บทที่ 19 เมิ่งว่านถังน้อยใจ (รีไรต์)
สีหน้าของเมิ่งว่านถังไม่สู้ดีนัก
ลู่ชิงเหยี่ยขมวดคิ้ว สายตาจับจ้องเมิ่งว่านถัง เธอสวมกางเกงขายาวสีน้ำเงินเข้มที่ซักจนสีซีดและมีรอยปะชุน ้าเป็เสื้อแขนสั้นสีขาวลายดอกไม้สีน้ำเงินเล็ก ๆ ผมยาวไม่ได้ถักเปีย เพราะเพิ่งสระผมมาและยังไม่แห้งจึงปล่อยสยายอยู่บนไหล่ ปอยผมด้านหน้าหลายเส้นตกลงมาปิดแก้ม ทำให้ใบหน้าของเธอดูเล็กเท่าฝ่ามือ
่สองสามวันที่ผ่านมา เธอเปลี่ยนแปลงไปมาก
เขายังคิดอยู่่หนึ่งว่า ไม่ว่าเธอจะมีจุดประสงค์อะไร แต่ถ้าเธอแสร้งทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็ดีเหมือนกัน เพราะเขาเองก็ไม่อยากหย่า
อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ดีกับลูก ๆ
แต่ไม่คิดว่า เธอจะหมดความอดทนเร็วขนาดนี้ ไม่ยอมแกล้งทำต่อไปแล้ว
“ลู่ชิงเหยี่ย”
น้ำเสียงของเมิ่งว่านถังแฝงความเ็า
ลู่ชิงเหยี่ยพูดเสียงต่ำ “ว่ามาสิ”
“เมื่อคุณให้ฉันพูด ฉันก็จะพูดตรง ๆ เลยนะ”
ตอนนี้เมิ่งว่านถังโกรธจนแทบคลั่ง
ฟ้าดินเป็พยาน เมื่อเธอกลับมาบ้าน และเห็นว่าลูก ๆ ทั้งสามอยู่ที่บ้าน แทนที่จะอยู่ที่บ้านของตาพวกเขา อารมณ์ของเธอก็ยิ่งแย่ลงไปอีก
ตอนนี้เจอลู่ชิงเหยี่ยแล้ว เธอก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
เธอไม่ใช่เต่าที่จะอดทนได้มากขนาดนั้น
“ก็ได้ เธอพูดมาสิ”
ลู่ชิงเหยี่ยคิดในใจว่า ในที่สุดก็มาถึงจุดนี้แล้ว
เมิ่งว่านถังสูดหายใจลึก แล้วพูดออกมาเหมือนถั่วแตก “ถึงแม้ว่าฉันจะอยู่กับพ่อแม่ของคุณ แต่ครอบครัวของเราก็ยังไม่ได้แยกกัน คุณเข้าใจความหมายของฉันใช่ไหม”
“เข้าใจ ไม่แยกครอบครัว ก็คือทุกคนไม่ได้แยกกันอยู่” ถึงแม้ว่าลู่ชิงเหยี่ยจะไม่ค่อยได้กลับมาบ้าน แต่ก็พอจะรู้สถานการณ์ที่บ้านดี
“แล้วคุณรู้ไหมว่า ่สิ้นปีตอนรับเงินเดือนบ้านตัวเองได้เงินมาเท่าไหร่?” เมิ่งว่านถังถามลู่ชิงเหยี่ยตามตรง
“่ตรุษจีนฉันไม่ได้กลับบ้านเลย
เขาไม่รู้เลยว่าที่บ้านมีเงินเท่าไหร่
เมิ่งว่านถังหัวเราะเยาะ “งั้นคุณก็คิดว่าครอบครัวของตัวเองจนมากเลยสินะ?”
“บ้านที่พ่อแม่ฉันอาศัยอยู่ตอนนี้ เป็บ้านเก่าของลุงฉัน อนาคตก็ต้องคืนให้เขา” ลู่ชิงเหยี่ยพูดในสิ่งที่ตัวเองรู้เท่านั้น
“แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าบ้านหลังนั้นพ่อแม่คุณไม่ได้ซื้อ?”
“พวกเขาไม่มีเงินมากขนาดนั้น คนในบ้านก็กินข้าวกันตั้งหลายคน” ลู่ชิงเหยี่ยพูดไปพูดมาก็หยุดลง
เมิ่งว่านถังเห็นเขาได้สติกลับมา ก็พูดว่า “คุณชอบบอกว่าฉันใจร้าย ทำร้ายพ่อแม่ตัวเอง ฉันก็แค่โมโหแล้วด่าไปสองสามคำ ไม่ได้ลงไม้ลงมือด้วยซ้ำ แล้วก็ไม่ได้เอาเงินของพวกเขาไปด้วย แต่พวกเขาล่ะทำอะไรบ้าง มีใครฟังที่ฉันพูดบ้างไหม? ตอนเสี่ยวพ่างเป็ไข้แม่คุณก็บอกว่าไม่มีเงิน ตอนเสี่ยวเป่าเป็ไข้แม่คุณก็จะให้เด็กดื่มน้ำมนต์อะไรนั่น บ้านจนมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ลู่ชิงเหยี่ยมองเมิ่งว่านถังที่กำลังโกรธ เขารู้กาลเทศะดีจึงไม่พูดอะไรสักคำ
เขากำลังรอให้เมิ่งว่านถังพูดทุกอย่างจนจบ
“พอถึง่สิ้นปีที่ครอบครัวของพวกคุณจ่ายเงินเดือน พวกคุณก็จะได้รับเงินกว่าแปดร้อยหยวน แถมยังได้เท่านี้ติดต่อกันตลอดสามปี สร้างบ้านดี ๆ สักหลังก็แค่สองร้อยกว่าหยวน บ้านอิฐสามห้องหลังคากระเบื้องอย่างมากก็สามร้อยหยวน แต่เขาไม่ได้สร้างบ้านให้พวกคุณสักหลัง ตลอดหลายปีมานี้ คุณยังส่งเงินกลับบ้านห้าหยวน คุณลองบอกมาสิว่าครอบครัวของพวกคุณจนหรือเปล่า?”
เมิ่งว่านถังนึกถึงเื่ที่เสี่ยวพ่างและเสี่ยวเป่าเกือบจะกลายเป็คนโง่เพราะไข้สูง
มองดูเฉาเฟิ่งอิงที่ดูซื่อ ๆ ถูกลูกสะใภ้ด่าทุกวันจนกลายเป็ที่รองรับอารมณ์ นั่นแหละคือคนโหดร้ายที่แท้จริง
ลู่ชิงเหยี่ยรู้สึกะเืใจอย่างมาก
เขาไม่รู้เลยว่าที่บ้านจะมีเงินมากมายขนาดนี้
ความประทับใจที่มีต่อเมิ่งว่านถัง มีเพียงแค่ความบ้าคลั่ง อารมณ์ร้าย รังเกียจเขา และรังเกียจทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขา พูดถึงตอนแรกเธอก็เป็ฝ่ายร้องขอแต่งงานกับเขาเอง แต่ต่อมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้เปลี่ยนไป
เธอกับพ่อแม่ของเขาขัดแย้งกันอย่างมาก
ตอนเขากลับบ้านมาเยี่ยม เธอก็ทำหน้าไม่พอใจ ส่วนเื่อื่น ๆ ล้วนเป็สิ่งที่เขาได้ยินจากแม่
ลู่ชิงเหยี่ยนึกถึงท่าทีของเมิ่งว่านถังใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา ประกอบกับคำพูดของเธอวันนี้ เขารู้สึกหนักใจ
“เดี๋ยวฉันจะกลับมาให้คำตอบ”
ลู่ชิงเหยี่ยหันหลังเดินออกไป
เมิ่งว่านถังไม่ได้ตามไปด้วย เธอหัวเราะเยาะสองครั้งแล้วเข้าบ้านไป
แม้ว่าเ้าของร่างเดิมจะน่าเกลียด แต่ก็ไม่ได้เป็เช่นนั้นมาั้แ่เกิด ทุกอย่างล้วนมีเหตุผล
...
ลู่ชิงเหยี่ยไม่ได้ไปบ้านของลุงลู่ แต่ไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน เขารออยู่ที่ปากซอยสักพัก ก็เห็นชายคนหนึ่งอายุไล่เลี่ยกับตัวเองเดินกลับมาจากข้างนอก
“โอ้ย! ใหมดเลย”
ลู่ชิงเหอเห็นเงาดำ ๆ ยืนอยู่ข้างทาง เขาะโโหยงไปสองเมตร ราวกับตัวเองบินได้
“ฉันเอง” ลู่ชิงเหยี่ยเอ่ยปาก ลู่ชิงเหอจำเสียงของเขาได้ จึงค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างหวาดกลัว เมื่อเดินเข้ามาใกล้ ๆ และเห็นหน้าของลู่ชิงเหยี่ยอย่างชัดเจน จึงพูดด้วยความโล่งอก “ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่ยอมนอน มายืนทำอะไรตรงนี้”
“ชิงเหอ ฉันมีเื่อยากถาม”
“เื่อะไร พูดมาสิ”
ลู่ชิงเหอกับลู่ชิงเหยี่ยเป็ญาติกัน
ทั้งคู่อายุไล่เลี่ยกัน แถมเล่นด้วยกันมาั้แ่เด็ก ๆ ความสัมพันธ์ย่อมสนิทกันมาก
“สิ้นปีไม่ใช่ว่าจะแบ่งเงินตามคะแนนงานเหรอ?” ลู่ชิงเหยี่ยพูดพลางหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า แล้วส่งให้ลู่ชิงเหอหนึ่งมวน
ลู่ชิงเหอรับมาแล้วพูดอย่างยิ้มแย้ม “ถ้าพี่อยากสูบ ฉันจะจุดให้”
“ฉันไม่สูบหรอก ที่บ้านมีเด็ก” ลู่ชิงเหยี่ยไม่อยากโดนเมิ่งว่านถังด่า
วันนี้ที่สถานีอนามัย เขาหยิบบุหรี่ออกมาตามความเคยชิน แม้เมิ่งว่านถังจะไม่พูดอะไร แต่สายตานั้นสื่อความหมายชัดเจนมาก
“งั้นฉันสูบคนเดียวก็ได้” ไม่งั้นบุหรี่มวนนี้ รอกลับไปถึงบ้าน คงไม่ได้สูบแล้ว
“ตามสบาย”
“พี่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” เื่ในบ้านของลู่ชิงเหยี่ย ใครในหมู่บ้านบ้างที่ไม่รู้
ลู่ชิงเหยี่ยไม่ได้ปฏิเสธ “ปีนี้ครอบครัวของเราจะยังจะได้เงินเดือนหลายร้อยหยวนอยู่ไหม?”
“ถ้าทำงานครึ่งปีหลังเหมือนครึ่งปีแรกก็ได้อยู่แล้วนะ” พี่สาวของลู่ชิงเหอเป็คนจดคะแนนงาน ทุกวันเขามักจะแอบดูอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นจึงพูดออกมาอย่างมั่นใจ “พี่ปลดประจำการและพักฟื้นอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องมีภาระอะไรทั้งนั้น ครอบครัวของพี่มีแรงงานเยอะ ลูก ๆ ก็ยังเล็ก กินข้าวไม่มาก แถมนอกจากอาหารแล้ว ครอบครัวของพี่ยังมีเงิน 800-900 หยวนทุกปี! มีอะไรให้น่ากังวล?”
“อืม ฉันเข้าใจแล้ว”
ลู่ชิงเหยี่ยหันหลังเดินกลับบ้าน
ภายนอกดูสงบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับปั่นป่วนอย่างหนัก
เขายืนอยู่หน้าประตู ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ไม่ได้เข้าไปนอนในห้อง แต่หันหลังเดินไปที่ลานบ้านแทน หยิบเสื่อหญ้าที่พิงอยู่ข้างกำแพงถือเข้าไปในบ้าน บนพื้นห้องโถง แล้วนอนลงบนเสื่อหญ้านั้นพลางหลับตาลง
กลางดึก ฝนตกหนัก
เมิ่งว่านถังเห็นน้ำป่าไหลหลาก น้ำในแม่น้ำด้านหน้าเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว
บ้านของพวกเขาตั้งอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างสูง
มีเพียงบ้านเรือนที่อยู่ติดกับถนนด้านหน้าเท่านั้นที่โชคร้าย น้ำท่วมเข้าบ้านไปแล้ว ฟืนในโรงเก็บฟืนก็เปียกโชกจนลอยอยู่ในน้ำ
มีใครบางคนยืนอยู่บนธรณีประตูที่ไร้ขอบ จู่ ๆ ก็มีปลาตัวหนึ่งะโขึ้นมาตบหน้าเด็กน้อย
ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
เมิ่งว่านถังพบว่าบ้านของเธอกำลังจะถูกน้ำท่วม
เธอ้าพาลูก ๆ หนีไปทีู่เาหลังบ้าน แต่กลับพบว่าลูก ๆ หายไปแล้ว
เมิ่งว่านถังใตื่นขึ้นมา จึงรู้ว่าตัวเองฝันไป
ติ๋ง ๆ ติ๋ง ๆ~
มีหยดน้ำกระเด็นใส่หน้าผากของเธอ
เมิ่งว่านถังเบิกตากว้าง ถึงรู้ว่าหลังคารั่ว
เธอรีบเปิดไฟ มองไปที่หลังคา และรีบลงจากเตียงเพื่อไปหยิบกะละมังมารองน้ำ
เมิ่งว่านถังเดินเร็วเกินไป ก้าวพลาดสะดุดอะไรบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ จนล้มลงไปกองกับพื้น
เธอได้ยินเสียงครางแ่เบา ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างด้วยความใ
เธอ... จูบแรกของเธอ!!!