บทที่ 75 ความโกรธของปีศาจ
“คุณชายขอรับ พวกมันกำลังมาทางนี้กันแล้วขอรับ” เห็นว่าคนร้ายใช้ทักษะในการโจมตีมาทางนี้ ฝูเซ่าก็รู้ว่าพวกมันไม่ง่ายแล้ว หนึ่งในพวกมันมีทักษะในการโจมตีระยะไกลอีกด้วย หากพวกเขายังหันหลังวิ่งต่อไปเช่นนี้ อีกไม่ช้าก็คงจะถูกโจมตีเข้าสักครั้งหนึ่ง
“วิ่งอีกหน่อย เป้าหมายของพวกเราก็คือธารน้ำ”
“แต่คุณชาย....”
“อย่าพูดว่าตัวเองจะไปรั้งพวกมันเอาไว้อีก ข้ารำคาญที่จะฟังแล้ว” ชิงหมินหันไปโยนบางอย่างออก เกิดเป็นควันฟุ้งขึ้นทันที บดบังวิสัยทัศน์การมองเห็นของพวกมันได้ระยะหนึ่ง
ฝูเซ่ามองคนเป็นนายที่เตรียมสิ่งของเอาไว้หลายอย่าง เมื่อพวกมันมองไม่เห็นเป้าหมาย พวกเขาก็อาจจะมีโอกาสรอดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม...ฝูเซ่าประเมินนายของตนเองต่ำไปหน่อย ชิงหมินไม่ได้โยนแค่เชื้อไฟออกไปเพื่อทำลายวิสัยทัศน์ของพวกมันเท่านั้น แต่ในควันที่เขาโยนออกไป ยังส่งผลต่อประสาทการรับรู้ของศัตรูด้วย
เมื่อพวกมันไม่ทันระวังตัว เข้าใจว่าเป็นแค่เชื้อไฟที่โยนออกมาเท่านั้น ก็ไม่ลังเลที่จะฝ่าควันนั้นออกมาโดยตรง ทว่า...หลังจากที่วิ่งตามมาได้สักพัก ในที่สุดพวกเขาก็เริ่มรู้สึกประหลาดๆแล้ว
ควันที่มีกลิ่นติดตามตัวของพวกเขาก่อนหน้านี้ยังไม่หายไป แถมยังจะทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วย ในที่สุดคนที่อ่อนแอก็ยกมือของตนเองขึ้นเกาไปตามผิวหนัง พวกเขาได้รู้แล้วว่าควันนี้ไม่ใช่แค่ควันธรรมดา
“พวกมันเล่นงานพวกเราอีกแล้ว!!”
“ไอ้พวกอ่อนแอพวกนี้มีวิธีการเล่นจริงๆ” เสียงสบถดังขึ้น ระยะห่างระหว่างผู้ไล่ล่ากับผู้หลบหนีเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ชิงหมินและฝูเซ่าจึงหายใจหายคอได้สะดวกมากขึ้น แท้จริงนี่เป็นเพราะควันจากหญ้าพิษเช่นเคย
ชิงหมินไม่ได้พกยาพิษติดตัวมาด้วย ถ้าเขาทำเช่นนั้น ไม่ต้องรอให้คนร้ายมาไล่ล่าเช่นนี้ องค์รัชทายาทและพระชายาคงจะเล่นงานพวกเขาตั้งแต่ก่อนอออกเดินทางแล้ว
ผู้ที่จะเข้าร่วมการเดินทางนั้นจะถูกตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดที่นำติดตัวไป เพื่อไม่ให้มีผู้แฝงตัวเพื่อก่อเรื่องร้าย พวกเขาเฝ้าระวังเอาไว้หมดแล้ว ต่อให้ชิงหมินจะบอกว่าเป็นการนำติดตัวเพื่อไปต่อสู้กับโจรระหว่างทาง ก็ไม่มีคนไหนต้องการที่จะเชื่อพวกเขา
สิ่งที่ชิงหมินทำได้ก็มีแค่การหาของที่จะเป็นประโยชน์ระหว่างทางเท่านั้น ดีที่พวกผู้เฒ่าทั้งสามไม่ได้สนใจว่าเขากำลังทำอะไรในรถม้า แต่ละคนไม่นอนพักก็อ่านตำราของตนเอง ชิงหมินจึงมีเวลาว่างมากพอที่จะมานั่งบดหญ้าที่ตรวจสอบพบเจอระหว่างทาง
มีสิ่งไหนที่ใช้ได้ เขาก็ให้ฝูเซ่าเก็บมาทั้งหมด หากมีเวลาในการเดินทางมากกว่านี้ ชิงหมินคงจะพร้อมสำหรับการต่อสู้มากยิ่งขึ้น น่าเสียดายที่พวกเขาเดินทางได้เพียง 18 วันเท่านั้น ด้วยระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนนี้ ชิงหมินหาพบเพียงแค่หญ้าคันและหญ้าที่ทำให้เกิดอาการแสบร้อนได้
“คุณชาย ธารน้ำด้านหน้าน่าจะใช้ได้ขอรับ”
“ดี พวกเราเตรียมพร้อมที่จะลงน้ำกันเถอะ หาขอนไม้ดีๆสักขอนหนึ่ง หากว่าใช้มันเกาะตามน้ำไป พวกเราก็จะประหยัดแรงขึ้นมาก”
“เข้าใจแล้วคุณชาย” ฝูเซ่าคลี่ยิ้มอย่างยินดี ขอเพียงพวกเขาลงน้ำได้ก็จะปลอดภัยแล้ว
ความคิดของพวกเขาเรียบง่าย แต่สุดท้ายต้องถูกทำลายไปโดยง่ายเช่นกัน หลังจากที่พวกเขาวิ่งมาตามธารน้ำ ในที่สุดก็ได้เห็นแพขนาดเล็กล่องตามน้ำมาจวนจะถึงตัวพวกเขาแล้ว
เป็นแพที่พวกเขาเตรียมเอาไว้ ซึ่งคนที่ใช้งานกลับเป็น 4-5 คน รวมถึงผู้สั่งการของกลุ่มคนร้ายด้วย!!
“คุณชาย พวกเรา...”
“ลงน้ำไม่ได้ก็กลับไปรวมกับคนอื่นก่อน” ชิงหมินเม้มริมฝีปากของตนเอง ไอ้พวกสารเลวพวกนี้กัดไม่ปล่อยจริงๆ เขาคิดว่าพวกมันจะต้องเข้าใจว่าพวกเขาวิ่งกลับเข้าหากลุ่มใหญ่แล้วแท้ๆ
เส้นทางที่ชิงหมินและฝูเซ่าหลบหนีก็เพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้แก่พวกมัน ทว่า...พวกเขาไม่ได้คิดเลยว่าหัวหน้าของคนกลุ่มนี้ฉลาดมาก
“หนุ่มน้อยทั้งสอง น่าเสียดายจริงๆที่ไม่มีเส้นทางให้พวกเจ้าหลบหนีอีกแล้ว ไม่ว่าจะวางแผนเช่นไรต่อไป...การเคลื่อนไหวของพวกเจ้าก็จะถูกพวกเราพบเจอเสมอ” เสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายของคนบนแพเล็กทำให้ชิงหมินหดลูกตาลง
เขาใช้เวลา 3 วินาทีเพื่อตรวจสอบคนที่พูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายมีทักษะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
เพื่อที่จะตามล่าศัตรูที่หมายหัวเอาไว้ คนที่มีทักษะนั้นได้ใช้ทักษะของตนเองกับพวกเขาแล้ว ถึงแม้ว่าทักษะของมันจะกินพลังงานมาก และไม่สามารถใช้ได้เป็นเวลานานเกินไป แต่เพื่อจับตามองชิงหมินกับฝูเซ่า ทักษะของมันยังสามารถระบุตำแหน่งของพวกเขาได้ถึง 1 นาที!!
ก่อนหน้านี้ชิงหมินไม่ได้มีเวลาตรวจสอบทุกคนเพราะต้องการจะหนีเอาชีวิตรอด ถ้าเขารู้ว่ามีคนใช้ทักษะเช่นนี้ในกลุ่ม เขาคงจะวิ่งกลับเข้าไปรวมกับขบวนใหญ่จริงๆแล้ว
“เอาล่ะ ยอมแพ้เสีย...”
ภัยร้ายคุกคามอย่างแท้จริง ทั้งหมดกระโดดออกมาจากแพแล้วมุ่งหน้ามาหาชิงหมิน กอปรกับด้านหลังยังมีผู้ติดตามที่ล่าช้าไปก่อนหน้านี้เข้ามาด้วย สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความแค้นใจ ผิวหนังของพวกมันเกือบจะหลุดลอกออก หากไม่ใช่เพราะข่มอารมณ์ตนเองไม่ให้ยกมือมาเกาได้ พวกเขาอาจจะตายเพราะขูดเนื้อตัวเองแล้วจริงๆ
“คุณชาย พวกเราจะทำเช่นไรดี” ฝูเซ่าเอ่ยถามด้วยความกลัว
“ไม่เป็นไร ยอมให้พวกมันจับไปก่อน ข้าจะหาวิธีเองในภายหลัง” ตราบเท่าที่ยังไม่ตาย ในที่สุดก็จะสามารถทำบางอย่างได้เสมอ ชิงหมินเชื่อเช่นนั้น เขาตัดสินใจอย่างเร่งด่วนและยกมือขึ้นยอมแพ้
ท่าทางใจเย็นของเขาทำให้พวกคนร้ายไม่กล้าเข้ามาใกล้มากนัก ทุกคนยังรู้ว่าฤทธิ์เดชของบุรุษตรงหน้าเป็นอย่างไร ก่อนหน้านี้แสร้งทำเป็นอ่อนแอแล้วก็ลอบทำร้าย หลังจากนั้นก็แสร้งทำเป็นวิ่งหนีแล้วยังทำร้ายพวกเขาได้อีก ไม่ใช่ว่าครั้งนี้แสร้งทำเป็นยอมแพ้เพื่อวางแผนทำร้ายพวกเขาอีกหรือ?
“ข้ายอมแพ้แล้ว ไม่ใช่ว่าต้องการจะพาข้าไปหานายกองของพวกเจ้าหรือ? เหตุใดไม่รีบเข้ามาจับพวกข้าอีก” ชิงหมินเลิกคิ้ว
“เหอะ!! ยอมแพ้งั้นหรือ? ถ้ายอมแพ้จริงๆ เช่นนั้นก็ถอดชุดของพวกเจ้าออกให้หมดเสีย ข้าไม่ไว้ใจพวกเจ้าอีกต่อไป”
“อะไรนะ!! พวกสารเลวกล้าบังคับคุณชายของข้าให้ถอดชุดเลยหรือ? ดี! อย่างนั้นข้าก็จะขอต่อสู้เป็นตายกับพวกเจ้าเอง!!”
ฝูเซ่าไม่สามารถทนให้คนอื่นดูแคลนคุณชายของเขาได้ ทั้งยังไม่มีทางยอมให้คุณชายต้องถอดชุดต่อหน้าพวกสารเลวนี้ ถ้าจะเป็นแบบนั้น ให้เขาตายแทนแล้วสร้างโอกาสให้คุณชายหนีไปยังจะดีกว่า!
“หากไม่ยอมทำดีๆ เช่นนั้นก็เตรียมตัวตายเสีย! พวกข้าจะไม่ยอมถูกพวกเจ้าหลอกลวงอีกแล้ว” คนร้ายไหวลั่น พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะโจมตีเข้ามาจริงๆ
“ก็แค่ถอดชุดไม่ใช่หรือ?” ชิงหมินส่ายหน้า ถึงอย่างไรก็เป็นบุรุษเหมือนกันทั้งนั้น เมื่อก่อนเขาไปฝึกทหารก็ยังต้องถอดเสื้อผ้าออกต่อหน้าพวกทหารด้วยกัน ชิงหมินไม่ได้หน้าบางถึงขนาดนั้นเสียหน่อย
“คุณชาย!!!” ฝูเซ่าร้องเสียงดัง พร้อมๆกับที่ดวงตาของคนชั่วเบิกกว้าง
“เจ้า....” พวกเขามองหน้ากัน หมดคำที่จะพูดอีกต่อไป
บางคนยังมองร่างกายของชายหนุ่มตรงหน้า แม้ว่าเขาจะเป็นบุรุษ แต่ก็เป็นบุรุษที่งดงามผู้หนึ่ง รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นน่าทนุถนอม หลังจากที่เห็นคนยอมรับว่าจะถอดชุดออกแต่โดยดี พวกเขาก็อดที่จะกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้
บางที...ก่อนที่จะถึงมือนายกองของพวกเขา ในฐานะผู้ที่จับอีกฝ่ายได้ ก็อาจจะเล่นด้วยเล็กๆน้อยๆได้ใช่ไหม?
ชิงหมินไม่ได้สนใจท่าทางหื่นกามของพวกเขา การถอดชุดไม่ได้เป็นปัญหา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมให้ถูกทำร้ายเช่นนั้นได้ ถ้าพวกมันไม่ได้คิดถึงนายกองของตนเองอีกต่อไป ชิงหมินอาจจะวางแผนตายไปพร้อมๆกับพวกมัน ด้วยการทำลายน้องชายของพวกมันก่อนที่เขาจะฆ่าตัวตายไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เส้นทางชีวิตอันแสนเลวร้ายไม่ได้พาเขาไปถึงจุดต่ำสุดเช่นนั้น ก่อนที่เขาจะแตะกับเชือกผูกเอวเพื่อปลดชุดชั้นนอกออก มือของเขาก็ถูกเกาะกุมเอาไว้ในทันที
“หือ?” คนตกใจอย่างมาก ความคิดแรกของเขาก็คือมีคนร้ายลอบมาโจมตีเขาจากด้านหลัง ชิงหมินต้องการที่จะต่อสู้กลับด้วยสเปรย์พริกไทยของตนเองอีกครั้ง ทว่าเสียงที่คุ้นหูได้ส่งผลให้หัวใจอันเย็นเยียบของเขาสั่นไหวได้อีกครั้ง
“ถึงจะอยากชมร่างกายของเจ้าก็เถอะ แต่ข้าเป็นพวกขี้หวงน่ะ หากเจ้าจะถอดชุด ก็ควรจะถอดต่อหน้าข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น” เขาพูดออกมาเสียงเข้ม ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่อธิบายไม่ได้อยู่ด้วย
“เจ้า เจ้ามันคนเลวที่ล่าสัตว์?” ฝูเซ่าที่ตกใจในครั้งแรกปรากฏร่องรอยความยินดี ชิงหมินรับรู้ได้เลยว่าความเป็นปรปักษ์ในสายตาของฝูเซ่าไม่เหลืออีกแล้ว นี่เป็นเพราะสถานการณ์อันเลวร้ายที่พวกเขากำลังพบเจอ ได้เห็นคนที่รู้จักเพิ่มมาอีกคน เช่นนั้นโอกาสรอดตายก็เพิ่มขึ้นมาด้วย
และใช่! คนที่มาแนบชิดกับชิงหมินอยู่ตอนนี้เป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจาก “ปีศาจร้าย” ของนิยายอย่างหวงซีเฉิง!!
หลังจากที่เขารู้ว่าชิงหมินถูกส่งมาร่วมขบวนเดินทางนี้ด้วย หัวใจของชายหนุ่มก็เต็มไปด้วยความกังวล ก่อนหน้านี้เขาสืบจนรู้ว่ามีคนวางแผนร้ายมากขนาดไหนต่อขบวนขององค์รัชทายาท ทั้งยังมีคนที่ต้องการตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ร่วมด้วยอีก คนร้ายแบ่งออกมากกว่า 4 กลุ่ม ดังนั้นบอกได้เลยว่าขบวนเดินทางนี้ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จ
เดิมทีหากเป็นเรื่องของคนอื่น ซีเฉิงจะแค่รอดูความสนุกเท่านั้น เขาเชื่อว่าเมื่อถึงยามจำเป็น ขบวนขององค์รัชทายาทจะต้องเดินทางกลับเส้นทางเดิม พวกเขาไม่มีทางที่จะไปต่อทั้งๆที่รู้ว่ามีความตายรออยู่ การเจรจากับกลุ่มการค้าสกุลทงจะไม่มีทางเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพราะชิงหมินถูกบังคับให้เข้าร่วมด้วย ซีเฉิงที่สบายใจอยู่ตลอดเวลากลับต้องเร่งเดินทางตลอดทั้งวันทั้งคืน เปลี่ยนเส้นทางจากแดนเหนือมาที่นี่เพื่อช่วยคน เขาไม่ได้พากองทัพอิสระทั้งหมดของเขามาที่นี่ด้วย เพียงแบ่งคนมา 5-6 คนเท่านั้น แต่ทั้งหมดล้วนเป็นผู้มีฝีมือยอดเยี่ยม นี่ก็เพื่อไม่ให้การเดินทางล่าช้าเกินไป
จากเหนือสุดมาถึงเมืองหลวง ใช้เวลาเกือบ 15 วัน เขาได้เห็นว่าขบวนขององค์รัชทายาทถูกโจมตีเช่นไร แล้ววิธีการต่อสู้ของพวกเขาเป็นอย่างไรด้วยตาของตนเอง
ความโกรธของเขาเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนั้น หากไม่ใช่เพราะเห็นแผนการของชิงหมินที่เตรียมจะแยกตัวออกมาจากขบวน ซีเฉิงนี่แหละที่จะเป็นคนลักพาตัวชิงหมินออกมาเอง!
เขาไม่มีทางยอมให้คนรักของเขาต้องกลายเป็นโล่ป้องกันชีวิตของคนอื่นเหมือนกับที่ผ่านมา ชีวิตของชิงหมินมีค่ามาก และซีเฉิงไม่คิดจะปล่อยให้อีกฝ่ายไปเสี่ยง
เขารอจนกระทั่งการโจมตีระลอกนี้มาถึง แอบช่วยเหลือชิงหมินเพื่อให้หนีรอดมาได้ง่ายๆ ซึ่งเขารู้อยู่แล้วว่ามีคนร้ายรออยู่เบื้องหน้า แต่ซีเฉิงไม่คิดจะเข้าไปช่วยในส่วนนี้ หากชิงหมินไม่รู้ว่าเส้นทางของเขาเต็มไปด้วยอันตราย คนตัวเล็กจะไม่มีทางติดตามเขากลับไปแดนเหนือแน่
ซีเฉิงรออย่างใจเย็น และช่วงเวลานี้ก็ทำให้เขาเรียนรู้ว่าเด็กน้อยที่น่ารักของเขาเป็นคนใจแข็งกว่าที่คิด เขาได้ยินว่าชิงหมินต้องการจะถอดชุดของตนเองต่อหน้าผู้อื่น ความหึงหวงของเขาก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนออร่าสังหารไม่อาจเก็บเอาไว้ได้อีก
เอาเถอะ ไม่ใช่ว่าชิงหมินอยากจะถอดชุดของตนเองนักหรือ? ถ้าอย่างนั้น...หลังจากนี้ เขาจะเป็นคนบังคับให้เจ้าตัวต้องมาถอดชุดต่อหน้าของเขาเอง!
ก็ถอดชุดเหมือนกัน แค่เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนคนมองไม่ใช่หรือ?
ซีเฉิงเป็นพวกใจแคบ เมื่อเขาหึงหวงและต้องการสั่งสอนคนของตนเอง เขาก็จะไม่มีทางปล่อยไปเป็นอันขาด! ชะตาชีวิตของชิงหมินหลังจากนี้ จะไม่มีทางอยู่อย่างสุขสบายได้อีกแล้ว!
“เฉิงเซี่ย เจ้าใกล้ข้าเกินไปแล้ว และมันกำลังทำให้ข้าอึดอัดอยู่” ในสายตาของซีเฉิง เขาได้เห็นคิ้วเรียวขมวดมุ่น แสดงความไม่พอใจต่อหน้าของเขา ความโกรธที่เต็มอกก่อนหน้านี้หายวับไปกับตา
ซีเฉิงคนใจแคบรีบผละออกจากร่างกายที่นุ่มนิ่มและส่งกลิ่นหอม เว้นระยะเพื่อให้ชิงหมินรู้สึกสบายใจ นี่กลับเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของเขาไปเสียอย่างนั้น
ชิงหมินพยักหน้าให้กับเขา สูดเอาอากาศหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ออร่ากดดันของปีศาจสงครามผู้นี้มากเกินไป ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายมาที่นี่เพื่อช่วยเขาก็เถอะ แต่ชิงหมินก็ยังรับมือกับมันไม่ได้อยู่ดี
ในขณะเดียวกัน ผู้ติดตามทั้ง 6 คนของซีเฉิงลอบมองหน้ากันเอง ไม่ใช่ว่าก่อนออกไป...หัวหน้าของพวกเขาทำท่าทางเหมือนกับต้องการจะสั่งสอนคนหรอกหรือ? แล้วทำไมจู่ๆก็มีท่าทางราวกับหมาป่าตาขาวเช่นนั้นได้กัน?
ถึงพวกเขาจะสงสัย แต่เรื่องนี้ไม่มีคำตอบ และคงจะไม่มีใครกล้าถามถึงคำตอบด้วย....
………………………………………………………