่งหากแต่กลับเ็ปอย่างยากจะอธิบาย
สิงเทียนตวาดลั่น “เ้ากล้าดียังไงมาทำน้ำชาหกใส่นาง อยู่ดีไม่ว่าดีรนหาที่ตายจริง ๆ!”
ซิ่วอิงยกมือขึ้นไหว้กล่าวอย่างจริงใจ “คุณชายขอรับ ข้าน้อยกำลังพยายามจะช่วยให้ท่านตาสว่าง ท่านลองดูให้ดีอีกนิดไตร่ตรองเสียหน่อย แม่นางที่อยู่ข้างกายท่านหาใช่แม่นางเหมยลี่ผู้นั้น นางเคยอ่อนโยนกว่านี้จิตใจเมตตาและเอ็นดูผู้คนในตำหนักแห่งนี้ทุกคนล้วนรู้ดี แต่แม่นางผู้นี้มิใช่ นางมิใช่คู่หมั้นของท่านนะขอรับ”
สิงเทียนชี้หน้าเขา “เ้าหุบปากเสียเดี๋ยวนี้เลย! คำพูดจากปากสุนัขของเ้านั้นไร้ประโยชน์นัก พ่นวาจาน่าเกลียดออกมา ใส่ร้ายคนรักของข้าจนนางขวัญเสีย หากผู้อื่นมาได้ยินเข้าจะทำเช่นไร พวกเขาจะมองคนรักของข้าว่าเป็คนเช่นไร เ้าจะชดใช้ให้นางอย่างไร!”
ซิ่วอิงว่า “คุณชาย ข้าน้อยเพียงหวังดีเท่านั้น ข้าน้อยอยู่กับท่านมานานนม รู้จักนิสัยท่านเป็อย่างดี แต่นางเพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่วัน เหตุใดจึงปักใจเชื่อคำพูดของนางไปเสียหมดเล่าขอรับ หากระหว่างที่นางเดินทางแล้วเกิดถูกผีร้ายเข้าสิงร่างล่ะผู้ใดจะไปล่วงรู้ได้ ไหนจะท่านหนวยเฉินที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอีก คุณชายไม่ติดใจสักนิดเลยหรือขอรับ”
สิงเทียนว่า “หึ เ้าบอกว่ารู้จักข้าดีงั้นรึ ข้ากับนางรู้จักกันมาั้แ่ยังเล็กยังน้อย หากนางผิดไปจากเดิมมีหรือคนอย่างข้าจะดูไม่ออก เ้าก็แค่ไม่ชอบนาง เห็นนางได้ดิบได้ดีกว่าตนเองจึงนึกอิจฉาและอยากให้ข้าไล่นางออกไปเสียมากกว่า”
ซิ่วอิงส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้าน้อยมิได้คิดเช่นนั้นเลย ไม่เคยนึกอิจฉาผู้ใดทั้งนั้น เพียงอยากให้คุณชายมีสติบ้าง จริงอยู่ที่ท่านอาจจะรู้จักนางมานานกว่าข้า แต่ในขณะนี้ข้ามั่นใจว่าผู้ที่ยืนหลบอยู่หลังท่านมันไม่ใช่แม่นางเหมยลี่ตัวจริงขอรับ”
เหมยลี่ถูกกล่าวหาจนน้ำตาร่วงเผาะ ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ด้านหลังสิงเทียนอย่างน่าสงสาร นางว่า “ท่านพี่ เหตุใดเขาจึงพูดเช่นนั้นต่อข้า เหตุใดถึงได้ใส่ร้ายข้า เกลียดข้าเพราะเหตุใดกันเ้าคะ”
“โอ๋ ๆ ศิษย์น้อง เ้าอย่าได้เศร้าเสียใจไป พี่เชื่อใจเ้าและไม่เคยนึกสงสัยในตัวเ้าแม้สักวันเดียว เ้าเชื่อใจพี่นะ”
“เ้าค่ะ”
ซิ่วอิงพูดขึ้น “คุณชายขอรับ สิ่งที่ข้ากระทำนั้นล้วนมีที่มาที่ไป ทุกอย่างย่อมผ่านการตัดสินใจที่ถูกต้องมาแล้ว ข้าน้อยขออภัยที่ทำให้ท่านไม่พอใจ และต้องขออภัยที่ข้าน้อยไม่อาจปักใจเชื่อนางได้เหมือนท่าน คุณชายโปรดคิดให้ถี่ถ้วนอีกรอบนะขอรับ!”
เพียะ!
สิงเทียนโมโหหนัก แต่เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้ง้างมือตบเข้าที่ซีกหน้าของคนบนพื้นไปเต็ม ๆ ฝ่ายนั้นถูกตบจนหน้าหัน ยกมือขึ้นมาลูบแก้มด้วยอาการตกตะลึง ส่วนแม่นางเหมยลี่ตัวปลอมก็ยืนอึ้งไม่แพ้กัน เห็นทีนางคงจะคาดไม่ถึงว่าคนรักของตนจะกล้าลงมือรุนแรงเช่นนี้เป็แน่
สิงเทียนสั่งเขา “หุบปาก!”
“…”
ซิ่วอิงนั่งเงียบ ได้แต่ยกแขนเสื้อเก่า ๆ ขึ้นมาซับเืบนศีรษะอย่างทุลักทุเล เขาลอบเสียดายในใจ ไม่น่าใจดีปล่อยให้แม่นางผู้นี้ทำสำเร็จเลย นึกว่าจะตลบหลังนางได้แล้วเชียว ไม่คิดว่าสิงเทียนจะออกโรงปกป้องนางมากถึงขนาดนี้ ั้แ่รู้จักกันมาร่วมสิบปี นี่นับว่าเป็ครั้งแรกที่เขาถูกทำร้ายด้วยน้ำมือของพระเอกเพราะคำล่อลวงจากสตรีอื่น มันช่างเจ็บใจจริง ๆ!
ความร้อนจากน้ำชาบวกกับความเจ็บที่หัวและแก้มซ้าย ยังไม่มากเท่าความรู้สึกเ็ปในใจเลยสักนิด เสียแรงที่ไว้ใจ เสียแรงที่เฝ้าช่วยเหลือมาโดยตลอด ไม่เคยคิดว่าวันนี้จะต้องมาแตกหักเพราะเื่ผู้หญิง อุตส่าห์คิดว่าจะรอดพ้นจากลูปเดิมได้แล้วแท้ ๆ ช่างน่าผิดหวังและน่าขันยิ่ง!
“หูเซิน!”
“ขอรับ”
“เอามันไปขังในคุกใต้ดินไม่ให้เห็นแสงเดือนแสงตะวัน และห้ามให้ข้าวให้น้ำจนกว่างานแต่งของข้าจะเสร็จสิ้น หากมีผู้ใดให้การช่วยเหลือ ข้าจะตัดหัวมันออกจากบ่า หรือหากมันคิดหนี ข้าผู้นี้จะสับมันให้แหลกละเอียดด้วยมือคู่นี้เอง”
“ขอรับ”
ซิ่วอิงถูกหูเซินลากตัวออกไปจากห้อง ขณะที่หิ้วตัวเขาผ่านโถงทางเดิน เ้าตัวจึงตัดสินใจะโออกมา “คุณชายได้โปรดไตร่ตรองให้ดีด้วย! หากท่านยังเป็เช่นนี้ ในภายภาคหน้าท่านจะต้องเสียใจ ท่านจะเสียใจได้ยินไหม! คุณชาย!”
เขาอ้อนวอนต่อคนที่คุมตัวมาด้วยสายตาน่าเวทนา “ท่านหูเซิน...นี่ท่านก็ไม่เชื่อข้าหรือ”
หูเซินถอนหายใจ แม้นสงสารอีกฝ่ายแต่เขานั้นก็ต้องฝืนทำอย่างเลี่ยงไม่ได้ “อภัยให้ข้าด้วยนะ ข้าจำเป็ต้องทำตามคำสั่ง”
ซิ่วอิงโดนขังในคุกมืดทำให้มองไม่เห็นสิ่งใด เขาถูกโซ่ทองแดงล่ามขาเอาไว้ไม่อาจหนีไปได้ มานึก ๆ ดูก็ตลกกับตัวเอง คนอย่างสิงเทียนดันโง่เง่ากับเื่อื่น ทีเื่รุนแรงและโหดร้ายเช่นนี้ดันฉลาดขึ้นมาได้ รู้จักวิธีปราบผู้อื่นด้วยของวิเศษเป็เหมือนกันนี่นา
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาชื่นชมคุณงามความดีของอีกฝ่าย เขาจะต้องคิดหาวิธีเอาตัวรอดออกไปจากคุกนี่ หากรอดไปได้ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็อิสระโดยไม่ต้องพัวพันกับเื่ทางนี้
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ในส่วนลึกของหัวใจกลับไม่คิดเช่นนั้น เขายังคงตั้งปณิธานแน่วแน่เพื่อหาวิธีช่วยเหลือสิงเทียนดังเดิม ต่อให้ถูกทารุณอย่างโเี้หรือทุบตีจนปางตายก็ตามที เพราะความตั้งใจสูงสุดที่เขาอยากให้เป็จริงก่อนตาย นั่นคือได้นำพาพระเอกอย่างสิงเทียนขึ้นแท่นเป็อันดับหนึ่งให้ได้!
ซิ่วอิงบ่นพึมพำ “ตัวละครยังไงก็คือตัวละคร ถึงเปลี่ยนนิสัยใจคอบางส่วนได้ แต่เนื้อในของคนผู้นั้นก็ยังคงเดิมอยู่ดี”
เขาส่ายหัวอย่างจนปัญญา แม้เวลาที่ผ่านมาจะคอยช่วยเหลืออีกฝ่ายเสมอ พยายามดัดนิสัยไม่ให้เป็ไปตามครรลองของนิยายต้นฉบับ ผลสุดท้ายก็แห้วดี ๆ นี่เอง เวลานี้มาหวนคิดย้อนไปก็ไร้ประโยชน์ เหนือสิ่งอื่นใดคือต้องรีบหาทางเอาตัวเองออกไป ขัดขวางงานแต่งของตัวปลอมที่กำลังจะเกิดขึ้น ต้องตามหานางเอกตัวจริงให้พบและป้องกันไม่ให้สิงเทียนถูกธาตุไฟเข้าแทรกตามเนื้อเื่เดิม
แต่จะทำอย่างไรล่ะ โซ่ทองแดงนี่ไม่อาจสลัดให้หลุดได้ง่าย ๆ คาถานับร้อยก็ใช้ไม่ได้ผล เว้นเสียจากจะมีกุญแจมาไขเท่านั้น ขึ้นชื่อว่าโลกแฟนตาซีก็ยังมีเื่ที่คาดไม่ถึงอยู่เหมือนกันด้วย หากเป็เื่อื่นคงร่ายคาถาปลดโซ่แล้วเหาะหนีไปนานแล้ว แต่เื่นี้กลับไม่ได้เป็เช่นนั้นนี่สิ