มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 55 ปรากฏกายกลางดงอินทรีย์

    บทที่55 ปรากฏกายกลางดงอินทรีย์

             

            เห็นเปลวเพลิงที่ราวกับพายุพัดหวนสามจอมคาถาก็พลันเบิกตาโพลงพร้อมกับประกบมืออย่างพร้อมเพียง

            “บริกรรมคาถาระฆังเงินครอบปฐพี!”

             

            บุรุษผู้หนึ่งกล่าวเตือนบุรุษอีกสองผู้จึงไม่รีรอชักช้า หนึ่งเสียงบริกรรมที่สอดประสานก่อให้เกิดรูปลักษณ์ของระฆังอันโปร่งใสครอบยังร่างของพวกมันสามคนปรากฏเป็นเงาระฆังซ้อนสามชั้นต้านทานเปลวเพลิงที่ถาโถมราวพายุคลั่งได้อย่างพอดิบพอดี

             

            ตูมมมมม!!!!

             

            เหง่งง้าง!!!!

             

            หนึ่งการปะทะก่อเกิดเสียงระฆังที่ปานฟ้าจะถล่มดีดสะท้อนสะท้านออกทั่วบริเวณเปลวเพลิงสีทองที่ก่อตัวราวพายุคลั่งมิอาจรุกคืบไปเบื้องหน้าได้อีก ฝ่ามือของจางจวิ้นกำลังผลักดันกับเสียงอันกังวานและเงาระฆังอันเกิดจากวจนะคาถาอย่างคู่คี่สูสีร่างที่ถูกระฆังโปร่งแสงครอบอยู่สามชั้นบังเกิดการสั่นสะท้านอย่างพร้อมเพรียง เลือดลมภายในของพวกมันปั่นป่วนราวกับจะปะทุออกมาทว่าจนถึงตอนนี้สุดยอดพลังปาฏิหาริย์ที่กำลังคัดง้างทั้งสองวิถีก็ยังดูไม่ปรากฏผลแพ้ชนะแต่อย่างใด

             

            จอมคาถาที่อยู่ภายใต้ระฆังแห่งมหาวิถีวจนะคาถากล่าวขึ้นด้วยความได้ใจ

            “นี่คือหนึ่งในเจ็ดสุดยอดเคล็ดคาถาแห่งคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะคาถาระฆังเงินครอบฟ้า เพียงวิชานอกรีตชั้นต่ำย่อมมิอาจทำลายได้"

             

            “ถูกต้องแม้พวกเราจะเป็นผู้คุมกฎแห่งวิหารคาถา แต่ก็เพียงร่ำเรียนคาถาอันสูงส่งจากท่านธรรมบาลคาถามาเพียงผิวเผินเท่านั้นหากเป็นคาถาขั้นสมบูรณ์ ดวงจิตอันโสมมของเจ้าคงแหลกละเอียดเป็นธาตุอากาศแล้ว!”

             

            คัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เป็นคัมภีร์เลื่องชื่อและเต็มไปด้วยสุดยอดเคล็ดวิชาแห่งมหาวิถีวจนะ ถูกบัญญัติขึ้นโดยความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มีของมหาเทวะเทียนหมิงเป็นเหล่าเคล็ดวิถีขั้นสูงสุดในมหาวิถีเทวะวจนะ แบ่งออกเป็นสี่เล่มประกอบด้วย เล่มเทวะยุทธ์เล่มเทวะมุทรา เล่มเทวะคาถา และเล่มเทวะปัญญา ซึ่งตอนนี้ที่นิกายเทวะวจนะถือครองคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์อยู่สามเล่มเพราะเล่มเทวะมุทราได้ถูกขโมยไปและค้นหาไม่เจอมาจนถึงทุกวันนี้

             

            ด้วยขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดเคล็ดวิถีในคัมภีร์ชั้นสูงสุดแห่งเทวะวจนะดังนั้นจึงมิแปลกที่อานุภาพจะร้ายกาจถึงเพียงนั้น ขนาดผู้ใช้มันออกมามิได้อยู่ในระดับที่สูงส่งแต่พลังระดับนี้ก็ยากนักที่พลังของผู้ฝึกญาณซึ่งขาดการหนุนเสริมด้านพลังธรรมชาติที่เพียงพอจะทำลายได้โดยง่าย

             

            จางจวิ้นกัดฟันฝืนทนต่ออาการที่บาดเจ็บสะสมเปลวเพลิงที่ฝ่ามือได้ถูกผนึกรวมเป็นเปลวเพลิงทรงกลมที่คล้ายกับดวงสุริยันขนาดเล็กนัยน์ตาของบุรุษชราฉายแวววาวโรจน์ดุดัน

            “สี่ศักดิ์สิทธิ์แล้วอย่างไรสี่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีไว้เพื่อสร้างความแตกแยก ข้าจะเป็นคนทำลายมันเอง!”

             

            เปลวเพลิงสีทองคล้ายดวงอาทิตย์หมุนวนที่ใจกลางฝ่ามือของจางจวิ้นมันผนึกรวมเข้ากับพลังธรรมชาติที่ไม่เอื้ออำนวยรอบกาย แผดเผาโลหิตในกายดึงเอาคุณสมบัติที่พิเศษแตกต่างซึ่งหาจากสายเลือดใดมิได้ก่อเกิดเป็นพลังเพลิงที่ทรงอานุภาพหมุนทะลวงแผดเผาเข้าหามหาวิถีแห่งวจนะคาถาจนอักษรไร้ลักษณ์ที่ก่อตัวเป็นรูประฆังโปร่งใสค่อยๆหลุดลอกออกมา

             

            เห็นเช่นนั้นจอมคาถาทั้งสามก็เบิกตาระฆังเงินครอบปฐพีของพวกมันกำลังสั่นคลอนแลลั่นอึงอนอย่างหนักหน่วง ผลกระทบนี้ยังส่งให้การบริกรรมคาถาของพวกมันติดขัดไม่ต่อเนื่อง!

             

            “จงรับเปลวเพลิงแห่งความแค้นของสายเลือดข้า!”

            จางจวิ้นคำรามก้องพร้อมกับการระเบิดออกของเปลวเพลิงรูปลักษณ์ดวงอาทิตย์นำพาสายลมสุริยันอันร้อนลวกแผดเผาปะทะหักหาญกับระฆังเงินครอบปฐพีอย่างรุนแรงกว่าคราแรกที่ปะทะ

             

            เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทจึงแผ่สยายไปทั่วอาณาบริเวณตามด้วยเสียงเหง่งง้างของระฆังที่กระเพื่อมไหวดังไกลแทบทะลุสรวงสวรรค์ หนึ่งการปะทะนี้ส่งพลังดีดสะท้อนคืนกลับเข้าใส่จางจวิ้นจนร่างชราถลาถอยกรูดคืนกลับหลังไปไกลส่งผลให้ความบอบซ้ำเดิมที่มีได้รับการกระตุ้นจนอาการสาหัสที่สะกดข่มไว้ตลอดปะทุอีกรอบทั้งบรรยากาศโดยรอบบริเวณเองก็กระเพื่อมไหวออกไปเป็นทอดๆ พลังจากการปะทะเมื่อครู่ส่งให้คาถาระฆังเงินครอบปฐพีของสามจอมคาถาต้องปริแตกไม่เหลือชิ้นดีบุรุษสามผู้ที่กำลังบริกรรมคาถาล้วนกระอักโลหิตคำโต ร่างชวนเซล้มลงอย่างไม่เป็นกระบวน!

             

            จางจวิ้นฝืนร่างที่สาหัสอีกหนหลังจากที่บุรุษชราทำลายสุดยอดเคล็ดวิถีที่พวกมันภูมิใจนักภูมิใจหนาได้ บุรุษชราก็ไม่รีรอชักช้าหากจัดการจอมคาถาทั้งสามได้ในตอนนี้ มันก็จะสามารถสลัดหลุดกับตัวปัญหาที่คอยตามพัวพันและขัดขวางมันจนมิอาจไปถึงตัวของธรรมบาลคาถาและยุทธ์ได้

             

            เสียงของบุรุษชราคำรามก้องขึ้นอีกแล้วแต่การกัดฟันฝืนครานี้ของมันมิได้ปล่อยดวงอาทิตย์ขนาดเล็กออกมาอีก ทว่ามันได้ฝืนปลดปล่อยเปลวเพลิงจำนวนมากก่อนจะเร่งเร้าเปลวเพลิงสีทองพร้อมผนึกเป็นร่างมังกรอันโชติช่วงขนาดใหญ่พุ่งบินฉวัดเฉวียนจู่โจมเข้าใส่เป้าหมายมิให้ทันตั้งหลัก!

             

            สามจอมคาถาได้แต่แตกตื่นและร่ำร้องในใจว่าผิดท่าความตายกำลังจะโถมมายังเบื้องหน้าของพวกมันมิอาจต้าน จะเปล่งวาจาส่งเสียงอันศักดิ์สิทธิ์เข้ากำราบแต่ติดที่เลือดยังกระอักอยู่ในลำคอจึงตันทางเสียงแทบจะสิ้น เมื่อจอมคาถามิอาจเปล่งเสียงมันก็มินับเป็นจอมคาถาอีกแล้ว!

             

            จังหวะแห่งความเป็นตายจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามมิอาจดิ้นรนขัดขืน มังกรเปลวเพลิงสีทองหนึ่งในสุดยอดวิชาลับประจำตระกูลที่จักได้สำแดงอานุภาพก็บังเกิดการชะงักค้างมังกรแห่งเปลวเพลิงมิอาจมุ่งไปที่เบื้องหน้าได้อีก เพราะบุรุษชราที่ปลดปล่อยมันออกไปได้ฝืนร่างกายจนถึงขีดจำกัดแล้ว!

             

            โลหิตฟูฝอยจึงกำจายพร่าพรมกลางอากาศโลหิตนี้เมื่อตกลงก็ราดลดเต็มอกเสื้อของบุรุษชรา พร้อมกันนั้นสองเข่าที่กระแทกลงพื้นราวกับหยั่งรากฝังลึกจนยากที่จะยืนหยัดขึ้นอีกหนร่างกายของบุรุษชราในตอนนี้คล้ายดั่งว่ามีขุนเขาขนาดใหญ่มาวางทับอยู่บนบ่าก็ปาน

             

            สามจอมคาถารอดพ้นจากชะตากรรมอย่างหวุดหวิด

             

            ทว่าบุรุษชราจางจวิ้นกลับกำลังจะสิ้นชื่อแทน!

             

            เมื่อเห็นมารเฒ่าผู้ร้ายกาจสิ้นฤทธิ์ถึงคราวที่คนของนิกายเทวะวจนะซึ่งรายล้อมอยู่ได้โอกาสลงมือเพื่อหวังปลิดชีพ ด้วยสภาพของจางจวิ้นตอนนี้เพียงกระบี่เปล่าเล่มเดียวที่เสือกแทงออกมาก็สามารถคร่าชีวิตของมันได้!

             

            กระบี่เล่มหนึ่งจึงพุ่งจ่ออยู่ที่ท้ายทอยของมันปลายกระบี่อันแหลมคมเย็นเยือกทิ่มแทงลงบนผิวกายจนโลหิตหยดไหล ทว่ากระบี่กลับมิอาจแทงทะลุลำคอของมันไปเพราะเพียงพริบตา ท่าฝ่ามือพิชิตท้องคลื่นก็นำพามหานทีแห่งลมปราณสามัญสาดซัดจนเจ้าของกระบี่เล่มดังกล่าวกระเด็นตัวลอยไปไกลแล้ว

             

            ฮุ่ยจวินที่จับตาเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ตลอดในที่สุดมันก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะสอดมือช่วยเหลือบุรุษชรา!

             

            สามจอมคาถาผู้คุมกฎแห่งวิหารคาถาจนถึงตอนนี้ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากพลังดีดสะท้อนมิอาจลุกยืนได้ทันทีมันจึงทำได้แค่ถลึงตาจ้องมองบุคคลที่อยู่ในชุดคลุมปกปิดแลเผยให้เห็นเฉพาะแววตาที่วาวโรจน์ก่อนชี้นิ้วพร้อมคำรามเสียงดังลั่นออกมา

             

            “มดปลวกกลับบังอาจยุ่งเรื่องของอินทรีย์รนหาที่ตาย!”

             

            ฮุ่ยจวินดัดน้ำเสียงให้ทุ้มใหญ่ก่อนกล่าว

            “พวกท่านเป็นอินทรีย์ที่มองเห็นทุกสรรพสิ่งจากบนแผ่นฟ้าเช่นนั้นสมควรที่จะมองเห็นว่าสิ่งใดคือมาร และสิ่งใดมิใช่มาร"

             

            ได้ยินเช่นนั้นสามจอมคาถาก็ยิ่งบังเกิดความไม่พอใจ

            “สามหาวมดปลวกต่ำต้อยกลับกล้ามาพร่ำสอนพวกข้า!”

             

            “ในเมื่อมันเลือกที่จะช่วยมารก็ถือว่ามันตั้งใจที่จะเป็นมาร มันรนหาที่ตายโดยไม่เจียมตัวเอง สังหารมันไปพร้อมกัน!”

             

            ฮุ่ยจวินได้เห็นทัศนคติของผู้ที่เรียกตัวเองว่าแสงสว่างของโลกมันถึงกับผิดหวังแลส่ายศีรษะออกมา การกระทำของเหล่าคนแห่งนิกายเทวะวจนะที่สูงส่ง นี่มิเท่ากับว่ามีพลังเพื่อหวังข่มเหงผู้อื่นกดขี่ผู้อ่อนด้อย และเบียดเบียนผู้เห็นต่างหรอกหรือ เช่นนี้จะเรียกว่าทำเพื่อโลกได้อย่างไรการกระทำและความคิดเหล่านั้นมิต่างจากการกระทำเพื่อตัวเองแม้เพียงนิด

             

            ‘สิ่งใดคือมารคนหรือวิถี การกระทำหรือคำพูด จิตใจหรือคำสอน’ ประโยคคำกล่าวที่เคยออกจากปากของผู้ที่ถูกเรียกว่ามารอย่างบุรุษชราผู้นี้ยังจะดูเที่ยงแท้และสมเหตุยิ่งกว่า

             

            ฮุ่ยจวินมิสนว่าผู้ใดจะถูกมองว่าเป็นมารขอเพียงว่าคนผู้นั้นมิใช่มารในสายตาและความรู้สึกของมัน มิใช่คนที่ชั่วช้าจนเกินไปมันก็พร้อมที่จะยื่นมือช่วยเหลือด้วยคุณธรรมทั้งสิ้น

             

            จางจวิ้นแม้มิอาจมองเห็นรูปลักษณ์ด้านนอกภายใต้ชุดคลุมที่ปกปิดทว่ามันก็ยังจดจำนัยน์ตาที่เปี่ยมไปด้วยความเจิดจรัสแห่งคุณธรรมคู่นั้นได้ จึงบังเกิดความร้อนใจและกล่าวเชิงตำหนิออกมา

            “เจ้ามาทำไมเหตุใดจึงต้องนำตัวมาเสี่ยงกับข้าอีก รีบไป อย่าได้มายุ่งเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง"

             

            ฮุ่ยจวินกล่าวอย่างแผ่วเบา

            “ได้ช่วยครั้งหนึ่งก็คงมิอาจตัดใจที่จะไม่ช่วยเป็นครั้งที่สองข้ากลายเป็นคนยุ่งเรื่องชาวบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ"

             

            ยิ่งได้เห็นแววตาและน้ำใจของชายหนุ่มบุรุษชราจางจวิ้นก็ยิ่งถูกชะตาและมิอยากให้คนดีๆ เช่นนี้ต้องมาตกตายเพราะตน แต่บุรุษหนุ่มผู้นี้ก็มีความคล้ายคลึงกับบุตรชายของตนยิ่งนักพวกมันล้วนดูมีนิสัยที่หากพบเจอเรื่องอยุติธรรมตรงหน้า ต่อให้ต้องเสี่ยงตายมากเพียงไหนก็จะไม่ละทิ้งเหมือนกันทั้งคู่

            “เสียดายจริงๆ"

             

            บุรุษชราพึมพำออกมาทำให้ฮุ่ยจวินต้องกล่าวถาม

            “ท่านกำลังเสียดายสิ่งใด"

             

            “เสียดายที่เราเจ้าพบกันช้าไปหากเป็นสถานการณ์อื่นข้าคงขอรับเจ้าไว้เป็นบุตรบุญธรรมแล้ว"

             

            คำกล่าวของบุรุษชรากับสร้างความอบอุ่นในจิตใจของฮุ่ยจวินอย่างบอกไม่ถูกมันไม่มีบิดา ไม่มีมารดา ชีวิตอยู่แต่กับท่านลุง มิเคยได้รับความรู้สึกที่ราวกับบิดามารดาซักครั้งทว่าคำพูดของบุรุษชราเมื่อครู่ กลับทำให้มันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ถวิลหาซึ่งมิน่าจะเกิดขึ้นกับคนแปลกหน้าที่พานพบกันไม่กี่ครั้งนี้

             

            ฮุ่ยจวินแบกร่างบุรุษชราไว้บนบ่า

            “พวกเราจะต้องรอดไว้ถึงตอนนั้นการพบกันครั้งนี้ก็มิถือว่าช้าแล้ว"

             

            ได้ฟังคำกล่าวบุรุษชราที่อดีตมีแต่ความคิดเครียดแค้นแลไร้ซึ่งความกลัวตายเนื่องจากการเสียบุตรชายไปมันก็คล้ายกำลังถูกกลบลบในความรู้สึกนั้นไปทีละนิด มันก็ไม่เข้าใจตนเองเช่นเดียวกันว่าเหตุใดพอเริ่มรู้จักกับบุรุษหนุ่มแปลกหน้าผู้นี้ มันก็เริ่มที่จะมีความรู้สึกไม่อยากตายขึ้นมา

             

            ฮุ่ยจวินแบกร่างบุรุษชราวันนี้มันได้นำกล่องไม้ปริศนาไปซ่อนไว้จึงไม่มีสิ่งใดเกะกะและดูเป็นจุดสังเกตุ พอมันแบกร่างบุรุษชราสายตาก็ประเมินอาการของศัตรูจนถ้วนทั่วแล้ว

             

            ตอนนี้ในสายตามันผู้ที่น่ากลัวมีเพียงจอมคาถาทั้งสามส่วนเหล่าคนอื่นๆ ที่รายล้อม แม้จะเป็นผู้ที่อยู่ในมหาวิถีเทวะวจนะ แต่ก็เป็นเพียงระดับพลังชั้นต่ำดูมิร้ายกาจอันใดเคล็ดวิชาท่องไพศาลของมันยังพอรับมือได้

             

            อาศัยความเก่งกาจทางด้านวิชาแพทย์วิเคราะห์อาการบาดเจ็บที่แสดงออกมาทางสีหน้าและร่างกายภายนอกของฝ่ายตรงข้ามชายหนุ่มมันก็สามารถประเมินเวลาคร่าวๆ ได้แล้ว

             

            มันจักต้องพาบุรุษชราตีฝ่าออกจากวงล้อมของเหล่าคนจากนิกายเทวะวจนะภายในเวลาหนึ่งธูปไหม้

             

            เพราะชั่วเวลาหนึ่งธูปไหม้นี้จอมคาถาทั้งสามจะเคลื่อนไหวแลลงมือได้!

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648