เรามาถึงร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งเป็ร้านประจำที่ผมชอบทาน วันนี้พี่หนึ่งอาสาเป็เ้ามือเลี้ยงย้อนหลังวันเกิดให้
"สั่งเลยนะ ตามใจเ้าของวันเกิด" เ้ามือพูดขึ้นด้วยท่าทางนิ่งๆตามสไตล์ พี่หนึ่งเป็คนที่ไม่ว่าคำพูดจะตลกหรือโมโหมากแค่ไหน แต่ท่าทางและสีหน้าก็ยังคงดูนิ่งเสมอ
"งั้นไม่เกรงใจแล้วนะครับ" ผมตอบกลับไปก่อนลงมือสั่งอาหารของตัวเองโดยไม่ลืมเผื่อทั้งสองคน
"ไอ้น้ำ ทำไมมึงกินน้อยจังวะ กินแบบนี้ไงเลยไม่โตกับเขาสักที"
"กูอายุยี่สิบห้าแล้วครับเพื่อน โตแล้วบอกเลย" ผมตอบเพื่อนตัวเองกลับไปพร้อมกับยักคิ้วกวนสองสามที
"เออ พูดถึงมึงก็อายุยี่สิบห้าแล้ว มีอะไรเปลี่ยนแปลงป่าววะ" เฟียสถามขึ้นอย่างสงสัย
"ยังนะ ยังปกติอยู่ แต่ปู่บอกว่าถ้ากูอายุครบยี่สิบห้าแล้วจะแยกออกว่าใครคน ใครไม่ใช่"
"มึงแน่ใจนะว่ามึงแยกออกแล้ว" เฟียสถามขึ้นด้วยสีหน้าเป็กังวล
"ปู่บอกแบบนั้นนะ อันที่จริงถ้าไม่มาแบบเละๆ กูก็ไม่รู้อยู่ดี"
"งั้นอย่างนี้ก็เหมือนเดิมป่ะวะ"
"ก็ไม่เชิง จริงๆกูก็รู้สึกนะว่าใครใช่ไม่ใช่ แต่ไม่ได้สนใจแล้วคิดเยอะมันเหนื่อย"
"ไอ้น้ำ แต่บางครั้งมึงก็ควรคิดป่าววะ แบบลองคิดนิดหนึ่งไรงี้" เฟียสพูดขึ้นก่อนคีบซูชิคำโตเข้าปาก
"เป็ห่วงกูถูกไหม?"
"ก็เออสิ เดี๋ยวได้เผลอไปคุยกับผีอีกมึงอะ"
"กูไม่ค่อยคุยกับคนแปลกหน้ามึงก็รู้"
"แต่วันนี้มึงคุย" เฟียสพูดขึ้นทำให้ผมนึกออก คุณพุฒเป็คนแรกที่ผมเดินเข้าไปคุย จริงๆแล้วผมค่อนข้างหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนแปลกหน้า แต่กับคุณพุฒผมกลับไม่ลังเลเลยที่จะเดินเข้าไปหา
"ไอ้น้ำ...น้ำมนต์ ไอ้น้ำ!" เฟียสะโเรียกผมเสียงดัง
"มึงจะะโทำไม คนมองทั้งร้านแล้ว"
"กูเรียกมึงนานแล้วน้ำมนต์ มึงเหม่ออะไร เป็อะไรหรือเปล่า"
"เปล่า ไม่ได้เป็ไร"
"มึงยังไม่ตอบกูเลย ทำไมมึงถึงคุยกับคนนั้น"
"คุณพุฒน่ะเหรอ"
"ใช่"
"ทำไมกูต้องเล่า" ผมกวนประสาทเพื่อนตัวเองกลับไปอีกครั้ง
"เล่าให้ฟังหน่อยน้ำมนต์ ว่าเราได้บัตรเข้างานประมูลมาได้ยังไง พี่แค่อย่างรู้น่ะ" พี่หนึ่งพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน
"อ๋อ~ พูดถึงเื่งานประมูลผมยังลุ้นไม่หายเลยพี่หนึ่ง" ผมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อนึกถึงการประมูลงานศิลปะอันดุเดือดที่ผ่านมา
"มีอะไรน่าตื่นเต้นครับ" พี่หนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
"โห พี่หนึ่ง พี่รู้ไหมครับว่าในห้องนั้นเขาประมูลกันดุเดือดขนาดไหน"
"ก็น่าจะประมาณหนึ่งมั่ง" พี่หนึ่งยังคงพูดขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
"ใช่ครับ ดุเดือดมากโดยเฉพาะงานภาพของพี่"
"ภาพพี่...ภาพไหน?" พี่หนึ่งถามขึ้น ผมแอบเห็นสีหน้าเ้าตัวที่เปลี่ยนไปในรอบวัน
"ก็ภาพศิลปะแนวแอ็บสแตร็ก-เอกซ์เพรสชันนิซึมของพี่ที่ถูกประมูลไปในราคาห้าแสนบาทไงครับ"
"วันนี้พี่ไม่ได้เอาภาพไปประมูลนะ อีกอย่างงานนี้ไม่น่ามีภาพแนวนั้น"
"อ่าว พี่หนึ่งไม่ได้เอาภาพไปประมูลหรอกเหรอครับ แต่มีภาพศิลปะที่เหมือนงานของพี่มากเลยนะครับ ผมนึกว่าเป็ของพี่หนึ่งสะอีก"
"มันเป็ยังไง สวยไหม?" พี่หนึ่งถามกลับมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์เหมือนเคย
"สวยครับ เป็รูปคล้ายๆผู้ชาย จมูกใหญ่ๆดูน่ากลัวๆ หน้าออกม่วงๆครับ" ผมอธิบายรายละเอียดของภาพเท่าที่พอจะจำได้
"เดี๋ยวๆ ไอ้น้ำนั้นมันภาพราคาห้าแสนจริงเหรอวะ" เฟียสถามขึ้นด้วยความสงสัย
"จริงสิ มันคือศิลปะแนวแอ็บสแตร็ก-เอกซ์เพรสชันนิซึมเชียวนะ! บางทีห้าแสนยังถูกไปเลย"
"เอกซ์...อะไรนะ?"
"แอ็บสแตร็ก-เอกซ์เพรสชันนิซึมครับเพื่อน"
"เดี๋ยวนะน้ำมนต์ ภาพที่เราว่า ผู้ชายคนในภาพใส่เสื้อสีขาวหรือเปล่า"
"เอ่อ เหมือนจะใช่นะครับ แต่จะดูเลอะๆหน่อย อาร์ตมากๆเลยครับ"
"นั้นไม่ใช่ภาพพี่หรอก เป็ของเพื่อนพี่เอง" พี่หนึ่งพูดขึ้นเสียงนิ่ง
"ที่แท้ก็เป็ของเพื่อนพี่นี่เอง ฝากบอกเขาด้วยนะครับว่างานของเขาผมชอบมากครับ!" พี่หนึ่งนิ่งไปทันทีที่ผมพูดจบ
"พี่น่าจะไม่ได้บอก แต่ไว้ถ้าน้ำมนต์เจอเขาก็...บอกเองเลย"
"เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่ภาพของเพื่อนพี่เพื่อนใหม่ผมเป็คนประมูลไปเองนะครับ"
"เพื่อนเรา?…ที่บอกเฟียสว่าเป็เพื่อนใหม่น่ะเหรอ"
"ใช่ครับ เจอกันที่แกลลอรี่วันนี้เอง คนนี้แหละครับที่ให้บัตรเข้างานประมูลกับผม"
"งานนี้คนที่ได้เข้างานไม่มีบัตรหรอก แต่ต้องจองไว้แล้วแสดงบัตรประชาชนก่อนเข้างาน ส่วนคนที่มีบัตรคือแขกพิเศษของทางแกลลอรี่ เพื่อนใหม่เราอาจเป็หุ้นส่วนของบริษัทในเครือพร้อมพุฒ"
"หุ้นส่วนเครือบริษัทพร้อมพุฒเหรอครับ? ผมว่าแล้วไงเพื่อนผมไม่ธรรมดาจริงๆด้วย"
"เพื่อนเราชื่ออะไรล่ะ เผื่อพี่จะรู้จัก"
"พุฒครับ เพื่อนผมชื่อคุณพุฒ"
"ชื่อ...อะไรนะ" พี่หนึ่งถามขึ้นด้วยสีหน้าอึ้งๆ
"พุฒครับ คนที่ให้บัตรผมเป็คนเดียวกันกับที่ประมูลภาพไป เขาชื่อพุฒครับ"
"บัตรเรา...ที่นั่งไหน" เสียงของพี่หนึ่งที่ถามกลับมาเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"A1 ครับ ด้านหน้าสุดเลย" ผมตอบกลับด้วยความภูมิใจในตัวเพื่อนใหม่
"......"
"พี่หนึ่งครับ พี่หนึ่งเป็อะไรหรือเปล่าครับ" ผมถามขึ้นเมื่ออยู่ๆพี่หนึ่งก็ดูนิ่งไป
"พี่หนึ่ง หนึ่งครับ หนึ่ง!" เฟียสเอ่ยเรียกแฟนตัวเองด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
"ฮะ! น้ำมนต์ว่าไงนะ" พี่หนึ่งเหมือนหลุดจากภวังค์ ก่อนเงยหน้าขึ้นมาถามผม
"พี่หนึ่งเป็อะไรไหมครับ ผมเห็นอยู่ๆพี่ก็เงียบไป"
"เปล่าๆ ไม่มีอะไร แต่พี่ขอถามอะไรเราหน่อยได้ไหม" พี่หนึ่งถามขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ดูสับสนไม่น้อย จนผมคิดว่าถ้าคนตรงหน้าจะดูดวง วันนี้ผมอาจต้องตัดใจดูให้แน่ๆ
"ได้สิครับ"
"เราเห็นผีจริงใช่ไหม" พี่หนึ่งถามผมด้วยสีหน้าจริงจัง
"เอ่อ...จริงครับ"
"......"
"แล้วเพื่อนใหม่เราเป็คนประมูลภาพไปเหรอ"
"ใช่ครับ"
"......"
"พี่หนึ่งมีอะไรหรือเปล่าครับ"
"พวกเรากินกันไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวพี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน"
"ให้ผมไปด้วยไหม"
"ไม่เป็ไรครับเฟียส เดี๋ยวพี่มา"
"แน่ใจนะ"
"ครับ"
[หนึ่ง พาร์ท]
หลังจากที่ได้ฟังเื่ราวของน้ำมนต์จากเฟียส ในตอนแรกผมคิดว่าน้องมันแค่อาจจะมีเซนต์ แต่หลังจากที่ได้คุยกัน ผมกลับเริ่มคิดจริงๆแล้วว่า น้ำมนต์อาจจะมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นและที่สำคัญ คนที่น้ำมนต์คุยด้วยวันนี้อาจจะเป็เพื่อนรักของผมที่จากไปแล้วก็ได้...
"อะไรดลใจให้มึงโทรหากู"ผมกดโทรศัพท์หาเพื่อนรักอีกคนด้วยความอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง
"วันนี้มึงประมูลภาพที่พุฒวาดไปเหรอ" ผมถามปลายสายขึ้นทันที
"ใช่ ไม่รู้ใครแม่งเอารูปพี่กูออกมาประมูล" น้ำเสียงเพื่อนผมฟังดูโกรธไม่น้อย
"สู้สุดใจเลยสิมึง"
"เออดิ รูปพี่กูมึงก็รู้กูหวงขนาดไหน"
"เออรู้ แล้วยังอยากได้ผู้ช่วยวิจัยอยู่ไหม"
"ทำไม"
"เดี๋ยวกูช่วยหา"
"อยากได้ อยากได้มากด้วย"
"ก็แค่นี้"
"มีคนแนะนำกูเหรอ"
"มี น่าสนใจมาก"
"ทำอาหารอร่อย?"
"มึงรับผู้ช่วยวิจัย ไม่ใช่แม่ครัว"
"ก็ถามดู เผื่อได้"
"กวนประสาทเหมือนเดิม"
"กูถามอีกเื่"
"ว่ามา"
"วันนี้มึงได้คุยกับคนแปลกหน้าไหม"
"ใคร?"
"คนแปลกหน้าหมายถึงคนที่มึงไม่เคยรู้จัก"
"ไม่นะ วันนี้เข้ามาประมูลภาพพี่กูเพราะเลขาโทรบอก เสร็จแล้วก็ออกมาเลย"
"แล้ววันนี้เจอใครแปลกๆไหม"
"หึ พูดถึงคนแปลกๆ กูเห็นคนหนึ่งชอบยืนพูดคนเดียว สงสัยคงเป็พวกจินตนาการสูงมั้ง"
"โอเค งั้นแค่นี้" ผมบอกเพื่อนเมื่อได้คำตอบที่้าครบแล้ว
"โทรมาหาในรอบปี ด้วยเื่แค่นี้?"
"ใช่" ผมกดวางสายพร้อมกับความคิดที่ค่อยๆเริ่มปะติดปะต่อกันจนเป็คำตอบ น้ำมนต์ไม่เคยเจอพร้อมและแน่นอนต้องไม่เคยเจอพุฒมาก่อน แสดงว่าคนที่น้ำมนต์คุยด้วยน่าจะเป็พุฒ
/// ทำไมพุฒถึงยังวนเวียนอยู่ไม่ไปไหน หรือสิ่งที่พร้อมสงสัยมันจะมีอะไรจริงๆ ///
[จบ หนึ่งพาร์ท]
"ไอ้น้ำ กูถามเื่หนึ่งดิ" เฟียสพูดขึ้นหลังจากพี่หนึ่งเดินออกไปได้สักพัก
"เื่อะไร"
"วันนี้เพื่อนเจอผีหรือยังครับ"
"กวนตีนเหรอ"
"กูถามมึงจริงๆ"
"วันนี้น่าจะไม่นะ"
"เหรอ~~~~"
"เออ~~~~"
"แล้วนี่เริ่มสมัครงานยัง"
"ยังเลย ว่าจะเริ่มส่งพอร์ตวันนี้แหละ"
"ให้กูช่วยหาไหม"
"ไม่เอาเครือโรงแรมมึง" ผมบอกเพื่อนตัวเองกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มจริงใจสุดๆ
"งั้นหาเองเลยเถอะ!" เฟียสตอบกลับเสียงดัง จนผมหัวเราะให้กับท่าทางของเพื่อนรักที่ดูจะเริ่มงอนเหมือนเด็กเข้าไปทุกวัน
.........
"ไปนานจังครับ~" เฟียสพูดขึ้นหลังจากที่พี่หนึ่งเดินกลับมาที่โต๊ะ
"แหม่ ~ เฟียส นานตรงไหนก่อนเพิ่งหายใจเข้าได้สองทีเองมั่ง" ผมแซวเพื่อนกลับไปอย่างขำๆ
"ของกูหายใจไปหลายทีแล้ว"
"เฟียส อย่าเว่อร์" พี่หนึ่งตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ผมหลุดขำกับอาการงอนของเพื่อนตัวเองอีกครั้ง
"พี่ได้ยินว่าเราหางานใหม่อยู่เหรอ" พี่หนึ่งนั่งลงบนโต๊ะอาหารพร้อมกับถามขึ้น
"ใช่ครับ ว่าจะเริ่มส่งพอร์ตพรุ่งนี้"
"สนใจแนวไหนล่ะ"
"ก็น่าจะวิจัยครับ"
"ทำงานแนวเดียวกับเฟียสเหรอ"
"ประมาณนั้นครับ แต่ผมไม่เก่งเท่าเฟียสนะ ไอ้นี่มันไม่ใช่คน" ผมพูดขึ้นก่อนที่เทมปุระกุ้งที่เหลือแต่แป้งจากมือของเฟียสจะลอยข้ามมาจานผม
"เราไม่ชอบตัวเลขเหรอ"
"ไม่ชอบครับ"
"แล้วทำไมถึงเรียนสถิติล่ะ เลขล้วนๆเลยไม่ใช่เหรอ" พี่หนึ่งถามผมด้วยความแปลกใจ
"ผมไม่ชอบเลขครับ แต่ถนัดและทำออกมาได้ดีเลยเลือกเรียนสายนี้"
"แล้วเราชอบอะไร"
"มันออกจะต่างกันนิดๆครับ คือ...ผมชอบวาดรูปกับทำอาหารน่ะครับ"
"เข้าทางมากๆ" พี่หนึ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มๆ
/// ทำไมพี่แกยิ้มน่ากลัวแปลกๆวะ ///
"สนใจลองทำงานกับเพื่อนพี่ไหม เป็ผู้ช่วยวิจัยการตลาด"
"จริงเหรอพี่หนึ่ง สนใจครับๆ"
"ทำไหม"
"ทำครับ" ผมตอบกลับด้วยความดีใจ ปู่กับย่าต้องดีใจมากแน่ๆที่ผมจะมีงานประจำทำแล้ว
"เดี๋ยวๆ ไอ้น้ำ ทำไมมึงใจง่ายอย่างนี้วะ ทีกับกูเสือกปฏิเสธ" เฟียสโวยวายขึ้นทันทีที่ผมพูดจบ
"กูไม่ชอบทำงานในโรงแรม ผีเยอะ"
"ไอ้น้ำไอ้สัด นั้นปากเหรอน่ะ"
"ก็เื่จริง"
"แล้วจะไม่ถามรายละเอียดพี่หน่อยเหรอ เื่งานเรา" พี่หนึ่งพูดขึ้นห้ามทัพผมสองคน
"เอ่อ ขอโทษทีครับพี่หนึ่ง ผมดีใจไปหน่อย แล้วสโคปงานประมาณไหนครับ"
"บริษัทที่เราจะไปทำ อยู่ในเครื่อพร้อมพุฒเป็บริษัทที่ขยายออกมาทำในส่วนของลอจิสติกส์ เพื่อนพี่มันอยากจะโปรโมตในช่องทางออนไลน์เพื่อทำการตลาดเลยจะหานักวิจัยมาช่วยดูงานวิจัยข้อมูลที่ได้ในส่วนนี้ด้วย แต่จริงๆแล้วก็เป็ผู้ช่วยของเพื่อนพี่โดยตรงเลยนั้นแหละ กึ่งๆเลขาน่ะ"
"อ๋อ ได้ครับ ถ้าเป็เื่งานวิจัยผมโอเค"
"งั้นเดี๋ยวพี่นัดเพื่อนให้ ถ้าได้วันสัมภาษณ์แล้วพี่จะให้เลขาติดต่อไป"
"ขอบคุณนะครับพี่หนึ่ง"
"ไม่เป็ไร พี่อาจจะมีเื่ให้เราช่วยอีกเยอะก็ได้"
"ได้เลยครับ จะให้ผมช่วยอะไรพี่บอกได้เลยนะ"
"งั้น...อธิบายรูปร่างหน้าตาของพุฒให้พี่ฟังหน่อยได้ไหม"
"......"
/// ทำไมดูพี่หนึ่งอยากรู้จักคุณพุฒจัง///
"เผื่อพี่รู้จักน่ะ พอดีพี่มีเพื่อนชื่อพุฒเหมือนกัน"
"อ๋อ~ ก็หล่อครับ ตอนเจอกันครั้งแรกที่สวนเซน คุณพุฒเป็คนที่บุคลิกดี ตาเฉี่ยวๆ จมูกโด่งมากครับแล้วก็...เหมือนคุณพุฒจะมีไฝที่ปลายจมูกด้วย แต่ตอนที่เห็นในงานประมูลคุณพุฒดูแตกต่างครับคงเพราะเปลี่ยนเสื้อเป็เสื้อยืดมั้งเลยดูน่ารักกว่าหน่อย"
"น่ารัก! มันน่ะเหรอน่ารัก" พี่หนึ่งะโขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ครับ?"
"คนที่งานประมูลดูน่ารักจริงเหรอ พอดีเพื่อนพี่ส่วนใหญ่ไม่ใช่แบบนั้นสักเท่าไหร่น่ะ"
"อ๋อ น่ารักจริงครับ ถึงตาคุณพุฒตอนอยู่ในงานจะเหมือนดุๆหน่อย แต่ก็ยังน่ารักครับ"
"ไอ้น้ำ มึงไม่เคยชมใครแล้วหน้าบานขนาดนี้เลยนะ" เฟียสพูดขึ้นพร้อมกับจ้องมาที่ผมอย่างจับผิด
"หน้าบานอะไรของมึง"
"แล้วน้ำมนต์ชอบคนไหนมากกว่า" พี่หนึ่งถามขึ้นเสียงนิ่ง
"ครับ? คนไหนอะไรครับ?"
"พี่หมายถึง แล้วชอบคนชื่อพุฒแบบไหน"
"ทุกแบบครับ เพื่อนผมดูดีทุกแบบเล๊ยย"
"ฮ่าๆๆๆ อยากให้น้ำมนต์ไปทำงานไวๆจัง" พี่หนึ่งหัวเราะพร้อมพูดอะไรแปลกๆ
/// สงสัยพี่หนึ่งอยากให้เรามีงานทำเร็วๆ...มั้ง ///
***Rw