เสวียนเทียนชิงเข้าเมืองหยกขาวมุ่งหน้าไปศาลากล้วยไม้ราตรีเื่นี้ไม่ใช่ความลับเพราะขบวนรถม้าของเขาใหญ่โตจนยากจะหลบซ่อนได้เมืองหยกขาวนั้นเป็ของตระกูลฉินอีกทั้งคำว่า ’เป็ของ’คำนี้ไม่ได้หมายถึงปกครองโดยตระกูลฉินแต่ทั้งเมืองถือเป็สมบัติของตระกูลฉินอย่างแท้จริงในอดีตก่อนยุคจักรพรรดิไท่ผิงเคยมีราชวงศ์ฉินมาก่อนและที่เมืองหยกขาวแห่งนี้ก็คือเมืองหลวงในสมัยนั้นจวนอ๋องที่ตั้งอยู่ในเขตชั้นในแม้จะถูกปรับแต่งลดลงมาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาต่อราชวงศ์แต่ก็ยังใหญ่โตจสามารถเรียกได้ว่าเป็พระราชวังแห่งหนึ่ง!
อีกอย่างเพราะเป็เชื้อพระวงศ์ยุคก่อนดังนั้นจักรพรรดิไท่ผิงจึงแต่งตัวหัวหน้าตระกูลฉินในยุคนั้นขึ้นเป็อ๋องและยังอนุญาตให้มีการสืบทอดตำแหน่งอ๋องกับสายเืตระกูลฉินอีกด้วยทุกวันนี้หากนับตามศักดินากันจริงๆฐานะของตระกูลฉินยังเหนือกว่าตระกูลเสวียนด้วยซ้ำ
ั้แ่สามวันก่อนที่เสวียนเทียนชิงจะมาถึงเมืองหยกขาวในจวนอ๋องก็มีงานเลี้ยงใหญ่โตที่จัดขึ้นโดยท่านอ๋องน้อยงานเลี้ยงครั้งนี้มีผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์มากมายมาเข้าร่วมขอเพียงมีความคิดสักหน่อยก็เดาได้ไม่ยากว่าเื่นี้ต้องเกี่ยวข้องกับเสวียนเทียนชิงคนรุ่นก่อนยังไม่ลงมือก็ถือว่าเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ดังนั้นท่านอ๋องน้อยผู้นี้ไม่เพียง้าล้างความอัปยศเมื่อกาลก่อนแต่ยังคิดจะอาศัยชื่อเสียงครั้งนี้ถีบตัวเองขึ้นมาในแดนเบญจภพด้วย!
“เขาไปที่ศาลากล้วยไม้ราตรีข้อรับ”
ในตำหนักใหญ่หลังจวนเสียงของบ่าวชราดังขึ้นคนที่อยู่ในห้องนี้ก็คืออ๋องน้อยตระกูลฉินอายุของเขายังน้อยกว่าเสวียนเทียนชิงอยู่สองปีแต่การฝึกฝนกลับมาถึงระดับหลอมกลั่นขั้นที่เก้าแล้วหากให้เวลาอีกปีหนึ่งก็ไม่แน่ว่าจะเหยียบเข้าขั้นเบิกิญญาได้ในตอนที่อายุเท่ากับเสวียนเทียนชิงอ๋องน้องผู้นี้นับว่าถูกวางตัวเอาไว้ให้เป็คู่แข็งแข่งของเสวียนเทียนชิงในอนาคตแน่นอนว่านี่เป็ความหวังของตระกูลฉินแต่สำหรับเสวียนเทียนชิงแล้วเขาไม่เคยเห็นอ๋องน้อยผู้นี้อยู่ในสายตาเลย!
“เฮอะเขาคิดว่าศาลากล้วยไม้ราตรีจะช่วยเขาได้เขาจริงหรือ? หลายวันก่อนพึ่งจะสู้กับปรมาจารย์ขั้นสามมาทั้งยังมีข่าวว่าได้รับาเ็หากข้าเดาไม่ผิดเ้าเสวียนนั่น้าอาศัยศาลากล้วยไม้ราตรีเพื่อรักษาอาการาเ็เป็แน่อย่าปล่อยให้เขาได้สมหวัง!”
“ขอรับท่านอ๋องน้อย”
บ่าวชราตอบรับก่อนจะเดินถอยออกจากตำหนักไปส่วนด้านในตำหนักนั้นอ๋องน้อยแซ่ฉินผู้นี้ก็คือฉินลู่ป๋อ เขาเป็บุตรคนเล็กของฉินอ๋องที่ถูกตามใจมาตลอดสามปีก่อนเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นแต่พี่ชายของเขาหรือก็คือฉินเจวียนจงไม่เพียงอยู่ในเหตุการนั้นแต่ยังแพ้ให้กับเสวียนเทียนชิงด้วย!
ย้อนกลับไปตอนที่เสวียนเทียนชิงสู้กับปรมาจารย์เฝิ่นนั้นเคยกล่าวอยู่ครั้งหนึ่งว่าวิชาดาบัครามของปรมาจารย์เฝิ่นเทียบไม่ได้กับฉินเจวียนจงเมื่อสาวปีก่อนฉินเจวียนจงนับเป็คนอีกรุ่นหนึ่งตอนนี้ผ่านมาสามปีเขาบรรลุขั้นปรมาจารย์ไปแล้วตอนนี้ทั่วแดนเบญจภพไม่ใช่ว่าไม่มีอัจฉริยะรุ่นเยาว์อยู่เลยถึงได้มีแต่คนรุ่นก่อนมาสู้กับเสวียนเทียนชิงแต่เป็เพราะว่ารุ่นเยาว์อย่างพวกฉินเจวียนจงนั้นกำลังเตรียมตัวเพื่อเข้าหอฟ้าเก้าอักษร
คนในรุ่นเดียวกับฉินเจวียนจงนั้นทั่วแดนเบญจภพมีอยู่ไม่น้อยทั้งยังแข็งแกร่งอย่างยิ่งอัจฉริยะในรุ่นนี้ล้วนห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดมาตลอดทั้งยังมีชื่อเสียงเลื่องลือจนถูกเรียกว่ายุคแห่งบุพผาที่เบ่งบานไม่เหมือนกับในรุ่นปัจจุบันที่เกือบทุกคนถูกเสวียนเทียนชิงกดเอาไว้ใต้ฝ่าเท้า!
ฉินลู่ป๋อแสยะยิ้มเย็นคิดถึงแผนการมากมายที่จะจัดการกับเสวียนเทียนชิงสุดท้ายเขาก็เดินไปหยิบดาบทองแดงเล่มหนึ่งที่วางอยู่ขึ้นมาก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากตำหนักไปถึงเขาจะเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองมากแค่ไหนก็รู้ดีว่าเป็เื่ยากที่จะเอาชนะเสวียนเทียนชิงด้วยตัวเองแต่เป้าหมายของเขาคือการกำจัดเสวียนเทียนชิงไม่ใช่การเอาชนะเสวียนเทียนชิงด้วยตัวเองเสียหน่อย!
“ที่นี่คือเมืองหยกขาว...เ้าเข้ามาแล้วก็จงอยู่ที่นี่ตลอดไปเสียเถอะ!”
***
ศาลากล้วยไม้ราตรี...สถานที่แห่งนี้คือสถานบันเทิงครบวงจรไม่ว่าจะเป็สุรานารีหรือการละเล่นล้วนมีอยู่ครบครัน สถานที่เช่นนี้สามารถเปิดในวงแหวนชั้นในของเมืองหยกขาวได้ย่อมต้องมีเื้ัยิ่งใหญ่เป็ธรรมดาอีกอย่างที่ศาลากล้วยไม้ราตรีนั้นไม่ได้มีแค่อบายมุขแต่ยังมีความพิเศษอีกอย่างที่ขึ้นชื่อก็คือบ่อสงบใจ
เสวียนเทียนชิงเดินนำเข้ามาในศาลาใหญ่โดยมีสาวใช้ทั้งสองคอยประคองร่างกายของเขาอ่อนแอมาจริงๆ แม้แต่สีหน้าก็ยังซีดจางไร้เืฝาด
“ท่านหญิงจัดการทุกอย่างไว้ให้แล้วเชิญคุณชายเสวียนทางนี้เ้าค่ะ”
เสวียนเทียนชิงเลือกมาศาลากล้วยไม้ราตรีย่อมมีเหตุผลพอมาถึงสาวใช้ใบหน้างดงามผุ้หนึ่งก็เดินเข้ามากล่าวกับเสวียนเทียนชิง การเดินทางของเขาไม่ใช่ความลับดังนั้นเป็เื่ปกติที่ศาลากล้วยไม้ราตรีจะรู้เสวียนเทียนชิงพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินตามไป
สถานที่แห่งนี้กินอาณาเขตกว้างขวางมากภายในนอกจากศาลาใหญ่ที่เป็ศูนย์กลางแล้วยังมีศาลาเล็กอีกหกหลัง ทั้งน้ำตกูเาจำลองก็มีให้เห็นสมกับเป็สถานที่พักผ่อนชั้นเลิศในเมืองใหญ่จริงๆที่พักของเสวียนเทียนชิงอยู่ในศาลาเล็กด้านหลังล้อมรอบไปด้วยูเาจำลอง แค่มองก็รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ใครจะเข้ามาพักได้ง่ายๆต่อให้มีเงินมากแค่ไหนหากท่านหญิงไม่อนุญาตก็อย่าหวังว่าจะได้เข้ามาเลย
“ตอนนี้ท่านหญิงดูแลแขกคนสำคัญอยู่จึงไม่สะดวกพบคุณชายนางฝากมาบอกว่าให้ท่านพักผ่อนอย่างสบายใจขอเพียงท่านอยู่ในศาลากล้วยไม่ราตรีก็ไม่ต้องกังวลอะไรเ้าค่ะ”
“ขอบใจเ้ามากรอข้าฟื้นตัวเมื่อไหร่จะไปพบท่านหญิงเอง”
สาวใช้ค้อมตัวเล็กน้อยก่อนจะออกจากศาลาเล็กไปที่ศาลาเล็กแห่งนี้ไม่ได้มีแค่เสวียนเทียนชิงคนเดียวที่อาศัยอยู่ รอบๆ ศาลาเล็กมีตำหนักอยู่หกหลังกระจายอยู่ตามูเาจำลองและน้ำตกทำให้ทิวทัศน์และบรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้นตำหนักของเสวียนเทียนชิงอยู่ริมน้ำตกใกล้กับป่าไผ่ถือเป็จุดที่ดีที่สุดของศาลาเล็กแถบนี้แล้ว
“พวกเ้าไปพักเถอะข้าจะออกไปเดินเล่นเสียหน่อย อยู่ที่นี่ไม่มีใครกล้าลมือง่ายๆหรอก”
เสวียนเทียนชิงกล่าวกับสาวใช้ทั้งสองหลายเดือนมานี้พวกนางเหน็ดเหนื่อยมากจริงๆไม่เพียงแค่คุ้มกันเสวียนเทียนชิงแต่ยังต้องสู้กับศัตรูหลายครั้งต่อให้ไม่ได้รับาเ็อะไรก็ควรใช้เวลาทำความเข้าใจประสบการณ์ที่ได้รับมาจากการต่อสู้
เสวียนเทียนชิงเดินออกจากตำหนักไปทางป่าไผ่หลายวันมานี้นอกจากการาเ็ทางิญญาแล้วสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อเขามากที่สุดก็คือใจที่หงุดหงิดร้อนรุ่มศาลากล้วยไม้ราตรีเป็ที่หลบภัยที่ดีแต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงที่เขามาที่นี่ตอนนี้ที่เขา้าก็คือทำใจให้สงบ ส่วนสาเหตุก็แน่นอนว่าเป็เพราะเขาไม่อาจสร้างเมล็ดิญญาได้สักที
เสวียนเทียนชิงเดินอย่างเหม่อลอยปล่อยให้จิตใจครุ่นคิดถึงเหตุผลไปเรื่อยๆจนเข้ามาถึงกลางป่าไผ่โดยไม่รู้ตัว ตำราเก่าเล่มนั้นที่พี่ใหญ่ของเขามอบให้ชื่อว่าตำราเมฆากมลในตำราบันทึกไว้ถึงการฝึกใจและิญญาให้แข็งแกร่งหากฝึกถึงบรรลุขั้นปรมาจารย์ได้ก็จะทำให้พลังจิตของผู้ฝึกแข็งแกร่งอย่างยิ่งและมีเปรียบเหนือคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกัน
อย่างไรก็ตามเสวียนเทียนชิงฝึกฝนตำราเมฆากมลมาหลายปีทั้งยังทำได้อย่างไรที่ติอีกด้วยเพราะเหตุนี้เขาถึงไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะติดอยู่ที่คอขวดเช่นนี้และไม่อาจผ่านอุปสรรคเหยียบเข้าขั้นปรมาจารย์ได้เสียที!หากมองย้อนกลับไปแล้วเขาไม่ได้ฝึกตำราเมฆากมลเล่มนี้เขามั่นใจมากกว่าเก้าส่วนว่าจะบรรลุขั้นปรมาจารย์ได้ั้แ่ปีที่แล้วอย่างแน่นอน
ชิ้ง!
ท่ามกลางป่าไผ่ที่สงบพลันมีเสียงดังขึ้นทำให้เสวียนเทียนชิงได้สติขึ้นมาทันทีสิ่งแรกที่เขาทำตามสัญชาตญาณก็คือชักกระบี่ออกมา เสียงวัตถุเสียดอากาศนี้หากเป็คนอื่นอาจจะตัดสินไม่ได้ในทันทีแต่เสวียนเทียนชิงเป็มือกระบี่คนหนึ่งย่อมจดจำัันี้ได้
ชิ้งชิ้ง ชิ้ง
เสียงกระบี่ดังขึ้นอีกหลายครั้งแต่ไม่มีการโจมตีมาถึงเสวียนเทียนชิงนอกจากนี้พอตั้งใจััดูเสวียนเทียนชิงยังััได้ถึงไอกระบี่และปราณกระบี่อันแข็งแกร่งด้วยชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะที่นี่คือศาลากล้วยไม้ราตรียังจะมีใครกล้าลงมือกับเขา?อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ลดกระบี่ลงแต่เดินตามไอกระบี่เ่าั้ไปด้วยความระมัดระวัง
“หืม?”
พอเดินลึกเข้ามามากขึ้นเสวียนเทียนชิงก็เริ่มเห็นรอยกระบี่ที่ปรากฏอยู่บนต้นไผ่สิ่งนี้ทำให้เขาประหลาดใจอย่างมากเพราะรอยกระบี่นี้ทั้งเฉียบคมและแฝงไปด้วยวิถีกระบี่อันรุนแรงแต่กลับไม่ได้ทำให้ต้นไผ่เสียหายในคนรุ่นเดียวกันนั้นมีไม่มากที่จะฝึกกระบี่มาถึงขั้นนี้ ส่วนเ้าของรอยกระบี่นี้จะเป็คนรุ่นก่อนหรือไม่เสวียนเทียนชิงไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้นรอยกระบี่หนึ่งรอยสามารถแสดงตัวตนของเ้าได้อย่างง่ายดาย รอยกระบี่นี้แม้จะรุนแรงและลึกล้ำแต่ยังไม่มีกลิ่นอายของกาลเวลามากพอ
เสียงกระบี่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เสวียนเทียนชิงยิ่งสนใจคนผู้นี้ในฐานะมือกระบี่เหมือนกันใครเล่าไม่อยากถกกระบี่กับมือกระบี่ในรุ่นเดียวกัน?วิถีกระบี่ลึกล้ำมากหลายยิ่งเห็นมากก็ยิ่งเข้าใจมากอย่างไรก็ตามพอเสวียนเทียนชิงเดินลึกเข้าไปอีกไม่กี่ก้าวเขาก็ััได้ถึงอันตรายทันที
ไอกระบี่ก่อนหน้านี้ที่ไร้ภัยจู่ๆก็ปรากฏไอสังหารขึ้นมาและพริบตาเดียวที่ััได้นั้นชายหนุ่มก็มองเห็นประกายสีเงินวาบผ่านเข้ามาในดวงตาแล้ว!
เคร้ง!
กระบี่ชั้นฟ้าในมือของชายหนุ่มยกขึ้นอาศัยท่ายืนที่มั่นคงถ่ายพลังฟันรับกระบี่เงินตรงหน้าเสียงกระบี่เสีดกันกังวานไปทั่วป่าไผ่ กระบี่นี้ของอีกฝ่านแม้มีไอสังหารแต่กลับไม่ได้มีเจตนาร้ายทำให้เสวียนเทียนชิงเบาใจได้ส่วนหนึ่งพอเขาเงยหน้ามองก็สบตาเขากับสายตาอันเ็าที่ส่งมาจากเ้าของกระบี่ คนผู้นี้คือสตรีผู้หนึ่งที่แม้จะปิดบังใบหน้าส่วนล่างแต่เสวียนเทียนชิงก็มองออกว่านางเป็หญิงสาวที่งดงามอย่างยิ่ง!