- บ้านแพร -
บรรยากาศภายในบ้านของแพรเต็มไปด้วยความตึงเครียดและคราบน้ำตา พ่อกับแม่นั่งหน้าเครียดจัดอยู่บนโซฟาตัวยาว โดยมีพี่เอกนั่งกุมมือแพรไว้แน่นไม่ยอมห่าง ส่วนพี่แอนเดินพล่านไปมาในห้องรับแขก มือหนึ่งถือโทรศัพท์ที่สั่นไม่หยุดจากข้อความที่กระหน่ำส่งเข้ามาถามไถ่เรื่องฉาวที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย
"ป่านนี้คนทั้งมหา’ลัยคงลือกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว" พี่แอนโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล
"ข่าวอาจารย์กรถูกตำรวจหิ้วปีกออกไปกลางคณะมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะคะพี่เอก ยิ่งยัยวิภาปากสว่างขนาดนั้น ป่านนี้เรื่องคงถูกบิดเบือนไปจนแพรเสียหายยับเยินแล้ว"
พ่อของแพรถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "เงินกี่ล้านที่พวกนั้นเอามาฟาดหัวเรา มันเทียบไม่ได้เลยกับศักดิ์ศรีของลูกสาวพ่อ... แต่ในเมื่อกฎหมายมันทำอะไรคนฉลาดแกมโกงแบบนั้นไม่ได้ เราจะสู้ต่อยังไงดีเอก?"
พี่เอกเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยอบอุ่นบัดนี้ดูเด็ดเดี่ยวและเย็นเยียบจนน่ากลัว
"ผมไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบแค่นี้แน่ครับคุณพ่อ" พี่เอกพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ในเมื่อไอ้กรมันใช้ความฉลาดจัดฉากเอาตัวรอดจากคุกไปได้ ผมก็จะใช้ความจริงนี่แหละ... ทำลายอนาคตที่มันรักนักหนาเอง"
"เอกจะทำยังไงลูก?" แม่ถามด้วยความกังวล "แม่กลัวว่าถ้าเรื่องยิ่งยาว แพรจะยิ่งบอบช้ำ"
พี่เอกหันไปมองแพรที่นั่งนิ่งเงียบ แววตาเหม่อลอย "ผมจะพาแพรไปอยู่ที่อื่นครับคุณแม่... ไปที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา ไปที่ที่แพรจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่ต้องมีสายตาใครมาคอยจับผิด ส่วนเรื่องที่มหาวิทยาลัย... ผมจะให้คนของพ่อผมเข้าไป 'ทำความสะอาด' เอง"
พี่เอกหันมาทางพี่แอน "พี่แอนครับ ผมรบกวนพี่ช่วยรวบรวมรายชื่อนักศึกษาหรือเจ้าหน้าที่ที่เคยถูกไอ้กรคุกคามหรือทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมแบบนี้มาก่อน ผมรู้ว่ามันไม่ได้ทำกับแพรเป็นคนแรก... ในเมื่อกฎหมายอาญาเอาผิดมันไม่ได้เพราะ 'สมยอม' งั้นเราจะใช้ 'จริยธรรมวิชาชีพ' ไล่มันออกจากที่นี่แทน"
"ผมจะทำให้มันไม่มีที่ยืนแม้แต่ในโลกวิชาการ" พี่เอกพึมพำรอดไรฟัน
แพรเงยหน้าที่นองน้ำตาขึ้นมองพี่แอนกับพี่เอกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดกลัว
"พี่เอก... พี่แอน... ที่บอกว่าจะไปรวบรวมรายชื่อคนอื่น หมายความว่ายังไงคะ? พี่กร... เขาเคยทำแบบนี้กับคนอื่น หรือนักศึกษาด้วยเหรอ?"
"ใช่!!!"
ทั้งพี่เอกและพี่แอนโพล่งออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย จนแพรสะดุ้งตัวโยน
พี่เอกถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ "แพร... พี่กรที่หนูเห็นว่าสุภาพ แสนดี เป็นอาจารย์ที่น่าเคารพ นั่นมันแค่เปลือกนอกที่เขาเอาไว้หลอกคนไม่รู้เรื่อง"
พี่แอนรีบเสริม "ก่อนที่แพรจะเข้ามาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน มีนักศึกษาฝึกงานลาออกกะทันหัน เด็กคนนั้นชื่อกิ๊บ... กิ๊บเคยมาแอบร้องไห้กับพี่ บอกว่าอาจารย์กรชอบเรียกไปพบที่ห้องทำงานตอนค่ำๆ แล้วลวนลาม บังคับให้จูบ แลกกับคะแนนโปรเจกต์"
แพรตาโตด้วยความช็อก "แล้ว... แล้วกิ๊บไม่ได้แจ้งความเหรอคะ?"
"แจ้งไปก็เท่านั้นแล่ะแพร" พี่แอนแค่นยิ้มขื่น "พี่กรเขาฉลาดแบบที่ทำกับแพรนั่นแหละ เขาแอบอัดเสียงตอนเด็กคนนั้นพยายามต่อรอง แล้วเอามาตัดต่อให้ดูเหมือนเด็กไปเสนอตัวให้เขาเอง สุดท้ายกิ๊บต้องลาออกไปเพราะทนแรงกดดันและสายตาคนในคณะไม่ไหว"
พี่เอกกุมมือแพรแน่นขึ้น "ไม่ใช่แค่คนเดียวนะแพร มีเจ้าหน้าที่ธุรการคนเก่าอีกคนที่ลาออกไปแบบไม่มีสาเหตุ เพราะถูกพี่กรใช้ 'อิทธิพลพ่อแม่' และ 'ภาพลักษณ์อาจารย์ดีเด่น' กดทับไว้ไม่ให้พูดความจริง"
"เขาทำแบบนี้มานานแล้วแพร... เขาเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กเรียบร้อย หรือคนที่ไม่กล้าสู้คน" พี่เอกพูดรอดไรฟัน "เขาใช้ความน่าเชื่อถือทางวิชาการเป็นกรงขังคนอื่นมาตลอด จนกระทั่งมาถึงหนู... เขาคิดว่าเขาจะใช้มุกเดิมๆ จัดฉากให้หนูดูเป็นฝ่ายสมยอมเพื่อให้ตัวเองลอยนวล"
แพรนั่งตัวสั่นสะท้าน ความทรงจำที่พี่กรเคยอ่อนโยนกับเธอในอดีตกลายเป็นภาพที่น่าขยะแขยงจนเธออยากจะอาเจียนออกมา
"เขา... เขาเป็นปีศาจชัดๆ" แพรพึมพำเสียงสั่น
"เพราะฉะนั้นคราวนี้พี่ไม่ยอมแน่" พี่เอกประกาศกร้าว "ในเมื่อกฎหมายอาญาเอาผิดเขาไม่ได้เพราะความฉลาดแกมโกง พี่จะเปิดโปงพฤติกรรมฉาวของเขาให้ทั่วทั้งกระทรวงศึกษาธิการ พี่จะเรียกเหยื่อทุกคนที่เคยถูกเขาทำร้ายมารวมตัวกัน และพี่จะใช้บารมีพ่อพี่คุ้มครองทุกคนเอง!"
“งั้นแปลว่า... เมื่อก่อนที่พี่กรจีบหนู พี่เขาแค่... แค่อยากได้หนูเหมือนคนอื่นเหรอคะ?” เสียงของแพรสั่นพร่า เธอพยายามนึกถึงวันวานที่เขาสุภาพ ให้เกียรติ และดูแลเธออย่างดีมาตลอด
พี่เอกกับพี่แอนสบตากันครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนี ราวกับไม่มีใครอยากเป็นคนทำลายเศษเสี้ยวความทรงจำดีๆ ที่เหลืออยู่ของแพรให้แตกสลายไปมากกว่านี้
พี่เอกกับพี่แอนนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่...
พี่เอกถอนหายใจออกมาหนักๆ เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วกุมมือที่สั่นเทาของแพรไว้แน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารและจริงใจ
“แพรฟังพี่นะ...” พี่เอกเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “พี่ก็ไม่รู้หรอกว่าในใจมันคิดอะไรอยู่ มันอาจจะ ‘รัก’ แพรจริงๆ ก็ได้ในตอนนั้น เพราะแพรเป็นคนน่ารัก ใครอยู่ใกล้ก็ต้องรัก... แต่นั่นไม่ได้แปลว่ามันเป็นคนดี”
พี่เอกเว้นจังหวะครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา “คนเรามันมีสองด้านเสมอแพร สำหรับมัน... ความรักกับความอยากครอบครองมันปนกันจนแยกไม่ออก พอมันไม่ได้อย่างใจ หรือพอหนูจะไปจากมัน สันดานดิบที่มันซ่อนไว้ใต้หน้ากากอาจารย์ผู้ดีมันก็โผล่ออกมา”
“ใช่แพร...” พี่แอนเสริมพลางลูบไหล่ปลอบ “ความรักของคนเห็นแก่ตัวน่ะ มันไม่ได้ต้องการให้คนที่รักมีความสุขหรอก แต่มันต้องการให้คนที่รัก ‘เป็นของมัน’ คนเดียว ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีที่สกปรกแค่ไหนก็ตาม”
พี่เอกจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแพรที่เอ่อล้นด้วยน้ำตา “ต่อให้มันจะรักหนูจริง แต่มันก็เป็นความรักที่เป็นพิษ ความรักที่ทำร้ายหนูได้ขนาดนี้... มันไม่ใช่ความรักที่หนูควรจะโหยหาหรือเสียดายมันอีกต่อไปแล้วนะแพร”
คำพูดของพี่เอกเหมือนตบหน้าแพรให้ตื่นจากความฝันอันโหดร้าย ความจริงที่ว่าพี่กรอาจจะรักเธอแต่มันคือความรักที่บิดเบี้ยว ยิ่งทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียน
“หนูเข้าใจแล้วค่ะ...” แพรพึมพำพลางเช็ดน้ำตา “ต่อจากนี้ไป... หนูจะไม่เหลือพื้นที่ในใจให้คนแบบนั้นอีกแม้แต่เซนเดียว”