หมู่บ้านอรุณเป็หมู่บ้านเล็กๆในแคว้นเยี่ยน มณฑลกงเหว่ย มีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณสามร้อยคน รอบหมู่บ้านรายล้อมไปด้วยหุบเขาและแม่น้ำลำธาร
กลางถนนของหมู่บ้านมีเด็ก 4 คน อายุราวๆ 8-10 ปี กำลังกลั่นแกล้งเด็กสาวผู้หนึ่งอยู่ เด็กสาวที่ถูกรังแกมีนามว่าเยว่ซิน ซึ่งเด็กสาวผู้นี้มีอายุเพียง 8 ปีเท่านั้น
แม้ว่าจะโดนแกล้งจนเนื้อตัวมอมแมมแต่ก็ไม่สามารถปกปิดความน่ารักของเด็กสาวผู้นี้ได้ เธอมีผิวขาวราวหิมะ ริมฝีปากสีชมพู จมูกน้อยๆ และดวงตากลมโต มองดูแล้วใสซื่อยิ่งนัก เมื่อเธอโตขึ้น ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าจะงดงามเพียงใด
“หึ! ไอเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่"
ขณะที่เด็กเกเรกำลังรุมแกล้งเยว่ซินอยู่นั้น ก็มีเด็กคนนึงพูดออกมาเสียงดัง ทำให้ผู้คนรอบๆ ที่เดินผ่านไปมาได้ยินพร้อมกับหันมามองเยว่ซินด้วยสีหน้าเวทนา
“พี่ชายของเ้าไปอยู่ไหนแล้วล่ะ ข้าได้ยินมาว่ามันเข้าไปในป่าสามวันแล้ว จนป่านนี้ยังไม่เห็นกลับมาเลย ไม่ใช่ว่ามันคงถูกสัตว์อสูรจับไปกินแล้วหรอกนะ”
พูดจบเด็กเกเรก็พากันหัวเราะชอบใจ ส่วนเยว่ซินสีหน้าของเธอดูไม่ค่อยดีนัก เธอกัดฟันและกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ พร้อมกับะโออกไปเสียงดัง
“ข้าไม่มีพ่อแม่แล้วทำไม! ส่วนท่านพี่ของข้าอีกไม่กี่วันเขาก็กลับมาแล้ว พวกเ้าไม่ต้องมายุ่งเื่ของข้า!"
พูดจบเยว่ซินก็ลุกขึ้นและวิ่งหนีกลับบ้านไป ส่วนพวกเด็กเกเรก็ไม่ได้ไล่ตาม พวกเขาแค่ยืนมองเยว่ซินวิ่งหนีไป และหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
หลังจากที่วิ่งมาได้สักพัก เยว่ซินก็มาถึงหน้าบ้าน บ้านของเธอนั้นทำมาจากไม้ไผ่ ส่วนหลังคาก็ใช้เพียงใบจากมุงไว้เท่านั้น หลังจากพ่อและแม่ตายไป เธอกับพี่ชายก็ลำบากเป็อย่างมาก ถึงขั้นต้องออกไปหาอาหารในป่า
เยว่ซินเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับปาดน้ำตาที่แก้มน้อยๆของเธอ ภายในบ้านไม่มีแม้กระทั่งเตียงนอน หรือแสงไฟที่คอยให้ความสว่างอยู่เลย สำหรับเด็กที่อายุเพียง 8 ปี ดูแล้วน่าหดหู่ยิ่งนัก เธอนั่งลงกอดเข่าและร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่มุมมืดๆของห้อง
"ฮือ... ท่านพี่ เมื่อไหร่ท่านจะกลับมากันนะ"
....................
'โอ๊ย… นี่ข้ายังไม่ตายใช่ไหม'
กลางป่าแห่งหนึ่ง เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความดุดัน มีนามว่าเยว่หาน เขาตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง และพบว่าแขนซ้ายของตนหักจนผิดรูป ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยาแเหวอะหวะ
เขาจำได้ว่าเมื่อสามวันก่อนเขาได้เข้ามาหาอาหารในป่า และได้พบกับสัตว์อสูรระดับ 2 จนต้องวิ่งหนีและพลาดตกหน้าผา
'ยังดีที่ข้ารอดมาได้ ไม่รู้ว่าเยว่ซินจะเป็อย่างไรบ้าง ข้าต้องรีบหาทางกล้บบ้านแล้ว'
เยว่หานมองขึ้นไปบนหน้าผาที่เขาตกลงมา ซึ่งมีความสูงประมาณ 20 เมตร เขามองไปรอบๆเพื่อที่จะหาทางออกไปจากที่นี่ และในขณะนั้นเอง เขาก็พบบางอย่างอยู่ที่พื้น มันมีลักษณะคล้ายอัญมณีสีขาวบริสุทธิ์ รูปร่างคล้ายเจดีย์เก้าชั้น
เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ มันมีขนาดเพียงหนึ่งฝ่ามือเท่านั้น ยามแสงอาทิตย์กระทบที่ตัวมัน ทำให้เกิดแสงสะท้อนงดงามอย่างยิ่ง ทว่ารอบตัวมันกลับมีรอยแตกร้าวคล้ายกับว่าจะแหลกสลายลงได้ทุกเมื่อ
เยว่หานยื่นมือไปหวังจะหยิบมันขึ้นมา
ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างสีขาวสาดส่องไปทั่วบริเวณ เมื่อเยว่หานรู้ตัวอีกทีเขาก็พบว่าตนเองได้มาอยู่อีกสถานที่หนึ่งแล้ว รอบตัวเขามีเพียงความว่างเปล่า เห็นเพียงแต่แสงสีขาวคล้ายหิ่งห้อยตัวหนึ่งลอยไปมาอยู่กลางอากาศเท่านั้น
'ที่นี่มันที่ไหนกัน… อากาศในที่แห่งนี้ช่างบริสุทธิ์ยิ่งนัก แล้วสิ่งนี้… มันคือ...'
เขาสังเกตเห็นแสงสีขาว ที่ดูสว่างเจิดจ้า ขณะที่เยว่หานกำลังคิดอยู่ว่ามันคืออะไร เขาก็ได้เอานิ้วไปแตะมัน และในตอนนั้นเองก็ได้มีความทรงจำบางอย่างไหลเข้ามาในหัวของเยว่หาน
ความทรงจำเ่าั้ไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อน เยว่หานที่ไม่ทันตั้งตัว ทำให้เขาร้องออกมาด้วยความเ็ป เขาเอามือกุมหัวตัวเอง และนอนกลิ้งไปมาบนพื้นด้วยความทรมาน
"อั๊ก!"
เืสีแดงสดไหลออกมาจากปากของเยว่หาน ความเ็ปขนาดนี้เขาเพิ่งเคยพบเจอเป็ครั้งแรกในชีวิต นั้นจึงทำให้เขาทนมันไม่ไหวและได้หมดสติไปในที่สุด
....................
ท่ามกลางห้วงอวกาศอันว่างเปล่าที่รายล้อมไปด้วยหมู่ดาวนับแสน มีหญิงสาวผู้หนึ่งยืนสองมือไพล่หลัง นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ไร้มลทิน ท่าทีดูหยิ่งผยอง ราวกับไม่เกรงกลัวต่อ์หรือพระเ้า แต่ทว่าใบหน้าของนางกลับงดงามราวกับไม่มีอยู่จริง ขัดกับท่าทางอันหยิ่งทะนงของนางอย่างยิ่ง
เจดีย์เก้าชั้นขาวบริสุทธิ์ลอยอยู่ข้างกายนาง ให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์มิอาจต่อต้าน อำนาจที่แผ่กระจายรอบตัวมันทำให้ห้วงอวกาศโดยรอบบิดเบี้ยว
"หนิงลี่ เ้าอย่าได้คิดหนีอีกเลย วันนี้จะต้องเป็วันตายของเ้า!"
ชายวัยกลางคนในชุดเกราะสีทองยืนด้วยท่าทีองอาจ ดุจพระเ้า ั์ตาสีแดงฉาน ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างท้วมท้น สายตาของเขาขณะจ้องไปที่หญิงสาวเต็มไปด้วยความโลภและโทสะ
ข้างหลังของเขารายล้อมไปด้วยกองทัพนับล้าน แต่ละคนราวเทพเซียน ยืนนิ่งไม่ไหวติง ทำให้บรรยากาศดูน่าเกรงขามยิ่ง!
"พวกเ้าทั้งหมด ใครหน้าไหนอยากตายก็เข้ามา!”
หนิงลี่เอ่ยเสียงเย็นะเื พลันเรียกกระบี่ออกมาและฟาดฟันไปข้างหน้า
"ฟึบ!"
ห้วงอวกาศถูกฉีกขาด ทหารกว่าหมื่นนายถูกสังหารภายใต้คมกระบี่เดียว ไม่เหลือแม้กระทั่งฝุ่น หายไปอย่างไร้ร่องรอย!
ทหารที่เหลือต่างมีสีหน้าตกตะลึงปนหวาดกลัว.. นี่มันเหมือนกับเอาชีวิตมาทิ้งชัดๆ!
เห็นดังนั้น ชายวัยกลางคนก็ได้เรียกทวนยาวออกมา พร้อมกับชี้ไปที่หนิงลี่ และะโเสียงดังลั่น
“บังอาจ! วันนี้เ้าไม่ได้ตายดีแน่”
ชายวัยกลางคนพุ่งเข้าใส่หนิงลี่พร้อมกับทหารอีกเก้าแสนนายที่เหลืออยู่
หนิงลี่หน้าเ็าไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใด นางพุ่งเข้าใส่ชายวัยกลางคนและทหารกว่าเก้าแสนนาย
…เมื่อใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของา
"ฮ่าๆๆ… ในที่สุดเ้าก็ยอมแพ้แล้วสินะ"
ร่างของชายวัยกลางคนชโลมไปด้วยเื เต็มไปด้วยาแมากมาย ทหารกว่าเก้าแสนนาย ตอนนี้เหลืออยู่เพียงไม่กี่หมื่นเท่านั้น!
ทว่าสภาพของหนิงลี่ยิ่งแย่กว่า สีผิวของนางกลายเป็สีขาวซีด ดูแก่ขึ้นหลายสิบปี ราวกับว่าอายุขัยใกล้จะหมดลง
หนิงลี่แสยะยิ้มและเช็ดคราบเืริมฝีปาก นางจ้องไปที่ชายวัยกลางคน
"เฟยหลง ในเมื่อเ้าอยากตายนัก ข้าจะทำให้เ้าได้สมหวัง!"
ได้ยินดังนั้น ทำให้เฟยหลงเกิดอาการหวาดหวั่น ทว่าคิดหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว...
อำนาจเจดีย์นิรันดน์ถูกปลดปล่อย ดวงดาวแหลกสลายเป็ผุยผง ห้วงอวกาศถูกทำลาย ทั่วทั้ง์สั่นะเืราวกับเป็วันสุดท้ายของพิภพ!
....................
ในตอนนั้นเองเยว่หานตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำมากมายในหัว
‘นี่มันเื่อะไรกัน! ข้าฝันไปงั้นรึ!?’
นึกถึงเื่ที่ฝัน เยว่หานก็อดขนลุกด้วยความหวาดหวั่นมิได้ เพียงแค่นึกถึงสายตาที่เยือกเย็นนั่น ก็ทำให้เขาแทบจะเสียสติแล้ว
‘เอ๊ะ นี่แผลของข้าหายไปหมดแล้วงั้นเหรอ... แล้วรอยสักนี่มัน…’
แผลเหวอะหวะที่ถูกสัตว์อสูรทำร้ายหายสนิทจนไม่ทิ้งร่องรอยให้เห็น รวมถึงกระดูกแขนที่หักก็หายดีแล้วด้วย!
รอยสักรูปเจดีย์เก้าชั้นปรากฏอยู่กลางหน้าอกเยว่หาน มันส่องแสงเจิดจ้าออกมาแว๊บหนึ่งโดยที่เยว่หานไม่รู้ตัว ก่อนจะกลับกลายเป็รอยสักธรรมดาเช่นเดิม
‘ช่างเถอะ ไม่มีเวลามาสนใจเื่นี้แล้ว ข้าควรรีบกลับไปหาเยว่ซินก่อน’
...ใช้เวลาเพียงไม่นาน เยว่หานก็มาถึงหมู่บ้าน ซึ่งเป็่กลางคืนพอดี จึงไม่มีผู้คนเดินผ่านไปมา ในมือของเขามีกระต่ายอยู่หนึ่งตัวที่จับมาได้ระหว่างทาง
เขารีบตรงไปที่บ้านทันที เพราะเขาเป็ห่วงน้องสาวตัวเองเป็อย่างมาก
"แอ๊ด..."
เยว่หานเปิดประตูเข้าไปในบ้าน ภาพที่เห็นทำให้เขารู้สึกทรมาณยิ่ง เขาเห็นเยว่ซินกำลังนอนร้องไห้อยู่คนเดียว ร่างกายของเธอซูบผอมลงมาก
เสียงเปิดประตูดังขึ้น เยว่ซินหันมามอง เมื่อพบว่าเป็เยว่หาน ทำให้เด็กสาวร้องไห้หนักกว่าเดิม
เยว่ซินวิ่งเข้าไปสวมกอดเยว่หาน และร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของพี่ชาย
"ฮือ… ท่านพี่… ขะ.. ข้าคิดว่าท่านจะทิ้งข้าไปแล้ว"
ได้ยินดังนั้นแล้วเยว่หานรู้สึกปวดใจเป็อย่างมาก เขาลูบหัวเด็กสาวเบาๆด้วยความเอ็นดู
"ข้าอยู่นี่เสี่ยวซิน… ไม่ต้องกลัวนะ ข้าจะไม่ทิ้งเ้าไปไหน"
"ทะ.. ท่านพี่ จะไม่ทิ้งข้าไปจริงๆใช่ไหม"
ดวงตาอันกลมโตของเด็กสาวจ้องมองเยว่หาน แก้มของนางเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
"จริงสิ ข้าจะโกหกเ้าทำไมล่ะเสี่ยวซิน"
เยว่หานตอบกลับด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น และใช้มือเช็ดคราบน้ำตาที่แก้มของเด็กสาว
ถึงแม้เขาจะพูดไปเช่นนั้น แต่เยว่ซินก็ยังไม่หยุดร้อง และยิ่งกอดเขาแน่นกว่าเดิม ราวกับกลัวว่าพี่ชายของตนจะหายไปอีกครา …จนเด็กผล็อยหลับลงบนตักเยว่หานในที่สุด
หางตาของเยว่ซินยังคงมีน้ำตาไหลอยู่ แม้ว่านางจะหลับไปแล้ว เื่ที่นางพบเจอมาคงมากเกินกว่าที่เด็กแปดขวบจะรับไหว
เยว่หานอุ้มเยว่ซินอย่างเบามือ และนำนางไปวางลงตรงที่นอน โดยที่นอนนั้นทำมาจากกองฟางเพียงเท่านั้น เพราะพวกเขาไม่มีเงินพอที่จะซื้อฟูกดีๆมาใช้
ทันใดนั้นเอง! เจดีย์กลางหน้าอกส่องสง่างเจิดจ้า ความทรงจำไหลเข้าสู่สมองเยว่หานอีกคราหนึ่ง
เพียงแต่ในคราวนี้เยว่หานไม่รู้สึกเ็ปอีกต่อไป
'นี่มัน...'
ภาพที่เขาเห็นเป็คัมภีร์เล่มหนึ่ง หน้าปกของมันสลักว่า 'เคล็ดบ่มเพาะกายากลืนกิน' เยว่หานรู้ว่านี่จะต้องเป็สมบัติชิ้นหนึ่งแน่นอน
ต้องทราบก่อนว่าเคล็ดบ่มเพาะนั้น จะมีไว้ให้ฝึกเฉพาะศิษย์ในสำนักเพียงเท่านั้น ซึ่งสำนักจะตั้งอยู่ในเมืองหลวงของมณฑลกงเหว่ย คนจากหมู่บ้านเล็กๆจึงไม่มีโอกาสได้เห็นมัน
เคล็ดกายากลืนกินมีทั้งหมด 9 ขั้น แต่เนื้อหาส่วนหลังของคัมภีร์เหมือนว่าถูกฉีกออกไป ทำให้เหลืออยู่เพียง 4 ขั้นแรกเท่านั้น
ขั้นที่หนึ่ง กลืนิญญา
ขั้นที่สอง กลืนนที
ขั้นที่สาม กลืนภูผา
ขั้นที่สี่ กลืนพิภพ
ตอนนี้เยว่หานสามารถใช้ได้เพียงขั้นแรกเท่านั้น เพราะเนื้อหาที่เหลือถูกผนึกอยู่ ราวกับว่ามันกำลังรอวันที่จะถูกปลดปล่อย
เยว่หานเริ่มการบ่มเพาะด้วยเคล็ดกายากลืนกินขั้นแรก
บรรยากาศรอบตัวเขาเหมือนมีออร่าสีขาวจางๆล้อมรอบอยู่ พลังงานรอบตัวถูกดูดซับเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างบ้าคลั่ง
...ผ่านไป 8 ชั่วโมง เยว่หานโคจรพลังเพื่อตรวจสอบร่างกายของตนเอง
'ข้าเข้าสู่ขอบเขตก่อรวมขั้นที่ 4 แล้วงั้นรึ!'
ก่อนหน้านี้เยว่หานมีพลังบ่มเบาะเพียงขอบเขตก่อรวมขั้นที่ 3 เท่านั้น โดยเขาได้เริ่มบ่มเพาะั้แ่อายุ 13 จนตอนนี้ก็อายุ 15 ปีแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้าสู่ขั้นที่ 4 เลยสักนิด
ทว่าหลังจากที่ได้โคจรเคล็ดกายากลืนกินก็ทำให้การบ่มเพาะเขาขึ้นมา 1 ระดับ นี่มันช่างน่าทึ่งเกินไปแล้ว!
'เอ๊ะ! ทำไมจุดตันเถียนของข้าถึงมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ล่ะ!'
เยว่หานแสดงสีหน้าตกตะลึงขึ้นอีกครั้งหลังพบว่าจุดตันเถียนของตนมีขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิมมันมีขนาดเพียงน้ำหนึ่งแก้วเท่านั้น ทว่าตอนนี้กลับใหญ่ขึ้นสองเท่า!
สำหรับผู้ฝึกยุทธแล้ว จุดตันเถียนถือเป็สิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะมันคือจุดที่สะสมพลัง ยิ่งมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ก็สามารถใช้พลังได้มากเท่านั้น
จุดตันเถียนของคนทั่วไปโดยปกติแล้ว จะค่อยๆมีขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามการบ่มเพาะ แต่ทว่าสำหรับเยว่หานแล้ว มันกลับมีขนาดเพิ่มขึ้นสองเท่าในคราเดียว
ช่างเป็เื่มหัศจรรย์และน่ายินดีอย่างยิ่ง!
ในแคว้นเยี่ยน ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปส่วนมากจะมีการบ่มเพาะไม่เกินขอบเขตก่อรวมขั้นที่ 9 โดยพวกเขาจะบ่มเพาะด้วยการฝึกฝนร่างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
และสำหรับผู้ที่มีขอบเขตก่อโลหิตขึ้นไป ก็จะมีสิทธิ์ได้เป็ศิษย์สายนอกของสำนัก
เมื่อพบว่าตนมีพลังบ่มเพาะเพิ่มขึ้นและจุดตันเถียนที่ใหญ่ขึ้น เยว่หานก็รู้ได้ทันทีว่าจะต้องเป็เพราะเจดีย์เก้าชั้นที่ตนเก็บมาได้อย่างแน่นอน.. นับว่า์เข้าข้างเขาแล้ว!