ผมคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็คนที่ไม่มีโชคเื่ความรักเพราะมักจะเ็ปกับมันเสมอ ไม่ว่าจะเป็รักครั้งแรก...รักที่ไม่ควรรักหรือจะเป็รักครั้งที่สองที่หวังว่าจะเป็รักครั้งสุดท้าย แต่กลับโดนทำร้ายได้แสนสาหัสอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน จนกระทั่งตัดสินใจกลับมาที่นี่...ที่ซึ่งผมหวังว่าใครบางคนจะทำให้ลืมเื่ราวเ็ปนั้นได้
ความหวังที่เป็จริงได้อย่างไม่น่าเชื่อทั้งที่เขาเกลียดขี้หน้าผม แต่ผมก็ยังมีความสุขที่ได้กลับมาอยู่ใกล้ ๆ เขา ผมอาจจะเห็นแก่ตัวไปหน่อยที่อยากจะกลับมาพักใจ และใช้ความรู้สึกเก่า ๆ เยียวยาหัวใจที่เ็ป แต่แล้วก็เป็ผมเองที่ห้ามความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ ผมไม่อาจหลอกตัวเองว่าคิดกับเขาแค่พี่น้องได้อีกแล้ว
ความรู้สึกที่ผมอยากจะสารภาพออกไปแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ทำเลยเพราะคืนนั้น...คืนที่ผมได้รู้ว่าตัวเองทิ้งความเ็ปไว้ให้ก๋วยเตี๋ยวมากแค่ไหน มันทำให้ผมรู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าเขา ผมตั้งใจจะไปหักห้ามใจตัวเองแล้วค่อยกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงที่ผมควรจะรับผิดชอบ แต่สุดท้าย...ก๋วยเตี๋ยวก็เป็คนที่กล้าหาญก่อนเสมอ
การที่เตี๋ยวอ้าแขนยอมรับผมในฐานะพี่ชายอีกครั้งทำให้ผมมีความสุขและเ็ปไปพร้อม ๆ กัน ทั้งที่อยากจะบอกความจริงมากมายที่เคยปกปิดไว้ แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะทำลายความเชื่อใจของเตี๋ยวอีก เพียงเพราะ...คืนที่ผมต้องเผชิญหน้ากับความเ็ป...ก๋วยเตี๋ยวกลับมายืนอยู่ตรงหน้าและเป็ที่พักพิงให้ผม
หลังจากคืนนั้น เตี๋ยวก็ทำตัวเป็ปกติกับผมจนเกินปกติ คล้ายจะปลอบใจเื่าแที่ผมได้รับจากพิมพ์โดยไม่มีความระแวดระวังอะไรเลย เขากลายเป็น้องชายที่น่ารัก น้องชายที่ใส่ใจความรู้สึกของผม น้องชายที่คอยวนเวียนอยู่ข้างกายผม แต่เขาไม่รู้หรอกว่ายิ่งทำให้ผมอยากจะเป็มากกว่าพี่ชายเข้าไปทุกที
ความ้าภายในใจสวนทางกับความจริงที่ผมเป็อยู่ ความจริงที่ผมกลายเป็ผู้ปกครองของสองพี่น้องสุดแสบที่เถียงกันได้แทบทุกเื่ จนผมเหนื่อยใจเข้าไปอีกกับการต้องวางตัวเป็แค่พี่ชายเพราะความไว้ใจของผู้ใหญ่ที่ผมเคารพรัก
“ไอ้พี่เตี๋ยว!”
“อ๊ากกกก! อย่านะโว้ย!”
นั่นไงครับ...ยังไม่ทันขาดคำ าสายเืก็เกิดขึ้นอีกแล้วแม้แต่วันหยุดแบบนี้ก็ไม่เว้น เสียงโหวกเหวกแถวหน้าห้องนอนทำให้ผมต้องละมือจากกองเอกสารการสอน เพื่อออกไปจัดการห้ามศึกสายเืของสองแสบ
“ทะเลาะอะไร -- เฮ้ย!” ผมยืนนิ่งอยู่หน้าห้องของตัวเองเพราะภาพของเด็กร่างสูงที่มีผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเกาะเกี่ยวเอวบางไว้ โชว์ให้เห็นรูปร่างดูดีของเด็กหนุ่มกับผิวสีน้ำผึ้งที่พร่างพราวไปด้วยหยดน้ำ ซึ่งกำลังวิ่งหนีน้องสาวตัวเองที่ตามไล่ตีมาอย่างไม่ลดละ
“หยุดนะโว้ยไอ้ปลา!” คนเป็พี่ะโห้ามปราม ขณะที่วิ่งหนีน้องสาวตัวเองมาหาผมที่ยืนอึ้งอยู่หน้าห้องนอน
“ตายแน่ไอ้พี่เตี๋ยว!”
“พี่ธิวช่วยด้วย!” เตี๋ยววิ่งเข้ามาเบียดผมที่ยืนบังกรอบประตูห้องที่เปิดอ้าไว้ และดันตัวเองเข้าไปอยู่ในห้องนอนพลางเกาะหลังผมแน่นเหมือนเด็ก ๆ
“พี่ธิวถอยไป! วันนี้ปลาจะจัดการไอ้พี่บ้านี่ให้ได้เลย!”
แม้จะยังทำตัวไม่ค่อยถูกที่มีคนกึ่งเปลือยเกาะอยู่ด้านหลัง แต่ผมก็รีบห้ามปอปลาที่ทำท่าจะขว้างขวดอะไรบางอย่างใส่คนด้านหลัง
“เฮ้ย! ใจเย็น ๆ น้องปลา...เกิดอะไรขึ้น” ผมพยายามดันขวดในมือน้องให้ลดต่ำลงเพื่อความปลอดภัยของก๋วยเตี๋ยว
“เย็นไม่ไหวแล้วพี่ธิว! ไอ้พี่เตี๋ยวมันนิสัยเสีย มาขโมยของปลาใช้ตลอดเลยเนี่ย!”
“แค่ยืมเฉย ๆ หรอก!” คนถูกกล่าวหาโผล่หน้าข้ามไหล่ผมออกมาเถียงน้องสาวตัวเอง
“ยังจะเถียงอีก! ยืมบ้าอะไร ใช้จนเกือบหมดเลยเนี่ย!” ปอปลาชูขวดในมือขึ้นจนผมเห็นว่ามันคือขวดแชมพู
“มันเหลือน้อยอยู่แล้วเหอะ เดี๋ยวซื้อคืนให้ก็ได้แค่นี้เอง!”
“แค่นี้เองก็ซื้อใช้เองสิ ขโมยไปใช้อยู่เรื่อยเลย มันแพงนะเว้ย!”
“เออ ๆ ก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวจะซื้อใช้ให้!”
“บอกแบบนี้ั้แ่ขวดแรกแล้วไอ้พี่ขี้ขโมย! ไม่เห็นจะซื้อมาให้สักขวด!”
“ก็เงินค่าขนมมันไม่พออะ!”
“งั้นก็ไม่ต้องใช้สิโว้ยไอ้พี่บ้า!”
“ไอ้น้องขี้งก!”
“ไอ้พี่ขี้ขโมย! ตายซะเหอะ!”
“เฮ้ย! พี่ธิวช่วยด้วย!” คนปากดีด้านหลังรีบซุกหน้าลงที่แผ่นหลังของผมอีกครั้ง ทั้งยังเอื้อมมือมากอดเอวผมไว้แน่น
“เอ่อ...ปลาพี่ว่าใจเย็น ๆ นะ เตี๋ยวคงไม่ได้ตั้งใจหรอก เดี๋ยวพี่ซื้อขวดใหม่ให้ก็ได้”
“ไม่ได้ค่ะพี่ธิว! ครั้งนี้ไอ้พี่ขี้ขโมยมันต้องขอโทษปลาด้วย มันทำแบบนี้ตั้งหลายครั้งแล้วนะคะ!”
“หลายครั้งอะไร แค่นาน ๆ ทีโว้ย!”
คนผิดยังตั้งหน้าตั้งตาเถียงทำให้ปอปลาหมดความอดทนจนได้ และพยายามดึงผมให้ออกจากการเป็โล่มนุษย์ให้พี่ชายตัวเอง
“เฮ้ย! อย่านะเว้ย!”
“ตายแน่ไอ้หัวขโมย!”
ใช่...ตายแน่...ผมต้องหัวใจวายตายแน่ ๆ เพราะกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ จากใครบางคนเนี่ย
ผมกลายเป็ตุ๊กตาตัวโตที่ถูกสองพี่น้องเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา จนผมต้องพยายามดันปอปลาให้ออกห่างเพราะดูเหมือนว่ายิ่งปอปลาเข้าใกล้พวกผมเท่าไร คนกึ่งเปลือยด้านหลังก็ยิ่งกอดผมแน่นขึ้นไปอีก แถมร่างกายเปลือยเปล่านั่นก็ยิ่งแนบชิดกับตัวผมจนแทบไม่มีสมาธิจะกันปอปลาแล้ว
“พอ ๆ หยุดได้แล้วปอปลา!” ผมจำใจต้องดันตัวปอปลาออกและดุน้องแทนคนด้านหลังที่เป็คนก่อเื่ เพราะผมไม่อยากแตะตัวของเตี๋ยวตอนนี้หรอก
“พี่ธิวจะไปช่วยไอ้พี่บ้านี่ทำไมอะ!”
พี่ช่วยตัวเองต่างหากปลา...
“เฮ้อ...พี่ไม่ได้ช่วย แต่ไม่อยากให้เราทะเลาะกัน”
“ปลาก็ไม่ได้อยากทะเลาะกับมันหรอก แต่ดูมันทำตัวดิ!”
“พี่ทำอะไร...ก็แค่แชมพูรึเปล่าวะ!”
“พอ ๆ ถ้ายังไม่หยุดพี่จะฟ้องคุณป้านะ!” ผมงัดไม้เด็ดออกมาใช้และได้ผลชะงัด เพราะทั้งคู่หยุดยืนนิ่งไม่กล้าโวยวายอีก แม้จะยังทำหน้าบูดหน้าบึ้งใส่กันไม่ลดละก็ตามที
“สรุปว่าเตี๋ยวขโมยแชมพูน้องมาใช้ใช่ไหม” ผมหันไปถามคนที่ยังไม่ปล่อยมือจากเอวของผม แม้จะยืนตรงเป็ปกติดีแล้ว
“แค่ยืมใช้เฉย ๆ แชมพูของเตี๋ยวหมด ยังไม่ได้ไปซื้อเลย”
“แล้วทำไมไม่ใช้ของพี่ ไปเอาที่ห้องน้ำปอปลามาใช้ทำไม” ผมเอ็ดตัวก่อเื่ที่ทำหน้าบูดตอบกลับมา
“ก็มันหอมอะ...ใช้แล้วผมนุ่มด้วย” คนที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด รีบยื่นหัวที่ยังชื้นอยู่มาให้ดม
กลิ่นหอมหวานคุ้นเคยที่ผมมักได้กลิ่นจากตัวของเตี๋ยวคงมาจากแชมพูของปอปลานั่นเอง และจากที่ลูบหัวน้องอยู่บ่อยครั้งทำให้รู้ว่าผมของเตี๋ยวนุ่มลื่นเกินผมผู้ชาย ตอนนี้ทั้งผมและเ้าของแชมพูที่ยืนหน้าหงิกอยากจะเอาขวดฟาดหน้าพี่ตัวเองอยู่ ต่างกระจ่างแล้วว่าประสิทธิผลของแชมพูเป็เหตุให้เกิดศึกสายเืครั้งนี้
“เฮ้อ...งั้นพี่จะซื้อให้ใช้ทั้งสองคนนั่นแหละ ไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว ส่วนเตี๋ยวต่อไปนี้ห้ามไปยุ่งกับของส่วนตัวของน้องอีกเข้าใจไหม ไม่งั้นพี่จะฟ้องคุณป้าว่าเตี๋ยวทำตัวไม่ดีตอนที่คุณป้าไม่อยู่”
“อ้าว! ทำไมเตี๋ยวโดนแค่คนเดียวล่ะ!”
“เพราะว่าเราเป็พี่ไงแต่ยังทำตัวเป็เด็ก ๆ อยู่อีก เลิกโวยวายและไปแต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวเย็นนี้ไปซื้อของกัน ปลาจะไปด้วยกันไหม ไปเลือกเองเลยก็ได้นะ พี่ซื้อให้เอง”
“ปลามีงานต้องทำน่ะค่ะ พี่ธิวไปกับไอ้พี่เตี๋ยวแล้วกัน มันรู้หรอกว่าต้องซื้อที่ไหนแต่ไม่ยอมซื้อ”
“จะซื้อให้แล้วนี่ไง แขวะอยู่ได้”
“เฮอะ! ไม่ใช่เงินตัวเองสักหน่อย”
“เดี๋ยวพี่ก็คืนให้พี่ธิวเองแหละน่า!”
“พี่ธิวอย่าไปตามใจมันมากนะ เดี๋ยวจะลำบากไม่รู้ตัว” ปอปลาส่ายหัวระอาใจใส่พี่ชายของตัวเอง แล้วเดินหงุดหงิดกลับเข้าห้องไป
“ไอ้น้องปากร้ายใจร้ายแถมขี้งกด้วย!”
“พอเลยเราน่ะ เฮ้อ...ไปแต่งตัวได้แล้ว” ผมบอกคนที่ยังยืนกอดเอวผมไว้หลวม ๆ และดูเหมือนจะเพิ่งรู้ว่าตัวเองอยู่ในท่าไหนถึงได้เด้งตัวออกจากระยะอันตราย
“ลืมเลยอะ...ว่าตัวเองเปียกน้ำอยู่ พี่ธิวเปียกปะเนี่ย”
เฮ้อ! ก็สมที่เป็ก๋วยเตี๋ยวละนะ แทนที่จะกังวลเื่อื่นแต่กลับกังวลว่าผมจะเปียก ถ้าไม่ติดตรงที่ทุกอย่างกำลังไปได้ดี ผมคงจะดึงเตี๋ยวเข้าห้องให้รู้แล้วรู้รอดและบอกไปเลยว่าผมรู้สึกยังไง เขาจะได้กลับไประแวดระวังผมเหมือนตอนแรกบ้าง
“อือ...ไม่เปียกหรอก รีบไปแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวก็เป็หวัดพอดี”
“อืม ๆ”
คนไม่คิดอะไรเดินกลับเข้าห้องตัวเองไปแล้ว เหลือเพียงคนที่คิดมากอย่างผมที่มีเื่ให้ต้องกังวลเพิ่มเพราะความคิดไม่ซื่อของตัวเอง ทั้งที่พยายามจะเป็พี่ชายคนเดิมอย่างที่เคยพูดไว้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะยากกว่าที่คิดหลายเท่าเลย
.
.
“อันนี้แหละพี่ธิว”
ผมหยุดยืนอยู่หน้าชั้นวางสินค้าในร้านยอดฮิตติดเทรนของสาวยุคนี้ ผู้ชายสองคนอย่างพวกผมจึงกลายเป็เหมือนสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมของที่นี่เพราะลูกค้าในร้านเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์เป็ผู้หญิง พวกผมจึงถูกจ้องมองจากคนรอบข้างอยู่บ้าง แต่ดูเหมือนว่าคนข้าง ๆ ผมจะไม่ได้ใส่ใจสายตาของคนอื่นนัก เตี๋ยวคงไม่รู้ว่าตัวเองดึงดูดสายตาคนอื่นได้มากแค่ไหนหรอก
“มันมีตั้งหลายกลิ่นนี่หว่าพี่ธิว...เอากลิ่นไหนดี” หนุ่มหล่อที่ดูตื่นเต้นเหลือเกินกับแชมพูหลากกลิ่นตรงหน้า รีบเปิดขวดดมกลิ่นและยื่นให้ผมช่วยพิสูจน์ด้วยอีกคน “หอมปะ”
“อือ...ก็ดี”
“ก็ดีนี่คือหอมหรือไม่หอมวะพี่ธิว”
“ก็หอมแต่พี่ว่ากลิ่นเดิมหอมกว่า”
“เหรอ”
“อือ...กลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ พี่ว่าเหมาะกับเตี๋ยวมากกว่ากลิ่นแรง ๆ นะ”
“เออ งั้นเอาแบบเดิมแล้วกัน...เอาไปสองขวดนะ”
“กี่ขวดก็ตามใจเถอะ อย่าไปแย่งกันก็พอ” ผมส่งมือไปขยี้ผมนุ่มของคนที่เอาแต่ดมขวดแชมพูอยู่นั่น
“แค่สองขวดก็พอ เดี๋ยวเดือนหน้าเงินค่าขนมออกเตี๋ยวคืนให้พี่ธิวนะ”
“พี่บอกว่าจะซื้อให้ไง”
“ไม่เอาหรอก สองขวดก็เป็พันกว่าแล้ว...เกรงใจ”
“ถ้างั้นก็ซื้อให้ปอปลาแค่คนเดียวพอ”
“เฮ้ย! ลำเอียงไม่ได้นะเว้ย!”
“เราบอกว่าเกรงใจ พี่ก็เลยไม่อยากบังคับ”
“บังคับนิดนึงก็ได้...ไปจ่ายเงินเลยนะ” คนเกรงใจรีบยัดแชมพูสองขวดลงตะกร้าอย่างไว แล้วเดินนำผมไปยังเคาน์เตอร์จ่ายเงิน “แม่ง!”
ผมเดินออกมายังไม่พ้นชั้นวางของตรงทางเลี้ยว ก็ถูกคนที่เดินนำหน้าหันมาดึงให้นั่งลงหน้าชั้นสินค้าของผู้หญิง
“เตี๋ยว...”
“หลบตรงนี้ก่อนนะพี่ธิว...แป๊บเดียว...”
เสียงกระซิบของคนข้างกายทำให้ผมต้องยื่นหน้าออกไปมองตามสายตาของเขาที่กำลังจ้องมองอะไรบางอย่างอยู่
“นั่น...น้องมินไม่ใช่เหรอ”
“เออดิ...ร้านนี้มันมีสาขาเดียวหรือไงวะ ทำไมต้องมาวันเดียวกันด้วยเนี่ย”
“แล้วเราจะหลบทำไมล่ะ เจอกันก็ไม่เห็นเป็อะไรเลย”
“ั้แ่เลิกกัน...เตี๋ยวเจอมินกี่ครั้งก็ซวยทุกครั้งเลยนะ เตี๋ยวไม่เสี่ยงดีกว่า เผลอ ๆ จะลุกขึ้นมากรีดร้องแหกปากชี้หน้าว่าเราสองคนเป็เกย์ให้อับอายผู้คนก็ได้ ใครจะไปรู้...ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงน่ะน่ากลัวจะตาย”
นั่นสินะ...ไม่แปลกหรอกที่เตี๋ยวจะอายถ้าถูกมองว่าเป็แบบนั้น แม้ว่าครั้งที่ผ่านมาพวกเราจะต้องแกล้งทำให้คนอื่นเข้าใจผิด แต่มันก็แค่เพราะสถานการณ์บังคับเท่านั้น ถ้าเกิดขึ้นตอนนี้ที่มีคนเยอะแยะคงไม่มีผู้ชายคนไหนทนได้หรอก...โดยเฉพาะคนที่ต้องเจอเื่แย่ ๆ เกี่ยวกับเื่นี้มามากแล้วอย่างเตี๋ยว
“แม่ง ๆ อย่ามาทางนี้นะเว้ย...เราเดินอ้อมไปทางโน้นแล้วกัน”
เตี๋ยวดึงผมให้ลุกขึ้นจากชั้นผ้าอนามัยหลากหลายยี่ห้อและเดินอ้อมไปอีกทาง แต่เพราะผมคงตัวสูงเกินไปหน่อย น้องมินที่เงยหน้าจากจอโทรศัพท์จึงหันมาเห็นผมพอดีแต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นแหละ เพราะผมโดนมือหนากดหัวให้ก้มลงต่ำกว่าชั้นสินค้าจนทำให้ใบหน้าของเราสองคนอยู่ใกล้กันจนน่ากลัว
“มินเห็นเราหรือเปล่าวะพี่” คนที่มัวแต่กังวลเื่แฟนเก่าของตัวเอง จนไม่ได้กังวลเื่ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นระหว่างเราทำให้ผมหงุดหงิดนิดหน่อย
“เขาเห็นพี่แล้วแหละ” ผมตัดสินใจยืดตัวตรงอีกครั้งแบบไม่สนใจว่าเมื่อกี้มินจะเห็นพวกเราหรือเปล่า เพราะตอนนี้ผมอยากให้เห็นแล้วเหมือนกัน
“เฮ้ย!” เตี๋ยวร้องอย่างใที่ผมทำอะไรไม่ปรึกษา แต่ผมก็ไม่ได้สนใจและดึงตะกร้าในมือของน้องมาถือไว้
“ไปจ่ายเงินได้แล้ว จะได้กลับไปกินข้าวเย็นกัน” ผมบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และดึงมือเตี๋ยวให้เดินตามมาเพื่อไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ “ไปรอข้างนอกร้านก็ได้ เดี๋ยวพี่จัดการเอง” ผมบอกคนที่ยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังแบบระแวดระวังเกินเหตุ
“อือ ๆ เตี๋ยวไปรอหน้าร้านนะ”
เตี๋ยววิ่งออกจากร้านโดยไม่หันมามองผมเลยด้วยซ้ำ เขาคงไม่อยากเจอมินจริง ๆ นั่นแหละ แต่ผมไม่รู้ว่าเขาไม่อยากเจอเพราะกลัวเดือดร้อนหรือเพราะยังเ็ปกับความรักครั้งเก่ากันแน่ แม้จะไม่แน่ใจว่าเป็เพราะอะไร แต่ผมก็สอดส่องสายตาหาหญิงสาวร่างบางขณะที่ต่อแถวอยู่หน้าเคาน์เตอร์ และเห็นเธอกำลังจ้องมองมาที่ผมเหมือนกัน ผมจึงส่งยิ้มบางและพยักหน้าให้เธอเหมือนเป็การทักทาย เพราะอยากให้เธอรู้ว่าผมเองก็เห็นเธอเหมือนกันและพวกเราไม่ได้หลบหน้าเธอ
มินจ้องตอบกลับมาด้วยสายตาไม่ชอบใจอย่างเห็นได้ชัดและรีบเดินหนีไปอีกทาง ผมรู้สึกดีอยู่ลึก ๆ ที่เธอแสดงออกอย่างนั้นเพราะผมตั้งใจให้เธอได้เห็นพวกเรา ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม...แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมรู้ก็คือ...ผมไม่ใช่คนดีอะไรอย่างที่คนอื่นคิดหรอก
...ผมก็แค่ผู้ใหญ่ขี้อิจฉาเท่านั้นเอง
“สวัสดีครับป้าอร...ผมคิดว่าคุณป้าจะกลับพรุ่งนี้ซะอีก” ทันทีที่ก้าวเท้ากลับเข้ามาในบ้าน ผมก็เจอเ้าของบ้านซึ่งกลับมาจากต่างจังหวัดก่อนที่บอกไว้
“อ้าวธิว...กลับมาแล้วเหรอ ป้าต้องกลับมาเตรียมเอกสารให้คุณลุงน่ะก็เลยกลับมาก่อน แล้วทำไมวันนี้เรากลับมาก่อนเ้าเตี๋ยวได้ล่ะ”
“พี่เตี๋ยวมีซ้อมบอลค่ะแม่ พี่ธิวก็เลยเป็ไท ไม่ต้องอยู่รอตัวภาระอย่างพี่เตี๋ยวไง ได้รถกลับไปขับแล้วก็ยังตามติดพี่ธิวต้อย ๆ”
ผมยิ้มขำกับการจิกกัดของปอปลา พลางนั่งลงข้างสาวน้อยแสนแสบที่กำลังรื้อของฝากมากมายจากแม่ของตัวเอง
“ซ้อมบอลมันเหนื่อยนะ ให้เตี๋ยวไปกลับกับพี่น่ะดีแล้ว แต่วันนี้ยูฟ่าอาสามาส่งเอง พี่ก็เลยรีบกลับมาก่อนเพราะเป็ห่วงปอปลานั่นแหละ ผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียวมันอันตราย”
“หูยยยย...คิดว่าห่วงแต่พี่เตี๋ยวซะอีก”
“พี่ก็ห่วงทั้งคู่นั่นแหละ” ผมยกยิ้มส่งมือไปขยี้ผมปอปลาด้วยความเอ็นดู
“มัวแต่ห่วงลิงแสบพวกนี้จนลืมห่วงตัวเองหรือเปล่าธิว ป้าขอให้ช่วยดูแลความประพฤติของสองแสบนะ ไม่ใช่ให้เป็ภาระอะไรของธิว”
“ไม่เป็ภาระหรอกครับคุณป้า น้องไม่ได้ดื้ออะไรเลย”
“ใช่ ๆ พวกเราอยู่กันอย่างสงบสุขดีค่ะแม่” สาวน้อยที่ทะเลาะกับพี่ชายตัวเองแทบทุกวันรีบหันมาเกาะแขนอ้อนผมเหมือนลูกแมว คงกลัวว่าผมจะแฉวีรกรรมแย่งแชมพูกันน่ะสิ
“ถ้าธิวยืนยันป้าก็หมดห่วง ป้ากลัวว่าธิวจะเหนื่อย ถึงได้รีบกลับมานี่แหละ ป้าซื้อของฝากมาให้ธิวเต็มเลยนะ ลองรื้อดูสิ”
“ขอบคุณครับ ที่จริงไม่ต้องลำบากแบกมาเยอะแยะหรอกครับ ที่แม่ซื้อมาให้คราวก่อนก็ยังกินกันไม่หมดเลย”
“ซื้อมาเกินก็ดีกว่าขาดนะ ยิ่งเ้าสองคนนี้กินจุอย่างกับอะไร นั่นไง...แกะกินก่อนโดยไม่ถามเลยเห็นไหมล่ะ”
ผมยกยิ้มเมื่อคุณป้าบอกให้มองเด็กข้าง ๆ ที่นั่งแกะขนมเคี้ยวตุ้ย ๆ ไม่หยุดปาก
“ขนมนั่นแม่ให้เรากินแค่ถุงเดียวนะปลา ที่เหลือแม่เอามาฝากหนูมินเขา”
“งั้นให้ปลากินให้หมดเถอะแม่เพราะพี่เตี๋ยวไม่เอาไปฝากพี่มินหรอก เขาเลิกกันั้แ่ปีมะโว้แล้ว”
“เลิกกันแล้ว? เรารู้ได้ยังไง ทำไมตาเตี๋ยวไม่เห็นเล่าอะไรให้แม่ฟังเลยล่ะ”
หัวข้อสนทนาที่ผมไม่อยากออกความคิดเห็น จึงแกล้งทำเป็หันไปสนใจของฝากบนโต๊ะบ้าง
“เลิกมาสักพักแล้วค่ะ แต่ปลาก็ไม่ได้รู้จากพี่เตี๋ยวเหมือนกัน ปลาได้ข่าวมาจากกลุ่มแฟนคลับของพี่เตี๋ยวที่โรงเรียนน่ะ แล้วก็ให้ไอ้เค้กไปสืบมาจากเฮียคิวอีกทีก็เลยรู้ว่าเขาเลิกกันจริง ๆ”
“อะไรกัน...คบกันมาตั้งหลายปีแล้วนะ ทำไมถึงเลิกกันได้ล่ะ อีกอย่างเตี๋ยวไม่เห็นจะดูเศร้าอะไรเลย หรือว่าแม่ไม่ทันได้สังเกตลูกชายตัวเองกันล่ะเนี่ย”
“ก็เพราะมือที่สามไงคะแม่...เนอะพี่ธิว”
คำถามของปอปลาทำให้ผมต้องหันไปสบตากับคนที่ส่งยิ้มมีเลศนัยมาให้
ปอปลารู้อะไรมากแค่ไหนเนี่ย...บอกตรง ๆ เลยนะครับว่าถ้าก๋วยเตี๋ยวเป็พวกตรง ๆ ซื่อ ๆ ปอปลาผู้เป็น้องสาวก็ตรงกันข้ามลิบลับ เพราะปอปลาเป็เด็กฉลาดแถมเ้าเล่ห์อีกต่างหาก
“อ้าว! นี่ธิวรู้เื่ด้วยเหรอเนี่ย”
“เอ่อ...ครับคุณป้า...ขอโทษที่ไม่ได้บอกนะครับ”
“ตายแล้ว...ป้าเป็แม่แต่ไม่รู้เื่ของลูกตัวเองอยู่คนเดียว...แย่จริง ๆ เลย”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะแม่ พี่เตี๋ยวไม่เป็อะไรสักหน่อย ผู้หญิงแบบนั้นน่ะไม่เห็นต้องเสียดายหรือเสียใจอะไรสักนิด”
“เดี๋ยวเถอะปอปลา! ถึงเขาจะผิดยังไงเราก็ไม่ควรไปว่าเขาลับหลังแบบนั้นนะ”
“ปลาก็ไม่ได้อยากจะว่าพี่มินหรอกนะแม่ ปลาก็ชอบพี่มินเหมือนกัน แต่พอรู้เื่นี้แล้ว...ปลาบอกเลยว่าคนเราน่ะรู้หน้าไม่รู้ใจ”
“เฮ้อ! แล้วพี่เราโดนซะขนาดนี้ จะยังอยากมีแฟนหรือเปล่าเนี่ย สงสัยต้องคอยสแกนให้ดีแล้วละมั้ง”
“โดนแบบนี้ก็ดีนะแม่...เผื่อพี่เตี๋ยวจะขยาดผู้หญิง แล้วเปลี่ยนไปชอบผู้ชายบ้าง”
เพียะ!
“โอ๊ย! ตีปลาทำไมอะแม่”
“ห้ามจับคู่พี่เรากับผู้ชายคนอื่นเด็ดขาดเลยนะยัยปลา! แม่ปล่อยให้เราชอบอะไรพิลึก ๆ ได้ แต่ห้ามเอามายุยงส่งเสริมเด็ดขาด แม่ยังอยากอุ้มหลานจากตาเตี๋ยวอยู่นะ”
“สมัยนี้เขาเปิดกว้างแล้วแม่ เพศไหนถ้ารักกันก็ไม่เห็นผิดเลยนี่คะ”
“แม่ก็ไม่ได้บอกว่าผิดแต่แม่ก็ไม่ได้ปลื้มหรอกนะ ถ้าลูกแม่เป็แบบนั้นน่ะ...แล้วอย่าไปพูดแบบนี้ให้พ่อได้ยินเชียว...ได้โดนดุแน่”
บทสนทนาของแม่ลูกที่ทำให้ผมกลายเป็อากาศธาตุแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะความจริงบางอย่างที่เหมือนเข็มนับพันเล่มซึ่งกำลังทิ่มแทงผมจากด้านใน แต่ผมก็ทำได้เพียงนิ่งเงียบเหมือนไม่ได้สนใจเื่ราวที่ทั้งสองคนพูด
“คนจะรักกันมันไม่ได้อยู่ที่ปลาสักหน่อยนะแม่ ถ้าพี่เตี๋ยวชอบผู้ชายขึ้นมาจริง ๆ มันก็ไม่ได้เป็เพราะปลาหรอกนะ” ปอปลาเถียงแม่ตัวเองและหยิบถุงขนมเดินออกไปจากห้อง
“ดูสิตาธิว...ลูกป้าแต่ละคนแสบหรือเปล่าล่ะ เถียงได้ทุกเื่แถมยังมีความคิดความชอบอะไรพิสดารอีก”
“ก็ตามประสาเด็กแหละครับ”
“เด็กประหลาดน่ะสิ...ชอบกรี๊ดกร๊าดให้ผู้ชายชอบกัน เฮ้อ...แต่ดีนะที่ตาเตี๋ยวมันก็มองว่าแปลกเหมือนป้านั่นแหละ ป้าถึงวางใจได้ว่าเตี๋ยวคงไม่พาผู้ชายที่ไหนมาแนะนำว่าเป็หวานใจให้พวกเราช็อกหรอก”
ผมส่งยิ้มบางให้ป้าอรที่ดูโล่งใจว่าเื่แบบนั้นไม่มีวันเกิดขึ้นกับลูกชายคนเดียวของครอบครัวแน่นอน ความจริงที่ผมก็พอจะรู้อยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินความคิดของผู้ใหญ่แบบนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกผิดกับความรู้สึกที่ผมมีให้เตี๋ยวมากขึ้นไปอีก
“กลับมาเหนื่อย ๆ ธิวก็ไปพักผ่อนเถอะ ส่วนอาหารเย็นป้าเตรียมไว้ให้แล้ว เดี๋ยวตาเตี๋ยวกลับมาค่อยทานพร้อมกันนะจ๊ะ”
“ครับคุณป้า...งั้นธิวขอตัวก่อน”
ผมลุกออกจากโซฟาและตรงขึ้นไปยังห้องนอนด้วยสมองที่หนักอึ้ง เพราะไม่รู้ว่าควรทำยังไงกับความรู้สึกเกินเลยที่ผมมีให้ก๋วยเตี๋ยวดี มันคงไม่ใช่แค่เตี๋ยวหรอกที่ต้องผิดหวังกับความรู้สึกของผม แต่มันคงส่งผลถึงทุกคนในครอบครัวนี้ที่ผมรักด้วย มันอาจถึงเวลาแล้วที่ผมควรจะยอมรับเสียทีว่าเื่ราวระหว่างผมกับเตี๋ยว มันเป็ได้แค่ความฝันที่ไม่มีวันเป็จริง
แม้ว่าเข็มสั้นของนาฬิกาจะชี้อยู่ที่เลขหนึ่งเป็การบอกว่าเข้าวันใหม่แล้ว แต่ผมเพิ่งกลับเข้าบ้านเพราะไม่อยากเจอหน้าใครบางคนที่ทำให้คิดหนักอยู่่นี้
“พี่ไปไหนมาวะ”
“เตี๋ยว...” ผมหยุดชะงักอยู่หน้าประตูห้องรับแขก เมื่อเพิ่งเห็นก๋วยเตี๋ยวยืนดักรอผมอยู่
“เออ ผมเอง...โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย พี่เป็อะไรอีกปะเนี่ย”
“พี่ไม่ได้เป็อะไร”
“ไม่ได้เป็อะไรแล้วทำไมกลับดึก พี่ไม่ได้กำลังหลบหน้าผมอีกหรอกนะ”
“ทำไมพี่ต้องหลบหน้าเตี๋ยวด้วยล่ะ พี่ก็แค่...มีธุระเื่อื่นที่ต้องจัดการ”
“เื่อื่นของพี่เนี่ย...คือเื่ที่ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ยอมถอนหมั้นกับพี่หรือเปล่า”
คำถามตรงดิ่งที่ผมไม่คิดว่าเตี๋ยวจะรู้ เพราะผมเพิ่งไปคุยกับพิมพ์พร้อมครอบครัวมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งแน่นอนว่าโดนห้ามปรามและปฏิเสธที่จะถอนหมั้นอย่างที่คิด ทางนั้นขอเวลาให้ผมคิดทบทวนอีกที แม้ผมจะยืนยันหนักแน่นว่าจะถอนหมั้นก็ตามที
“เรา...รู้เื่นี้ได้ไง”
“รู้มาจากไหนไม่สำคัญหรอก สำคัญตรงที่พี่ไม่ยอมบอกเื่นี้กับผมมากกว่า ไหนพี่บอกว่าผมเป็น้องชายพี่ไง ทำไมยังเอาแต่หลบหน้าแล้วไปเศร้าคนเดียวอยู่ได้ พี่ไม่สบายใจอะไรก็ระบายกับเตี๋ยวดิ เก็บไว้คนเดียวมันก็ไม่ช่วยอะไรหรอก”
ผมได้แต่ทอดถอนใจกับความห่วงใยผิดเื่ของเตี๋ยว แน่นอนว่าผมเป็กังวลเื่ของผมกับพิมพ์ด้วยแต่มันก็ไม่เท่าเื่ของเตี๋ยวหรอก การที่ผมกลับบ้านมืดค่ำอยู่บ่อย ๆ ใน่นี้และไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกับเตี๋ยว ก็เพราะ้าเว้นระยะห่างให้ตัวเองมากกว่า แต่ดูเหมือนว่าคนที่ไม่เข้าใจอะไรเลยจะยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็น้องชายที่ดีของผมเหลือเกิน
“พี่ไม่เป็ไร…เตี๋ยวไม่ต้องห่วงหรอก ขึ้นไปนอนเถอะ...ดึกแล้ว พี่ก็จะไปนอนเหมือนกัน” ผมตัดบทเพราะไม่อยากต่อความยาวอะไรและก็ไม่อยากโกหกน้องด้วย ในเมื่อคนที่ทำให้ผมเป็บ้าอยู่ตอนนี้คือเตี๋ยวไม่ใช่พิมพ์
“เฮ้ย! พี่เป็แบบนี้อีกแล้วนะเว้ย ปากบอกว่าไม่เป็อะไรแต่สีหน้าและแววตาของพี่มันโคตรจะทุกข์เลยนะ”
ผมสบตาคู่คมเพราะถูกดึงมือไว้ให้หันไปสนทนากันอีกครั้ง การกระทำที่ทำให้ผมอยากจะปล่อยความถูกผิดทิ้งไปแล้วดึงเขาเข้ามากอด และถามว่าผมควรจะทำอย่างไรดีกับความทุกข์ที่มีเขาเป็ต้นเหตุ
“เฮ้อ...ใช่...พี่ทุกข์พี่เสียใจกับสิ่งที่เป็อยู่ตอนนี้ เพราะฉะนั้นพี่ถึง้าเวลา...เวลาที่จะได้คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง พี่รู้ว่าเตี๋ยวเป็ห่วง...แต่พี่ขอเวลาหน่อยได้ไหม ให้พี่มีพื้นที่ส่วนตัวและได้ใช้ความคิดบ้างเถอะ”
“นี่พี่...รำคาญเตี๋ยวเหรอ” น้ำเสียงและแววตาตัดพ้อของคนตรงหน้าทำให้ผมเพิ่งรู้ตัว ว่าใส่อารมณ์กับความหงุดหงิดตัวเองลงไปในประโยคก่อนหน้ามากแค่ไหน และมันกำลังทำให้เตี๋ยวเข้าใจผิด
“ไม่ใช่...พี่ไม่ได้รำคาญ”
“แต่ก็ไม่อยากให้เตี๋ยวมายุ่งตอนนี้...เตี๋ยวบอกเลยนะว่าไม่ได้อยากเสือกเื่ของพี่หรอก แต่ผมแค่กลัวว่าพี่จะตัดสินใจอะไรที่มันขี้ขลาดเหมือนเดิมมากกว่า”
“ก๋วยเตี๋ยว” ผมปรามเตี๋ยวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ เพราะรู้ดีว่าเขากำลังโมโหที่ผมทำเหมือนว่าไม่อยากให้เขาเข้ามายุ่งวุ่นวายกับผมตอนนี้
“ไม่ต้องมาดุหรอกเพราะผมพูดความจริง ถ้าพี่อยากจะเป็พี่ชายที่ดีของผมก็ช่วยทำตัวให้มันกล้าหาญกว่าเดิมหน่อยเถอะ แม้แต่เพื่อความสุขของตัวเองพี่ยังไม่กล้าจะทำเลย แล้วจะมาเป็พี่ชายแสนดีของผมได้ยังไง”
“พี่ก็ไม่ได้อยากเป็!” ผมหมดความอดทนแล้ว ผมไม่ได้อยากเป็คนขี้ขลาดแบบนี้ แต่ผมต้องทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวเตี๋ยวเองต่างหาก แต่ถ้ามันทำให้เตี๋ยวมองผมแย่ลงอีก ผมก็จะไม่ทนแล้ว ผมอยากจะบอกเหตุผลที่ผมทำทั้งหมด
...เหตุผลที่ผมห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้
...เหตุผลที่ผมต้องพยายามผลักไสน้องชายที่ผมรักมากออกไปจากชีวิต
...เหตุผลที่ผมกลับมาในชีวิตของเขาอีกครั้ง
...เหตุผลที่ผมไม่เคยกล้าพูดออกไปว่าผม...รักเขามากแค่ไหน...
...รักที่จะทำลายความไว้ใจของทุกคนได้
...รักที่จะทำให้ทุกคนผิดหวังในตัวผม...และแม้ว่าสุดท้ายแล้วผมอาจจะต้องเสียน้องไปอีกครั้ง แต่ผมคิดว่ามันจะจบปัญหาในใจของเราทั้งสองคนที่เคยมีได้
“เออ! ไม่อยากเป็พี่ชายก็กลับไปเลย กลับไปอยู่บ้านพี่โน่น แล้วก็ไปตามง้อผู้หญิงที่ทิ้ง --”
ฟึ่บ!
ผมไม่ปล่อยให้คนตรงหน้าโวยวายอีก โดยการดึงเตี๋ยวเข้ามากอดไว้อย่างที่ใจ้า และมันก็หยุดปากที่กำลังทำร้ายผมลงได้อย่างดีด้วย
“ถ้ายังพูดอะไรใจร้ายแบบนี้อีก...พี่จะไม่ทำแค่กอดแล้วนะ พี่จะไม่ทนเป็คนดีอีกแล้วนะเตี๋ยว”
“พี่...”
ผมรู้เลยว่าคนในอ้อมแขนใแค่ไหนกับสิ่งที่ผมทำและสิ่งที่ผมพูดไป เพราะเขายืนนิ่งตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของผม
“พี่รู้ว่ามันไม่ควร...แต่พี่ไม่อยากได้ยินเตี๋ยวไล่พี่แบบนี้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ ตอนที่พี่ยังทำใจไม่ได้...ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร พี่ก็ยังอยากอยู่ใกล้เตี๋ยวแบบนี้ ขอร้องนะ...อย่าเพิ่งถามอะไร อย่าเพิ่งเค้นหาคำตอบจากพี่เพราะพี่เองก็ไม่มีคำตอบอะไรที่ดีงามให้เตี๋ยวตอนนี้หรอก” ผมคลายอ้อมกอดออกเพื่อจ้องหน้าคนที่นิ่งงันอยู่ตอนนี้
“เตี๋ยว...ถ้าเตี๋ยวรังเกียจ...หรือไม่สามารถไว้ใจพี่ได้อีกแล้ว ก็ช่วยเดินออกไปจากพี่เองได้ไหม เพราะพี่...ทำมันไม่ไหวอีกแล้ว เชื่อเถอะว่าเหตุผลของพี่มันจะทำให้เตี๋ยวและคนรอบข้างเ็ปแน่”
ผมตัดสินใจพูดออกไปแล้ว...และเตี๋ยวก็กำลังสบตากับผมด้วยสีหน้าว่างเปล่า ดวงตามีความสับสนงุนงงแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมา
“อยากรู้ไหม...เหตุผลที่พี่จากไป...และที่พี่กลับมา...”
“ผม...ต้องไปนอนแล้ว...พี่ก็...ไปนอนเถอะ”
คราวนี้เตี๋ยวเป็ฝ่ายผละตัวออกจากอ้อมกอดของผมและหันหลังเดินจากไป ทิ้งผมไว้กับความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้ามา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมแน่ใจมากกว่าเมื่อหกปีที่แล้ว นั่นคือ...หัวใจของผมไม่ได้ลืมเลือนก๋วยเตี๋ยวได้เลย เพราะมันยังคงเต้นในจังหวะเดิมเหมือนเมื่อหลายปีก่อนเมื่อผมอยู่ใกล้เขา แม้ว่ามันจะต้องผ่านความเ็ปผ่านความรักที่ผมมีให้ใครอื่นมาแล้ว แต่หัวใจของผมกลับยังจำคนแรกที่เปิดเข้ามาได้เสมอ
ผมรู้ดีมาตลอดว่าความรู้สึกที่มีให้น้องมันผิดแค่ไหน ถ้าผมไม่ห้ามใจตัวเอง...ทุกคนรอบข้างคงต้องเ็ปและผิดหวัง ครอบครัวของพวกเราล้วนเป็คนสำคัญที่ผมไม่อาจปล่อยให้ความรู้สึกของตัวเองมาพังทลายมันลงได้
ผมควรปล่อยให้เตี๋ยวเป็ผู้ชายปกติที่ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับความรู้สึกผิดแปลกของผม นั่นจึงเป็สาเหตุที่ผมเดินออกจากชีวิตของน้อง โดยการให้ไออุ่นช่วยแสดงเป็แฟนของผมเพื่อให้ผมได้แก้ไขสิ่งที่ทำลงไปในคืนนั้น จนกระทั่งผมต้องย้ายไปอยู่เมืองนอกเพื่อเริ่มต้นชีวิตที่ไม่มีเตี๋ยว...
ผมคิดเสมอว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ผ่านไปสองปี...ผมก็ยังคิดถึงคนที่อยู่ที่นี่ ผมใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเปิดใจให้พิมพ์ได้ และเธอก็เฝ้ารอผมด้วยความอดทน เพราะเข้าใจว่าผมยังลืมรักแรกอย่างไออุ่นไม่ได้ ทั้งที่จริงแล้ว...คนเดียวที่อยู่ในใจของผมมาตลอดก็คือน้องชายของผมคนนี้
การเริ่มต้นใหม่กับพิมพ์เป็เหมือนการทุ่มเทแบบสุดตัว เพราะผมคิดว่าเธอจะเป็รักครั้งสุดท้าย...รัก...ที่สามารถเป็จริงได้ และคนรอบข้างจะไม่ต้องเ็ปกับความรักของผม ที่สำคัญคือพิมพ์เป็คนที่ทำให้ผมรักได้อย่างสนิทใจโดยที่ไม่รู้สึกว่าต้องพยายามที่จะรักเธอ
แต่แล้วเมื่อทุกอย่างจบลงแบบที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ความเ็ปก็ทำให้ผมไม่เป็ตัวเองอยู่พักใหญ่ มีเพียงไออุ่นเท่านั้นที่เข้าใจว่าผมเ็ปแค่ไหน และคำเตือนสติจากเพื่อนสนิททำให้ผมคิดได้ว่าผมยอมทิ้งหัวใจของตัวเองมานานมากพอแล้วเพียงเพื่อรักษาหัวใจของคนอื่น แต่สุดท้าย...ผมก็ต้องเ็ปอยู่ดี
ความเ็ปที่ผลักดันให้ผมกล้าที่จะกลับมาหาความสุขให้หัวใจอีกสักครั้ง ไม่ว่าผมจะเป็อะไรในชีวิตของเตี๋ยว แต่อย่างน้อยผมก็อยากมีตัวตนในสายตาของคนที่ผมแคร์มาตลอด ผมจึงเลือกที่จะตอบรับคำชวนของผู้ใหญ่เพื่อมาอยู่ที่นี่...ที่ซึ่งทำให้ผมมีทั้งความสุขและความทุกข์...
...สุข...ที่ได้อยู่ใกล้คนที่ตัวเองรัก แม้เขาจะไม่ได้รักผม
...ทุกข์...ที่ยิ่งใกล้ก็ยิ่งเจ็บ...แต่จะให้ผมเว้นระยะห่างจากหัวใจตัวเองอีก...ผมก็ทำไม่ได้แล้วจริง ๆ
ครั้งนี้ผมจะไม่วิ่งหนีแต่จะเป็คนยืนอยู่ที่เดิมและปล่อยให้เตี๋ยวเป็คนเลือก ผมจะทำแค่ระวังตัวเองให้มาก...ระวังไม่ให้ตัวเองข้ามเส้นที่ขีดไว้ เพราะถ้าผมก้าวข้ามไปคงมีหลายคนต้องเ็ป