เทียนหลงฝึกวิชาตัวเบาในตอนเช้ามืดท่าเท้าเทวราชข้ามลำธาร ของเขาฝึกถึงระดับใดยังไม่แน่ชัด เขาไม่เคยสอบถามปู่จางเื่ระดับความก้าวหน้า ของวิชาตัวเบานี้แต่รู้ว่าบางครั้งปู่จางเฝ้าดูการฝึกของเขา ท่าร่างของเขาว่องไวขึ้นเรื่อยๆแทบจะแยกร่างออกเป็ แปดเงาร่าง ตอนนี้เขาบรรลุความแปรเปลี่ยนเ สองร้อยห้าสิบหกแบบเป็ สี่ เท่าจากขอบเขต หกสิบสี่แบบที่ปู่จางเคยอธิบายให้ฟังแล้ว
วันนี้ เทียนหลง เดินทางมาสถานศึกษาเร็วกว่าปรกติเล็กน้อย เขาอยากมาคัดลอกแผนที่อาณาจักรหยกขาวบนผนัง หลังคัดลอกไปได้พักใหญ่ ๆ “เ้ามาเช้าจัง” เสียงเด็กหญิงทักมาจากข้างหลัง เทียนหลงหันไปทันทีที่เห็นจำได้ว่านางมาจากตระกูลหลินเรียกว่าหลินซวงซวง นางเดินผ่านเข้าประตูห้องโถงมาคนเดียวรูปร่างน่าตาเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตัวน้อยเดินออกมาจากวังเซียน รอบกายไม่มีใครอื่น จึงคุยด้วย “เ้า...ก็มาเช้าเช่นกัน” “ท่านแม่ข้าไปไหว้พระที่ศาลเ้านอกเมืองข้าเลยออกมาพร้อมกัน ว่าแต่เ้าทำไมมาเช้านัก กินข้าวมารึยัง ถ้ายังไม่ได้กินข้ามีขนมเปี้ยติดมาเยอะแยะเลย เ้ามากินด้วยกันสิ” เด็กน้อยสนทนาอย่างไม่ถือตัวจากคำพูดท่าทางแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่โอบอ้อมอารี ไม่เหมือนบรรดาญาติๆ ของนาง “ข้าจำได้ เ้าเรียกว่าจางเทียนหลงใช่ไหม ข้าชื่อ หลินซวงซวง”
เทียนหลง กล่าวขอบคุณ “ขอบใจเ้ามากแต่ข้าขอลอกภาคตะวันตกนี้ให้เสร็จก่อน” พูดพลางชี้ไปที่แผนที่บนพนังว่าแล้วก็ก้มหน้าก้มตา รีบลอกเพราะเริ่มสายแล้ว คนเริ่มเข้ามาเรียนเขาไม่อยากให้มีคนเห็นมากนัก หลินซวงซวง จ้องมองแผนที่อยู่ครู่หนึ่งแล้วชี้ไปที่จุดเกือบกึ่งกลางแผนที่ “ที่นี่บ้านเก่าข้าข้ามาจากที่นี่” เทียนหลงหันไปมอง ทำหน้าสงสัย “อ้าวเ้าไม่ใช่ คนที่นี่รึ..?” หลินซวงซวงส่ายหน้าช้าๆ ท่าทีไม่สบายใจ ขยับปากแต่ยังไม่ทันพูดอะไร
ก็มีเสียงตวาดลอยมาจากนอกประตู “ไอ้ขยะเ้ามายุ่ง วุ่นวายอะไรกับ น้องซวนซวน...” สิ้นเสียงเ้าของเสียงก็มาถึง เป็คุณชายน้อยสองคน ใส่ชุดสีเหลืองมีราคา ท่าทางยิ่งยโสไม่เห็นใครในสายตา ที่แท้เป็พี่น้องตระกูลกู้ กู้คุนต๋าผู้น้องเชิดหน้าตะคอกใส่เทียนหลง “..ไอ้โง่ยังไม่รีบไป..ให้พ้นหน้าข้าอีก..ฟังภาษาคนไม่ออกรึไง !” เสียงตะคอกนี้ดังลั่นห้องโถง
เทียนหลงขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบเด็กอันตพาล..แอบคิด “ชิ..น่ารำคาญ..ไอ้เด็กเมื่อวานซืน.ตบกระโหลกสักที.ดีไหม” ยังคิดไม่จบ กู้หงซวน ก็หันไปคุยประจบหลินซวงซวง “ซวงซวงเ้านี้มันกวนใจเ้าหรือเปล่า...” ระหว่างนั้นอาจารย์เหอตงเดินเข้ามากวักมือเรียก “เทียนหลงยังมีเวลาเ้ามาหัดอ่านหนังสือ กับข้า” เทียนหลงได้แต่เดินตามเข้าไปห้องพักครู
วันนี้เรียนวืชายุทธ์ แบ่งเป็สองส่วนหลักๆภาคเช้าเรียน อุบายกลยุทธ์าเบื้องต้น เป็วิชาทฤษฎี ภาคบ่ายเรียนวิชายุทธ์จริง มีอาจารย์แบ่งกันสอน สองท่าน ต่อนักเรียนชุดละ สิบหกคนวิชาที่สอนมีเพียง 2 วิชาคือ วิชาหมัดัหลับ และท่าเท้าเทวราชข้ามลำธาร
่เช้า อาจารย์ที่สอนยังคงเป็ อาจารย์เหอตงในวันแรกยังคงให้นักเรียนอ่าน เื่ “กลยุทธ์ขั้นต้นในการรักษาเมือง” คาบเช้าผ่านไปอย่างน่าเบื่อหน่ายในความรู้สึกของเทียนหลงกลับเป็พวกคุณชายทั้งหลาย ทำท่าคึกคักกระตือรือร้นราวกับกำลังจะออกรบอย่างไรอย่างงั้นแหละ
ยามเที่ยง ความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้นทันทีที่เทียนหลงเปิดกล่องอาหารที่นำมากลิ่นอาหารอันโอชะะเิคละคลุ้งอบอวลตลบไปทั่วห้องในทันทีเด็กน้อยที่ร่วมวงข้าวกับเขา พากันมองอาหารที่เทียนหลงนำมายังไม่ทันเข้าปากเพียงแค่ได้กลิ่น ก็ได้ยินเสียงดนตรีธรรมชาติดังจากพุงกะทิของเหล่าเด็กน้อย “..จอ..จ่อ..จ๊อกๆๆๆ..” เขาทำอาหารมาหลายอย่าง เนื่องจากปลา กระบอกเกล็ดเงินตัวใหญ่ไม่น้อยทั้งปลาทอด ปลาสามรส ปลาเจี๋ยนขิง ทุกคนมองอาหารแล้วมองหน้าเขารอเพียงคำสั้นๆของเทียนหลง
“กินสิ..” เท่านั้นาเล็กๆจาก ทฤษฏีเมื่อเช้าได้ถูกขับเคลื่อนราวเกิดสมรภูมิอันดุเดือดเพียงแต่ไม่มีคาวเืไม่เห็นศพ มีแต่การตัดกำลัง ชิงเสบียง ปล้นสะดม และกวาด...เรียบในเวลาชั่วอึดใจเดียว วงข้าวของเทียนหลง เด็กน้อยชายหญิงทั้ง แปดคนก็อิ่มแปล้จนขยับตัวไม่ได้ไปชั่วครู่ เจียงหลิงจู เด็กหญิงวัยเจ็ดปี ถามเทียนหลงด้วยท่าทางตื่นเต้น “เทียนหลง เ้าทำเองทั้งหมดเลยรึ...” เทียนหลงพยักหน้า
เหมือนเป็ตัวแทนของเด็กทั้งกลุ่มเจียงหลิงจูถามต่อ “ข้ารู้ว่าปู่เ้าไม่อยู่เ้าต้องเป็คนทำแน่ๆ แล้วนี่ปลาอะไร? ชิ้นใหญ่..สดและอร่อยมากเ้าซื้อมาจากตลาดที่ไหน?ข้าไปตลาดกับแม่บ่อยๆทำไมไม่เคยเห็นแล้วใครสอนเ้าทำอาหาร?“ คำถามถูกยิงรัวออกมาเทียนหลงตอบไปทีละข้อ “อาหารนี่ข้าทำเองเมื่อเช้าผ่านมาหลายชั่วโมงมันเย็นหมดแล้ว ปลานี่คือปลากระบอกเกล็ดเงิน ตัวขนาดห้ากิโลกรัมข้าไม่ได้ซื้อ แต่จับมาจากทะเลสาบหน้าบ้าน ข้าทำอาหารเป็เองไม่มีใครสอน “
ถึงแยกวงกินข้าวแต่กลิ่นหอมนั้นไม่ธรรมดาวงข้าวอื่นพึ่งเริ่มต่างจ้องมองอาหารตรงหน้าตัวเองเหมือนมองเครื่องลงทัณฑ์ การพูดคุยในวงข้าวของเทียนหลงได้ยินกันทั่วทั้งห้อง มีเสียงใสๆลอยมา “คราวหน้า ข้าขอชิมมั้งนะ” ..เสียงเด็กชาย “ข้าด้วย ”… “ข้าก็ด้วย” เด็กน้อยทุกคนที่กินอาหารที่สถานศึกษาจัดให้ พากันส่งเสียงเซ็งแซ่แต่ไม่ใช่ทั้งหมดจะยินดี เสียงดูถูกลอยมา “เหอะ..จนขนาดต้อง...จับปลากิน...น่าทุเรศจริงๆ” กู้หงซวนพูดไปพร้อมทำหน้าเหยียดหยามหลายคนขยับปากจะพูดแต่เพื่อนด้านข้างรั้งตัวเอาไว้ เจียงหลิงจู มองหน้าเทียนหลงแล้วส่ายหัวช้าๆ หมายความอย่าตอบโต้ เทียนหลงไม่กลัวแต่เห็นว่าเป็เื่ไร้สาระแค่ยิ้มแล้วปล่อยผ่านไป
ตอนบ่าย อาจารย์เหอตง แนะนำอาจารย์สอนวิทยายุทธ์สองท่าน
อาจารย์ ถังซี สอนวิชาหมัดัหลับ ใบหน้าหน้าเหลี่ยมเคราดก รูปร่างเตี้ยบึกบึนห้าวหาญ สวมใส่ชุดจอมยุทธ์สีดำ
อาจารย์ หานกุ่ย สอนท่าเท้าเทวราชข้ามลำธารใบหน้าผอมซุปมือเท้ายาว ท่าทางปราดเปรียว ใส่ชุดจอมยุทธืสีขาว
อาจารย์เหอตง อธิบายถึงที่มาของวิชา ท่าเท้าเทวราชข้ามลำธาร และวิชาหมัดัหลับ ขณะที่อธิบายอยู่นั้น กู้หงซวน ก็พูดแทรกขึ้นมา “อาจารย์วิชาเท้าเทวราช.นี้ไม่มีประโยชน์กับข้า ข้าไม่เรียนได้หรือไม่” อาจารย์เหอตง “วิชาเท้าเทวราชนี้ไม่จำเป็ต้อง ขับเคลื่อนพลังวัตรในสถานการณ์ที่เ้าต่อสู้ใช้พลังวัตรจนหมด ศัตรูจะรอให้พลังวัตรของเ้าฟื้นฟูกลับมาแล้วค่อยต่อสู้กับเ้าต่อรึ” อาจารย์เหอตงเปลี่ยนเป็เสียงเล็ก”(...กู้หงซวนเดี๋ยวข้าจะนอนรอ...เ้าพักผ่อนมีแรงเมื่อไรข้าค่อยมาฆ่าเ้าโลกนี้มีเื่แบบนี้ด้วยรึ)”
อาจารย์เหอตงส่งเสียงดัง ”เ้าแน่แค่ไหนกู้หงซวน! แค่ขั้นปราณธรรมชาติระดับสามขนาดบิดาเ้ากู้ฉินชุ่น อยู่ในขั้นปราณพนึกยุทธ์ระดับเก้า ยังเคยใช้มันช่วยชีวิตถ้ามันไม่มีประโยชน์จริง บิดาเ้าคงไม่ส่งเ้าเข้ามาเรียนที่นี่ท่านอาจารย์หานกุ่ยเป็จอมยุทธ์ในระดับปราณวิญญานทุกวันนี้ยังต้องฝึกท่าเท้าเทวราชทุกเช้ามิได้ขาด จงเลิกสามหาวซะ!!” ได้ยินเช่นนั้น สองพี่น้องตระกูลกู้ หน้าซีด เหม่อมองสองอาจารย์ยุทธ์ด้วยความศรัทธาถึงขีดสุดอาจารย์หานกุ่ย เป็ถึงจอมยุทธ์ระดับปราณิญญาเชียวนะทอดตาทั่วภาคตะวันตกของอาณาจักรหยกขาว นับเป็จอมยุทธ์ระดับแนวหน้า ระดับขั้นปราณถึงกับสูงกว่าบิดามันอย่างน้อยหนึ่งขั้นปราณใหญ่ จากที่เคยดูถูกวิชานี้มันกลับอยากเริ่มเรียนวิชาเสียทันที
อาจารย์เหอตง “แน่นอน ด้วยเหตุผลเดียวกันในการต่อสู้ อาวุธของเ้าอาจเสียหายหรือหลุดมือนาทีนั้นจะมีชีวิตรอดหรือไม่ขึ้นอยู่กับ วิชาหมัดมวยของเ้าข้าคงไม่อธิบายมากกว่านี้ ส่วนวิชาอื่นของวัดเว่ยต้าหลงซู่ได้แก่ ทวนทะลวงฟ้าดาบกำราบเสือ วัชระคงกระพัน จัดเป็วิชาอาวุธ สำนักศึกษาจะไม่สอนวิชาเหล่านี้
แล้วอาจารย์เหอตง ก็แบ่งเด็กๆเป็สองกลุ่มตามลำดับยุทธ์กลายเป็กลุ่มเข้มแข็งและกลุ่มอ่อนแอ ให้สลับกันเรียน วิชาละหนึ่งวันในวันนี้ให้กลุ่มอ่อนแอเรียนท่าเท้าเทวราชข้ามลำธารก่อน ส่วนกลุ่มเข้มแข็งแยกไปเรียนหมัดัหลับ
อาจารย์หานกุ่ย เดินนำกลุ่มอ่อนแอมาที่ลานกว้างแห่งหนึ่งบนลานมีกลุ่มหลักแปดทิศจำนวน ยี่สิบชุด ปักคู่กันตามแนวลึกแถวละ สองชุดทุกชุดปักตามหลักแปดทิศ เหมือนหลักแปดทิศที่เทียนหลงฝึกทุกเช้าแต่แตกต่างกันพอสมควร ทีลานนี้ทุกหลักสูงแค่ ห้าเิเเท่ากันหมดแต่ที่บ้านเทียนหลง หลักสูงต่ำไม่เท่ากัน หลักสูงสุด สูงถึง สองเมตร หลักต่ำสุดสูงหนึ่งเมตร
อาจารย์หานกุ่ย สั่งให้ทุกคนไปยืนประจำหลักแต่ละชุดนักเรียนชุดนี้มี สิบหกคน เรียงลำดับจับคู่ เทียนหลงเป็คู่สุดท้าย หลังคู่เขายังมีหลักว่างถึงสี่ชุดก่อนฝึก อาจารย์หานกุ่ย อธิบายท่าก้าวพื้นฐานทั้งแปดท่า แล้วพูดสรุปว่า “ท่าเท้าเทวราชข้ามลำธารนี่ถึงแม้เรียบง่าย แต่ฝึกสำเร็จยากยิ่งข้าเองฝึกมาสี่สิบปีเพียงฝึกได้ความแปรเปลี่ยน สามสิบสองแบบ สำหรับพวกเ้าเพียงสำเร็จความแปรเปลี่ยนได้ แปดแบบนับว่าเป็อัจฉริยะแล้ว เอาละเริ่มฝึกได้”
เด็กน้อยข้างเทียนหลง เป็เด็กชายอ้วนกลมอายุเจ็ดปีขื่อเซียวผาน ะโขึ้นหลักแล้วหันมาบอก เทียนหลง “ถ้าเ้าไม่เข้าใจถามข้าได้นะข้าเคยฝึกมาบ้าง ฮ่ะๆๆๆ” เทียนหลง ตะลึงยืนนิ่งภายในหัวความคิดตีกันไปมา “เกิดอะไรขึ้นฝึกมา สี่สิบปี บรรลุขั้นสามสิบสองความแปรเปลี่ยน.... หากทำได้แปดความแปรเปลี่ยนใน หนึ่งภาคการศีกษาเป็ อัจฉริยะ แล้วๆๆไอ้ที่ข้าฝึกมันคืออะไร “ กำลังตะลึงตะลานเขารู้ว่าคนอื่นเริ่มะโขึ้นหลักฝึกกันแล้ว ขณะคิดว่าจะฝึกอย่างไรอาจารย์หานกุ่ย ก็พุ่งเข้ามา “จางเทียนหลงใช่ไหมลำดับเ้าต่ำสุด เ้ายังไม่ต้องขึ้นไปฝึกบนหลักมาด้านหลังหลักอันสุดท้ายแล้วฝึกบนพื้นก่อนก็ได้” เทียนหลงมองเหล่าเด็กน้อย หัดก้าวบนหลัก แปดทิศอย่าง ตะลึงลานเห็นท่าทางเช่นนั้นอาจารย์หานกุ่ย ก็พูดให้กำลังใจ “ข้ารู้.ว่ามันยาก.เ้าต้องพยายามให้หนัก..ข้าคิดว่า..เ้าทำได้...” ภายใต้หน้าตาเซื่องซึม โง่งมคิดไม่ตกนั้น เทียนหลง ะโร้องในใจ “ยากรึ..นี่มันเื่..หมูหมู..ชัดๆ มันหมูจนข้าทำอะไรไม่ถูก?”
บ่ายนั้น เป็บ่ายที่แสนทรมาณ มันช่างขัดใจเทียนหลงเสียจริงๆเขาจะบอกความจริง หรือแสดงอะไรออกไปก็ไม่ได้ก้าวเท้าราวกับเต่าคลานได้เพียงครึ่งชั่วโมง เขาก็เริ่มหมดความอดทนพาลนั่งลงมองคนอื่นฝึกกันอย่างเอาเป็เอาตาย หันมามองหลักเปล่าๆสี่ชุดด้านหลังแล้วคิดต่อถ้านำความแปรเปลี่ยน ทั้งสองร้อยห้าสิบหกแบบที่เขาบรรลุมาวางไว้ตรงกลางแล้วซ้อนหลักแปดทิศรอบแปดด้าน มันจะกลายเป็ความแปรเปลี่ยนถึง สิบหกล้านแบบหากมองกลับ เส้นทางที่สั้นที่สุดในการเคลื่อนที่ ยังคงไม่พ้น หน้า หลัง ซ้าย ขวาบน ล่าง ขึ้น ลง ระหว่างที่นั่งคิดอย่างซึมเซา
อาจารย์หานกุ่ย มองเทียนหลงพร้อมส่ายหัวอย่างสงสาร “อืม!มันคงยากไปจริงๆ สำหรับเทียนหลง” ตงชินหาน แอบลอบมาดูเทียนหลง เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและท่าทีเช่นนั้น ก็แอบหัวเราะไม่หยุดจนกระทั่งกลับไป อาจารย์เหอตง มองตามเขาเดินกลับไปอย่างไม่เข้าใจ
เย็นวันนั้น เทียนหลงกลับบ้านต้องปลุกปลอบใจสลัดความอึดอัดทิ้งไป เขาทดลองใช้งาน เตาหลอมโอสถและปรับปรุงเล็กน้อยจนสามารถควบคุมให้เตาสร้างความร้อนสูงระดับหลอมโลหะและสามารถรักษาระดับความร้อนให้คงที่ได้ ...วันพรุ่งนี้ เขาจะเข้าป่าหาสมุนไพรที่ยังขาดอยู่