ณ ห้องกิจกรรม หลังจากที่รุ่นพี่ได้ประกาศกำหนดการงานบายเนียร์ ซึ่งเป็งานสังสรรค์พบปะกันระหว่างน้องใหม่เฟรชชี่กับบรรดารุ่นพี่ภายในคณะ แก๊งค์หญิงสาวทั้งสี่ก็นั่งจับกลุ่มปรึกษากันอย่างขะมักเขม้น ราวกับว่างานเลี้ยงครั้งนี้จะเป็นัดตัดสินว่าพวกเธอทำภารกิจสำเร็จไหม
"พวกแกว่า พี่โชนจะไปงานป่ะ" ลินรดาเปิดเื่ ทั้งสามคนหันไปมองไอษดาเป็ตาเดียว
"ก็ต้องไปสิ ไปกับฉันไง" ไอษดาตอบกลับอย่างปั้นหน้าว่ามั่นใจมาก กลบเกลื่อนอาการร้อนรนในใจว่าแผนยังไปไม่ถึงไหนอย่างที่ทุกคนคาดหวัง
"แล้วแกจะชวนเขาไปได้เหรอ ได้ข่าวว่ายังไม่ติดแท็กคำว่า #แฟน กันเลยนี่นา" นิชาทำน้ำเสียงยียวนหยิกหลังเพื่อนสาวให้แสบๆ คันๆ เล่น
"งานนี้ถ้าแกไม่ได้ควงพี่โชนไปนะ มีหวังคนในคณะต้องหาว่า แกเป็พวกดีแต่ปากแน่ๆ แล้วไหนจะพวกสาวๆ คณะอื่นที่เคยตามจีบพี่โชนอีก ก็คงจะพากันเบะปาก แล้วพูดว่า 'นึกว่าจะแน่' แหงๆ" ฟ้าใสพูดเสริมแสร้งว่าห่วงชื่อเสียงของเพื่อน แล้วหันไปเบะปากทำเลียนเสียง อมยิ้มกับนิชา
"พี่โชนเนื้อหอมจะตาย ไม่ใช่ว่าตกปากรับคำสาวคนอื่นไปแล้วล่ะไอซ์" นิชารีบขยี้ลงความเห็นอีกเสียง พลางหันไปยิ้มให้เพื่อนอีกสองคนเป็เชิงเหมือนกำลังเล่นสนุกบนความกดดันของไอษดา
"สงสัยเธอต้องเร่งมือแล้วล่ะ คิกๆๆ"
เพื่อนทั้งสามหัวเราะร่วนมองว่าเป็เื่สนุก เพราะคิดว่าไอษดาไม่มีทางทำให้โชนไปร่วมงานได้ ฝ่ายคนต้นเื่ก็ได้แต่พยายามเก๊กหน้านิ่งเก็บความรู้สึกกังวลเอาไว้ เธอตัดสินใจท้ากลับเพราะไม่ชอบให้ใครมาหัวเราะเยาะใส่
"แล้วถ้าฉันทำได้ล่ะ พวกแกกล้าเดิมพันป่ะล่ะ"
"กล้าอยู่แล้ว!" ทั้งสามตอบกลับอย่างพร้อมเพรียงแบบที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก
"มีน้ำหอมตัวนึงที่แกอยากได้นี่ ..ดิออ-ปริ๊นเซสใช่มะ เดี๋ยวฉันซื้อให้แกเป็ของขวัญวันพิชิตใจโชน" ลินรดาเสนอเป็คนแรก
"แหมๆๆ ยัยลี่ แกพนันตั้งสามหมื่นเลยเหรอ งั้นฉันจะให้กระเป๋าก็แล้วกัน ดิออ-เดอเลดี้แบล็ค เป็ไง แพงกว่าตั้งห้าพันแน่ะ" นิชารีบพูดเสนออย่างไม่ให้น้อยหน้า
"อ่ะ งั้นสรุปว่า ถ้ายัยไอซ์ทำได้ ยัยลี่ให้น้ำหอม ยัยนิวให้กระเป๋า ส่วนฉันก็กระเป๋าเหมือนกัน แต่รับรองเด็ดกว่าของยัยนิว เพราะกระเป๋าของฉันรุ่นลิมิเต็ทอิดิชั่น แต่ยังไม่บอกว่ารุ่นไหนนะ ฉันจะเอาไว้เซอร์ไพรส์" ฟ้าใสชี้นิ้วไปที่แต่ละคนพูดสรุปรายการของเดิมพันของเพื่อนๆ แล้วจึงตบท้ายด้วยของตัวเอง
"โอเคร ดีล"
ไม่รอช้า ไอษดายกยิ้มตอบกลับอย่างมั่นใจว่าทำได้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของเธอกับชายหนุ่มก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ไม่ได้ถามคำตอบคำเหมือนครั้งแรกๆ เขายอมไปทานอาหารกับเธอบ้าง ถึงแม้จะไม่บ่อยนัก แต่ก็ถือว่าเธอมาไกลกว่าครั้งแรกที่เจอกันมากแล้ว
ยังไงซะครั้งนี้เธอก็ต้องเดินเครื่องให้เต็มกำลัง เพื่อเอาชนะเดิมพันแล้วกอบกู้หน้ากลับมาให้ได้
ร้านกาแฟ
ร่างสูงโปร่งใบหน้าคมสันในชุดนักศึกษา มีผ้ากันเปื้อนผูกทับบั้นเอวสอบอย่างหลวมๆ แขนเสื้อถูกพับขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนและเส้นเืปูดโปนที่มือ ที่เสริมให้ชายหนุ่มดูทะมัดทะแมงและมีเสน่ห์ เขากำลังขมักเขม้นอยู่กับอุปกรณ์ชงกาแฟที่เคาน์เตอร์
ไอษดายืนชะงักอยู่ที่หน้าประตูบานกระจก เพราะอดจ้องมองเขาไม่ได้ พอรู้สึกตัวว่าแอบมองเขานานเกินไป ก็เก็บอาการแล้วรีบเปิดประตูเข้ามา
กริ๊งๆ เสียงกระดิ่งประตูดังขึ้น โชนหันมามองตามเสียง ก็พบร่างบางยืนส่งยิ้มหวานให้ เขาเผลอยิ้มตอบไปจังหวะหนึ่ง พอรู้ตัวก็รีบหุบยิ้ม แล้ววางท่าทีเป็เงียบขรึมตามที่เคย
หญิงสาวเดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ ทำทีเงยหน้ามองบอร์ดเมนูบนผนังด้านหลังชายหนุ่ม เธอยกนิ้วชี้ขึ้นมาเขี่ยที่ริมฝีปากอย่างครุ่นคิด แล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวสูงหน้าเตาน์เตอร์
"คาปูหวานน้อย อืม.. เอาหวานสักห้าสิบเปอร์ก็ได้ค่ะ เอ๊ะ..ยี่สิบห้าเปอร์ดีกว่า อ่อ.. แล้วก็เพิ่มชอทด้วยค่ะ จะได้รสเข้มๆ" เธอพูดตะกุกตะกักเล็กน้อยอย่างพยายามเก็บอาการประหม่าเอาไว้ แต่ก็ยังใจสู้ด้วยการสบส่งสายตาออดอ้อนหว่านเสน่ห์ให้ชายหนุ่ม
"เย็นมากแล้วนะ สำหรับกาแฟ" โชนไม่แสดงสีหน้า แต่ส่งสายตามองกลับ ในขณะที่มือยังระวิงอยู่กับเครื่องบดกาแฟ เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ คล้ายไม่จงใจนัก
"ก็.."
"มีอะไรจะพูดกับพี่หรือเปล่า"
หญิงสาวอ้าปากเถียงแค่ครึ่งคำ โชนก็ตัดบทอย่างรู้ทันเสียก่อน
"ฉันแค่จะมาชวน.. ไปงานบายเนียร์คืนวันเสาร์น่ะ ไปกับฉันไหม" หญิงสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาหวิวใน่แรกแต่ดูจริงจังขึ้นในประโยคท้าย พร้อมกับแววตามุ่งมั่น
ชายหนุ่มสบตาเธอพร้อมกับค่อยๆ ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ ถ้าตอนนี้ไม่มีเคาน์เตอร์กั้นอยู่ เขาคงแทบจะจูบเธอแล้วแน่ๆ ไอษดาคิดอย่างนั้น
"ไม่" เขาตอบเสียงนิ่ง และยังคงจ้องหน้าเธออยู่ สายตาจริงจังจนหญิงสาวแอบกลัว
'ไม่ ชั้นจะไม่แพ้' ไอษดาคิดในใจ
เธอทำใจดีสู้เสือลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินอ้อมไปหลังเคาน์เตอร์ตรงที่ชายหนุ่มยืนอยู่ โชนหันมองทุกย่างก้าวของหญิงสาวอย่างแปลกใจ จนเธอมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา
สายตาของทั้งคู่จ้องมองกันอย่างไม่ละสายตา ไอษดาเอื้อมมือไปรั้งลำคอแกร่ง ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าลงมาตามแรงรั้งอย่างไม่ขัดขืน เธอเขย่งปลายเท้าเล็กน้อย แล้วใช้ริมฝีปากนิ่มประทับกดไปบนริมฝีปากหยักอย่างลวกๆ หนึ่งครั้ง จากนั้นก็กลับมายืนในท่าปกติ พร้อมกับหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อก่ำสี
่อึดใจนั้น โชนก้มหน้าลงมาหาเธอ แล้วบรรจงกดริมฝีปากลงบนกลีบปากสีชมพูวาวอีกครั้ง แขนกำยำข้างหนึ่งกอดรั้งร่างบางไว้จนอกอวบอิ่มเบียดชิดกับแผงอกแข็งแรง ไอษดาเริ่มหายใจลำบาก เพราะมืออีกข้างของเขาประคองอยู่ที่ท้ายทอยเธอจนไม่สามารถขยับหนีได้
ยิ่งเธอหายใจถี่ขึ้นอกอิ่มก็ยิ่งกระชับแน่นกับแผงอกแข็งแรงของเขา เธอลองเผยอปากมากขึ้นเพื่อสูดอากาศ เขาก็ฉวยโอกาสนั้นดันลิ้นชุ่มฉ่ำเข้ามาดุนดูดััทุกซอกมุมภายในปากนุ่ม เธอขยับมือลงมาที่แผงอกและออกแรงผลักหลายครั้ง แต่นั่นยิ่งทำให้เขาบดจูบแรงขึ้นไปอีก
น้ำแข็งก้อนเล็ก ที่เผลอเฉียดเข้าไปใกล้เปลวไฟ สุดท้ายก็คงละลาย จนหลอมรวมกับเปลวไฟในสักวัน หากเปรียบเปรยอย่างนั้น ไอษดาก็คงกำลังจะละลายหากไม่รีบออกห่างเปลวไฟในตอนนี้
*****