“ที่เ้าบอก หากร่ายอาคมสลักกระตุ้นต่อท้ายบทอาคมที่ใช้ประทับลงศาสตราวุธ ก็ไม่มีความจำเป็ต้องผ่านกระบวนการปิดผนึก ถ้างั้นข้าสามารถใช้อาคมสลักกระตุ้นเพื่อช่วยให้การลงอาคมศาสตราวุธง่ายขึ้นได้หรือไม่”
ริเช่ที่เดินตามหลัง จู่ๆก็กล่าวขึ้นด้วยความสงสัย คราจ่ายหิน์หนึ่งแสนก้อนเพื่อแลกความลับในการลงอาคม ชิลบอกเพียงหากร่ายอาคมสลักกระตุ้นต่อท้าย ก่อนขั้นตอนประทับ จะทำให้อาคมที่ลงนั้นไม่หลุดออก เช่นเดียวกับศาสตราวุธที่ผ่านกระบวนการปิดผนึกแล้ว
ทั้งนี้นางได้ถามต่อในเื่รูปแบบอาคมสลักกระตุ้น แม้จะไม่รู้ถึงบทอาคมที่ชิลใช้ก่อนหน้า แต่ก็มั่นใจว่าในบทร่ายนั้นไม่มีอาคมสลักกระตุ้นที่นางรู้จักอยู่
ต้องรู้ว่าอาคมสลักกระตุ้นทั่วไป มักถูกใช้ในการเสริมพลังอาคมอาณาเขตวงเวท ทำให้อาณาเขตวงเวทนั้นๆสามารถแสดงประสิทธิภาพได้มากกว่าที่มันควรเป็ ซึ่งริเช่เองยังไม่เคยเห็นผู้ใดใช้อาคมสลักกระตุ้นในการลงอาคมศาสตราวุธมาก่อน
ในตอนนั้นชิลที่รับหิน์ครบตามจำนวนแล้ว ก็คิดปิดบังอะไร เขาบอกถึงวิธีเขียนอาคมสลักกระตุ้นอีกรูปแบบที่ใช้ในการลงอาคมศาสตราวุธโดยเฉพาะ นี่ทำให้นางได้รับความรู้อันแปลกใหม่ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน ราวกับได้รับการรู้แจ้ง นางนั่งศึกษาอาคมสลักกระตุ้นที่ไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่บนโลกนี้เป็เวลานานจนลืมเลือนกาลเวลา จึงเป็เหตุให้ต้องล่าช้ากว่าสามชั่วโมง
“ลองคิดดู เพียงการลงอาคมทั่วไปในศาสตราวุธ ก็สามารถทำให้ศาสตราวุธชิ้นนั้นๆแตกออกโดยง่าย และหากเพิ่มอาคมสลักกระตุ้นที่เป็ตัวเร่งประสิทธิภาพเข้าไปอีก คิดว่าศาสตาวุธของเ้าจะสามารถรองรับอาคมนั้นได้โดยง่ายรึ?”
ชิลที่เดินอยู่ด้านหน้าโดยไม่ปริปากพูดอะไรเป็เวลานาน จู่ๆก็กล่าวขึ้น
“ถ้าเช่นนั้นข้าควรทำอย่างไรถึงสามารถลงอาคมศาสตราวุธได้”
“เหตุใดจึงถามข้า”
“เพียงคิดว่าบางทีเ้าอาจมีวิธีบางอย่างที่ช่วยให้ข้าสามารถเขียนอาคมวงเวทโดยง่าย”
ได้ยินดังนั้น ชิลก็มองไปที่ริเช่อยู่นาน สักพักจึงหันตัว ก้าวเดินต่อโดยไม่ได้กล่าวอะไร
“หากเ้าสามารถช่วยให้ข้าลงอาคมสำเร็จ ข้าจะให้เ้าหนึ่งแสนหิน์”
ริเช่กล่าว
ไร้เสียงตอบรับใดๆ นี่ทำให้นางหยุดยืนจ้องด้านหลังบุรุษผมน้ำตาลอ่อนในชุดคลุมสีขาวด้วยท่าทางครุ่นคิด พลางกล่าวต่อ
“เช่นนั้นสองแสนหิน์”
ชิลยังคงเดินต่อไปโดยไม่สนใจ
“สามแสน ข้าให้เ้าสามแสน!”
นางกล่าวเสียงดัง แต่เมื่อเห็นชิลไม่คิดหยุดเดิน จึงะโออกมาอย่างหมดหนทาง
“ห้าแสน!!!”
ผู้คนโดยรอบเริ่มหันมาสนใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเสียงริเช่ กระนั้นชิลยังคงเดินต่อ ราวไม่ได้ยินสิ่งใด นี่ทำให้นางถึงกับคอตก จำใจเดินตามหลังไปเงียบๆ ทว่าจู่ๆเสียงชิลก็ดังขึ้น
“ข้าได้รับหิน์จำนวนมากจากตระกูลเ้าแล้ว เหตุใดยัง้ามันอีก”
ริเช่ที่ได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
“เ้า้าสิ่งใด หากสามารถหามาได้ ข้ายินดี”
“มีหลายสิ่งที่ตระกูลเ้าไม่อาจนำมันมาได้”
ชิลกล่าวก่อนหันกลับไปมองด้านหน้า ตอนนี้เขาเดินตามถนนย่านสมาคมมา จนมาถึงสุดปลายทาง เมื่อผ่านพื้นที่ย่านสมาคมไป ก็พบเข้ากับกำแพงกั้นอาณาเขตอีกชั้นภายในอาณาจักรวายุอัสนี ซึ่งกำแพงนี้ดูจะไม่ค่อยมีความสูงมากนัก หากแต่ทหารที่เฝ้าประตูทางเข้าของกำแพง กลับมีรากฐานฝึกฝนที่ไม่ธรรมดา
“เ้าคิดจะเข้ากองทัพวายุอัสนี?”
ริเช่มองไปที่ชิลอย่างแปลกใจ
“เปล่า ข้าเพียงอยากเข้าไปพักในนั้น”
เขากล่าว ก่อนจ้องมองทหารนายหนึ่งที่อยู่หน้าประตูทางเข้า เห็นได้ชัดว่าทหารนายนี้อยู่ในระดับผสานกายขั้นห้า
“เพียงแค่ทหารเฝ้าประตู ก็อยู่ในระดับผสานกายขั้นห้าแล้ว กองทัพวายุอัสนีนี่ยังน่ากลัวเหมือนเดิม”
ริเช่กล่าวพลางหรี่ตา ครู่หนึ่งจึงหันไปหาชิล
“ตระกูลข้าไม่มีอำนาจพอจะแทรกแซงเื่ในกองทัพ เ้าเลิกฝันเื่เข้าไปในนั้นได้เลย”
“หากมันเป็ได้เพียงฝัน ข้าคงไม่กล้าคิดกล่าวมัน”
ชิลเผยรอยยิ้ม ที่ทำให้ริเช่หน้าแดงระเรื่อ เขาในตอนนี้ดูสง่างามมาก ไม่ว่าจะด้วยรูปร่างหน้าตา หรือกิริยาท่าทาง รวมถึงความสามารถที่มี เป็ธรรมดาที่สตรีต้องหวั่นไหวเมื่ออยู่ใกล้
“เ้ากลับตระกูลเสียเถอะ ข้าจะไม่บอกอะไรอีกในเื่การลงอาคม”
ชิลกล่าวพร้อมหันสายตากลับไปจ้องทหารเฝ้าประตู
“ข้ามิจำเป็ต้องกลับตระกูล”
ริเช่กล่าวแ่เบา ไม่นานก็กล่าวต่อ
“ความจริงข้าอาศัยอยู่กับอาจารย์ั้แ่ยังเล็ก เลยไม่ค่อยได้กลับตระกูลเท่าไหร่ เหตุที่่นี้กลับมา เพราะได้ยินว่าโนมานจะพาตัวผู้ลงอาคมศาสตราวุธมา”
“เช่นนั้นก็กลับไปหาอาจารย์เ้า”
“อาจารย์ข้า ไปธุระนอกเมือง”
“...”
.
.
“ท่านพ่อ!! เหตุใดจึงตัดสินใจจ้างเ้าเด็กนั่นด้วยราคาที่สูงถึงเพียงนี้”
คูเดลกล่าวเสียงดังพร้อมเดินเข้ามาหาการอนอย่างเร่งรีบ
การอนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ด้านหลังโต๊ะใหญ่ตัวหนึ่งภายในคฤหาสน์รีน ได้ปรายตาขึ้นมอง
“ข้ากำลังศึกษาตำราอยู่มิเห็นรึ?”
ชายชรากล่าวเสียงต่ำพรางจ้องคูเดล
“ท่านพ่อ เด็กนั่นต่อให้สามารถลงอาคมศาสตราวุธได้จริง แต่มันต้องเป็เพียงผู้ฝึกหัดลงอาคมแน่ เราไม่ควรใช้ทรัพย์สินจำนวนมากมายขนาดนี้ในการจ้างมัน”
คูเดลกล่าวอย่างไม่ยอมถอย
“ข้า้าความเงียบ ออกไปซะ แล้วปิดประตูด้วย”
“ท่านพ่อ!! เวลานี้มิใช่เวลาจะมานั่งอ่านหนังสือ ตระกูลฟอลลิชกำลังเตรียมตัวทำาเพื่อแย่งอาณาเขตภายในย่านการค้าของเราอีกครั้ง หากท่านนำทรัพย์สินที่เหลือทั้งหมดไปใช้จ้างเ้าเด็กนั่น อีกไม่นานแรนเชอต้องล่มสลายเป็แน่!”
“เหตุใดจึงกล้าบอกว่าตระกูลแรนเชอจะล่มสลาย!!!”
การอนตวาดเสียงดัง จนทำให้คฤหาสน์ทั้งหลังสั่นะเื ขณะนี้ปรากฏแววตาอันวาวโรจน์ในดวงตาสีฟ้ากระจ่าง
“ทะ...ท่านพ่อโปรดอภัย ข้ามิได้ตั้งใจกล่าวเช่นนั้น”
คูเดลกล่าวพร้อมก้าวถอยหลังอย่างหวั่นเกรง
“หากเ้ายังไม่อยากถูกลงโทษ! ก็ออกไปซะ!!”
การอนคำราม พร้อมส่งคลื่นพลังงานปฐีกระแทกอย่างรุนแรง
ปัง!!
ร่างในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มกระเด็นออกจากห้องหนังสือ คูเดลพยายามพยุงตัวลุกขึ้น ด้วยท่าทางสั่นเทา ก่อนเหลือบไปเห็นรีนที่ยืนอยู่ข้างประตูด้วยรอยยิ้ม จึงขอบกัดฟันแน่น คิดเอ่ยต่อว่า ทว่ายังไม่ได้ทำอะไร เสียงอันน่าหวาดหวั่นก็ดังออกมา
“ปิดประตู!!!”
ร่างคูเดลสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนรีบวิ่งไปที่บานประตูหน้าห้องสมุด พร้อมดึงมันปิด
“ต้องขอโทษด้วย พอดีแม่บ้านคฤหาสน์หลังนี้ฝีมือดีไปหน่อย เลยขัดพื้นจนลื่นเช่นนี้ หวังว่าคงไม่กล่าวโทษนางที่ทำให้เ้าล้มหัวทิ่ม”
รีนกล่าวพลางหัวเราะ
“เ้า!!!”
คูเดลยกมือชี้หน้ารีนด้วยใบหน้าเดือดดาล
“มีอะไรรึ?”
นางมองเย้ยหยัน
“คอยดูเถอะ! ข้าไม่มีทางปล่อยให้แรนเชอต้องล่มสลาย เพราะพวกเ้าเป็แน่!!”
คูเดลเหวี่ยงมือไปด้านหลังอย่างรุนแรง ยกเท้าย่ำผ่านรีนไปอย่างขุ่นเคือง
“เดินดีๆล่ะ ข้ากลัวเ้าจะลื่นล้มอีก”