เมื่อกลับมาถึงปราสาทสิ่งที่เออร์วินได้เจอก็คือแม่ของเขาราชินีเอลิเซียที่ยืนรอพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้าอยู่ ขณะที่เขากำลังยืนงงไม่เข้าใจราชินีเอลิเซียก็พูดว่า
“ใจร้าย!”
“ครับ?”
“ใจร้ายที่สุด”
“ฮะ? อะไรนะครับท่านแม่ใครใจร้ายครับ”
“เออร์วินใจร้ายที่สุด”
“เอ๊ะ?”
“พักนี้ไม่เห็นมาสนใจแม่เลยนะ”
“เอ่อ…”
“ทั้งที่แม่เฝ้ารอทุกวันว่าเมื่อไหร่ลูกจะมาสอนแม่ทำอาหาร แต่ลูกก็ไม่มาเลยสักวันใจร้ายที่สุดเลย”
ราชินีเอลิเซียทำหน้างอนแก้มป่องจนเออร์วินรับมือไม่ถูก เขาหันไปจะขอความช่วยเหลือจากเรเวน แต่พอหันไปมองด้านหลังก็พบว่า เรเวน ลูซี่และเดซี่ต่างก็เอาแต่ยืนนิ่ง ซึ่งเรเวนก็มองมาที่เขาพร้อมกับรอยยิ้มแบบเดียวกับที่เขาเห็นในวันที่โดนพี่สาวกับน้องสาวซ้อมในเช้าวันนั้น ก่อนที่เขาจะถูกแม่ของเขาหิ้วคอแล้วลากเข้าไปในครัว
“ไม่สนแหละวันนี้ลูกต้องสอนไม่ทำอาหารไม่งั้นแม่ไม่ยอมแน่”
“พวกเราปลีกตัวมาแบบนี้จะดีหรอคะ”
ลูซี่ถามขึ้น เรเวนตอบว่า
“ทำไมจะไม่ดีล่ะให้แม่ลูกเขาอยู่ด้วยกันดีออก”
ลูซี่ดูท่าทางลังเลเล็กน้อยในขณะที่เดซี่ก็ถามถามขึ้นว่า
“คือว่าหนูขอถามได้ไหมคะว่าที่หนูตื่นมาวิ่งตั้งแต่เมื่อวานนี้และที่วันนี้หนูต้องมา ฝึกทุ่มทั้งหมดเพื่ออะไรหรอคะ”
เรเวนหยุดเดินทันทีหันกลับมามองเดซี่ด้วยสายตาไม่เชื่อถามว่า
“เขาไม่ได้บอกอะไรเธอเลยเหรอ”
เดซี่ส่ายหน้าช้าๆ เธอหันกลับไปถามลูซี่
“เธอไม่ได้อธิบายอะไรให้น้องสาวเธอฟังเลยเหรอ”
ลูซี่ตอบว่า
“คือว่าฉันเข้าใจว่ามันเป็นความลับค่ะก็เลยไม่ได้บอกอะไรกับพวกน้องๆ เลย”
เรเวนหันกลับมาถามเดซี่ว่า
“แล้วโซอี้ไม่ได้บอกอะไรเธอเลยหรอ”
หนึ่งในคนที่รู้แผนการของเออร์วินก็มีโซอี้อยู่ด้วยแม้ว่าเธอจะไม่รู้รายละเอียดมากก็ตาม แต่ที่ผ่านมานั้นคนที่มักอยู่กับโซอี้คือเดซี่ซึ่งซึ่งทั้งสองมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องสมุด สาเหตุที่โซอี้มักจะอ่านหนังสืออยู่เสมอเพราะเธอมองว่าร่างกายของเธอที่เป็นแบบนี้มีสิ่งเดียวที่จะทำให้เป็นประโยชน์กับเออร์วินได้ก็คือการศึกษาหาความรู้ บวกกับเดซี่ที่พออ่านออกเขียนได้ก็ชอบที่จะศึกษาตำราต่างๆ เป็นอย่างมาก เดิมทีเรเวนคิดว่าโซอี้คงได้บอกเรื่องต่างๆ กับเดซี่บ้างแต่ไม่นึกเลยว่าเธอจะไม่ได้บอกอะไรเลย
เรเวนถึงกับนวดขมับซึ่งก็โทษเธอไม่ได้และไม่สามารถโทษลูซี่ได้ เพราะเธอก็คงรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นความลับและโซอี้ก็เช่นกัน ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษตัวการอย่างเออร์วินที่ลากพวกเธอเข้ามาเกี่ยวแต่แทบไม่บอกอะไรพวกเธอเลย เรเวนบอกกับสองพี่น้องว่า
“คืนนี้พวกเธอก็มาที่ห้องฉันแล้วกัน”
ลูซี่นั้นเข้าใจว่าเรเวนคงต้องการจะอธิบายสิ่งต่างๆ ให้น้องสาวเธอฟังแต่เดซี่ยังงงๆ อยู่ ทันใดนั้นลูซี่ก็ทักขึ้นว่า
“นั่นเจ้าหญิงลิลิธนี่คะ”
เรเวนหันไปมองพบว่าเป็นเจ้าหญิงลิลิธที่กลับมาจากการฝึกประจำวันเสร็จแล้วกำลังเดินมายังพวกเธอ แววตาและสีหน้าของเจ้าหญิงลิลิธยังคงความเย็นชาเหมือนเช่นทุกที พวกเรเวนที่เห็นเธอเดินมาต่างก็พากันหลีกทางพร้อมกับทำความเคารพด้วยการถอนสายบัว ทว่าเจ้าหญิงลิลิธกับทำเหมือนไม่เห็นพวกเธอโดยการเดินผ่านพวกเธอไป แต่เมื่อเธอเดินมาถึงหน้าเรเวนเธอกลับหยุดเดินก่อนจะพูดโดยไม่หันมามองเรเวน
“วันนี้เขาก็ปลอดภัยดีใช่ไหม”
เรเวนรู้ดีว่าคำว่าเขาที่เธอพูดถึงหมายถึงเออร์วินจึงตอบไปว่า
“เรียนเจ้าหญิงเจ้าชายเออร์วินอยู่กับหม่อมฉันย่อมต้องปลอดภัยดีเพคะ”
เรเวนพูดโดยเน้นคำว่าอยู่กับหม่อมฉันซึ่งเมื่อกระทบโสตของเจ้าหญิงลิลิธแล้วสร้างความรู้สึกขุ่นเคืองให้เจ้าหญิงลิลิธเป็นอย่างมาก ลิลิธรู้ดีว่าเรเวนต้องการยั่วโมโหเธอแต่เธอกลับเหลือบตามองก่อนจะตอบไปว่า
“ดูแลเขาให้ดีถ้าเขาเป็นอะไรเธอไม่ได้ตายดีแน่”
เรเวนยิ้มตอบยังไม่สะทกสะท้านหรือมีท่าทีหวั่นเกรง
“สบายใจได้เพคะมีหม่อมฉันอยู่ด้วยจะไม่มีสายฟ้าผ่าลงมาบนร่างเขาเด็ดขาด”
ลิลิธรู้ว่าเรเวนเสียดสีที่เธอเคยใช้เวทย์สายฟ้าผ่าใส่เออร์วินก็ขมวดคิ้วแล้วหันมาจ้องหน้าเรเวนตรงๆ ประกายรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเธอจนลูซี่และเดซี่ก็ยังรู้สึกได้ หูของเดซี่หักลงหางของเธอก็ลู่ลงขนลุกไปทั่วร่างแตกต่างกับลูซี่ที่หูของเธอตั้งขึ้นพร้อมกับดึงตัวเดซี่มาหลบที่หลังเธอ ส่วนเรเวนนั้นกับจ้องมองสายตาของลิลิธยังไม่สะทกสะท้านใดๆ ทั้งสิ้นทั้งยังยิ้มเล็กน้อย
เจ้าหญิงลิลิธกับเรเวนต่างก็จ้องมองกันอยู่อย่างนั้น ก่อนที่เจ้าหญิงลิลิธจะเป็นฝ่ายหันหน้ากลับไปแล้วก็พูดว่า
“เพราะเออร์วินหรอกนะเธอถึงยังมีชีวิตอยู่แต่ถ้าฉันเห็นว่าเธอเป็นอันตรายกับเขาเมื่อไหร่ต่อให้เขาร้องขอชีวิตเธอด้วยตัวเอง…” พูดเพียงเท่านี้เจ้าหญิงลิลิธก็เดินจากไปโดยทิ้งเรเวนกับพวกลูซี่ว่าอย่างนั้น
จนเมื่อเจ้าหญิงลิลิธเดินพ้นสายตาไปแล้วลูซี่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ส่วน เดซี่น้องสาวเธอนั้นกำชายเสื้อพี่สาวแน่นพร้อมกับยื่นหน้าออกมา เมื่อพบว่าว่าเจ้าหญิงลิลิธได้เดินจากไปแล้วก็ถอนเช่นเดียวกับพี่สาว ลูซี่หันไปถามเรเวนด้วยความสงสัยว่า
“ดูเหมือนเจ้าหญิงลิลิิธจะไม่ค่อยชอบคุณเรเวนเลยนะคะ”
เรเวนยิ้มให้ลูซี่ก่อนจะตอบว่า
“ความจริงแล้วเธอไม่ชอบพวกเราทุกคนเลยต่างหาก”
“เอ๊ะ? ทะทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะคะ” ลูซี่ไม่เข้าใจว่าทำเหมือนเจ้าหญิงลิลิธถึงไม่ชอบพวกเธอ จนความคิดหนึ่งหัวซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเกือบจะหลงลืมมันไปแล้วเพราะความเป็นมิตรของผู้คนในปราสาทแห่งนี้ ทันใดนั้นเธอก็หน้าซีดขึ้นมาทันทีก้มหน้าถามเรเวนไปว่า “หรือว่าจะเป็นเพราะพวกเราเป็นเผ่ามารหูสัตว์ใช่ไหมคะ”
คำถามของลูซี่พลอยทำให้เดซี่หน้านึกถึงความทรงจำแย่ๆ ขึ้นมาจนหน้าซีดไปด้วย ทว่าเรเวนกลับยิ้มให้เธอแล้วตอบว่า
“มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอก”
“เอ๊ะ?” ลูซี่อุทานด้วยความแปลกใจ “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอคะ”
“ก็แหงสิฉันบอกแล้วนี่ว่าเธอไม่ชอบพวกเราทุกคนทั้งฉันและโซอี้ก็ด้วย”
ลูซี่ลองคิดตามจึงพบว่าถ้ามันเป็นอย่างนั้นสาเหตุที่เจ้าหญิงลิลิธไม่ชอบพวกเธอก็คงเป็นสาเหตุอื่น เพราะทั้งเรเวนและโซอี้ต่างก็ไม่ใช่เผ่ามารหูสัตว์เช่นเดียวกับพวกเธอ
“ถะ ถ้าอย่างนั้นมันเป็นเพราะสาเหตุอะไรกันแน่คะที่ทำให้เจ้าหญิงลิลิตไม่ชอบพวกเรา” ลูซี่สงสัยและอยากรู้สาเหตุเพื่อที่เธออาจจะสามารถแก้ไขได้แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นว่า
“เพราะพวกเราใกล้ชิดกับน้องชายสุดที่รักของเธอไงล่ะ”
“เอ๊ะ?” ลูซี่เข้าใจว่าตัวเองหูฝาดซึ่งเดซี่ที่เอาแต่จ้องหน้าเรเวนเขม็งก็ไม่ต่างกัน ทั้งสองพี่น้องต่างไม่เข้าใจว่าการที่พวกเธอใกล้ชิดครับเจ้าชายเออร์วินจะทำให้เจ้าหญิงลิลิธไม่ชอบพวกเธอได้ยังไง จนเมื่อได้ยินเรเวนพูดว่า
“เจ้าหญิงลิลิธก็แค่พี่สาวที่หวงน้องชายจนเกินพอดี และเธอก็ไม่ชอบผู้หญิงทุกคนที่มาข้องแวะกับน้องชายเธอก็แค่นั้น”
ลูซี่นิ่งไปทันทีเธอไม่นึกว่าเหตุผลที่เจ้าหญิงลิลิธจะเป็นเรื่องนี้ทำเอาเธอพึมพำออกมาว่า
“ก็แค่พี่สาวที่หวงน้องชายเท่านั้นหรอ”
เจ้าหญิงลิลิธกลับมาที่ห้องของตนพบว่าเกรซสาวใช้ส่วนตัวได้รออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับเตรียมน้ำให้อาบไว้เรียบร้อย เกรซหันมาทำถอนสายบัวให้เธอ
“เจ้าหญิงลิลิธเกรซเตรียมน้ำอาบพร้อมแล้วเพคะ”
ลิลิธพยักหน้าก่อนจะได้ทำการถอดเสื้อแล้วลงไปในถังน้ำที่เกรซเตรียมไว้ โดยมีเกรซคอยทำการปรนนิบัติ ขณะที่เธอกำลังอาบน้ำโดยให้เกรซขัดถูตามร่างกายให้อยู่นั้นก็ถามขึ้นว่า
“ได้ข้อมูลอะไรมาจากผู้หญิงตระกูลแบล็ควิงคนนั้นบ้าง”
เกรซตอบว่า
“ตามข้อมูลที่ได้มานั้นปัจจุบันตระกูลแบล็ควิงนั้นแทบจะเรียกได้ว่าล่มสลายทั้งตระกูลแล้วค่ะ”
“ล่มสลาย?”
เกรซพยักหน้า
“อย่างที่เกรซได้แจ้งเจ้าหญิงไปในคราวก่อนว่าตระกูลแบล็ควิงนั้นเป็นตระกูลของมือสังหาร ที่มีเวทย์ประจำตระกูลเป็นเวทย์เคลื่อนย้ายผ่านเงา ตามข้อมูลที่ได้รับมาตระกูลแบล็ควิงนั้นได้รับใช้กษัตริย์ของอาณาจักรหนึ่ง ที่อยู่ไกลจากที่นี่มากดูเหมือนว่าอาณาจักรนั้นจะเกิดเรื่องภายในเกี่ยวกับการชิงราชบัลลังก์แล้วตระกูลแบล็ควิงได้สนับสนุนเชื้อพระวงศ์คนหนึ่งจนขึ้นครองราชย์ได้สำเร็จ แต่ว่าหลังจากที่คนๆ นั้นได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แล้ว สิ่งแรกที่เขาทำคือฆ่าล้างตระกูลแบล็ควิงทั้งหมด ส่วนที่ใช้คำว่าเกือบจะล่มสลายนั้นเพราะดิฉันเองก็นึกไม่ถึงว่าจะมีสายเลือดของตระกูลแบล็ควิงมาอยู่ที่นี่ได้เพคะ”
ลิลิธที่ฟังอยู่ก็ถามว่า
“เป็นไปได้ไหมที่เธออาจจะมาจากตระกูลอื่นที่ไม่ใช่ตระกูลแบล็ควิง”
เกรซที่อยู่ด้านหลังเธอนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นที่เรเวนมุดออกจากเงาของเออร์วินแล้วพาเขาหลุดพ้นจากมือขนาดใหญ่ที่ร่างอัญเชิญขึ้นเงาของมาร์ควิสราฟาเอลฟาดลงมาก็ส่ายหน้าทันทีก่อนจะตอบว่า
“เป็นไปไม่ได้หรอกเพคะเวทย์ที่เธอคนนั้นใช้เป็นเวทย์ประจำตระกูลของตระกูลแบล็ควิงไม่ผิดแน่เพคะเจ้าหญิงลิลิธ”
ลิลิธหลับตาลงแล้วถามว่า
“แล้วคนที่หักหลังตระกูลแบล็ควิงคนนั้นพอมีข้อมูลมั้ย”
เกรซพยักหน้ากว่าจะตอบว่า
“เขาคือเบเนดิกพระราชาคนปัจจุบันของอาณาจักรชีวาส เพียงแต่ว่าในตอนที่เขาลงมือกับตระกูลแบล็ควิงกลับมีคนอื่นอยู่ด้วยเพคะ”
ลิลิธลืมตาขึ้นมาแล้วถามว่า
“ใคร?”
เกรซเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบว่า
“เป็นหนึ่งในสิบสองอัศวินศักดิ์สิทธิ์เพคะเจ้าหญิง”
ลิลิธขมวดคิ้วทันที
“สิบสองอัศวินศักดิ์สิทธิ์?” แน่นอนว่าในฐานะเจ้าหญิงรู้จักตำแหน่งอัศวินศักดิ์สิทธิ์ดี แม้ว่าตำแหน่งนี้จะมีเพียงสิบสองคนทั้งยังมีการผลัดเปลี่ยนเมื่อคนเก่าตายลงแต่ไม่ว่าใครจะมารับตำแหน่งต่อ ชื่อเสียงในเรื่องความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นก็เป็นที่เลื่องลือมาโดยตลอด แม้ว่าเธอจะไม่เคยเผชิญหน้ากับอัศวินศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่คนเดียว แต่เธอก็ไม่คิดจะดูถูกคนพวกนั้นเด็ดขาด เจ้าหญิงลิลิธมีสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะถามว่า
“แล้วเรื่องการชิงบัลลังก์และการฆ่าล้างตระกูลแบล็ควิงนั้นเกิดขึ้นนานหรือยัง?”
“เรียนเจ้าหญิงเรื่องนั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เพคะ”
ลิลิธเหลียวไปมองเกรซที่อยู่ด้านหลังพร้อมกลับทวนคำ
“เพิ่งเกิดเรื่องเมื่อไม่นานมานี้งั้นเหรอ?”
เกรซพยักหน้ายืนยัน
“เป็นช่วงเวลาราวๆ 1 เดือนก่อนเพคะ”
เมื่อลิลิธได้ยินว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเราราวๆ 1 เดือนก่อน เธอก็นึกถึงเหตุการณ์นั้นได้ทันทีเป็นเหตุการณ์เมื่อราวๆ 1 เดือนก่อน ที่เธอตื่นมาแล้วพบกับเรเวนนอนอยู่บนเตียงเดียวกับน้องชาย
“เป็นช่วงเวลานั้นไม่ผิดแน่นะ?”
“ไม่ผิดแน่นอนเพคะเจ้าหญิงตอนที่หม่อมฉันสามารถยืนยันได้ว่าเธอเป็นคนตระกูลแบล็ควิง หม่อมฉันฉันก็เกิดความลังเลจนไม่แน่ใจเพคะ เพราะด้วยระยะทางจากอาณาจักรชีวาสมาถึงเมืองไพร์ล็อกไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆ หากคำนวณเวลาระยะห่างจากเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูลแบล็ควิงบวกกับระยะทางที่ไกลมากมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะมาโผล่ที่นี่ได้ หากไม่ใช่เพราะว่าเวทย์เคลื่อนย้ายผ่านเงาที่เธอใช้เป็นตัวยืนยันล่ะก็ หม่อมฉันก็ไม่กล้าฟันธงเด็ดขาดเพค่ะว่าเธอคนนี้จะเป็นคนตระกูลแบล็ควิง”
ลิลิธหันหน้ากลับไปก่อนจะถามว่า
“แล้วพอทราบไหมว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์มาเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้”
เกรซตอบพลางขณะที่มือกำลังถูหลังให้ลิลิธว่า
“สำหรับเรื่องนี้ทางเราเองก็ไม่ทราบเพคะเรารู้แต่เพียงว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั้นคือราอูลสมญานามของเขาก็คือ ราอูลขวานแสงอรุณ”
ลิลิธพยักหน้าก่อนจะพูดว่า
“คอยจับตาดูผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ฉันไม่สนหรอกว่าอดีตของเธอจะเป็นยังไง หรือจะมีเรื่องบาดหมางกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ยังไง ตราบใดที่เธอยังไม่ได้คิดร้ายกับเออร์วินก็ยังไม่ต้องทำอะไร ถ้าเธอแสดงท่าทีคิดร้ายต่อเขาแม้เพียงเสี้ยวเดียวก็ลบการมีอยู่ของเธอให้หายไปซะ”
เกรซรับคำว่า
“รับทราบแล้วเพคะเจ้าหญิง”
ลิลิธลุกขึ้นจากถังไม้โดยมีเกรซตามไปเช็ดตัวให้เธอก่อนจะช่วยเธอแต่งตัว ซึ่งเมื่อแต่งตัวเสร็จลิลิธก็พูดขึ้นมา
“แต่เธอก็ไม่ธรรมดานะเกรซทั้งที่เรื่องที่เกิดขึ้นนี้อยู่ไกลกับไพร์ล็อกมาก แต่ก็ยังอุตส่าห์สืบมาจนได้ ทำเอาฉันสงสัยจริงๆ ว่าองค์กรที่อยู่เบื้องหลังเธอมีอิทธิพลมากขนาดไหนกันแน่”
เกรซยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า
“เป็นเรื่องเล็กน้อยเพคะเจ้าหญิงทุกสิ่งที่หม่อมฉันทำล้วนแต่เป็นไปตามหน้าที่ ส่วนองค์กรที่อยู่เบื้องหลังหม่อมฉันนั้นเจ้าหญิงจะทรงรู้แน่นอนเพคะ เมื่อได้เข้าเรียนที่อาณาจักรลูมิเนีย”
ลิลิธพูดประชดเกรซว่า
“ความลับเยอะเสียจริงนะ” ก่อนจะหันไปมองเกรซแล้วถามว่า “ถ้าอย่างนั้นพอจะตอบได้ไหมว่าเธอมาจากที่เดียวกับลาน่าใช่ไหม หรือว่าเรื่องนี้ก็ต้องรอให้ฉันไปเรียนที่อาณาจักรลูมิเนียก่อนถึงจะตอบได้”
เกรซซยิ้มก่อนจะตอบว่า
“ถ้าเรื่องนั้นหม่อมฉันตอบได้เพคะว่าทั้งหม่อมฉันและลาน่าพวกเรานั้นมาจากที่เดียวกัน”
ลิลิตจ้องหน้าเกรซก่อนจะถามเธอว่า
“แล้วองค์กรของพวกเธอคิดจะทำร้ายเออร์วินหรือเปล่า”
แม้จะดูเหมือนเป็นการถามธรรมดาแต่น้ำเสียงของเธอคล้ายกับการสอบปากคำ เกรซกับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเธอยังคงยิ้มแย้มก่อน
“คนอื่นนั้นหม่อมฉันไม่สามารถตอบได้ แต่ว่าเกรซคนนี้จะทำทุกอย่างตามประสงค์ของเจ้าหญิงลิลิธเพคะ ทั้งการตัดสินว่าใครเป็นศัตรูหรือใครเป็นมิตรใครที่ควรช่วยเหลือและใครกันที่ควรถูกกำจัด”
ลิลิธที่ได้ฟังคำตอบเช่นนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก