แม่เฒ่าหูรอคอยให้ลูกชายคนโตเอ่ยคำขอโทษแล้วรั้งเธอไว้ที่บ้าน
แต่หูฉางหมินกลับนิ่งเฉยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
หัวใจของแม่เฒ่าหูค่อยๆจมดิ่งลงทีละน้อย
หลังจากแม่เฒ่าหูออกไปแล้วหลันเยวี่ยก็เข้าไปข้างกายหูฉางหมิน แล้วโอบแขนเขาอย่างออดอ้อน"พ่อคะหนูรู้ว่าพ่อลำบากใจที่ต้องอยู่ตรงกลางระหว่างพวกหนูกับย่า ต่อไปนี้หนูกับน้องๆจะตั้งใจดูแลพ่อให้ดีค่ะ"
หูฉางหมินเป็ชายผู้มีนิสัยเก็บตัวตามแบบแผนเมื่อถูกหลันเยวี่ยโอบแขนออดอ้อนเช่นนี้ เขาก็รู้สึกประดักประเดิดอยู่บ้าง
"เยวี่ยเยวี่ย พ่อรู้ว่าลูกรู้สึกอึดอัดใจบางครั้งย่าของลูกก็ทำเกินไปจริงๆ แต่ท่านก็แก่แล้ว อย่าถือสาท่านเลยนะ"
หลันเยวี่ยรับรู้ได้ว่าพ่อของเธอไม่ค่อยคุ้นเคยกับการถูกเธอกอดแขนออดอ้อนเช่นนี้
หลันเยวี่ยค่อยๆดึงแขนของเธอออกมาช้าๆ
หลังจากกลับไปยืนที่เดิมแล้วหลันเยวี่ยก็เอ่ยปากอีกครั้ง "พ่อคะหนูไม่ถือสาคุณย่าหรอกค่ะ แต่หนูก็จะไม่ยอมให้ย่าได้ดั่งใจเหมือนกันถ้าย่าไม่มาหาเื่ก่อน หนูเองก็คงไม่ไปยั่วโมโหท่านหรอกค่ะ"
หูฉางหมินมองออกแล้วว่านิสัยของหลันเยวี่ยนั้นแตกต่างจากถิงถิงและเฉินเชี่ยนเชี่ยนที่กลับเข้าไปอยู่ในเมืองแล้ว
เขาไม่รู้ว่านิสัยดื้อรั้นของหลันเยวี่ยจะเป็ผลดีหรือผลเสียกันแน่แต่ที่แน่ๆ คือเขาจะไม่ยอมให้ลูกสาวถูกใครรังแก
หลังจากปลอบยายาจนสงบลงและป้อนนมให้เรียบร้อยแล้ว จ้าวหงเหมยก็กลับมาที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าสามียังขมวดคิ้วอยู่จ้าวหงเหมยก็รู้สึกสงสารจับใจ "เป็ความผิดของฉันเองถ้าฉันไม่เอาแต่ให้กำเนิดลูกสาว แม่ของพวกเราก็คงจะไม่..."
คำพูดของจ้าวหงเหมยยังไม่ทันจบหลันเยวี่ยก็ขัดขึ้นมาก่อนอย่างเหลืออด "แม่คะการมีลูกชายหรือลูกสาว จะว่าไปแล้วก็ขึ้นอยู่กับพ่อมากกว่าที่จะเป็แม่นะคะแต่ต่อให้การมีลูกชายลูกสาวจะเกี่ยวข้องกับท้องของผู้หญิงจริงๆย่าก็ไม่ควรทำแบบนั้นกับแม่ แม่คะ เพราะแม่ใจดีเกินไปก็เลยโดนย่าข่มเหงอยู่เรื่อยแบบนี้ไงคะ"
"พี่คะ ที่พี่บอกว่าการมีลูกชายลูกสาวขึ้นอยู่กับผู้ชาย เป็ไปได้ยังไงคะ?ลูกไม่ได้ออกมาจากท้องของผู้ชายซะหน่อย" ถิงถิงเพิ่งเคยได้ยินเื่ที่ว่าการมีลูกชายลูกสาวเกี่ยวข้องกับผู้ชายเป็ครั้งแรก
เมื่อเห็นความสงสัยของถิงถิงหลันเยวี่ยก็อธิบายถึงเหตุผลที่ว่าทำไมการมีลูกชายลูกสาวถึงไม่ใช่เื่ของผู้หญิงแต่เป็เื่ของผู้ชายแทน
แต่ถิงถิงก็ยังฟังแล้วงงๆอยู่เล็กน้อย
หูฉางหมินและจ้าวหงเหมยพอจะเข้าใจอยู่บ้างแต่พวกเขาก็ยังไม่เห็นด้วยกับเื่ที่ว่าเพศของลูกขึ้นอยู่กับผู้ชาย
แม่เฒ่าหูกลับถึงบ้านพร้อมกับโทสะ
ในเวลานี้ลูกชายคนที่สามกับสะใภ้ก็เพิ่งกินข้าวเย็นเสร็จ
เมื่อเห็นสีหน้าหลังจากกลับมาของแม่สามีที่ดูไม่สู้ดีสะใภ้สามก็รีบถามหูเจี้ยนิที่กลับมาด้วยกัน "ทำไมย่าถึงไม่พอใจล่ะหลานทะเลาะกับลุงใหญ่และป้าสะใภ้หรือเปล่า?"
"ไอ้ตัวเสียเงินเปล่าไม่ให้พวกเรากินเกี๊ยว" หูเจี้ยนิยังกินไม่อิ่มท้องก็รู้สึกปั่นป่วน ในใจก็ยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิม "ย่าไม่ได้ทะเลาะกับป้าสะใภ้แต่ทะเลาะกับคุณลุง แล้วก็ยัยหมูตอน ไอ้ตัวเสียเงินเปล่านั่น"
สะใภ้สามฟังจากคำพูดที่หูเจี้ยนิพูดออกมาก็พอจะเข้าใจเื่ราวคร่าวๆ
ดวงตาของเธอกลอกกลิ้งไปมาหลายรอบแล้วก็วิ่งไปที่ห้องของแม่เฒ่าหู
"แม่คะ เื่ราวทั้งหมดหนูได้ยินจากเจี้ยนิหมดแล้วค่ะพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ทำเกินไปจริงๆ ที่ปล่อยให้หลันเยวี่ยอาละวาด แม่คะอย่าโกรธไปเลยค่ะ เพราะยัยเด็กโง่ที่ไม่รู้จักบุญคุณคนนั่นตัวเองต้องมาโกรธแบบนี้มันไม่คุ้มกันหรอกค่ะ"
สะใภ้สามไม่ได้มาปลอบใจแม่สามีเธอ้าจะใช้โอกาสนี้พูดถึงเื่ที่จ้าวหงเหมยปฏิเสธการแนะนำผู้ชายให้หลันเยวี่ยของเธอก็เท่านั้น
สะใภ้สาม้าให้แม่เฒ่าหูช่วยออกหน้าเกลี้ยกล่อมให้หูฉางหมินและจ้าวหงเหมยเปลี่ยนใจ
เมื่อแม่เฒ่าหูรู้ว่าสะใภ้สามจะจับหลันเยวี่ยแต่งงานกับคนใบ้สีหน้าของเธอก็ยิ่งถมึงทึง
"สะใภ้สาม เธอมันอำมหิต หลันเยวี่ยไม่ได้โง่เง่าแต่เธอกลับจะจับหล่อนแต่งงานกับคนใบ้เหรอ นี่เธอเห็นว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่หลานแท้ๆของเธอสินะ หลานสาวฉันแต่งงานกับคนใบ้ จะให้พวกเราสกุลหูเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน?"
แม่เฒ่าหูไม่ชอบหลานสาวก็จริงแต่เธอก็ให้ความสำคัญกับหน้าตาของตระกูล
ถ้าหลานสาวแต่งงานไม่ดีเธอก็รู้สึกว่าเสียหน้าไปด้วย
ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าสะใภ้คนเล็กคิดแผนการเช่นนี้แม่เฒ่าหูจึงโกรธมาก
หลังจากตำหนิคนเสร็จเรียบร้อยแล้วแม่เฒ่าหูก็เรียกลูกชายคนที่สามเข้ามา
แม่เฒ่าหูชี้หน้าสะใภ้สามแล้วพูดกับลูกชาย “ลูกสามผู้หญิงคนนี้อยู่กับแกมาหลายปีแล้ว แต่ใจยังอยู่กับบ้านเกิดวันนี้หล่อนอยากจะจับหลานสาวดีๆของพวกเราแต่งงานกับหลานชายเป็ใบ้ที่บ้านเกิดหล่อนพรุ่งนี้ไม่แน่ว่าหล่อนอาจจะเอาเงินที่แกหามาอย่างยากลำบากไปให้บ้านเกิดหมดก็ได้"
อาสามก็พอจะเข้าใจเื่ราวทั้งหมดแล้วดังนั้นเมื่อถูกแม่เฒ่าหูยุแยงแค่เล็กน้อย ไฟในใจของเขาก็ลุกโชนขึ้นมา
อาสามตบหน้าเมียไปฉาดใหญ่"ยัยผู้หญิงอกตัญญู เอาแต่คิดถึงบ้านเกิดนักก็กลับไปอยู่ที่บ้านเกิดซะไป"
แม่เฒ่าหูพอใจกับการกระทำของลูกชายคนที่สามมาก
สะใภ้สามที่ถูกสามีตบหน้าก็ไม่กล้าปริปากภายในใจเต็มไปด้วยความคับแค้นใจและความแค้นเคือง
เธอไม่กล้าทำอะไรสามีไม่กล้าผูกใจเจ็บกับแม่สามี
เธอเก็บความแค้นนี้ไว้กับหูฉางหมินและจ้าวหงเหมย
เื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้านอาสามหลันเยวี่ยและคนอื่นๆ ไม่ได้เห็นกับตา
เดิมทีวางแผนว่าจะขึ้นเขาต่อในวันรุ่งขึ้นแต่ฟ้าฝนไม่เป็ใจ ั้แ่เวลาเช้าตรู่จึงเต็มไปด้วยเมฆหมอก
เมื่ออากาศไม่ดีก็ขึ้นเขาไม่ได้
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จแล้วหลันเยวี่ยและถิงถิงก็เดินเล่นอยู่ในระแวกบ้าน
เพิ่งออกจากบ้านก็ได้เจอกับหูหลิงหลิงที่ออกมาเดินเล่นเหมือนกัน
เมื่อเห็นหลันเยวี่ยและน้องสาวหูหลิงหลิงก็รีบหันหลังเตรียมจะหนีไป
หลันเยวี่ยไม่อยากให้หูหลิงหลิงหลบหนีไปเช่นนี้
"หูหลิงหลิง ทำไมพอเจอฉันกับถิงถิงแล้วถึงต้องหนีด้วยล่ะ?"
"ใครหนีกัน?" ทั้งๆ ที่ดูยังไงก็หนีชัดๆแต่หูหลิงหลิงก็ยังจะปากแข็ง
เพียงไม่กี่ก้าวหลันเยวี่ยก็วิ่งตามหูหลิงหลิงทัน "หูหลิงหลิงเธอคงไม่ได้คิดว่าการหนีจะทำให้หนี้ที่ติดค้างอยู่หายไปได้หรอกใช่ไหม?"
หูหลิงหลิงรีบหันกลับมาเผชิญหน้ากับหลันเยวี่ยที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมด้วยสีหน้าไม่เป็มิตร
"ยัยหมูตอน ฉันติดหนี้อะไรเธอ?" หูหลิงหลิงถามอย่างเกรี้ยวกราด
ถิงถิงที่ยืนอยู่ข้างหลันเยวี่ยจ้องมองหูหลิงหลิงเขม็ง"หลิงหลิง ถ้าเธอไม่ให้เกียรติพี่สาวของฉันอีกฉันจะตบหน้าเธอด้วยฝ่ามือใหญ่ๆ เชื่อหรือเปล่า?"
สำหรับคำขู่ของถิงถิงหูหลิงหลิงทำเพียงแค่ส่งเสียงเหอะในลำคออย่างไม่ใส่ใจ
ถึงแม้ว่าเธอจะอายุน้อยกว่าถิงถิงสองสามปีแต่ส่วนสูงของเธอก็พอๆ กับถิงถิงแล้ว แถมยังมีรูปร่างใหญ่กว่าพี่สาวด้วย
อีกอย่างปกติถิงถิงก็เป็คนซื่อๆมาโดยตลอด ดังนั้นหูหลิงหลิงจึงไม่เคยใส่ใจพี่สาวคนที่สองคนนี้เลย
หลันเยวี่ยพูดหลังจากที่หูหลิงหลิงส่งเสียงเหอะใส่ถิงถิง"หูหลิงหลิง เธอยังไม่แก่เลยนะ ทำไมความจำถึงได้แย่ขนาดนี้?เื่ที่พวกเราเดิมพันกัน ถึงเธอจะลืมไปแล้วแต่เื่ที่อาสะใภ้รองเป็ลมล้มพับไป เธอคงไม่ลืมหรอกใช่ไหม?"
"หูหลันเยวี่ย เธอยังจะกล้าพูดอีก แม่ของฉันอยู่ดีๆเป็ลมไปก็เพราะเธอแช่งทั้งนั้น" หูหลิงหลิงยืนเท้าเอววีนสีหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
หลันเยวี่ยหัวเราะเบาๆ"ถ้าฉันมีความสามารถในการแช่งให้แม่ของเธอล้มป่วยจริงฉันคงจะแช่งให้เธออ้วนยิ่งกว่าฉันซะเลย"
"หูหลันเยวี่ย นี่แก..." หูหลิงหลิงโกรธจัดจนตาแทบถลน
หลันเยวี่ยไม่อยากเสียเวลามานั่งเถียงกับหูหลิงหลิงเธอขวางทางเอาไว้ ไม่ได้้ามาชวนทะเลาะด้วย แต่้าทวงสัญญาเดิมพันต่างหาก
"พวกเราเดิมพันกันไว้แล้วว่าแพ้เมื่อไหร่เธอจะเอาปลามาให้บ้านฉัน? แล้วก็เธอจะยอมคลานให้ฉันขี่หลังเป็ม้าตอนนี้เลย หรือว่า..."
เดิมทีท่าทีของหลันเยวี่ยที่มีต่อหูหลิงหลิงก็ไม่ดีอยู่แล้วในเวลานี้กลับยิ่งแสดงออกอย่างก้าวร้าวการกระทำเช่นนี้ของเธอทำให้หูหลิงหลิงรู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ
หูหลิงหลิงก็รู้ว่าตนเองเดิมพันแพ้
ไม่ว่าจะต้องเอาปลามาให้บ้านหลันเยวี่ยหรือต้องคลานให้หลันเยวี่ยขี่หลังเป็ม้า เธอก็ไม่เต็มใจทั้งนั้น