บทที่ 24 จมูกของเ้าเป็ของหนูหรืออย่างไร
เสี่ยวอู่มองหนิงลั่วก่อนจะพูดต่อว่า “ท่านจะเข้าใจทุกอย่างเมื่อได้อ่านคัมภีร์เล่มนี้ ตอนที่อยู่ในหกภพ มีเหล่าเซียนมากมายที่พยายามแย่งชิงกัน โชคดีที่คัมภีร์เล่มนี้เลือกเ้าของเอง ต่อให้พวกเขามีอำนาจมากเพียงใด ก็ไม่มีวันได้ไป”
หนิงลั่วเริ่มเข้าใจแล้ว ว่าคัมภีร์ว่านเจี๋ยฉวนเล่มนี้มีความเกี่ยวข้องกับนางมากเพียงใด น่าเสียดายที่นางไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเื่นี้เลย สิ่งที่เสี่ยวอู่พูดมาเหมือนจะเป็เื่ราวของผู้อื่นมากกว่าของนางเสียอีก
หนิงลั่วพยักหน้าอย่างจริงจัง แล้วกอดคัมภีร์ไว้แน่น “ตกลง ข้าจะให้ความสำคัญกับคัมภีร์เล่มนี้” แน่นอนว่าในตอนนี้นางยังไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในคัมภีร์เล่มนี้นั้นมีค่าเพียงใด หากได้เปิดอ่าน นางคงจะไม่อยากวางลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว
บทสนทนาระหว่างหนิงลั่วกับเสี่ยวอู่ไม่มีใครได้ยิน
หลังจากพูดคุยเสร็จ หนิงลั่วก็เดินหาของมีค่าต่อไป คนอื่นเห็นเพียงว่านางเดินช้าลงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้คิดว่านางแปลกไปจากปกติ
“พี่สาม ข้าจะช่วยท่านหาของด้วย!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงพูดอย่างกระตือรือร้น เมื่อเห็นพี่สาวตั้งใจเสาะหาอะไรบางอย่าง
“ได้เลย! คอยสังเกตบริเวณรอบๆ ต้นไม้ใหญ่ มักจะมีเห็ดป่าและสมุนไพรขึ้นอยู่” หนิงลั่วเอ่ย
“เข้าใจแล้ว!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงเบิกตากว้าง ขยับตัวไปมาเพื่อมองหาทุกซอกทุกมุม แม้แต่พื้นที่ที่พวกเขาเดินผ่านไปแล้วเขาก็ไม่เว้น
หนิงเวยเห็นน้องชายกับน้องสาวมีท่าทีมุ่งมั่น จึงช่วยหาไปด้วย และก็ได้ผล! นางพบเกาลัดป่าหลายลูก!
ต้นเกาลัดร่วงโรยจนใบร่วงหมดแล้ว แต่บนกิ่งยังมีเปลือกเกาลัดแห้งติดอยู่ และเมื่อก้มมองที่พื้นใต้ต้นไม้ พวกเขาก็พบเกาลัดสีน้ำตาลแดงที่อวบอิ่มกระจายอยู่
หนิงเวยส่งเสียงเรียก หนิงเสี่ยงเสี่ยงรีบเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น ก็เห็นเกาลัดเพิ่มอีกหลายลูก! หลังจากเจอของมีค่าแล้ว ความกระตือรือร้นของทั้งสามพี่น้องก็มากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาแทบอยากจะขุดดินทั้งบริเวณเพื่อตามหาเกาลัดให้ได้มากขึ้นอีก!
“ยอดเยี่ยมเลย! ตอนเย็นพวกเราจะได้กินเกาลัดแล้ว! ถ้ามีเนื้อด้วยก็คงดี ข้าจะทำหมูเกาลัด เนื้อหมูที่นุ่มฉ่ำซึมซับรสชาติหวานของเกาลัด เมื่อเคี้ยวเข้าไป จะรู้สึกถึงรสชาติที่เข้มข้นและกลมกล่อม!” แค่คิดถึงอาหาร หนิงลั่วก็กลืนน้ำลายด้วยความหิวแล้ว นางจินตนาการถึงอาหารจานโปรดจากโลกก่อน รู้สึกอยากลิ้มลองอีกครั้ง
“อึก!” เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้น หนิงเสี่ยงเสี่ยงที่ยืนอยู่ข้างๆ มองพี่สาวด้วยแววตาหิวโหย “พี่สาม...หมูเกาลัดอร่อยขนาดนั้นเลยหรือ”
“แน่นอน! ยิ่งเคี่ยวไปนานๆ น้ำแกงก็ยิ่งเข้มข้น เนื้อหมูเปื่อยนุ่ม เกาลัดดูดซับน้ำแกงจนหอมหวาน ไม่ต่างจากเนื้อหมูเลย!”
แต่ตอนนี้หนิงลั่วทำได้แค่ฝันหวาน การจะได้กินหมูเกาลัดด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองคงต้องใช้เวลาอีกสักพัก
อีกด้านหนึ่ง “นายน้อย ท่านคิดว่าสาวน้อยผู้นี้กำลังพูดเกินจริงหรือไม่ขอรับ นางไม่เคยกินมาก่อน แต่กลับบรรยายราวกับว่าเคยลิ้มลองมาแล้ว” ผู้ติดตามกล่าวขึ้น
แต่เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆ กลับมองเด็กสาวอย่างจริงจัง “ไม่ นางเคยกิน และนางยังรู้วิธีทำอีกด้วย ดูเหมือนว่าเด็กสาวคนนี้จะไม่ธรรมดาเลย”
ผู้ติดตามแอบเบ้ปาก นายน้อยของเขาดูเหมือนจะให้ความสนใจกับเด็กสาวชาวบ้านคนนี้มากเกินไปแล้ว “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อขอรับ”
“เฝ้าดูต่อไป” ผู้เป็นายตอบ
“หืม?” ผู้ติดตามไม่เข้าใจ
“เ้าตามนางไป หากเกิดเื่อะไรขึ้น ให้รีบมารายงานข้า” เด็กหนุ่มสั่ง
ผู้ติดตามถึงกับอ้าปากค้าง เขารู้สึกหมดหนทาง สุดท้ายทำได้เพียงถอนหายใจแล้วเดินตามหนิงลั่วไปอย่างเงียบเชียบ
หนิงลั่วเรียกพี่สาวเสียงดัง “พี่รอง! ข้าเจอเยื่อไผ่แล้ว! นี่เป็ของหายากที่เขาเรียกว่าแปดสุดยอดอาหารเชียวนะ!”
...
“เสี่ยงเสี่ยง! ข้าเจอโพรงตัวอ้น รีบมาช่วยข้าจับตัวอ้นเร็ว!” หนิงลั่วเรียกน้องชาย
“ตัวอ้นในฤดูหนาวช่างอ้วนพีนัก ทั้งเนื้อก็อร่อยที่สุดเลยล่ะ!” หนิงลั่วอธิบาย
ระหว่างทางหนิงลั่วเดินไปทั่วราวกับโจรสาวตัวน้อย นางกวาดทุกอย่างที่เห็นว่าน่าสนใจ ทำให้ผู้ที่กำลังติดตามแอบดูอยู่ถึงกับตาค้าง
โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่านางจับตัวอ้นได้ ชายคนนั้นถึงกับหน้าซีดเผือดถึงขั้นไม่อยากกินมื้อเย็นแล้ว “นายน้อย! นางเป็บ้าไปแล้วหรือ นางจับหนูมากิน!”
“นั่นไม่ใช่หนูทั่วไป แต่คือตัวอ้น พวกมันกินแต่พืช ทำให้เนื้อนุ่มและรสชาติดีมาก นำไปย่างหรือผัดเผ็ดก็อร่อย” เด็กหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เหมือนเขาจะรู้เื่อาหารเป็อย่างดี
แต่ที่จริงแล้ว นี่ไม่ใช่ความรู้ของเขาเอง เป็สิ่งที่เขาเคยได้ยินจากคนคนหนึ่งมาก่อน ไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้ เขาจะได้ยินสิ่งเดียวกันจากปากของเด็กสาวชาวบ้านตัวเล็กๆ คนนี้
เด็กหนุ่มคิดในใจว่า ไม่แปลกใจเลยที่ลูกพี่ลูกน้องของเขาไม่ชอบเมืองหลวงและชอบอยู่ในป่ามากกว่า ผู้คนที่นี่ช่างน่าสนใจจริงๆ
“หืม...อะไรนะขอรับ! นายน้อยเคยกินหนูหรือ” ผู้ติดตามถึงกับอ้าปากค้างราวกับกลืนไข่ลงไปทั้งฟอง
“ยังไม่เคย แต่ข้าอยากลอง” เด็กหนุ่มตอบ
“...นายน้อย! แล้วตอนนี้พวกเราจะไปที่ไหนต่อขอรับ” ผู้ติดตามนามว่าเว่ยเิเริ่มรู้สึกไม่ดี
“ในเมื่อมาถึงหมู่บ้านตระกูลหนิงแล้ว ข้าก็ควรเข้าไปเยี่ยมเยือนลูกพี่ลูกน้องสักหน่อย ข้าไม่ได้เจอเขานานแล้ว” หลิ่วชิงเฟิงกล่าวจบก็เดินต่อไปทันที
เว่ยเิรวบชายเสื้อตัวเองขึ้น แล้วรีบวิ่งตาม “นายน้อย! เดินช้าหน่อย! ท่านยังมีาแอยู่นะขอรับ!”
“นายน้อย! นายท่านสั่งไว้ว่าท่านอย่าเดินทางไกลเกินไป!” เว่ยเิกล่าวเตือน
แต่เด็กหนุ่มกลับเดินเร็วขึ้นกว่าเดิม
ไม่นานหลังจากนั้น ด้านกองกิจการขนส่งเกลือหลวง มีเด็กหนุ่มพร้อมผู้ติดตามยืนรออยู่ เมื่อรายงานไปถึงหัวหน้ากองกิจการเมิ่งเทียนเจ๋อ เขาเพียงขมวดคิ้ว กล่าวว่า “ไม่พบ!” จากนั้นก็หันกลับไปสนใจแผนที่ต่อ
“เฮ้อ ข้าเคยเห็นคนขยันทำงาน แต่ไม่เคยเห็นใครขยันขนาดนี้! ถึงเวลากินข้าวแล้วยังไม่ยอมเชิญข้าเข้าไปสักคำ” เสียงเรียบเย็นดังขึ้น เ้าของเสียงเป็เด็กหนุ่มรูปโฉมงดงามราวภาพวาด ไม่รอให้ผู้ดูแลแจ้งข่าว เขาก็เดินเข้ามาในห้องของหัวหน้ากองกิจการทันที
ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่หน้าแผนที่ มีรูปร่างสูงโปร่งสง่างาม ใบหน้าคมคายราวกับถูกสลักจากหินหยก ทันทีที่หันมาก็เห็นใบหน้าของเขาที่มีความโดดเด่นไม่แพ้คนตรงหน้า พวกเขาสวมเสื้อคลุมไหมสีดำเรียบหรู รัดด้วยเข็มขัดหยกดำทรงจันทร์เสี้ยว ดูทรงค่าอย่างยิ่ง
ดวงตาคมกริบของเขาเ็า เต็มไปด้วยพลังข่มขวัญ แต่เมื่อเห็นแขกผู้มาเยือนชัดๆ แววตานั้นพลันอ่อนโยนลงเล็กน้อย “เฟิงเอ๋อร์! เ้ามาทำอะไรที่นี่”
“พี่เทียนเจ๋อ! ฮ่าๆ! ในที่สุดข้าก็ได้พบท่านเสียที! อีกไม่นานก็จะถึงวันคล้ายวันเกิดท่านย่าแล้ว ข้ากับมารดาและญาติผู้น้องจึงมาอวยพรก่อนล่วงหน้า” หลิ่วชิงเฟิงยืนตัวตรง เชิดอกขึ้นเหมือนอยากให้ดูสูงกว่าเดิม แต่ก็ยังเตี้ยกว่าผู้เป็ญาติผู้พี่มากนัก
เมิ่งเทียนเจ๋อไม่ได้เปิดโปงเขา เพียงมองท่าทางของเด็กหนุ่มอย่างขบขัน “อย่างนั้นหรือ แต่นี่ไม่ใช่จวนตระกูลเรา เ้าไม่ได้ไปเยี่ยมที่จวน กลับมาหาข้าที่นี่ก่อน หรือว่าเ้ากำลังตำหนิข้าที่ไม่ได้ต้อนรับเ้าดีๆ”
“เอ๋! ท่านรู้ได้อย่างไร” หลิ่วชิงเฟิงหน้าเหวอทันที ความฉลาดของญาติผู้พี่คนนี้ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองโง่งมไปทันที
แต่เมื่อนึกถึงเป้าหมายที่มาวันนี้ เด็กหนุ่มก็กลับมามั่นใจอีกครั้ง
ผู้ติดตามเว่ยเิที่ยืนอยู่ที่ประตูยังคงทำหน้าตกตะลึง ขณะที่ผู้ช่วยของเมิ่งเทียนเจ๋อยิ้มเล็กน้อยราวกับจะบอกว่า ‘ตอนนี้พวกเ้าเข้าใจแล้วใช่หรือไม่ ว่าหัวหน้าของพวกเรายอดเยี่ยมแค่ไหน’
“อวี๋ฉือ! นำกล่องยาให้คุณชายหลิ่ว” เมิ่งเทียนเจ๋อกล่าว
“พี่เทียนเจ๋อ! จมูกของท่านเป็ของหนูหรืออย่างไร” หลิ่วชิงเฟิงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกโจมตีอีกครั้ง
ทางด้านสามพี่น้อง หนิงเวยกำลังดุหนิงลั่ว “เ้าเพี้ยนไปแล้วหรือ! ทำตัวให้ลำบากเสียจริง! แต่เดี๋ยวก่อน ข้าไม่กินหนูเด็ดขาด! เ้าถอยไปห่างๆ ข้าเลยนะ”
เมื่อคิดได้ว่าน้องสาวของตนจับหนูมากิน หนิงเวยก็รู้สึกขนลุกชันไปทั้งตัว!
“พี่รอง นี่คือตัวอ้น พวกมันกินแต่ไผ่กับผักบางชนิด เนื้อของเ้านี่ทั้งนุ่มและอร่อยมาก ไม่เหมือนหนูทั่วไปเลย” หนิงลั่วอธิบาย
“ไม่ต้อง! อย่าเข้ามาใกล้ข้านะ! ถ้าเ้าเข้ามาอีกข้าจะไม่พูดกับเ้าแล้ว!” หนิงเวยโวยวาย
หนิงเสี่ยงเสี่ยงอยากสนับสนุนพี่สาว แต่ในใจก็ยังกลัวด้วยเช่นกัน จึงกระซิบถามหนิงลั่วเบาๆ ขณะที่หนิงเวยเดินนำไปข้างหน้าแล้ว “พี่สาม เ้ากินสิ่งนี้ได้จริงหรือ กินแล้วจะไม่กลายเป็คนหน้าแหลมตาเล็กใช่หรือไม่”
“ฮ่าๆ เ้าหนูน้อย ไปฟังเื่พิลึกพวกนี้มาจากไหนกัน ตัวอ้นก็คือเนื้อสัตว์ชนิดหนึ่ง เหมือนไก่ เป็ด หรือห่าน สัตว์ชนิดนี้ก็กินได้เหมือนกันนั่นแหละ” หนิงลั่วกล่าว
“ถ้าพี่สามทำเสร็จแล้ว ข้าจะยอมกินสักคำก็ได้!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงพูดเสร็จก็วิ่งตามหนิงเวยไปทันที
เมื่อครู่ทั้งสองยังเอาอกเอาใจนางอยู่เลย พอเห็นว่านางจับตัวอ้นเท่านั้นแหละ พลันก็พากันตีตัวออกห่าง
เ้าตัวอ้นนี่น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ
หนิงลั่วมองตัวอ้นสิบกว่าตัวที่นางจับมาได้ พวกตัวอ้นอ้วนกลมกำลังะโโลดเต้นไปมา นางชักจะลังเลขึ้นมาแล้ว หากกลับไปแล้วจะโดนย่าหนิงดุหรือไม่ หรือจะเลี้ยงไว้ก่อนดีนะ
แน่นอนว่าข่าวดีไม่แพร่กระจายเร็วเท่าข่าวร้าย ข่าวลือเื่หนิงลั่วกินเปลือกไม้และจับหนูมากินแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านตระกูลหนิงภายในเวลาไม่นาน
“ข้าว่าแล้ว! หนิงลั่ว เ้าคิดอะไรอยู่กันแน่! เ้าจับหนูมากินทำให้ข้าถูกผู้คนครหาว่าข้ารังแกพวกเ้า ไม่ให้พวกเ้ากินข้าว!” ขณะที่หนิงลั่วเพิ่งจะจับตัวอ้นทั้งหมดใส่กรงเสร็จ ย่าหนิงก็รีบรุดมาอย่างรวดเร็ว
ถึงย่าหนิงจะใจกล้ามากแค่ไหน แต่เมื่อเห็นเ้าหนูขนเทาเหล่านี้ นางก็อดขนลุกไม่ได้ “รีบทิ้งไปซะ! ถ้าเ้าไม่โยนพวกนี้ทิ้ง เ้าไม่ต้องกินข้าวเย็นแล้ว!”
ย่าหนิงยืนอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้ามาใกล้บ้านของหนิงลั่วเลยด้วยซ้ำ ครั้นเห็นเช่นนี้ เดิมทีหนิงลั่วตั้งใจจะทำตัวอ้นเหล่านี้เป็อาหาร แต่ทันใดนั้นก็เปลี่ยนใจ
ถ้ามีเ้าตัวเล็กๆ พวกนี้อยู่ที่บ้าน ต่อไปป้าสะใภ้ใหญ่คงไม่กล้ามาที่นี่อีกแน่ รวมถึงคนน่ารังเกียจอย่างหนิงฮวนด้วย! พวกนางต้องกลัวเ้าพวกนี้แน่ๆ!
หนิงลั่วจินตนาการถึงสีหน้าของหนิงฮวนยามเห็นพวกตัวอ้น จึงอดยิ้มออกมาไม่ได้
พวกเขาทุกคนกลัวตัวอ้น เช่นนั้นก็ดีเลย!
“ท่านย่า นี่เป็อาหารอย่างหนึ่งนะ ข้าตั้งใจจับมาเพื่อบำรุงร่างกายให้ท่านโดยเฉพาะ” เพื่อแสดงความจริงใจ หนิงลั่วจึงหยิบอ้นตัวที่อ้วนที่สุดออกมาจากกรง
ทันทีที่ถูกจับขึ้นมา ตัวอ้นตัวนั้นก็ดิ้นไปมา ดวงตากลมโตดูหวาดกลัว มันทั้งเตะและข่วนไปทั่ว
“กรี๊ด! อย่ามาขู่ข้านะ! ข้าทนไม่ไหวแล้ว รีบทิ้งไปซะ!” ย่าหนิงใรีบหันหลังกลับไปทันที
ก่อนกลับไป ย่าหนิงมิวายยังสั่งให้หนิงเวยกำจัดตัวอ้นพวกนี้ให้หมดด้วย
แม้ต่อหน้าท่านย่าคนนี้หนิงเวยจะตอบรับคำสั่งอย่างดีว่าจะรีบกำจัดตัวอ้นทิ้ง แต่พอหญิงชราเริ่มพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับหนิงลั่ว นางก็รีบแก้ตัวแทนน้องสาวทันที “ท่านย่า น้องสามไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล เหมือนนางจะชอบพวกตัวอ้นมาก ข้าได้ยินมาว่าพวกนี้ไม่กัดคน และรสชาติก็อร่อยมากด้วย”
“เช่นนั้นก็อย่ามาทำในบ้านข้าแล้วกัน เอาไปให้ไกลๆ ข้าไม่อยากเห็นมัน!” ย่าหนิงกล่าว