‘ต้องฟ้า’ เมืองหลวงแผ่นดินคนูเา
ห้องประชุมใหญ่สีขาวสะอาดภายในบุพรมลวดลายวิจิตรสีเทาคลิปทองโดดเด่นด้วยโต๊ะไม้ตัวเขื่องสีดำเงาวับประดับมุข รับกับแจกันลายครามดอกไม้สดกลางโต๊ะ
บรรยากาศวุ่นวายเมื่อการประชุมเสร็จสิ้นลงบรรดาผู้นำหมู่บ้านทยอยกันออกมาพร้อมเสียงเซ็งแซ่เมื่อต่างพูดคุยเื่ตำนานเพชรเป็ความน่ายินดีที่ปรากฏในยุคของผู้ปกครองแผ่นดินที่พวกเขารัก
เ้าทัพหนุ่มหันสีหน้าขุ่นมาถามเซออน “อาทีล่ะ..ทำไมวันนี้ข้าไม่เห็น” ฟาลีกับอลันประสานสายตากันอย่างรู้คำตอบจากคนถูกถาม คนสนิทต้อง ‘รู้ใจ’
“ข้าส่งม้าเร็วไปแล้วไม่นานคงรู้”
“งั้นไปคุยกันต่อที่ห้องข้า”คนทั้งสามค้อมศีรษะคำนับรับเ้าของเสียงทุ้มแน่น
ฟาลีหันไปกำชับลินดากับวารี สองสาวฝาแฝดผู้น้องของเขาให้จัดเตรียมเครื่องรับรองตามไป
ห้องพักรับรองส่วนใน สถานที่โอ่อ่ากว้างขวาง ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม เขตหวงห้ามเช่นนี้น้อยคนนักจะได้มาเยือนในส่วนน้อยนั้นก็คือกลุ่มนักรบคนสนิท
ฟาลี อลัน และเซออนนักรบคนสนิทของท่านเนเรน ‘แม่ทัพ’ ผู้ปกครองแผ่นดินคนูเาซึ่งสืบทอดจากรุ่นบิดาทั้งสี่เติบโตมาด้วยกัน นับได้ว่าเป็เพื่อนที่รู้ใจกันอย่างถ่องแท้ ‘ฟาลี’ นักรบผู้ดูแลทางตอนเหนือ ‘อลัน’ นักรบผู้ดูแลทางตอนกลาง และ ‘เซออน’ นักรบผู้ดูแลทางตอนใต้ ทุกคนล้วนแต่มีฝีมือดีซึ่งสืบทอดสายเืมาหลายชั่วอายุคน ถ้าได้ชื่อว่าเป็การรบและการต่อสู้แล้วล่ะก็แผ่นดินคนูเามีชื่อเสียงมากที่สุด
“ข้าขอแสดงความยินดีกับท่านผู้มีบารมีสูงส่งแห่งแผ่นดินคนูเา นับเป็บุญวาสนาของพวกข้าที่ได้ผู้ปกครองมากบารมีเช่นท่าน”ฟาลีอดทำเสียงล้อเลียนพวกผู้นำหมู่บ้านหลังเสร็จสิ้นการประชุมทุกครั้งไม่ได้เนเรนโบกมือว่อนรำคาญ
“พอเถอะ! ข้าเบื่อคำเยินยอพวกนั้นเต็มที มาพูดซ้ำซากอยู่นั่น..แค่นี้ยังวุ่นวายไม่พอแก่ใจอีกหรือไง”
“โถ..ข้าก็แค่ติดปากตามประสาเ้าจะถือเอาเป็กังวลทำไม”
“คงยาก ก็รู้อยู่ว่าเนเรนห่วงใยคนในปกครองแค่ไหนยิ่งเื่นี้อาจทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้าด้วยแล้ว..” เซออนค้านคนแก้ตัวทันควัน
“อันนี้ข้าก็ยิ่งกว่ารู้ แต่เ้าไม่ต้องปั้นหน้าตึงตามเนเรนไปอีกคนหรอกน่ะ พวกเรามีกันตั้งสี่หัวเชียวนะ..จะกลัวอะไร”
“แต่นี่อาจไม่ใช่เื่ที่พวกเราสามารถคลี่คลายได้เหมือนทุกครั้ง บางทีอาจมีอะไรสลับซับซ้อนกว่านั้น” อลันออกความคิดเห็นหลังจากนิ่งฟังอยู่เป็ครู่ พลางหันมาทางท่านแม่ทัพ “แต่ไม่ว่าจะยังไง ในเมื่อยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ข้าเห็นด้วยกับฟาลีนะเนเรน ไม่อยากให้เ้ากังวลจนเกินไป”เมื่ออยู่กันตามลำพัง การพูดคุยเป็ฉันท์เพื่อนไร้ซึ่งพิธีรีตองวุ่นวาย
แม่ทัพหนุ่มเหลือบตามองผู้พูดแวบหนึ่งก่อนเอ่ยเสียงเรียบ
“แต่มันกำลังจะเกิด ข้ารู้สึกได้”
“เ้าคงติดใจเื่ที่หมู่บ้านริมน้ำรอก่อนเถอะคนของข้าคงใกล้ถึงแล้ว อาจเกิดเหตุบางอย่างที่นั่นเพราะประชุมทุกครั้งอาทีไม่เคยพลาด”เซออนรีบชี้แจง
“นั่นแค่ส่วนหนึ่ง แต่เหตุการณ์วันนั้น…” จอมทัพหนุ่มแห่งต้องฟ้าลอบผ่อนลมหายใจสายตาคมดุจพญาเหยี่ยวทอดมองผ่านช่องหน้าต่างบานกว้าง จุดหมายคือปลายฟ้า ซึ่ง ณ วันนี้แจ่มใสไร้เมฆบดบังช่างต่างจากวันนั้นราวพลิกฝ่ามือ สำหรับเขาเองยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงแม้ว่าปรากฏการณ์นั้นจะเกิดขึ้นใน่เวลาอันสั้น แต่ก็มิอาจปฏิเสธความจริงที่ว่า‘ยากจะลืม’
……….ฉับพลันท้องฟ้าที่สว่างไสวด้วยแสงตะวันเจิดจ้ากลับมืดมิดลงราวค่ำคืนแห่งรัตติกาล เหนือยอดเขานำโชคปรากฏคลื่นแห่งเมฆสีเทาอมเขียวและแวบวับด้วยสีแสดแดงเปรี้ยงปร้างน่ากลัว เพียงชั่วครู่ของความตะลึงงัน แสงตะวันก็เข้ามาขับไล่ความมืดมิดให้กลับคืนสู่ปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น……….
“..ข้าสังหรณ์ว่าจะมีเื่ร้าย”
เสียงเคาะประตูทำให้การสนทนาหยุดลงลินดากับวารียกเครื่องรับรองเข้ามาวางที่โต๊ะด้วยสีหน้าระรื่น พร้อมบรรยายเสร็จสรรพว่ามีอะไรบ้าง
“พอเถอะ! พวกเ้าออกไปก่อน แล้วทำไมไม่ให้ชวนทายยกเข้ามา” ฟาลีดุสองน้องสาวฝาแฝดแต่ทั้งคู่กลับค้อนขวับคล้ายดังว่าเพราะอยากทำให้ไม่ได้หรือไง แล้วพร้อมใจกันปรายตามาทางอลันที่นั่งนิ่งอยู่ไม่ห่างจากเซออนและเพียงแค่ฝ่ายนั้นจ้องกลับก็ทำให้สองสาวถึงกับยอมถอยทัพออกไปแต่โดยดี
นั่นปะไร
“ฮึ! ข้าพูดตั้งมาก พวกนางยังไม่ค่อยจะฟัง แต่ทีกับเ้า..แค่เพียงสายตาก็บัญชาได้”
อลันยังคงไว้เชิงนิ่งขรึมเช่นทุกครั้งไม่สนใจคำตัดพ้อของฟาลี ส่วนคนที่เหลือก็ได้แต่มองคนทั้งสองอย่างเข้าใจ ฝ่ายหนึ่งพูดไม่ได้หยุดหย่อนแต่อีกฝ่ายไม่คิดแม้แต่จะอ้าปาก
ในที่สุดฟาลีต้องเป็ฝ่ายตัดบทไปเอง
“เ้าจะทำอย่างไรต่อไป”
“ข้าไม่ทำอะไรทั้งนั้นข้าไม่อยากจะเกี่ยวข้องด้วย” เนเรนสารภาพเสียงเรียบ ทว่าทุกคนกลับเข้าใจเป็อย่างดีใครอยากประสบกับตัวเองเล่า..ตำนานที่เต็มไปด้วยความเร้นลับและปริศนาจวบจนปัจจุบัน
“คิดแล้วมันก็น่าแปลก เพราะเท่าที่พวกเราเคยได้ยินมามันเป็เพชรที่ส่งเสริมให้ผู้มีอำนาจเหนือผู้ใดในแผ่นดิน แต่กลับไม่เคยมีใครกล่าวแน่ชัดว่าจะเป็ยังไงต่อบ้างว่าผู้ได้รับความโชคร้ายจนเสียสติ บ้างก็ว่าเพชรถูกขโมยไป…”
อลันรีบยกมือห้ามฟาลี เื่ราวเหล่านี้เคยนำมาพูดคุยหลายครั้งจนกลายเป็เื่น่าเบื่อสำหรับ‘ท่าน’
“คงเป็ด้านมืดมากกว่าสว่าง” เนเรนสรุปความ
เซออนดีดนิ้วเปาะอย่างเพิ่งนึกบางอย่างออก
“เราคงต้องรีบหาบันทึกปกทองให้เจอโดยเร็วทุกปริศนาจะได้กระจ่างเสียที” บันทึกสำคัญจากบรรพบุรุษผู้ประสบกับตำนานเพชรเมื่อครั้งอดีต..บันทึกที่ถูกเก็บซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่งในต้องฟ้า
“เราก็หากันแทบพลิกแผ่นดิน”
“หากันมาั้แ่เด็กยันโต”
“ก็ยังหาไม่เจอ” เนเรนสรุปท้ายด้วยน้ำเสียงหนักใจก่อนหันมาทางเซออน
“นานแค่ไหนกว่าม้าเร็วเ้าจะมา”
“แดดกล้าต้นบ่าย”
“ช้าไป” ฟาลีตาโต
“ม้าเร็วของเซออนฝีมือขึ้นชื่อที่สุด”ทั้งที่รู้กันอยู่แล้ว แต่นั่นหมายถึง ‘ไม่ทันใจท่าน’
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งบ่าวหน้าห้องถลันเข้ามารวดเร็ว
“ขณะนี้ม้าเร็วของท่านเซออนมาถึงแล้ว”แม่ทัพหนุ่มลุกพรวดก่อนใคร “ให้เข้ามา!”คนรับคำสั่งรีบรุดออกไป สลับกับคนใหม่ที่ก้าวปราดเข้ามา
“รายงานท่านอาทีผู้นำหมู่บ้านและผู้ติดตามสองคนถูกลอบทำร้ายอาการาเ็สาหัส” คำรายงานเหมือนสะกดทุกสายตาให้รวมกันเป็จุดเดียว
“ตอนนี้อยู่ที่ไหนกัน” เซออนซัก
“ถูกพากลับหมู่บ้านริมน้ำแล้วท่าน”
“บ้าจริง! เป็ไปได้ยังไงกัน ใครมันกล้าลองดี!” เนเรนคำรามพร้อมกับทุบมือหนักๆระบายลงโต๊ะไม้ดังโครมจนคนรอบกายอดขนลุกเกรียวไม่ได้
ทุกชีวิตตกอยู่ในภาวะตึงเครียดไม่แพ้กันโดยเฉพาะเซออนที่รู้จักกันดีกับครอบครัวอาที
“อย่างกับตั้งใจจะเอากันถึงตายขนาดผู้นำหมู่บ้านนับว่าฝีมือเข้าขั้น..ยังาเ็สาหัส” ฟาลีสันนิษฐานมีเพียงอลันที่ยังคงนิ่งฟังตามนิสัย
“จัดขบวนม้าเร็วเดี๋ยวนี้!”เมื่อถึงคราวที่ ‘ท่าน’ สั่งการคราวนี้ล่ะ..ไม่ใครก็ใครคงได้สะท้านะเืกันบ้าง
ทว่าชวนทายบ่าวหน้าห้องแทรกตัวเข้ามารายงานอีกว่าหัวหน้าคนงานในเหมืองมาขอเข้าพบเนื่องจากมีเื่ด่วน
“เพชรล่ะสิ ไว้ก่อน!”
“มิได้ท่าน หัวหน้าคนงานแจ้งว่าเหมืองถล่ม”ชวนทายรีบชิงรายงาน รู้ดีว่าหากขืนช้าอาจไม่ทันต่อขาอันว่องไวที่ไม่แพ้สมองปราดเปรื่องของผู้เป็นายใหญ่
แม่ทัพหนุ่มชะงักงัน หากแค่เพียงชั่วอึดใจ
“เซออน เ้าล่วงหน้าไปดูอาการอาทีและสืบหาร่องรอยไปพลางๆก่อน พอข้าเสร็จเื่ยุ่งที่เหมืองแล้วจะตามไป ฟาลีเ้าดูแลสถานการณ์ที่นี่ เตรียมคณะนักยาและกองหนุนตามข้าไปเหมืองโดยเร็วที่สุด อลันไปกับข้า”
ฉับไว ครบถ้วน
‘ผู้นำ’ ต้องครองสติให้มั่น
หมู่บ้านริมน้ำ บริเวณที่พักของอาทีเต็มไปด้วยกลุ่มคนที่ต่างมาเฝ้าดูอาการด้วยความห่วงใยอีกทั้งรอฟังเหตุการณ์อย่างสนใจใคร่รู้ มายาซึ่งไม่ได้ติดตามผู้เป็พ่อเข้าเมืองหลวงด้วยจึงเดือดแค้นไม่หายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นางผุดยืนเมื่อนักยาเดินออกมาจากห้อง
“พ่อข้าเป็อย่างไรบ้าง”
“เสียเืมาก อาการน่าห่วง ข้าต้องรอนักยาจากทางเมืองหลวงอีกแรงท่านเซออนส่งข่าวมาว่าใกล้จะถึงแล้ว” คนฟังกัดฟันกรอดจนตัวสั่น
“เจ็บใจนัก! ไอ้พวกเลว มันต้องไม่ใช่เื่บังเอิญแน่ๆถ้ารู้ว่ามันเป็ใครล่ะก็ ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด”
นาตาลีขอตามเชนไปดูอาการคนเจ็บ พาให้มาคินร้องตามขอไปด้วยแต่เธอบอกว่าให้อยู่ดูแลแม่ดีกว่า เสร็จแล้วจะรีบกลับ
เมื่อถึงที่หมายไม่ว่าจะแลซ้ายหรือขวาก็เห็นแต่ผู้คนอยู่กันแน่นขนัดบ้างก็นั่งรอ บ้างก็เดินขวักไขว่ไปมา ได้ยินแต่เสียงถกเถียงอื้ออึง มายาบังเอิญเหลือบเห็นนาตาลีเข้าก็พลันฉุกคิดได้ว่าท่านเซออนกำลังเดินทางมา
ไม่ได้การ!
แผนร้ายผุดพราวราวเตรียมการไว้ล่วงหน้า รีบปรี่เข้าหาเป้าหมาย
“ยังจะมีหน้ามาที่นี่อีก! ั้แ่มีเ้าเข้ามาก็มีแต่เื่เดือดร้อนพาพวกโจรเข้าหมู่บ้าน พ่อข้าถูกทำร้ายแทบปางตาย เ้ารู้เห็นเื่นี้ใช่ไหม!”นางจงใจแผดเสียงเพื่อดึงความสนใจ
มันได้ผลเสียด้วยสิ
“เธอพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ”
“ไม่ต้องมาทำหน้าซื่อ เ้าทำเป็คนดีหลอกคนอื่นได้แต่อย่าหวังว่าจะหลอกข้าได้นะนางโจร” นาตาลีย่นคิ้ว
นางโจร!
“มากไปแล้วย่ะหล่อน นี่มันใส่ร้ายกันชัดๆ เลยนะ หลักฐานก็ไม่มีฉันฟ้องกลับฐานิ่ประมาทได้นะ” เธอเดือดปุดขึ้นมาทันทีแต่กฎหมายฉบับสามัญที่ถูกหยิบยกมาอ้างดูจะไม่เป็ผลสำหรับคนที่นี่เท่าไหร่นัก เพราะตอนนี้ทุกคนต่างพากันงุนงงกับคำพูดแปลกสำนวนที่ได้ยินทว่าไม่นานก็เลิกติดใจเพราะมัวแต่ตั้งตาลุ้นกันว่าจะเป็อย่างไรต่อ
มายาเหยียดปากเย้ย
“แน่ใจเรอะว่าข้าใส่ร้าย หึ! สารภาพมาเถอะน่ะถึงตอนนี้ก็ยังไม่สาย”
“ฉันไม่จำเป็ต้องทำอย่างนั้น เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรผิด”
“โกหก!”
“ใครกันแน่ที่โกหก”
“เ้านั่นแหละ”
“เธอนั่นแหละ”
“นางนี่! ปากดีนัก” มายาโกรธจนเผลอเงื้อมือสูงหากเชนจับไว้ทัน
“เ้าจะทำอะไร?”
“น้าต้องถามนางนี่ต่างหากว่ามันกำลังคิดทำอะไรพ่อข้าต้องเข้าเมืองหลวงเพื่อรายงานเื่โจรกับเื่ของมัน แล้วเกิดอะไรขึ้น..กลัวไร้เงาหัวล่ะซิถ้าเื่รู้ถึงหูท่านเนเรนมันเลยส่งคนมาสกัดพ่อข้าไว้”
เวลานี้ใครอย่าห้าม มายาประโคมแง่ลบโน้มน้าวทุกคนให้เชื่อตามเชนเองยังเริ่มลังเล
นางหันกลับมาเผชิญหน้าไม่ลดละ
“ยังจะต้องเอาหลักฐานอะไรอีก ทุกคนเขาเห็นกันอยู่คาตาว่าเ้าน่ะเป็คนแปลกถิ่นมีใครเคยเห็นเ้ามาก่อนหรือ..ก็ไม่เคย” นางเหลือบมองชาวบ้านที่เริ่มถกเถียงกันว่าเป็ไปได้หรือ
“แล้วยังมีหน้าปล่อยให้พวกโจรหนีไปทั้งที่เห็นอยู่ว่าเ้าสามารถจัดการได้แล้วอย่างนี้มันหมายความว่าอย่างไร!” มายาไม่ยอมขาด่ “ที่สำคัญ พ่อกับพวกของข้าถูกทำร้ายเพราะจะนำเื่ของเ้าไปรายงานต่อท่านแม่ทัพมันชัดออกขนาดนี้ยังกล้าอยู่ที่นี่อีกหรือ อ่อ! รึจะคอยดูผลงานของตัวเองล่ะสิเสียใจนะ..พ่อข้ายังไม่ตาย!” ทำความอดทนของนาตาลีขาดผึง
“ฉันไม่รู้ว่าเธอใช้อะไรคิดนะ ถึงได้พูดชุ่ยๆ ไม่ดูตาม้าตาเรือหรือไม่อีกทีเธอคงไม่เคยเห็นใครดีนอกจากตัวเอง เลยมองว่าคนอื่นเลวหมด” พร้อมทิ้งลมหายใจหนักๆ ประชดให้อีกฝ่ายได้เืขึ้นหน้า
“ฉันตั้งใจมาเยี่ยมพ่อเธอเพราะได้ข่าวว่าถูกทำร้าย แต่น่าเสียดายดันซวยมาเจอเธอก่อนก็ได้..ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเื่ที่เธอพูดมันไม่จริง ฉันจะจับไอ้โจรบ้าพวกนั้นมาให้เธอซักฟอกเอาเอง”นาตาลีเผลอพลั้งปากทั้งที่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้หรือไม่
ก็จะให้ทนถูกด่าอยู่ฝ่ายเดียวได้ไง!
หนำซ้ำทุกสายตาที่มองมาเหมือนหวังให้เธอพิสูจน์ตัวเองตามนั้น
เป็ไงเป็กันล่ะคราวนี้
“ขออย่าเก่งแต่ปากละกัน หากเ้าทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำก็ขอให้หนีไปให้ไกลที่สุด ออกไปให้พ้นจากแผ่นดินคนูเาเพราะถ้าหากเท้าอันสกปรกของเ้ายังเหยียบย่างอยู่บนแผ่นดินนี้ล่ะก็ข้านี่ล่ะจะเป็คนตามล่าเ้าเอง”
มายาได้ทีแนะโพลงั์ให้กระรอกน้อยเผื่อว่าอีกฝ่ายจะขลาดกลัวขึ้นมาจนอยากหนีหายแทบไม่ทัน ส่วนคนที่บังเอิญไม่ยอมเป็มนุษย์กลายพันธุ์แต่ยอมปลีกตัวออกจากวงล้อมโดยไม่พูดไม่จา..นั่นเพราะเหลืออดแล้ว
นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนชัดๆ
เมื่อเซออนและคณะนักยามาถึง ชาวบ้านต่างเบิกทางต้อนรับด้วยความยินดี มายาที่รออยู่อย่างร้อนใจพลันเผยยิ้มพราวลืมเื่ที่กำลังกังวลเสียสนิท
“ท่านเซออน”
“อาการพ่อเ้าเป็อย่างไรบ้าง”คนถามพอถามออกไป กลับรุดหาคนเจ็บโดยไม่รอฟังคำตอบ ทิ้งให้คนที่อยากคุยด้วยใจแทบขาดได้แต่ยืนเก้ออยู่ฝ่ายเดียว
พลันหันขวับมาลงเอากับน้องสาว
“ทำไมไม่รีบไปหาเครื่องรับรองมาล่ะยืนบื้ออยู่ได้” กาย่าลอบส่ายหน้า ขณะมองตามหลังคนเป็พี่ก็อดคิดไม่ได้ว่า..เคยเป็อย่างไรก็เป็อย่างนั้นสิน่ะ
เคยตัว
เด็กสาวยกเครื่องรับรองถาดใหญ่มาวางบนโต๊ะไม้ในห้องคนเจ็บแต่ยังไม่ทันได้ยื่นส่งสิ่งใด คนเป็พี่ก็มาตัดหน้าไปเสียก่อน
“ออกไปดูแลแม่ที่ห้องซะแล้วไม่ต้องเข้ามาอีก..ถ้าไม่ได้เรียก”
และในจังหวะนั้นเองใครบางคนอุตส่าห์ละสายตาจากการสนทนาอันเคร่งเครียดเพื่อทักทายคนที่ทำท่าจะเดินออกไปด้วยน้ำเสียงอบอุ่นน่าฟัง
“กาย่า เ้าเป็อะไรหรือเปล่า”เ้าของชื่อถึงกับสะดุ้ง เป็ครู่จึงค่อยหันมาส่ายหน้าแทนคำตอบพยายามนิ่งเฉยให้มากที่สุดเพราะไม่้าให้เป็ที่สนใจ โดยเฉพาะกับ ‘ท่าน’ อย่าได้ ‘คิด’ เป็อันขาด..เพราะรู้ดีว่าพี่สาวของนางคิดอย่างไร
กลับตรงข้าม
“ไหน..เข้ามาใกล้ๆ สิ”คนถูกเรียกมัวละล้าละลังลำบากใจ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หน้าผากมนถูกหลังมือหนาอังเข้าแล้ว
“ตัวร้อนนี่ ถึงว่าหน้าซีดเชียว”
คราวนี้คนสีหน้าขาวราวไร้เืหล่อเลี้ยงพลันแดงระเรื้อทันตาเห็นส่งผลให้อีกคนแทบยืนอยู่ไม่สุขด้วยเห็นภาพบาดตาบาดใจ มายากำมือแน่น
กับคนอื่นท่านห่วงใยแต่ทีกับข้าทำไมเฉยเมย
การที่นางฝึกปรืออาวุธอย่างตั้งอกตั้งใจก็เพื่อหวังเป็ช่องทางได้ใกล้ชิดท่านโดยง่ายแต่กลับกลายเป็ว่านางแข็งกระด้าง ไร้ซึ่งความอ่อนโยนกระนั้นหรือ
ไม่! ข้าไม่มีวันยอมแพ้ใครทั้งนั้น ไม่ว่าเ้าหรือนางหญิงแปลกหน้านั่น
กาย่าลอบระบายลมหายใจก่อนกลั้นใจตอบ“เป็ไข้เล็กน้อยท่าน หลังเจอกับพวกโจรที่…”
“อะไรนะ โจร?” เท่านั้นมายาก็อาสาจะเล่าให้ฟังแทน โดยอ้างว่าอยากให้กาย่าไปพักผ่อนเพราะยังอ่อนเพลียมาก
คนถูกไล่ต่อหน้าต่อตาถอนใจเหนื่อยหน่ายอีกครั้งถึงกระนั้นนางก็ไม่ยอมทำตามแต่โดยดี เพราะรู้สึกสังหรณ์ใจว่าอะไรๆคงไม่เป็อย่างที่คิดและก็จริงดังนั้นเมื่อคนเป็พี่ล้วนแต่ผูกเื่ราวให้ร้ายหญิงแปลกหน้าทั้งสิ้น
ในที่สุดก็ทนฟังไม่ไหว
“แต่ท่าน! นางช่วยข้ากับแม่ไว้ นางสู้กับพวกมันจริงๆ” มายาหันพรืดมาขึงตาขวางใส่
“ทำไมยังไม่ไปอีก!”
“มายา! ค่อยพูดค่อยจากันเถอะ..ไม่เห็นต้องดุกันเลย”เซออนปรามก่อนเบือนหน้ามาทางอีกคน “เ้ามีอะไรอยากบอกข้าหรือเปล่ากาย่า”
“ไม่มีหรอกท่าน นางก็แค่ดื้อเท่านั้นท่านอย่าไปสนใจเลย” มายาเบี่ยงเบนความสนใจของชายหนุ่ม
“ข้าไม่ได้ถามเ้านะ”ทว่าเซออนกลับจดจ่ออยู่กับความสนใจเดิม เขารีบผายมือมาทางกาย่า ส่งผลให้คนถูกติงแทบเดือดเป็ไฟ
บ้าที่สุด!
“เอ่อ..มาคินเล่าว่าเขาเป็คนชวนนาตาลีให้ออกไปที่ริมน้ำเองนางไม่รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าต้องไป ส่วนข้ากับแม่ตามไปทีหลัง แล้วก็เกิดเื่ขึ้นถ้าตอนนั้นไม่ได้นางช่วยไว้ ข้าคงแย่”
“นางยังเด็กแค่นางนั่นทำเป็ดีด้วยก็หลงเชื่อ ข้าว่าเื่นี้มันไม่ชอบมาพากลนะท่าน” มายายืนกรานค้านอีกเช่นเคยจนเซออนต้องลอบถอนหายใจแ่เบา
ไม่ได้การกระมัง
“เอาล่ะกาย่า ข้าขอบใจมาก เ้าออกไปก่อนเถอะ”
“ได้ท่าน”
มายาลอบยิ้มเยาะตามหลังคนที่ต้องยอมออกไปแต่โดยดีสุดท้ายแล้วท่านคงไม่้าคุยกับใครนอกจากตน
“เ้าไปตามเชนกับหญิงแปลกหน้านางนั้นมาพบข้า”
อะไรนะ!
คนฟังถึงกับอึกอักพูดไม่ออกรู้สึกไม่พอใจที่อีกฝ่ายถึงกับเรียกหาหญิงอื่นเข้าหา
“หมายความว่าท่านไม่เชื่อที่ข้าพูด”
“ไม่ใช่อย่างนั้น เ้าก็รู้นี่ว่าข้าไม่ใช่คนที่ชอบฟังความข้างเดียว”
“แต่ท่านควรเชื่อข้า”
“แล้วความยุติธรรมจะอยู่ที่ไหนหากข้าเชื่ออะไรง่ายๆ โดยไม่รู้ความจริง” เซออนเว้นคำพูดเพื่อปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงอย่างไรเสียคนตรงหน้าก็จงรักภักดีต่อแผ่นดินเสมอมา
“เอาเป็ว่าข้าไปเองดีกว่าอยากแวะดูที่นั่นด้วย”
“ไม่ได้นะ!” มายาหลุดเสียงลั่น หากแต่ยั้งตัวเองไว้ทัน “เอ่อ..คือตอนนี้มันก็มืดแล้ว และข้างนอกก็อันตรายมาก ข้าเป็ห่วง” เรียกเสียงหัวเราะในลำคอราวขบขัน
“เ้าเป็อะไรไป ลืมแล้วหรือว่าข้าคือใครหนึ่งในนักรบของแผ่นดินควรกลัวสิ่งเ่าั้ด้วยเรอะ ไม่ช้าก็เร็วข้าต้องพบหญิงนางนั้นอยู่ดีถึงจะแปลกใจอยู่ว่าผู้หญิงที่ชื่อนาตาลีเป็ใคร มาจากไหน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น สำคัญว่าอะไรคือความจริงต่างหาก”คนฟังเม้มริมฝีปากแน่น
ก็นั่นล่ะที่ข้าไม่อยากให้ท่านรู้