ในยามค่ำคืนที่เงียบสงบ หยางลี่เจินนอนคว่ำอยู่บนเตียงในเรือนพักของเธอ บ่าวรับใช้กำลังทำแผลบนแผ่นหลังให้ด้วยความระมัดระวัง รอยหวายที่ถูกฟาดลงอย่างรุนแรงยังคงปรากฏเด่นชัดบนผิว เธอขมวดคิ้วทุกครั้งที่รู้สึกถึงความเจ็บแสบจากการทายา
เหวินเจาเหยียนนั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของเขาเรียบเฉย
ผ้าสีดำที่ปิดดวงตายังคงอยู่ แต่ท่าทางของเขากลับเต็มไปด้วยความสง่างามและความเคร่งขรึม
“ท่านเหวิน…” บ่าวเอ่ยอย่างลังเล “นายหญิงอาจจะรู้สึกไม่สะดวก หากท่านยังอยู่ที่นี่”
หยางลี่เจินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าของเธอแดงก่ำ
เธอรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเขินอาย “คุณจะดูคนอื่นทำแผลแบบนี้จริงเหรอ?”
เหวินเจาเหยียนไม่ได้ขยับตัวหรือแสดงท่าทีอึดอัดใดๆ เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาที่ถูกปิดด้วยผ้าสีดำหันไปทางเธอ
“เ้ากังวลอะไร?” เขาพูดเสียงเรียบ “ข้าตามองไม่เห็น”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินชะงัก ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นทันที
“แล้วทำไมคุณต้องอยู่ตรงนี้ด้วย?” เธอถามเบาๆ
พลางหลบตา
เหวินเจาเหยียนยกมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ที่เยือกเย็นแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้น “เพราะเ้าเป็ภรรยาของข้า ข้าจะอยู่ดูแลเ้าไม่ได้รึไง?”
หยางลี่เจินอึ้งกับคำตอบนั้น หัวใจของเธอเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
“แต่…” เธอพยายามโต้แย้ง แต่ไม่ทันที่เธอจะพูดจบ
เหวินเจาเหยียนก็พูดแทรก
“หรือเ้าไม่คิดว่าข้ามีสิทธิ์?” เขาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน
หยางลี่เจินหันหน้าหนีอย่างรวดเร็ว เธอก้มหน้าลงแนบกับหมอนเพื่อซ่อนความเขินอายของตัวเอง ความใกล้ชิดและคำพูดที่ตรงไปตรงมาของเขาทำให้เธอไม่สามารถควบคุมความรู้สึกได้
“คนยุคนี้นี่…” เธอบ่นเบาๆ แต่เสียงนั้นดังพอให้เขาได้ยิน
“คนยุคนี้อะไร?” เขาถามพลางเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยเสียงแ่เบา “ทำไมถึงตีเจ็บขนาดนี้…”
คำพูดนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
“เพราะคนยุคนี้ไม่ได้อ่อนแอเหมือนเ้าที่มาจากไหนก็ไม่รู้” เขาตอบ
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินนิ่งไป เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย สงสัยในความหมายของคำพูดเขา
“คุณหมายความว่ายังไง?” เธอถาม แต่เหวินเจาเหยียนไม่ตอบ เพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
หลังจากทำแผลเสร็จ บ่าวเก็บอุปกรณ์และออกจากห้อง
เหวินเจาเหยียนยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของเขาดูนิ่งเรียบ
“พักผ่อนซะ” เขากล่าวเสียงต่ำ “ข้าจะไม่ยอมให้เ้าอ่อนแอแบบนี้อีก”
หยางลี่เจินหลบสายตาเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเบา “ฉันไม่ได้อ่อนแอ ฉันแค่ไม่ชินกับการถูกปฏิบัติแบบนี้”
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้อง โดยไม่พูดอะไรต่อ
หยางลี่เจินจ้องมองไปที่ประตูที่ปิดลง หัวใจของเธอยังเต้นแรง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคำพูดเ็าของเขากลับทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจในแบบที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ยามสายของวันใหม่ แสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดหน้าต่างเข้ามาในเรือนพัก หยางลี่เจินนั่งอยู่บนเตียงอย่างเบื่อหน่าย แม้ร่างกายของเธอยังคงเ็ปจากแผล แต่ความคิดที่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวทำให้เธอไม่อาจอยู่นิ่งได้
“เื่พวกนั้นยังไม่ได้จัดการเลย…” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะพยายามลุกจากเตียง แม้จะรู้สึกเจ็บแปลบที่แผ่นหลัง แต่เธอก็ยังคงกัดฟันและเดินออกจากห้อง
ทันทีที่เธอเดินออกมาที่ลานจวน เหวินเจาเหยียนที่เพิ่งเดินกลับมาจากเรือนใหญ่เห็นเธอพอดี เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นเธอยืนโงนเงนด้วยท่าทางอ่อนแรง
“เ้าอีกแล้ว…” เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงความไม่พอใจ “เ้าจะทำอะไรอีก?”
หยางลี่เจินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเขา “ฉันนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่คุณไม่อยู่ มีพวกพ่อค้ามาหาเื่ยังไม่ได้จัดการ ฉันเลยคิดว่าจะไปดูสักหน่อย”
คำพูดนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนถอนหายใจ เขาส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น “เื่พวกนั้นข้าจัดการหมดแล้ว”
หยางลี่เจินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องมองเขาด้วยสายตาสงสัย “คุณจัดการหมดแล้ว?”
เหวินเจาเหยียนก้าวเข้ามาใกล้ พลางกอดอก “ใช่ ข้าไม่จำเป็ต้องปล่อยให้เ้าไปเผชิญหน้ากับคนพวกนั้น ในสภาพที่เ้าดูเหมือนจะล้มลงทุกเมื่อ”
“แต่ว่า…” หยางลี่เจินพยายามแย้ง “มันคือหน้าที่ของฉันที่จะต้องทำ”
“หน้าที่?” เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้า “เ้าป่วยอยู่แบบนี้ ข้าจะปล่อยให้เ้าไปยุ่งเื่พวกนั้นอีกทำไม?”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินนิ่งไป เธอจ้องมองเขาด้วยความไม่เชื่อ “คุณไม่อยากใช้ฉันทำงานจริงๆ งั้นเหรอ?”
“ใช่” เขาตอบเรียบๆ “ในเมื่อเ้าเป็ภรรยาของข้า ข้าก็มีหน้าที่ดูแลเ้า… อย่างน้อยก็ในตอนที่เ้าอ่อนแอแบบนี้”
หยางลี่เจินจ้องมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อคำพูดนั้น
“นี่คุณ… กำลังพูดว่าไม่อยากใช้แรงงานฉัน หรือกำลังเยาะเย้ยฉันอยู่กันแน่?”
เหวินเจาเหยียนยิ้มเล็กน้อย “เ้าคิดไปเองทั้งนั้น ข้าพูดตรงๆ ว่าเ้าป่วยอยู่ และข้าไม่้าให้เ้าไปสร้างปัญหาเพิ่ม”
เธอเม้มปากแน่น แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นเล็กๆ ที่ไม่เข้าใจ
“แต่คุณ… ไม่ใช่คนที่เคยพูดว่าฉันไร้ประโยชน์เหรอ?”
เธอถามอย่างระแวง
“ใช่ ข้าพูด” เขาตอบโดยไม่ลังเล “แต่ตอนนี้ ข้าไม่อยากให้เ้าแสดงความไร้ประโยชน์โดยการไปล้มต่อหน้าพวกพ่อค้าอีก”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินนิ่งไปอีกครั้ง ก่อนจะหลุดหัวเราะเบาๆ
“คุณนี่แปลกขึ้นทุกวันจริงๆ” เธอกล่าวเบาๆ พลางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“แปลก?” เขาทวนคำ พลางยกคิ้วเล็กน้อย “บางทีเ้าควรจะดีใจที่ข้ายอมจัดการเื่ยุ่งยากแทนเ้า”
หยางลี่เจินพยายามจะตอบโต้ แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา เธอเพียงแค่ถอนหายใจเบาๆ และเดินกลับไปที่เรือนพัก
เหวินเจาเหยียนมองตามหลังเธอด้วยความสงสัย “เ้าช่างดื้อรั้น… แต่บางที ความดื้อรั้นของเ้าอาจจะไม่เลวร้ายเท่าที่ข้าคิด”“ในความดื้อรั้นที่เธอพยายามแสดง เขากลับเห็นความอ่อนโยนที่เธอซ่อนเอาไว้โดยไม่รู้ตัว”