ตอนที่ 3 ความทรงจำและพลังปราณ
“เท่าที่ดูแผลก็แห้งแล้วนี่อีกอย่างปู่เจียก็ให้ยาแม่กินแล้ว เ้าอย่ากังวลเลยนะ”
“นอนลง เดี๋ยวนี้หมอจะตรวจ”ร่างเล็กๆใช้สายตาคมข่มเหงแกมบังคับ ทำให้คนเป็แม่อดขำไม่ได้ ต้องยอมเอนกายลงบนเตียง….แววตาเมื่อกี้คมกริบและดูคุ้นๆ เหมือนคนๆนั้นเกินไปแล้ว
“แผลท่านข้างในยังไม่หายข้าจะรักษาแล้วนะ”
“…แม่ต้องทำอะไรมั่ง…จ้าๆไม่พูดไม่กวนแล้ว เชิญท่านหมออู่ทง รักษาให้ทีเถิด”พอเห็นหมอตัวน้อยปรามให้อยู่เฉยๆ เลยต้องแกล้งหลับตาแต่ร่างกายััได้ถึงพลังอันแสนอบอุ่นจากมือลูก มันพุ่งเข้าสู่บริเวณท้องช้าๆจึงอดที่จะแอบลืมตาดูไม่ได้
“ ช่างตั้งอกตั้งใจ สะจริงๆเหมือนเขากำลังเชื่อมต่อเส้นเืในร่างเราอยู่อย่างนั้นแหละ”ไม่รู้ว่าเป็เพราะปราณรักษาที่ถูกถ่ายจากมือเล็กๆนั้นเข้าสู่ร่างหรืออะไรกันแน่…ทำให้เปลือกตาของอู่หนานเริ่มรู้สึกหนักอึ้งจนหลุดเข้าไปสู่ในห้วงฝัน และในฝันนั้นเอง ภาพความทรงจำของ ดอกเตอร์อู่หนานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และเทคโนโลยีในชาติภพที่แล้วก็ทยอยไหลเข้ามาในหััวของอู่หนาน อดีตชายาโง่ของแม่ทัพกงปี่อย่างช้าๆ
“แม่! สายแล้วนะ ข้ากับอาจารย์ปู่กินข้าวอิ่มแล้ว ท่านไม่หิวหรือ”
“…อืม นอนเพลินไปหน่อย ”ร่างสูงแก้ตัวหลังสะดุ้งตื่นสายขนาดนี้แล้วหรือนี่…คนที่สับสนกับความจริงความฝันมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อให้แสงตะวันช่วยย้ำว่า ทุกสิ่งตอนนี้คือเื่จริง
“ทงทงจะไปเรียนหนังสือก่อนนะข้าวอยู่บนโต๊ะ ปู่บอกให้ท่านแม่กินแล้วพักก่อนก็ได้อ้อ..ยังฝากบอกอีกว่ายาที่ทานอาจทำให้ง่วงนอน หากทนไม่ไหวก็พักไปเถอะ”
อู่หนานพยักหน้าพลางยิ้มให้ลูกชาย แต่พออีกฝ่ายออกจากห้องไปเขาก็ทบทวนสิ่งที่ปรากฏขึ้นในสมองอีกรอบ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วใช้มือเขียนตัวอักษรต่างๆในอากาศเล่น เหมือนคนบ้านี่จู่ๆเขาก็…อ่านออก…เขียนได้ ความทรงจำที่ได้มาเมื่อคืนเตือนว่าเขารู้สิ่งต่างๆมากมายเท่าๆที่ดอกเตอร์อู่หนานรู้ …มันเกิดขึ้นได้อย่างไรหรือเป็เพราะอู่ทงใช้ปราณรักษาชี้นำ หรือจะเป็เพราะตัวเขาเองในชาติก่อน
“การทดลองชิ้นไหนกันนะ…ที่พอจะเป็ไปได้”
แม้ขณะที่นั่งทานข้าวอยู่ชายหนุ่มก็เอาแต่ครุ่นคิด ถึงการเชื่อมต่อระหว่างอู่หนานกับดอกเตอร์อู่หนานไม่หยุดก่อนตายตอนอายุเก้าสิบปีเขาได้ถ่ายทอดความทรงจำใส่ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่สร้างเองไว้ด้วยและยังทำการทดลองที่ซัพพอร์ทเกี่ยวกับชาติภพอีกหลายส่วน แต่ทุกโครงการนั่น….ก็ยังอยู่ในขั้นทดลองทั้งสิ้นไม่ใช่หรือ
“หรือร่างนี้ เป็แค่ภาพจำลอง”
คิดจนเผลอกัดลิ้นตนเอง ความเจ็บจี๊ดและน้ำตาไหลพรากๆ เป็คำตอบที่แสนจะชัดเจน… ภาพจำลองที่ไหนกันนี่มันชีวิตอีกภพชาติหนึ่งต่างหาก
“ท่านแม่ ร้องไห้…”คนที่พึ่งออกไปไม่นานเข้ามาอีกรอบ
“ปะเปล่าๆ แค่กัดลิ้น เพราะข้าวอร่อย เ้าเรียนเสร็จแล้วรึ”
“เรียนไม่เสร็จหรอกแต่อาจารย์มีธุระต้องออกไปรักษาคนท่านเลยให้ข้าหัดเขียนตามนี้ไปก่อน ท่านแม่อยากดูไหม ข้าจะเขียนให้สวยเลย ดูไหมๆ”
“ดูสิ…เราไปฝึกอ่านเขียนกันที่ห้องตำราดีไหม”
อู่ทงเห็นด้วยเพราะเขา้าให้อีกฝ่ายหัดเรียนรู้ไปกับตนหรอกนะไม่ชอบเลยเวลาได้ยินคนด่าว่าท่านแม่เป็ชายาโง่เด็กน้อยอยากเถียงว่าไม่ได้โง่แต่ไม่ได้เรียนต่างหาก เอาเถอะ…ตอนนี้ได้โอกาสแล้วทงทงจะสอนแม่เอง แต่…สักพักหนึ่งคนที่จะสอนแม่ต้องตะลึงและถามขึ้นทันที
“ทะท่านเขียนได้ทุกตัวเลยรึแล้ว…อ่านออกไหม”
“อยากฟัง ตำราเล่มไหนหละ….แต่เื่นี้เ้าต้องเก็บเป็ความลับไว้ก่อนนะอย่าพึ่งบอกใคร แม่ต้องเรียนรู้อีกเยอะยังไม่อยากจะอวดตนกับผู้ใดว่าเป็คนเก่ง”
“อาจารย์บอกข้าเป็อัจริยะท่านเป็แม่ย่อมเก่งกว่าไม่เห็นแปลก…จะถ่อมตนไปทำไหม เอาเถอะทงทงไม่ขัดใจหรอกหากท่านเล่าเื่สนุกๆ จากหนังสือให้ข้าฟังสักเื่ทงทงจะยอมเก็บเป็ความลับให้” คนอยากฟังเื่เล่าพยายามยิ้มหวานและต่อรอง
“เื่สนุก แต่ในนี้เหรอ…มีแต่ตำราสมุนไพรนะนี่ อืม….นิทานสักเื่ก็ไม่มี” คนที่เดินไปรอบๆห้องสำรวจตำราแล้วก็ท้อใจ ไม่มีอะไรที่เหมาะกับวัยของลูกตนแม้แต่นิดจนไม่รู้จะเล่าอะไรดี
“ตำราสมุนไพรก็สนุกได้หยิบมาสักเล่มเถอะ ข้าอยากฟังเสียงท่านอ่าน”คนที่อยากฟังจะแย่ตัดสินใจแทนด้วยการหยิบตำราตรงหน้าตนมา แล้วให้แม่อ่านทันที ซึ่งเสียงทุ้มๆที่อ่านเื่ราวของสมุนไพรในหนังสือให้เขาฟังนั้น สำหรับเด็กน้อยแล้วมันช่างไพเราะจนอดที่จะน้ำตาซึมออกมาไม่ได้ “ตอนนี้…แม่ของทงทงไม่ใช่คนโง่อีกแล้ว” ร่างเล็กๆที่นั่งตักอยู่บอกตนเองพลางหลับตาและยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
“ท่านแม่ข้าอยากเห็นของจริงของสมุนไพรเหล่านี้” รีบบอกหลังฟังจบ
“งั้นเราไปขอดู…ที่ห้องเก็บยาดีไหม”
ร้านสมุนไพรของหมอเจียนั้นถ้าเทียบกับร้านอื่นๆในเมืองฉิน ถือว่าขนาดกลางแต่เนื่องจากว่าหมอเจียไม่ได้เปิดสาขาย่อยร้านของเขาจึงสะสมสมุนไพรพื้นฐานตามหนังสือไว้ครบถ้วนบ่าวที่เฝ้าห้องยาไม่ได้ขัดขวาง เพราะรู้สถานะของนายน้อยคนใหม่แล้วว่านี่คือศิษย์ของหมอเจีย
“นี่คือตองเป่าคุง”เสียงเล็กๆชี้บอก
“ใช่ เ้าทำไหมรู้หละ”อู่หนานถามดู เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าสมุนไพร100 กว่าชนิดที่ตนพึ่งอ่านให้ฟังเมื่อครู่ทงทงจะจำได้หมด
“กลิ่นหอมคล้ายต้นตองชิงและในหนังสือที่ท่านแม่อ่านก็มีรูปของใบมันให้ดู ข้าจะไม่รู้ได้ไงขอรับ ”
อู่หนานอดยิ้มให้เ้าคนฉลาดเกินอายุนี่ไม่ได้ยิ่งเห็นจมูกเชิดๆนั่นก็พาลอยากจะแกล้งบีบเล่นดูสักหน่อย แต่เหมือนจะมีเสียงเอะอะที่หน้าร้านขายสมุนไพร จนบ่าวไพร่วิ่งกันให้วุ่นไปหมดทำให้เขาต้องพลอยหอบลูกชายออกไปดูเหตุการณ์ด้วย เผื่อมีอะไรช่วยได้บ้าง
“หมอไม่อยู่! จริงๆข้าทำได้แค่ขายยาเฉยๆ เ้ารีบพาคุณชายหลงซานไปรักษาที่อื่นเถอะข้าไม่ใช่หมอจะรักษาได้ยังไงเล่า” มู่ชุน ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าหน้าร้านบอกกับบรรดาบ่าวตระกูลหลงตรงๆ
“พวกข้าไปมาหมดทุกร้านแล้วมีแต่บอกหมอไม่อยู่ๆ กันทั้งนั้น ไหนว่าหมอเจียเป็หมอเทวดาของเมืองฉิน ไงใจดำถึงเพียงนี้เล่าช่วยดูอาการ…ของคุณชายก่อนสักหน่อยเถอะ จะให้พวกข้าแบกเกี้ยวกลับจวนตอนนี้นะรึแบกกลับไปเพื่ออันใดเล่า ไม่เห็นรึว่าคุณชายทำท่าจะไม่รอดแล้ว….ท่านต้องไปดูก่อนสิ"
“ข้าไม่ใช่หมอดูไปก็ไม่รู้เื่ หรอกปัดโถ่…แล้วหมอยาตระกูลหลงไปไหนเล่า…”
“ ท่านหมอ…คุณชายข้าตอนนี้เริ่มชักแล้ว จะตายแล้ว ช่วยด้วย!!!!”บ่าวที่เฝ้าเกี้ยววิ่งมาจับเข่าของมู่ชุนส่วนบ่าวคนอื่นๆของตระกูลหลงก็รีบพากันช่วยฉุดช่วยลากเพื่อให้เขาไปดูอาการของคุุณชายตนให้ได้ แม้ชายหนุ่มจะขัดขืนเพียงใดก็หาได้สนใจไม่
“ข้าไม่ใช่หมอ!!! อย่าๆลากแบบนี้”
มู่ชุนพยายามเอาตัวเองให้รอดจากบรรดาบ่าวตระกูลหลงแต่สุดท้ายก็ถูกลากมาดูคนป่วยจนได้…พอเขาเห็นสภาพคนไข้ในเกี้ยวที่กำลังดิ้นพล่านชักเกร็งไปทั้งตัว หัวใจก็พลันหล่นตุ๊บ ….สลบไสลไปดื้อๆทิ้งให้บรรดาบ่าวที่ห้อมล้อมอยู่แตกหือบางคนถึงกับทรุดลงร้องห่มร้องไห้เพราะตอนนี้เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง บางคนก็พึมพำคร่ำครวญว่า…เห็นทีตอนนี้คุณชายหลงซานจะถึงคาดซะแล้ว
“ทะท่านแม่ …ข้าอยากช่วยเขา”
“….แม่ว่าเรา…”อู่หนานอยากจะเตือนลูกชายว่าการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แบบนี้ มันอันตรายเพียงใดภัยจากการรักษาผู้ป่วยสุ่มสี่สุ่มห้านั้น อาจย้อนกลับมาทำให้หมอตายได้เพราะความกล้าหาญ ความเสียสละ ไม่ใช่นำมาซึ่งสิ่งดีงามเสมอ แต่…นั่นแหละแววตาที่เต็มไปด้วยความกล้าและใสบริสุทธิ์ของลูก ทำให้เขากล้าเอ่ยออกมาบ้าง
“รีบนำคุณชายเข้าไปที่โรงหมอเถอะข้าจะรักษาเอง”
เพราะแววตาของลูกชายหรอกนะถึงได้เอ่ยออกไปแบบนั้นหลังจากยืนดูเหตุการณ์ประหนึ่งคนนอกอยู่นานพอพูดเสร็จก็หันหลังกลับทันที โดยไม่สนใจว่าบรรดาบ่าวตระกูลหลงจะตัดสินใจอย่างไรไม่ตามมายิ่งดี ถือว่าได้กล้าพูดไปแล้ว ทงทงเ้าคงไม่โทษแม่หรอกนะ
“เ้า…รักษาได้แน่นะ”
คนที่เป็เหมือนหัวหน้าบ่าวตระกูลหลงยังคงคลางแคลงใจ แม้นำร่างคุณชายของตนมาวางไว้บนเตียงในห้องรักษาแล้วก็ตามเพราะดูจากรูปลักษณ์ของคนๆนี้แล้วช่างเหมือนทาสที่ขายแรงมากกว่าจะเป็หมอยาประจำร้านนี้
“รีบไปหาผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดเนื้อตัวให้คุณชายก่อนที่ไข้จะสูงไปกว่านี้ ส่วนเ้าเตรียมต้มยา!ให้ข้าตามรายการพวกนี้ อู่ทง ลูกช่วยจับตาดูพวกเขาด้วย”
นาทีนี้อู่หนานปล่อยให้ความทรงจำของดอกเตอร์หนานในชาติก่อนทำงานไปซึ่งที่จริงแล้วแค่เห็นอาการของคุณชายตอนที่อยู่ในเกี้ยวก็พอจะรู้แล้วหละว่าเป็ไข้ป่าโดยมียุงเป็ตัวนำโรคหากเป็ชาติก่อนคนไข้คนนี้ไม่ต้องถึงมือเขาหรอกหมอทั่วไปฉีดยาฆ่าเชื้อไม่กี่เข็มก็หาย แต่ภพนี้ต้องอาศัยยาต้มรักษาตามอาการชายหนุ่มจึงจัดยาออกเป็สามชุด ชุดแรกลดอาการไข้ ชุดที่สองฆ่าเชื้อในเส้นเืและชุดที่สามปรับสมดุลในเืลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้เกิดอาการชักกระตุกได้อีก
“อย่าหยุดเช็ดตัวหละะเ้าเปิดหน้าต่างระบายอาการหน่อย…นี่ถอยออกมาเลย เหมือนเ้าจะเช็ดตัวไม่เป็ดูไว้นะ เวลาเช็ดตัวให้คนไข้ต้องทำแบบนี้”
ขณะสาธิตวิธีการเช็ดตัวคนไข้ให้บ่าวดู มู่ชุนที่ฟื้นขึ้นมาก็พลอยได้เรียนรู้ไปด้วย แม้คราแรกเขาแทบไม่เชื่อถือเลยว่าแม่ของลูกศิษย์ตัวน้อยของหมอเจียจะรักษาคนไข้ได้แต่พอเห็นการเช็ดตัวที่เป็ขั้นตอน ดูคล่องไปหมดของอีกฝ่ายแล้วก็เริ่มหายใจโล่งอย่างน้อยก็น่าจะพอประคองอาการคนไข้ไว้รอให้หมอเจียกลับมา….ได้แหละน่า
“ท่านแม่ ยามาแล้วขอรับ”
“ดีมาก นี่เป็ยาลดไข้ยามที่คนไข้ไม่มีสติต้องป้อนยาแบบนี้นะ” ผู้เป็มารดายิ้มพร้อมรับถ้วยยามาก่อนจะเริ่มป้อนยาให้ดูช้าๆ ลูกจะได้เรียนรู้จากของจริงไปด้วย
“ง่ายจัง ให้ทงทงทำนะไม่หกแน่นอน” เด็กน้อย ร้องขอพร้อมทั้งสั่งให้บ่าวช่วยประคองศรีษะคุณชายตามที่แม่สาธิตให้ดูจากนั้นก็ลงมือป้อนยาชุดแรกอย่างคล่องแคล่ว จนมู่ชุนอดที่จะเอ่ยชมออกมาไม่ได้
" คุณชายอู่ทงทำได้ดีสมกับเป็ลูกศิษย์ของท่านหมอเจียจริงๆ ขอรับ"
“อิๆ ข้าเก่งใช่ไหม …ท่านแม่ยาอีกหม้อยังไม่ต้มเหรอ ข้าเห็นแช่น้ำไว้นานแล้วนะ"
“ไม่ๆ ยาหม้อสามนั่นไม่ต้องต้มสมุนไพรบางชนิดจะสรรพคุณจะหายไปเพื่อถูกความร้อน เดียวรออีกครึ่งชั่วยามแม่จะทำให้ดูว่ายาเย็นนั้นต้องเตรียมยังไง ….พี่มู่ชุนพอจะรู้ไหมว่าปู่เจียไปรักษาคนไข้ที่ไหน"
“ไม่รู้สิปกติก็ไม่ได้รีบร้อนแบบนี้ ”
“อืมงั้นเรารอดูอาการของคนป่วยสักพักเถอะ”
เพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่าเขาเดินออกไปเตรียมยาชุดที่สองและสามพร้อมกับลูกทันทีที่ป้อนยาเสร็จทงทงนั้นช่างเป็เด็กช่างจดจำและกระตือรือร้นมาก สอนสิ่งใดครั้งเดียวก็ทำได้แล้วสองแม่ลูกเดินเข้าเดินออกห้องรักษาอยู่สองชั่วยาม คุณชายตระกูลหลงก็อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไข้ลดลงมากแล้วร่างกายก็ผ่อนคลายดีแต่นี่แค่พึ่งเริ่มต้น… ทำให้อู่หนานต้องปรึกษามู่ชุนถึงแผนการรักษา
“พี่มู่ชุน…ทำไงดีคนไข้ต้องรักษาตัวอยู่ที่นี่สักสองสามวัน”
“หมายความว่าคุณชายของเราจะไม่หายหรือท่านหมอ ทำไหมต้องรักษาหลายวันแล้วต้องอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย ปกติเอายาไปต้มกินที่จวนก็ได้นี่"มู่ชุนไม่ทันตอบก็มีเสียงแทรกขึ้นทันที
“เ้า…”
“ข้าอ้าวเหอเป็พ่อบ้านจวนสกุลหลง ”
“อ้อ พ่อบ้านเหอการรักษาต้องให้ยาอย่างเคร่งครัดทุกสองชั่วยามและการต้มยานั้นเ้าคิดว่ามันง่ายเหมือนต้มผักหรือไง ข้าตัดสินใจแทนใครไม่ได้หรอกนะหากจะเอาคนป่วยกลับก็กลับได้ แต่ถ้าอยากหายก็อยู่นี่พี่มู่ชุน…ช่วยดูแลเื่นี้ทีเถอะ เขาตัดสินใจยังไงก็ตามสบาย….ข้าขอรับผิดชอบแค่การรักษาคนไข้ที่ยอมทำตามข้อตกลงเท่านั้น”