ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางกระแสลมหนาวที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ชินยูฮามายังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลีเพื่อเข้ารับการปฐมนิเทศแพทย์ฝึกหัดใหม่
‘ยังไม่ทันหายตื่นเต้นเื่ได้ใบประกอบวิชาชีพแพทย์เลย ฉันกลายเป็หมอเต็มตัวแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย!’
ชินยูฮาเดินพลางเอามือทุบอกเบาๆ เพื่อควบคุมความตื่นเต้น แม้เธอจะเคยมาโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลีแห่งนี้อยู่สองสามครั้งตอนสอบสัมภาษณ์และฝึกอบรมทักษะหัตถการ แต่ความยิ่งใหญ่ของตึกโรงพยาบาลก็ยังคงทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นได้เสมอ
‘ตั้งสติหน่อยชินยูฮา ตอนนี้เธอเป็ส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลนี้แล้วนะ ไม่ใช่คนนอกอีกต่อไป!’
หัวใจเ้ากรรมที่หลุดลอยเหนือการควบคุมของสมองไปแล้ว กลับยังคงสูบฉีดและเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
ชินยูฮาเรียนจบแพทยศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด ไม่ใช่มหาวิทยาเกาหลี เมื่อเธอบอกว่าจะสมัครเข้าทำงานที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลี คนรอบข้างต่างพากันเอ่ยปากห้าม
หากหวังจะเข้าเรียนต่อในสาขาเฉพาะทางยอดนิยมกลุ่มไมเนอร์ เช่น ิั, ตา, ศัลยกรรมตกแต่ง ซึ่งเป็แผนกที่ไม่ได้วิกฤตถึงชีวิตของคนไข้โดยตรง การเลือกอยู่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเดิมย่อมได้เปรียบกว่าเห็นๆ อีกอย่าง ยุคสมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว แม้แต่โรงพยาบาลระดับท็อปไฟฟ์ในกรุงโซล ต่างก็พากันเพิ่มแรงจูงใจเพื่อดึงตัวอินเทิร์นฝีมือดีไปเป็แรงงานชั้นยอด
พูดง่ายๆ คือ อินเทิร์นจะถือไพ่เหนือกว่าแค่ตอนร่อนใบสมัครเข้าไปเท่านั้น
แต่ก็ไม่มีใครสนับสนุนให้เธอมาอยู่ที่โรงพยาบาลใหญ่แบบนี้โดยไม่มีเส้นสาย เพราะมันไม่ต่างจากการพาตัวเองเดินไปสู่ขุมนรกอันน่าเวทนาจากการทำงานหนักไม่ต่างจากทาส หรือถ้าเลวร้ายไปกว่านั้น หากอัตราการแข่งขันสูงจนเธออาจจะต้องพ่ายแพ้ให้กับเด็กลูกหม้อแล้วหลุดทุนอินเทิร์นขึ้นมา นั่นจะกลายเป็เคราะห์หนักครั้งใหญ่ เพราะรุ่นพี่บอกกันมานักต่อนักว่า การ “ซิ่วอินเทิร์น” เพื่อสอบใหม่ปีหน้า ควรเป็สิ่งสุดท้ายที่มนุษยชาติควรทำ
แต่เพราะใบสมัครในมือเป็ดั่งตั๋วผ่านทางใบเดียวของเธอ ชินยูฮาจึงปรารถนาอย่างสุดใจที่จะก้าวเดินไปยังจุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยไม่หวั่นไหวกับความเชื่อมั่นของตัวเอง
ในเมื่อเลือกจะไปเป็ทาสทั้งที เธอก็อยากเป็ทาสในเรือนเบี้ยของขุนนางที่ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน จะได้ตักตวงและเรียนรู้งานให้หนักหน่วงสมใจอยาก
และดูเหมือนความปรารถนาอันแรงกล้าของเธอจะส่งไปถึง์ เพราะในวันที่ผลประกาศจับฉลากระบุว่าเธอได้รับคัดเลือก น้ำตาก็ไหลอาบแก้มของชินยูฮาราวกับทำนบพัง ทั้งที่ก่อนหน้านี้นอนไม่หลับอยู่ตั้งหลายคืน หลังจากได้ยินข่าวลือว่ามีแพทย์จบใหม่แห่มาสมัครที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลี จนยอดทะลุเกินโควตาไปถึงสามสิบคน
อาจเป็เพราะผ่านความกดดันเ่าั้มา ชินยูฮาจึงรู้สึกว่าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลีในวันนี้ ดูยิ่งใหญ่และสง่างามกว่าที่เคยเป็พิเศษ
ก่อนจะเดินไปยังห้องอบรม ชินยูฮาแวะเข้าห้องน้ำเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมและสูดหายใจเข้าลึกๆ
‘เอาวะ! โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลีแล้วยังไง! มาแสดงให้เห็นถึงศักดิ์ศรีของเด็กแพทย์ ม.แบคเจ กันหน่อยเป็ไร ฉันจะโค่นพวกเด็ก ม.เกาหลี แล้วคว้าประเมินเกรด A ใน่อินเทิร์นมาครองเพื่อเป็ ‘เอเทิร์น’ ผู้เหนือกว่าทุกคนให้ได้เลย!’
ความฮึกเหิมอันแรงกล้ากลับคงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ แต่พอต้องเอื้อมนิ้วไปกดลิฟต์เพื่อไปยังห้องประชุมที่จัดงาน นิ้วกลับสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ขึ้นมา
“รอด้วยครับ!” สิ้นเสียงเรียกชายหนุ่มในชุดกาวน์แพทย์ก็วิ่งมาใช้มือรั้งประตูลิฟต์ไว้ไม่ให้ปิดได้ทันเวลา ทำให้ชินยูฮาสบตากับเขาเข้าอย่างจัง
“ขอบคุณครับ”
ชายหนุ่มค้อมศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มชั้น 7
แม้ชินยูฮาเองก็เป็หมอและมีเสื้อกาวน์แขวนอยู่ที่บ้านเหมือนกัน แต่กาวน์สีขาวสะอาดสะอ้านของชายหนุ่มตรงหน้ากับดูหรูหรากว่าของเธออย่างมาก อาจเป็เพราะผู้ชายตรงหน้ารูปร่างสูงโปร่งสมส่วน ่ขาที่ยาวเหมาะกับเสื้อกาวน์ตัวนี้พอดิบพอดี ใบหน้าคมคายที่แฝงความเ็ากลับดูเจิดจ้า จนชินยูฮาต้องเงยหน้ามองเพดานลิฟต์ว่า มีไฟดวงไหนที่ส่องไปยังเขาคนเดียวหรือไม่
ในขณะที่ชินยูฮาตื่นเต้นไปกับทุกอย่างจนแทบไม่เหลือสติ ผู้ชายตนนั้นกลับดูผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความมั่นใจ จนชินยูฮาเผลอมองเขาตาไม่กะพริบ
แต่จู่ๆ ผู้ชายคนนั้นก็เอี้ยวตัวหันกลับมา ชินยูฮาที่สะดุ้งสุดตัวกับการสบตาโดยไม่คาดคิดรีบหลุบสายตาลงต่ำทันที ชายหนุ่มมองเธอด้วยแววตาฉงนใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนไปสะดุดเข้ากับตัวอักษรบนหน้าปกสมุดคู่มือที่เธอแต่งกอดเอาไว้แน่น ซึ่งเขียนว่า ‘คู่มือปฐมนิเทศแพทย์ฝึกหัดใหม่’ เขาจึงพยักหน้ารับรู้
แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่ามือคู่เล็กของเธอกำลังสั่นเทาด้วยความประหม่า พลางกำหมัดแน่นราวกับพยายามซ่อนความกลัวนั้นไม่ให้เขาเห็น
‘ท่าทางตื่นเต้นน่าดู’
อาจเป็เพราะชุดสีเหลืองที่เธอสวมใส่ หรืออาจเป็เพราะผมที่ย้อมเป็สีน้ำตาลประกายทอง ภาพของเธอในตอนนี้จึงดูไม่ต่างอะไรจากลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆ ที่พวกคุณลุงเคยใส่กล่องมาวางขายหน้าโรงเรียนประถมตอนเด็ก เขาเองก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะเข้าหาคนแปลกหน้าก่อน แต่น่าแปลกที่เขากลับรู้สึกอยากเอ่ยปากให้กำลังใจเ้าลูกเจี๊ยบอินเทิร์นคนนี้ขึ้นมาเสียดื้อๆ
“ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกครับ คุณต้องเป็หมอที่ดีได้แน่ๆ”
คำพูดของเขาทำเอาชินยูฮาสะดุ้งโหยงและรีบเงยหน้าขึ้นมองทันที ทำให้เขาสบตากับเธอในระยะประชิดจนถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เพราะดวงตากลมคู่นั้นมีประกายระยิบระยับราวกับมีดาวอีกร้อยดวงซ่อนอยู่ข้างในอย่างนั้น
“ค่ะ!”
ชินยูฮาพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจกับคำพูดของเขา ท่าทางใสซื่อน่าเอ็นดูนั้นจุดรอยยิ้มบางเบาบนมุมปากของชายหนุ่ม
-ติ๊ง!
ลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้น 7 ในเวลาอันรวดเร็ว
“เอ่อ… คุณหมอคะ!”
ชินยูฮาเอ่ยรั้งชายหนุ่มที่กำลังจะออกจากลิฟต์
“ฉัน... ฉันขอทราบชื่อของคุณหมอได้ไหมคะ” น้ำเสียงของชินยูฮาสั่นด้วยความขัดเขิน ชายหนุ่มหันกลับมายิ้มกว้างพลางตอบอย่างใจดี
“ผมคิมโดฮวานครับ ไว้ถ้ามาวนวอร์ดที่แผนกของผมเมื่อไหร่ ผมจะดูแลอย่างดีเลย”
ชินยูฮายืนนิ่งราวกับภาพรอบตัวถูกปรับให้ช้าลงกว่าปกติ สายตาของเธอจับจ้องเพียงแผ่นหลังของผู้ชายที่เพิ่งเดินห่างออกไป พร้อมกับประตูลิฟต์ที่ค่อยๆ ปิดลง
“รุ่นพี่… คิมโดฮวาน…”
และนั่นคือวินาทีแรกที่ผู้ชายที่ชื่อคิมโดฮวาน ได้ก้าวเข้ามาเคาะประตูหัวใจของชินยูฮา
คำอวยพรของอาจารย์คิมโดฮวานช่วยปัดเป่าความกังวลของชินยูฮาให้มลายหายไปจนสิ้น เธอสาวเท้าเดินเข้าหอประชุมอย่างกระฉับกระเฉงก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ที่มีป้ายชื่อของตัวเองติดอยู่ ชินยูฮาหยิบปากกาขึ้นมาบรรจงจดคำพูดของเขาลงที่มุมสมุดคู่มือ
‘ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกครับ คุณต้องเป็หมอที่ดีได้แน่… อ๊ากกก ฟินชะมัด!’
แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจของชินยูฮาตอนนี้กลับกรีดร้องจนแทบคลั่ง
‘ถ้ามาวนวอร์ดที่แผนกของผมเมื่อไหร่ ผมจะดูแลอย่างดีเลยงั้นเหรอ ดูแลดีที่ว่านี่มันคือยังไงกันคะรุ่นพี่! ฮิฮิ!’
ประโยคทองของเขาทำเอาหัวใจดวงน้อยสั่นไหวไปหมด ในสมองของเธอตอนนี้คือพล็อตซีรีส์รักโรแมนติกทางการแพทย์แสนหวานที่แต่งจนจบไปแล้วหนึ่งตอนถ้วน
“ขอโทษนะครับ ขอทางเดินหน่อยครับ”
ในจังหวะนั้นเอง ราวกับมีรูปปั้นกรีกเดินได้มาเอ่ยปากพูดกับเธอ
‘เฮือก!’
ชินยูฮารู้สึกเหมือนตัวเองหยุดหายใจ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เจอผู้ชายที่หล่อเหมือนไม่มีตัวตนอยู่จริงกับตาตัวเอง
“อ๊ะ… ด… ได้ค่ะ…”
ปากของชินยูฮาขยับตอบไปโดยอัตโนมัติ วันนี้นอกจากใจจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว สติเองก็หลุดหายไปด้วยเช่นกัน เห็นทีเธอต้องคุยกับตัวเองใหม่ ว่าตกลงที่มาโรงพยาบาลนี้ในฐานะหมอหรือว่าคนไข้กันแน่
แล้วผู้ชายหล่อที่เหมือนไม่มีจริงอยู่คนนั้น มาทิ้งตัวลงนั่งอยู่ข้างเธอ
‘ที่นั่งตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมานั่งข้างฉันด้วย...’
ชินยูฮาแอบเหลียวมองรอบๆ ตัว ก็พบว่ายังมีที่ว่างเหลืออีกมากมาย มุมปากของเธอก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กๆ ตอนนี้ในหัวของเธอเต็มไปด้วยฉากภาพละครรักสามเส้าสุดดราม่า ระหว่างอาจารย์คิมโดฮวานและหนุ่มหล่อคนข้างๆ ที่กำลังเปิดศึกแย่งเธออย่งดุเดือด
‘ว้าย! การที่ฉันได้มาอยู่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลีเนี่ย มันคือลิขิตจาก์ชัดๆ !’
ไม่ว่าจะมองมุมไหน การที่ผู้ชายหน้าตาดีสองคนเดินมาให้เธอเจอแบบนี้ ต้องเป็ของขวัญที่พระเ้าประทานพรมาให้เธอ ชดเชยจากปัญหาช้ำรักจากอดีตของเธอแน่ๆ ตอนนี้ชินยูฮาพร้อมที่จะขายิญญาทำงานให้กับโรงพยาบาลนี้ขึ้นมาแล้ว
ในขณะที่ชินยูฮากำลังตั้งปณิธานว่าจะทำงานถวายิญญาให้กับโรงพยาบาลแห่งนี้ เก้าอี้ว่างที่อยู่อีกฝั่งของเธอก็มีคนมานั่งข้างๆ
“พี่จุนซอ! ทำไมไม่รับสายฉันเลยคะ!”
“อ๋อ พี่ปิดเสียงไว้น่ะเลยไม่รู้ ขอโทษทีนะ”
หญิงสาวที่เพิ่งมาใหม่เอ่ยทักทายกับพ่อหนุ่มรูปงามข้างตัวเธออย่างสนิทสนม ชินยูฮาซึ่งนั่งคั่นกลางอยู่ก็พยายามเอนหลังไปพิงพนักเพื่อเปิดทางให้ทั้งสองคนคุยกันได้สะดวก
“ดีจังเลยนะคะ หันไปไหนก็เจอแต่คนคุ้นหน้า แบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย” ทั้งสองคนหันมองไปรอบๆ พลางโบกไม้โบกมือทักทายคนอื่นๆ อย่างคุ้นเคย
‘เด็กม. เกาหลีทั้งคู่สินะ ส่วนฉันไม่รู้จักใครสักคน นี่สินะความน้อยใจของเด็กจบที่อื่น’ อยู่ๆ ชินยูฮาก็รู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมา เพราะคิดว่าตัวเองเป็ส่วนเกินของตรงนี้ ราวกับเสียงในหัวของชินยูฮาดังไปถึงหนุ่มหล่อที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาจึงเอ่ยขึ้น
“พวกเรามัวแต่คุยกันเองสองคนเกรงใจจัง สวัสดีครับ... ผมคิมจุนซอนะครับ จากนี้ไปฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”
การได้สบตากับเขาในระยะใกล้ทำเอาชินยูฮาถึงกับอ้าปากค้างให้กับความหล่อเหมือนไม่มีอยู่จริงที่์ประทานมาให้
“อ… เอ่อ ฉันชื่อชินยูฮาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะ”
ชินยูฮาเค้นเสียงตอบกลับไปหลังจากพยายามดึงสติที่หลุดลอยเพราะโดนดาเมจความหล่อเข้าตา ทันทีที่เธอพูดจบ หญิงสาวที่นั่งถัดไปก็โพล่งถามขึ้นมาทันที
“คุณชินยูฮา ไม่ได้จบที่นี่ใช่ไหมคะ”
“คะ?”
คำถามนั้นทำเอาชินยูฮาถึงกับน้ำท่วมปาก หรือนี่จะเป็การรับน้อง แบ่งแยกชนชั้นสถาบันของพวกเด็ก ม.เกาหลี ที่เขาเล่าลือกันนะ
“ขอโทษนะคะที่ทำให้รู้สึกไม่ดี พอดีเห็นคุณใตอนเห็นหน้าพี่จุนซอ ฉันเลยเดาว่าไม่ใช่เด็กม.เกาหลีน่ะ พอดีพวกเราเห็นหน้าพี่เขาจนมีภูมิคุ้มกันความหล่อของเขากันหมดแล้วน่ะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฉันชิมอึนจินค่ะ”
“ค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
“จากนี้ไปพวกเรามาใช้ชีวิตอินเทิร์นให้สนุกกันเถอะเนอะ… เอ๊ะ! นั่นรุ่นพี่อูฮยอนเดินมานู่นแล้ว งั้นฉันขอตัวไปทักทายรุ่นพี่ก่อนนะคะ”
ชิมอึนจินพูดด้วยน้ำเสียงเริงร่าก่อนจะปลิวตัวหายไปในพริบตา
ชินยูฮามองตามแผ่นหลังของชิมอึนจินไป ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นป้ายชื่อที่แปะอยู่บนพนักเก้าอี้
‘อ้าว… ที่แท้เขาล็อกที่นั่งตามป้ายชื่อไว้แล้วหรอกเหรอ ตอนเดินเข้ามาฉันก็น่าจะดูป้ายชื่อแล้วนี่นาแต่ทำไมถึงลืมไปได้ล่ะ… แสดงว่าคนหล่อคนนี้ก็นั่งตามป้ายชื่อของตัวเองเหมือนกันสินะ’
สงสัยเป็เพราะมัวแต่นั่งเพ้อฝันถึงประโยคทองคำของอาจารย์คิมโดฮวาน ทันทีที่ก้นแตะเก้าอี้เธอก็เลยหลงลืมเื่ป้ายชื่อไปจนหมดสิ้น ชินยูฮารู้สึกอายตัวเองที่ดันไปจินตนาการเื่ราวความรักลับๆ ในที่ทำงานกับคนหล่อข้างๆ เป็ตุเป็ตะเมื่อครู่
‘นั่นสินะ คนระดับนั้นมีอะไรให้ขาดแคลนจนต้องมาสนใจคนอย่างฉันกันเล่า’
ชินยูฮาเป็คนประเภทที่ตัดใจไว และที่สำคัญคือรู้สถานะของตัวเองดี เธอสลัดภาพพ่อหนุ่มรูปหล่อทิ้งไปก่อนจะหวนกลับมาคิดถึงเื่ของรุ่นพี่คิมโดฮวานต่อ พลางเริ่มคาดเดาแผนกที่เขาประจำอยู่
‘อืม… คนหล่อทรงนั้นจะอยู่วอร์ดพลาสติก[1] หรือเปล่านะ แต่คำพูดคำจาดูอบอุ่นหัวใจมาก… อาจจะเป็ซีวีที[2] หรือไม่ก็… อาย[3]แน่ๆ เพราะแค่เขาโผล่มาก็ทำตาฉันก็สว่างเป็ประกายขนาดนั้น’
ชินยูฮานั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยพลางแอบขำคิกคักอยู่คนเดียว ยิ่งคิดว่าชีวิตอินเทิร์นในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลีแห่งนี้ จะมีทั้งรุ่นพี่คิมโดฮวานผู้แสนดี และพ่อหนุ่มรูปงามที่แค่มีตัวตนอยู่ก็ช่วยสร้างสันติภาพให้แก่โลกใบนี้ร่วมชายคาเดียวกัน เธอก็รู้สึกว่าชีวิตการทำงานต่อจากนี้คงมีเื่สนุกๆ ให้ทำอีกเยอะเลย
หลังจากนั้นไม่นาน พิธีปฐมนิเทศแพทย์ฝึกหัดใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ
บรรดาอาจารย์แพทย์ทยอยเดินขึ้นมาบนเวทีทีละคน เพื่อกล่าวถึงอุดมการณ์ของการเป็แพทย์ ภาระหน้าที่ที่อินเทิร์นต้องรับผิดชอบ รวมถึงให้คำแนะนำในการก้าวไปสู่การเป็หมอที่ดี ชินยูฮาตั้งหน้าตั้งตาจดบันทึกทุกถ้อยคำอย่างขะมักเขม้นราวกับย้อนกลับไปเป็นักศึกษาแพทย์อีกครั้ง
‘วันข้างหน้าฉันจะต้องขึ้นไปยืนบนเวทีตรงนั้น แล้วกล่าวคำคมเด็ดๆ ให้พวกอินเทิร์นรุ่นหลังฟังบ้าง! เอาให้ซึ้งกินใจจนน้ำตาไหลพรากกันไปเลย!’
พอเริ่มมีเป้าหมายใหม่ ไฟก็ลุกโชนขึ้นมาอย่างแรงกล้า เหนือสิ่งอื่นใด ชินยูฮาปรารถนาที่จะเติบโตไปเป็แพทย์ที่ยอดเยี่ยม... แพทย์ที่สามารถยื้อชีวิตผู้คนเอาไว้ได้มากมาย
หลังจากผ่านพ้น่เวลาพักเบรกสั้นๆ และมื้อกลางวันไปแล้ว ก็ถึงเวลาการแนะนำภาพรวมของโรงพยาบาลโดยผู้อำนวยการฝ่ายกองการศึกษาและฝึกอบรม
“คุณหมอใหม่ทุกคนครับ ต่อให้งานมันจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ขอร้องว่าห้ามหนีออกนอกโรงพยาบาลเด็ดขาดนะครับ วันนี้ผมจะมาบอกพิกัดจุดซ่อนตัวภายในโรงพยาบาลที่พวกคุณสามารถหลบไปพักใจได้ เอาล่ะ ทุกคนเปิดแผนที่ตามผมเลยครับ”
บนแผนที่ที่อาจารย์หมอแจกให้ มีรอยปากกาวงกลมหลากสีแต้มอยู่ตามจุดต่างๆ
“ดูตรงวงกลมสีแดงนี่นะครับ จุดนี้ผมขอแนะนำเป็อย่างยิ่ง! แม้จะหักคะแนนเื่ที่มันตั้งอยู่บนเนินเขาของอาคารส่วนต่อขยายไปหน่อย แต่ก็ถือเป็พื้นที่พักผ่อนที่ดีที่สุดในโรงพยาบาลของเรา วันไหนที่รู้สึกเหนื่อยสายตัวแทบขาดจนอยากจะตาย หรือวันไหนที่รู้สึกอยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วช่างแม่งกับโรงพยาบาลนี้ มายืนอยู่ที่จุดนี้ก่อนเลยครับ!”
อาจารย์หมอกล่าวแนะนำแก่อินเทิร์นรุ่นใหม่อย่างออกรสออกชาติ
“ทำแบบนั้น เวลาที่พวกรุ่นพี่จะออกไปตามจับ… เอ้ย! ออกไปตามหา มันจะได้ง่ายหน่อยครับ ถ้าพวกคุณเตลิดหนีไปไกลถึงสถานีขนส่ง พวกรุ่นพี่เขาตามไปลากตัวกลับมายาก ปีที่แล้วมีอินเทิร์นคนหนึ่งหนีไปไกลถึงสนามบินอินชอนนู่น แต่จะบอกให้ว่าขั้นตอนการขึ้นเครื่องบินมันใช้เวลานานกว่าที่คิดนะครับ พวกรุ่นพี่วิ่งตามไปตะครุบตัวได้ทันก่อนเครื่องจะออกเสียอีก ส่วนจุดต่อไป…”
เปิดฉากแนะนำโรงพยาบาลวันแรกด้วยคำเตือนเื่ห้ามหนีงานเนี่ยนะ!!
ชินยูฮาเริ่มแอบรู้สึกหวั่นใจและนึกเสียใจอยู่ลึกๆ ว่าเธอคิดผิดหรือเปล่าที่ก้าวขาเข้ามาในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลีที่ขึ้นชื่อว่าเป็สุสานอินเทิร์นแห่งนี้ แต่เธอก็พยายามปลอบใจตัวเองและตั้งสติ คิดเสียว่าอาจารย์หมอคงแค่พูดขู่ให้กลัวไปอย่างนั้นเอง
และแล้ว มหากาพย์การรีวิว ‘10 อันดับจุดหนีงานยอดฮิตในโรงพยาบาล’ ก็ดำเนินต่อไปอีกยาวนาน
หลังจากสิ้นสุดการบรรยายอันยาวนานของผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรม สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในหัวของอินเทิร์นทุกคนมีเพียงความหวาดหวั่นต่ออนาคตอันมืดมน ขวัญและกำลังใจของทุกคนก็ถูกปลุกให้ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อมีประกาศว่ามื้อเย็นวันนี้ ทางโรงพยาบาลจะพาทุกคนไปเลี้ยงต้อนรับด้วยเมนูล็อบสเตอร์ที่โรงแรมหรู
หลังจากได้ยินคำการันตีจากอาจารย์หมอว่ารสชาติของมันอร่อยล้ำเลิศชนิดที่ว่า ต่อให้คนข้างๆ ตายไปก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากจาน ชินยูฮาผู้ซึ่งไม่เคยย่างกรายเข้าไปในห้องอาหารของโรงแรมหรูมาก่อนในชีวิตก็ยิ่งทวีความคาดหวังสูงลิ่ว
ทันทีที่พวกเขานั่งประจำโต๊ะ เมนูล็อบสเตอร์จานั์ที่ดูหรูหราอลังการเกินกว่าที่จินตนาการไว้ก็ถูกนำมาเสิร์ฟตรงหน้าแบบจัดเต็มคนละตัว
ดูจากสภาพแล้ว เปลือกสีส้มแดงของมันราวกับมีอักษรสลักเอาไว้ว่า ‘ฉันราคาแพงระยับเลยนะจ๊ะ’
“พวกคุณมีใครเคยมานั่งกินล็อบสเตอร์แบบจัดเต็มตัวใครตัวมันในโรงแรมหรูแบบนี้บ้างไหมครับ บอกไว้ก่อนเลยนะว่าที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลีของเรา ถ้าไม่ใช่เมนูล็อบสเตอร์แบบหนึ่งคนต่อหนึ่งตัวล่ะก็ เราไม่นับเป็สวัสดิการหรอกนะครับ!”
เสียงผิวปากและเสียงปรบมือเกรียวกราวของเหล่าอินเทิร์นป้ายแดงดังกระหึ่ม ทำให้บรรดาอาจารย์หมอพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“งั้นเรามาชนแก้วดื่มอวยพรและเริ่มลงมือทานกันเลยดีไหมครับ ถ้าผมะโว่า ‘โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลี!’ ให้ทุกคนขานรับว่า ‘ล็อบสเตอร์คนละตัว!’ นะครับ... โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลี!”
“ล็อบสเตอร์คนละตัว!”
เสียงะโอย่างพร้อมเพรียงและทรงพลังของเหล่าอินเทิร์นดังก้องไปทั่วห้องอาหารของโรงแรม แม้แวบหนึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในลานฝึกทหารมากกว่าห้องอาหารสุดหรู แต่อรรถรสและความพรีเมียมของอาหารมื้อนี้มันคนละระดับอย่างสิ้นเชิง
ชินยูฮาซึ่งเพิ่งเคยลิ้มลองรสชาติของล็อบสเตอร์เป็ครั้งแรกในชีวิต คอยเหลือบมองคนรอบข้างพลางลงมือแกะเปลือกอย่างระมัดระวัง ผิดคาดตรงที่เนื้อล็อบสเตอร์ชิ้นโตอวบอิ่มหลุดล่อนออกจากเปลือกได้อย่างง่ายดาย และทันทีที่ส่งเนื้อคำโตเข้าปาก รสััอันนุ่มละมุนและรสชาติอันล้ำลึกก็ทำเอาเธอถึงกับตาพร่าและสมองเบลอไปชั่วขณะ
มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเคี้ยวเนื้อกุ้งั์ กลับนุ่มนวลราวกับละลายในปากเหมือนสายไหมไม่มีผิด
“โห…! เนื้อกุ้งเข้าปากปุ๊บก็อันตรธานหายไปปั๊บเลยค่ะ! นี่มันอะไรกันเนี่ย!”
คำอุทานอันซื่อตรงและใสซื่อของชินยูฮาทำเอาเพื่อนร่วมโต๊ะที่นั่งอยู่ด้วยกันถึงกับหลุดขำกร้ากออกมาพร้อมกัน
“โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลีของเราจะมาจัดเลี้ยงที่นี่ทุกครั้งที่มีงานกิจกรรมครับ เรียกได้ว่าสวัสดิการด้านอาหารการกินของพวกเราเนี่ยดีที่สุดในเกาหลีแล้ว วันนี้อาจจะเป็ล็อบสเตอร์ แต่วันหน้าก็มีทั้งสเต๊ก หรือบางทีก็เป็ปลาดิบกับซูชิระดับพรีเมียม โดยเฉพาะเมนูกระทะร้อนสเต๊กเนี่ยนะ…”
คำพูดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจของอาจารย์หมอยังคงพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย หลังจากได้ลิ้มลองด้วยตัวเองไปคำหนึ่ง ชินยูฮาก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างหมดข้อกังขา
เพียงแค่สวัสดิการอาหารมื้อเดียวนี้ ก็ทำเอาชินยูฮาเกิดความจงรักภักดีและอยากจะปักหลักถวายชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลีแห่งนี้ไปตราบนานเท่านานเสียแล้ว
[1] ศัลยกรรมตกแต่ง (plastic surgery)
[2] ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก (Cardiovascular and Thoracic Surgery)
[3] จักษุแพทย์ (Ophthalmologist)