“ิญญาร้ายแกมาจากไหน ถึงมาคอยหลอกหลอนผู้คนให้หวาดกลัว!” ฉินเฉาใ เขาเห็นผู้หญิงยืนขึ้นแล้วรีบเอาทัดผมใบหู มันทำให้ฉินเฉาสามารถเห็นหน้าของเธอได้ชัดเจนยิ่งขึ้น กลับกลายเป็ว่าเธอไม่ใช่ผี แต่เป็สาวสวยที่มีใบหน้าแสนคุ้นเคย
“อ้าวเฮ้ย ผู้อำนวยการซู ทำไมคุณมาวิ่งซนแถวนี้?”
หญิงสาวเห็นหน้าฉินเฉา สีหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความประหลาด เพราะเธอกำลังเห็นสัตว์ประหลาดตาเขียวผมแดง มีเกล็ดสีดำปกคลุมไปทั่วร่าง แต่แค่ชั่วพริบตาเขาก็กลับกลายเป็ยามของโรงเรียนดั้งเดิม?
ยิ่งกว่านั้นหน้าตาของยามคนนี้ดูคุ้น ๆ
สาวสวยไม่ได้พูดอะไร เธอหยิบไฟฉายออกมาแล้วส่องไฟไปที่หน้าฉินเฉา
“เห้ยยยย∼ นายเองเหรอ แค่ไม่เจอกันไม่กี่วัน แต่ในใจของนายก็มีแต่พี่สาวของฉันซะแล้ว!” ‘ซูเฟย’ คนนี้ร้องะโออกมา เอามือปิดปากด้วยความใ เธอขมวดคิ้วยิ้มออกมาแล้วพูด “เอ๋? ทำไมพี่ฉัน ให้นายไปเป็ยาม?”
“ก็ใช่น่ะสิ ผมเป็ยามที่นี่” ฉินเฉารู้สึกแปลก ๆ หรือบางทีผู้อำนวยอาจจะความจำเสื่อม? “ก็คนให้ผมรับงานนี้”
“เ้าคนโง่ ฉันก็เพิ่งบอกนายไปหยก ๆ ว่าฉันไม่ใช่พี่ซูเฟย ฮิ ฮิ” ทันใดนั้นคุณนายน้อยก็หัวเราะ “ถึงพวกเราจะสวยทั้งคู่ก็เถอะ แต่ก็คนละคน!”
จากนั้นคุณนายน้อยก็เดินวนรอบ ๆ ตัวของฉินเฉา ฉายไฟใส่เขาขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนเธออยากจะชำแหละร่างกายของเขาเพื่อเรียนเกี่ยวกับกายวิภาค
“เธอคือซูจี?” ฉินเฉาสังเกตเห็นเส้นผมสีแดง จากนั้นเขาก็ตบหน้าผากตัวเอง
“ก็แหงแซะน่ะสิ มันก็ต้องเป็สาวสวยคนนั้นอยู่แล้ว! ขอบคุณสำหรับครั้งล่าสุดนะ แม้ว่านายจะช่วยฉัน แต่นายก็ยังได้รับประโยชน์จากสาวงามคนนี้”
ทันใดนั้นฉินเฉาก็จำได้ว่า คุณนายน้อยคนนี้เคยเรียกเขาว่าสามี ด้วยรูปร่างที่คุ้นเคย ทันใดนั้นหัวใจของฉินเฉาก็รู้สึกอบอุ่น มันคงจะดีถ้าเขามีผู้หญิงแบบนี้เป็แฟน
ภายหลัง เขาจำได้ว่าสิ่งที่ยั่วยวนใจเขาที่สุดของซูจีคือเรียวขาที่เฟอร์เฟ็ค หัวใจของเขาอดสั่นไม่ได้
“ไปตายซะ ทำไมพวกผู้ชายแบบนายถึงชอบคิดแต่เื่สัปดนนักนะ!” ซูจีเห็นสายตาชั่วร้ายของฉินเฉา ทันใดนั้นเธอก็กำหมัดแล้วชกไปที่หน้าอกของเขา
“อุ้ย! ซูจีคนสวย เราเพิ่งเจอกันสองครั้งเอง ยังไงก็กรุณากับผมหน่อยเถอะครับ”
แม้ว่าสภาพแวดล้อมที่นี้จะไม่ค่อยโรแมนติก แต่การได้พบกับสาวสวยอีกครั้งนับว่าเป็โชคอย่างหนึ่ง ดังนั้นฉินเฉาจึงยกมือขึ้นเหมือนสุภาพบุรุษ
ป้าป! ซูจียังคงยื่นมือเล็ก ๆ ของเธอแล้วต่อยเล่น ๆ ไปที่ฝ่ามือของฉินเฉา หัวเราะ “ตาซื่อบื้อเอ๊ย ครั้งเจอกันมา 3 ครั้งแล้วย่ะ”
“เอ๋?” ฉินเฉามองอย่างแปลกใจ “นอกจากสวนสาธารณะเฉาหยางกับที่นี่ เราพบกันที่ไหนอีก?”
“ตาซื่อบื้อเอ๊ย นายลืมแล้วเหรอ นายแย่งมือถือฉันไปไงเล่า” ซูจีหยิบไอโฟนออกมาจากกระเป๋าถือ แล้วส่ายมันไปมาตรงหน้าฉินเฉา
“เฮ้ย! เธอนั่นเอง!” ทันใดนั้นฉินเฉาก็จำได้ จากนั้นเขาก็คิดสำนวนสวย ๆ ขึ้นมาพูด “เฮ้อออ โชคชะตาช่างชักพาสองเรามาพบกัน”
“หือ?” ฉินเฉาสังเกตความแตกต่างระหว่างซูจีแล้วพี่สาวของเธอ ซูเฟยมักจะมีอารมณ์เ็า ขณะที่ตาของซูจีเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์
“ฉันคิดว่านายดูแปลก ๆ ” ซูจีพูด ทันใดนั้นก็เอากล่องเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ออกมาจากกระเป๋า จากนั้นกวาดมันบนร่างของฉินเฉา
ทันใดนั้น ปี๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ อุปกรณ์ก็ส่งเสียงแหลมออกมา ขณะอุปกรณ์กวาดผ่านร่างกายฉินเฉา ไฟสีแดง 5 ดวงบนนั้นสว่างทั้งหมด
ซูจีตกตะลึงกับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น มองฉินเฉาอย่างว่างเปล่าไร้คำพูด
“สิ่งนี้คืออะไร?” อารมณ์ของฉินเฉาแปลก ๆ หลังจากมองดูอุปกรณ์ในมือซูจี ในตอนนั้นเองเขาพบว่าวันนี้ซูจีไม่ได้สวมประคำ
“EMF” ซูจีเหมือนถูกบังคับให้พูด พึมพำกับตัวเอง “ชิ้นส่วนของมันสามารถตรวจจับิญญาได้”
จากนั้นซูจีสะดุ้งแล้วพูดอย่างมีเสน่ห์ “ที่แท้แล้วนายก็เป็ผี! ฮ่า ดูพลังน้ำศักดิ์สิทธิ์ของฉัน!”
สาวสวยร่ำร้องแล้วเอาขวดน้ำแร่ออกมาจากกระเป๋าถือของเธอ เธอรีบเปิดฝาสาดน้ำใส่หัวของฉินเฉาทันที
ฉินเฉายังคงไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาเปียกั้แ่หัวจรดเท้า ความเปียกนี้รู้สึกเหมือนปลาที่อยู่ในสระ เหมือนหนูที่ถูกถ่วงน้ำ
“ธะ เธอกำลังทำอะไร?” ฉินเฉามึนงง เขามองอย่างว่างเปล่าไปที่ซูจี
“โอ้ แม้แต่น้ำศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้ผล!” ซูจีสะดุ้งตื่นอีกครั้ง จากนั้นเธอก็เอาห่อพลาสติกที่มีสัญลักษณ์เกลือออกมา
“งั้นลองเกลือนี่!” เหมือนกับครั้งก่อน เธอสาดเกลือใส่ร่างฉินเฉา โอ้ เยี่ยม หลังจากอาบน้ำ ตอนนี้ก็อาบเกลือ ฉินเฉารู้สึกว่าปากของเขาเค็มหน่อย ๆ เขาอยากจะร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตา
“คนสวย ไม่ลองเพิ่มพริกไทยดำหน่อยล่ะ นี่เธอจะทำบะหมี่หรือไง?”
“แปลก” เมื่อเห็นว่าวิธีปราบผีทั้งสองใช้ไม่ได้ ซูจีอดไม่ได้กัดนิ้วโป้งตัวเอง กะพริบตาปริบ ๆ มองเขาแล้วพูดว่า
“ทำไมวิธีที่ฉันเรียนจากทีวีถึงใช้ไม่ได้ล่ะ”
“รายการอะไรที่สอนให้เธอจับผี?”
“มันเป็ซีรี่ย์เกี่ยวกับการล่าผี” ซูจีตอบอย่างน่ารัก ฉินเฉาหมดคำจะพูด เขาถูกจัดการอย่างราบคาบโดยคุณหนูทั้งสองของตระกูลซู คนรวยเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ได้เหมือนกับซูเฟย ฉินเฉายากที่จะรับมือกับสาวสวยแบบซูจี
เมื่อเขากำลังจะอธิบาย ตาของฉินเฉาทันใดนั้นก็เป็ประกายด้วยความใ
“ดูนั่น!” สาวสวยกลายเป็ประหลาดใจ เมื่อเธอเห็นมือซ้ายของฉินเฉากอดเอวเล็ก ๆ ของเธอ ขณะที่มือขวาคว้ากระบองไฟฟ้าของเขา
ดวงตาของซูจีเห็นสัญญาณตื่นเต้นเป็อย่างมาก เธอเห็นร่างขาวโพลนพุ่งเข้ามาในตำแหน่งที่พวกเขาทั้งคู่ยืนอยู่ แต่ฉินเฉาแกว่งกระบองในมือแล้วฟาดใส่ร่างขาวนั้น
ทันใดนั้นควันก็พุ่งออกมาจากกระบองไฟฟ้า จากนั้นก็มีเสียงโหยหวนดังขึ้น นั่นเป็ตอนที่กระบองไฟฟ้า ฟาดใส่ร่างขาว ๆ นั่น จากนั้นมันก็หายไปในอากาศอีกครั้ง
“แปลกแฮะทำไมกระบองไฟฟ้าถึงมีปฏิกิริยาแบบนั้น?” ฉินเฉาใ เขาเห็นน้ำหยดจากกระบองแล้วเห็นเกลือเคลือบอยู่ หัวใจของเขากระตุก หรือนี่คืออำนาจของสิ่งที่เรียกว่าน้ำศักดิ์สิทธิ์กับเกลือปลุกเสก?
สำหรับซูจีแล้ว สองสิ่งนี้มีค่าอย่างมาก แต่มันไม่มีผลกับฉินเฉา
“ซูจี ไปจากที่นี่กันเถอะ เร็ว!” ฉินเฉาไม่อยากให้ซูจีอยู่ที่นี่ต่อไป มันอันตรายอย่างมาก ิญญาร้ายนี้เก่าแก่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถจัดการมันได้
“ปัง!” ทันใดนั้นประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปก็ปิดเองอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเสียง ‘คลิก’ ซึ่งหมายความว่าประตูถูกล็อกจากมือที่มองไม่เห็น
“โธ่เอ๊ย! ไม่นะ!” ซูจีตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนร่างกายแข็งค้าง ฉินเฉาก็รู้สึกใเช่นกัน ทันใดนั้นก็มีบางอย่างแว๊บผ่านตาเขาไป
“เหมือนผีตนนี้จะเหงา เธอเลยหาคนมาอยู่เป็เพื่อน” เมื่อฉินเฉาัักับร่างที่เต่งตึงของซูจีอีกครั้ง ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าความกลัวของเขาหายไปอย่างสิ้นเชิง จนตอนนี้สามารถพูดด้วยน้ำเสียงสุขุมเยือกเย็นอย่างที่สุด “ถ้าเหงาขนาดนั้น ทำไมไม่ลองให้หนุ่มหล่อคนนี้อยู่เป็เพื่อนคุณหน่อยเหรอ!”
หลังจากพูดฉินเฉาก็ค่อย ๆ ก้าวถอยหลัง ร่างพิงเข้ากับหน้าต่างบานหนึ่งบนกำแพง
“หลับตาซะ” เขายื่นมือดึงซูจีให้เข้ามาใกล้กับเขา จากนั้นกระซิบที่ข้างหูเธอ
“อะไรนะ?” ซูจีไม่เข้าใจความหมายของคำที่เขาพูด ทันใดนั้นฉินเฉาก็ะโเอาไหล่กระแทกใส่หน้าต่างพุ่งตัวออกไป เคร้งงงง!!! เสียงพุ่งชนดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ เศษกระจกหน้าต่างแตกกระจาย ขณะที่ฉินเฉากอดซูจีมาถึงด้านนอกของตึก เป็เพราะข้างนอกมีแสงจันทร์สาดส่องไฟถนนยังคงส่องสว่างอยู่ตลอด ย่อมดีกว่าโถงข้างในที่มืดสนิท
“รออยู่นี่!” ฉินเฉาปล่อยซูจีออกจากอกของเขา แม้ว่าความรู้สึกที่ได้กอดกับสาวสวยหุ่นดีจะดีต่อใจมากก็ตาม แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมาะสม เขาจึงข่มจิตใจปล่อยซูจีลง จับเศษแก้วแล้วะโเข้าไประเบียง
“เฮ้!” ซูจีใ แต่เธอก็ไม่กล้าเข้าใกล้หน้าต่างมืด ๆ
“โรยเกลือเป็วงกลมรอบตัวเธอ อย่าออกไปไหน!” เสียงของฉินเฉาลอยออกมาจากหน้าต่าง จากนั้นเธอได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาค่อย ๆ จากไป
“ฉะ ฉันไม่มีเกลือเหลือแล้ว” ซูจีนั่งลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับ แต่เมื่อฉินเฉาหายไปอย่างสมบูรณ์ซูจีก็นอนอยู่บนพื้นพร้อมกับะเิเสียงหัวเราะออกมา
“ต้องใช่แน่ ๆ ชายคนนี้เป็ผู้ฝึกตน” ในตอนนี้เองเธอขมวดคิ้วแล้วก็ะโลอยตัวขึ้น เธอดึงสร้อยประคำออกมาจากกระเป๋า แล้วมองหันกลับไปข้างหลัง
“ใคร!”
ทันใดนั้นเงาสีขาวก็ปรากฏตรงหน้าเธอ แต่ภายใต้แสงสีทองของประคำในมือ เงาสีขาวนี้ไม่กล้าเข้ามา
“หืม งั้นโรงเรียนนี้ก็ไม่ได้มีผีแค่ตนเดียว” ซูจีหมุนรอบตัวมุมปากของเธอมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น “มาดูกัน ผู้ฝึกตนปีศาจ ความสามารถอะไรที่นายมี”
จากนั้นเธอเอาประคำออกไปแล้วขว้างกระเป๋าลงพื้น ปราศจากการปกป้องจากประคำทองคำ ผีตนนั้นร้องโหยหวนรีบเข้าไปในร่างซูจี
ดวงตาที่ปกติสดใสของซูจีก็กลายเป็ขุ่นมัว เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพื้น จากนั้นเดินไปช้า ๆ เข้าไปในทางเดินของตึกเรียนบริหาร
สิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับซูจีฉินเฉาไม่รู้ ปัจจุบันเขาอยู่ในร่างของปีศาจ ตาสีเขียวทั้งคู่มองกลับไป กวาดสายตาไปทั่วชั้นสองของหอพักชาย
เขาไม่เปิดประตูด้วยกุญแจอีกต่อไป เขาใช้ขาถีบประตูที่ปิดผนึกอยู่เดินเข้าไปค้นหาผีที่ซ่อนตัวอยู่
“ออกมา ออกมาเดี๋ยวนี้ เธอตายมานานแล้ว คงเหงามากสินะ ฉันมาช่วยเธอแล้ว!” ฉินเฉากำโซ่จับิญญาแน่นค้นหาเงื่อนงำในโถงทางเดินที่มืดสนิทนี้
ทันใดนั้นผีก็ปรากฏตัวออกมาแวบนึงแล้วก็หายไป เขารู้สึกโมโหผีตนนี้เป็อย่างมาก เพราะมันพยายามฆ่าเขากับซูจีอย่างชัดเจน ิญญาร้ายประเภทนี้เขาต้องกำจัดทิ้งให้สิ้นซาก
ปัง! ฉินเฉาเตะประตูห้องนอน มันไม่มีอะไรนอกจากเตียงนอนข้างใน
“บัดซบ เธอไปไหน!” ขณะที่เขากำลังหมุนตัว หางตาของเขาก็เห็นเงาขาว ๆ ลอยอยู่มุมหนึ่งของห้องนอน
เงาสีขาวนี้ เป็ผีผู้หญิงผมดำ ผมของเธอกระเซอะกระเซิงปรกหน้าเผยให้เห็นเพียงั์ตาสีดำ
ฉินเฉารู้สึกขนลุก แต่เขาวิเคราะห์แล้วว่าตอนนี้เขาไม่ใช่ปีศาจใหญ่ในนิกายโล่วชา แต่เขาเป็ผู้ฝึกตนนี่เป็การอนุญาตฉินเฉา หลังจากได้รับผลกระทบจากความหวาดกลัว เขาปลดปล่อยจิตสังหารที่แปลกประหลาดออกมา
“คำราม!” ทันใดนั้นปากของเขาก็ะโด้วยเสียงที่คนธรรมดาไม่สามารถทำได้ออกมา มันเหมือนกับเสียงฟ้าผ่า ทำให้โถงทางเดินสั่นะเื
ทำให้ร่างกายของผีสั่นอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้การหลบหนีของเธอช้าไปชั่วขณะ แต่ฉินเฉาได้หันกลับไป ตอนนี้ได้เผชิญหน้ากับผี เขาขว้างโซ่จับิญญาไปที่ผีตนนั้น
โซ่จับิญญานี้สร้างมาจากเหล็กหลอมละลายในนรก มันถูกสร้างมาไว้จับภูตผีแล้วปีศาจโดยเฉพาะ เป็สิ่งที่ผีทุกตนล้วนหวาดกลัว
ผีสาวนางนี้ล้มลงพื้น เมื่อถูกโซ่จับิญญาขว้างใส่ เธอก็กรีดร้องโหยหวนด้วยความเ็ปแล้วเริ่มที่จะหนี
แต่ฉินเฉาจะปล่อยสิ่งที่จะสร้างปัญหาในอนาคตไปได้อย่างไร โซ่จับิญญาของเขาเหมือนกับงูที่ฉลาด มันเลื้อยคดเคี้ยวอยู่ในอากาศไล่ล่าขวาจับผีสาวราวกับมีชีวิต
“มานี่!” ฉินเฉากระตุกโซ่เบา ๆ ร่างของผีสาวที่ลอยอยู่ก็ถูกลากมาตรงหน้าเขา
“กรี๊ดดดดดดดด!” ผีสาวกรีดร้อง ทันใดนั้นก็ยื่นกรงเล็บออกมา เธอ้าจับฉินเฉา
“จะไม่มีการลงโทษ!” ฉินเฉาจ้องไปในตาของเธอ เขาปลดปล่อยกรงเล็บเกล็ดสีดำออกมา ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว เขาปัดกรงเล็บของผีสาวออกไป จากนั้นก็ทะลวงเข้าไปในิญญาของเธอ
“ไปสู่สุคติเถอะ!” ดวงตาที่กลวงโบ๋ของผีสาว ท้ายที่สุดก็แสดงร่องรอยความหวาดกลัวอย่างสุดชีวิตออกมา ฉินเฉาเปิดใช้งานความสามารถ ทันใดนั้นิญญาผีตนนี้ก็กลายเป็แสงสีขาวลอยเข้าสู่มือเขาอย่างรวดเร็ว
จบตอน#