ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 128 ความจริงของเรื่องนี้ช่างเข้มข้น

            ฮูหยินสวี่มาเอะอะโวยวายถึงหน้าประตูแม้ว่าสุดท้ายแล้วชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของนางจะได้การกู้กลับมาแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่รังเกียจ?

            ไม่ทำให้ฮูหยินสวี่ลำบากก็ดีเท่าไรแล้วจะเชิญให้นางนั่งได้อย่างไรกัน?

            อี้ไท่เฟยเหลือบมองและมองไปบนกระดาษอีกครั้งฮูหยินสวี่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเมื่อมาถึงศาลต้าหลี่ท่าทีของอี้ไท่เฟยจะเย็นชาถึงเพียงนี้นางทั้งตกใจทั้งโกรธและส่งสายตาไปมู่หรงหว่านหรู

            สวี่ฮูหยินคนนี้เวลานี้ยังจะมาขอที่นั่งอีกอย่างนั้นหรือ?”

            มู่หรงหว่านหรูที่ร้อนรนเตือนฮูหยินสวี่ด้วยท่าทางดุร้ายแต่การส่งสายตาไปมาของพวกนางถูกหานอวิ๋นซีเห็นทั้งหมด

            หานอวิ๋นซีค่อยๆหรี่ตาลง เอาเถอะ คราวนี้เป็นมู่หรงหว่านหรูอีกแล้วสินะคนผู้นี้ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ!

            วันนี้นางจะทำให้รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าความเสียใจ

            ในขณะเดียวกันองครักษ์จากข้างนอกก็เข้ามารายงาน“ทูลอี้ไท่เฟย...นักโทษหานฉงอันมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ทุกคนในห้องต่างเงียบสงบ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็ไม่สำคัญอี้ไท่เฟยนั่งตัวตรงและจริงจังขึ้นมา พร้อมกับพูดอย่างเย็นชาว่า “เข้ามา!”

            หานฉงอันที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและไม่รู้ว่าใครต้องการพบเขา แต่เมื่อได้ยินว่ามาที่ห้องโถงใหญ่เขาเดาว่าคนที่ต้องการพบเขาต้องเป็นคนชั้นสูงอย่างแน่นอน

            อย่างไรก็ตามนอกจากหานอวิ๋นซีแล้ว เขานึกไม่ออกว่าจะมีใครจำเขาได้อีกและยินดีที่จะมาพบเขาอย่างไรก็ตาม หากหานอวิ๋นซีต้องการพบเขา นางมักจะไปที่ห้องขังเสมอ!

            หานฉงอันที่เดินไปก็เต็มไปด้วยความสงสัยเขาก้าวข้ามธรณีประตูสูง

            ในขณะเดียวกันก็เห็นผู้คนในห้อง โดยเฉพาะใบหน้าที่คุ้นเคยของคนตระกูลหานหานฉงอันก็หยุดอยู่ที่ประตูทันทีด้วยความตกตะลึง

            นี่มัน...เกิดอะไรขึ้น?

            เขาที่ยังคงงุนงงแต่จู่ๆ เสี่ยวอี้เอ๋อร์ก็ส่งเสียงร้องไห้ออกมากระโดดลงจากเก้าอี้สูงแล้วรีบวิ่งไป “ท่านพ่อ!”

            เสียงเรียก“ท่านพ่อ” ช่างสะเทือนอารมณ์เหลือเกิน น้ำเสียงของเด็กน้อยที่ไม่เสแสร้ง เต็มไปด้วยความคิดถึงและต้องการที่พึ่งพิงไม่ว่าคนคนนั้นจะมีจิตใจที่แข็งกระด้างสักเพียงไหนก็คงอ่อนไหวให้กับเด็กน้อยคนนี้ใช่หรือไม่?

            เสี่ยวอี้เอ๋อร์โผเข้าไปกอดบิดาของตนเองและร้องไห้ออกมา“ท่านพ่อ เมื่อไรท่านจะกลับบ้าน! ฮือฮือ...ลูกคิดถึงท่าน เมื่อไรท่านจะกลับบ้าน?”

            ไม่ว่าเสี่ยวอี้เอ๋อร์จะฉลาดและแก่แดดแค่ไหนเขาก็ยังเป็นแค่เด็กน้อยอยู่ดี

            เสี่ยวอี้เอ๋อร์ได้ยินจากหลายๆคนว่าพ่อของเขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตและจะไม่มีวันได้กลับบ้านแต่เขาก็ดื้อรั้นไม่เชื่อ

            เขายังคงรอให้พ่อกลับบ้านมาสอนให้เขารู้จักยา สอนให้เขาช่วยรักษาผู้คน

            หานฉงอันที่อยู่ในเสื้อผ้ามอมแมมผมยาวยุ่งเหยิงและร่างกายอ่อนแรง เขามองบุตรชายตัวน้อยในอ้อมแขนแววตาที่มืดมนอดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงได้แต่เปิดปากแต่ก็ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของบุตรชายอย่างไร

            หานอวิ๋นซีที่เห็นฉากนี้ตรงหน้านี่เป็นครั้งแรกที่คนที่แยกความรักกับความเกลียดออกจากกันอย่างชัดเจนอย่างนางรู้สึกผิดต่อหานฉงอัน

            ไม่สิพูดให้ถูกคือเป็นความรู้สึกผิดต่อเสี่ยวอี้เอ๋อร์ต่างหาก นางได้แอบตัดสินใจแล้วและไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางจะปกป้องเสี่ยวอี้เอ๋อร์ให้ปลอดภัยและเติบโตอย่างราบรื่น

            ในเวลานี้จู่ๆ หานอวี้ฉีก็ตะโกนว่า “ท่านพ่อ” และรีบวิ่งไปทันทีเช่นกันหานรั่วเสวี่ยเองก็เดินตามหลังไปติดๆ

            เดิมทีอี้ไท่เฟยรู้สึกประทับใจกับความรู้สึกที่ไร้เดียงสาและจริงใจของเสี่ยวอี้เอ๋อร์แต่เมื่อนางเห็นท่าทางเสแสร้งของหานหอวี้ฉีและหานรั่วเสวี่ยก็รู้สึกรำคาญโดยไม่มีสาเหตุและพูดอย่างหมดความอดทนว่า“วันนี้ข้ามาที่นี่เพื่อผดุงความยุติธรรมให้กับตระกูลหานไม่ได้มาดูงานรวมญาติของพวกเจ้า!”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาทั้งหานอวี้ฉีและหานรั่วเสวี่ยก็ตกใจ จนรีบถอยห่างออกมาแต่เสี่ยวอี้เอ๋อร์กลับกอดบิดาของเขาไว้แน่นด้วยกลัวว่าบิดาของเขาจะถูกพรากไปอีกครั้ง

            “อี๋เหนียงเจ็ดทำไมเจ้าไม่ดึงบุตรชายออกมา ต่อหน้าอี้ไท่เฟยจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร?” ฮูหยินสวี่ตำหนิอย่างไม่พอใจ

            นายท่านถูกคุมขังตลอดชีวิตและมันไม่สมเหตุสมผลที่จะเอาชนะใจเขาอย่างไรก็ตามนายท่านไม่มีทางโง่ถึงขนาดมอบกุญแจห้องเก็บของให้บุตรสาวที่ออกเรือนแล้วและไม่ว่าใครก็ตามในตระกูลหานที่นายท่านมอบกุญแจให้นางจะต้องหาทางต่อสู้เพื่อเอามันมาให้บุตรชายของนาง

            สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเอากุญแจห้องเก็บของคืนมาจากหานอวิ๋นซี

            ด้านข้างอี๋เหนียงเจ็ดถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นนายท่าน น้ำคลอเบ้าครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อถูกฮูหยินสวี่เตือนเช่นนั้น นางจึงจะได้สติกลับคืนมาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อดึงเสี่ยวอี้เอ๋อร์ “อี้เอ๋อร์ ไท่เฟยโกรธแล้วเจ้าอย่าทำร้ายพ่อของเจ้าเลย”

            อี๋เหนียงเจ็ดมักจะรู้วิธีเกลี้ยกล่อมเสี่ยวอี้เอ๋อร์เสมอทันทีที่นางพูดเช่นนี้ เสี่ยวอี้เอ๋อร์ก็ตกใจมากจนปล่อยมือทันทีอี๋เหนียงเจ็ดรีบอุ้มเขาออกมาและถอยกลับไปด้านข้างไม่กล้านั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมอีกต่อไป

            หานฉงอันมองไปที่อี๋เหนียงเจ็ดอย่างโศกเศร้าไร้ซึ่งหนทางและลังเลที่จะพูดออกมา หากอี๋เหนียงเจ็ดแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้อีกหน่อยเขาก็คงไม่จำเป็นต้องขอร้องโดยใช้ความพยายามอย่างหนักกับหานอวิ๋นซี

            หานฉงอันเองถือว่าเป็นคนเช่นกันเขาสงบอารมณ์ลงเล็กน้อยและเดินไปข้างหน้าทันทีเพื่อคำนับ “กระหม่อมหานฉงอันถวายบังคมไท่เฟย ถวายบังคมหวังเฟย”

            “หานฉงอันฮูหยินสวี่ของเจ้ามาเอะอะโวยวายถึงหน้าประตูจวนของข้าเรื่องกุญแจห้องเก็บของตอนนี้ข้าขอถามเจ้าหน่อยว่ากุญแจห้องเก็บของของตระกูลหานอยู่ที่ไหน?” อี้ไท่เฟยถามอย่างกระวนกระวายใจ

            ทันทีที่เขาได้ยินคำว่า“กุญแจห้องเก็บของ” หานฉงอันซึ่งฉลาดไม่น้อย ก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นจุดประสงค์หลักของการมอบกุญแจห้องเก็บของให้หานอวิ๋นซีก็เพื่อป้องกันมันจากฮูหยินสวี่อย่างไรล่ะ!

            ตระกูลของฮูหยินสวี่มีการสนับสนุนที่แข็งแกร่งทันทีที่เขาไปตระกูลหานก็ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของฮูหยินสวี่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นี่เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่อย่างไรก็ตามคุณชายใหญ่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย

            หากตระกูลหานตกอยู่ในมือของฮูหยินสวี่ก็ไม่ได้ต่างจากการตกอยู่ในมือของคุณชายใหญ่ ด้วยนิสัยของคุณชายใหญ่แล้วตระกูลหานคงได้พังทลายภายในสามปีอย่างแน่นอน

            ทันใดนั้นดวงตาของหานฉงอันก็เย็นชาและลึกล้ำและก็มองไปที่ฮูหยินสวี่

            ฮูหยินสวี่ตกตะลึงและรู้สึกไม่สบายใจอย่างอธิบายไม่ได้นางรีบพูดว่า “นายท่าน ทำไมไม่ตอบคำถามของอี้ไท่เฟยล่ะ?”

            หานฉงอันไม่พูดสายตาเย็นชาก็ไปตกอยู่ที่หานอวี้ฉี หานอวี้ฉีที่ไม่คาดคิดและโพล่งออกมาว่า“ท่านพ่อ หานอวิ๋นซีบอกว่าท่านเอากุญแจให้นาง เป็นไปได้อย่างไรกัน? นางขโมยกุญแจนั้นไปใช่หรือไม่?”

            “ใช่แล้วๆนายท่าน เราเชิญอี้ไท่เฟยมาที่นี่ ท่านไม่ต้องกลัวหานอวิ๋นซีแค่บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น” ฮูหยินสวี่พูดอย่างร้อนรน

            ในเวลานี้หานรั่วเสวี่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไปและรีบพูดเกลี้ยกล่อมว่า “ท่านพ่อมีเหตุผลอันใดถึงได้มอบกุญแจห้องเก็บของให้กับบุตรสาวที่ออกเรือนไปแล้ว? ท่านคงต้องทนทุกข์ทรมานในคุกมากๆ เลยใช่หรือไม่? ลูกมาที่นี่หลายครั้งหลายคราทว่าก็ไม่สามารถเข้าเยี่ยมท่านได้สรุปแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ท่านพูดออกมาเถิดอี้ไท่เฟยจะตัดสินให้ตระกูลหานของเราเอง!”

            คนของตระกูลหานเต็มไปด้วยความกังวลใจอี้ไท่เฟยเองก็เช่นกัน นางถามอีกครั้งว่า “หานฉงอันหานอวิ๋นซีบอกว่าเจ้ามอบกุญแจห้องเก็บของให้นาง นี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

            ทันทีที่อี้ไท่เฟยพูดจบมู่หรงหว่านหรูก็พูดเสริมอย่างรวดเร็วว่า “หานฉงอัน ในเมื่อวันนี้หมู่เฟยของข้ามาแล้วท่านสามารถพูดในสิ่งที่ท่านต้องการได้และอย่าปิดบังสิ่งใดท่านยินดีมอบกุญแจให้ฉินหวังเฟยจริงๆ ใช่หรือไม่?”

            เสี่ยวอี้เอ๋อร์และอี๋เหนียงเจ็ดที่กำลังดูและฟังอยู่ข้างๆสองแม่ลูกจับมือกันแน่นด้วยความวิตกกังวล ต้องรู้ว่าคำตอบของท่านพ่อเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของพวกเขาโดยตรง!

            ในที่สุดภายใต้การกระตุ้นของทุกคน หานฉงอันมองไปที่อี้ไท่เฟยด้วยความสงบตอนนี้ทุกคนเงียบลง กลั้นหายใจและรอให้เขาพูด

            เขาจะตอบว่าอย่างไรกันนะ?

            ฮูหยินสวี่อดไม่ได้ที่ยกมือขึ้นมากุมหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นเพราะความตื่นเต้นแค่เพียงนายท่านปฏิเสธ หานอวิ๋นซีก็จะจบทันที!

            มู่หรงหว่านหรูชำเลืองมองฮูหยินสวี่ด้วยความพึงพอใจมากและคาดว่าหานฉงอันจะประกาศความผิดของหานอวิ๋นซีด้วยคำพูด

            อย่างไรก็ตามหานฉงอันยิ้มเบาๆ ราวกับทำอะไรไม่ถูก ราวกับกำลังเยาะเย้ยตัวเองทุกคนที่มองอยู่ต่างไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไร

            ในขณะเดียวกันเขาพูดอย่างใจเย็นว่า “ทูลไท่เฟยกุญแจห้องเก็บของเป็นกระหม่อมที่มอบให้บุตรสาวด้วยความเต็มใจและมันเป็นของฉินหวังเฟย...”

            อะไรนะ?

            ประโยคที่สงบนิ่งราวกับก้อนหินก่อกวนคลื่นในห้องโถงที่เงียบงัน!

            “ไม่เป็นไปไม่ได้!” ฮูหยินสวี่กรีดร้องทันที

            “ท่านพ่อท่านสมองเลอะเลือนไปแล้วหรือไร? ท่านกำลังพูดอะไรอยู่?”

            หานอวี้ฉีที่คิดไม่ถึงก็พุ่งเข้าหาหานฉงอันอย่างดุร้าย ถ้าหานฉงอันไม่ใช่พ่อของเขาเดาว่าเขาคงลงมือไปแล้ว?

            “ท่านพ่อฉินหวังเฟยบังคับท่านใช่หรือไม่? ท่านมีเรื่องต้องกังวลใช่หรือไม่?ท่านพ่อ อี้ไท่เฟยบอกว่าจะรักษาความยุติธรรมให้เรา...”

            หานรั่วเสวี่ยเองก็ร้อนรนเช่นกันแม้ว่าอี๋เหนียงสามจะดึงนางไว้อย่างแรงแต่นางก็ยังเพิกเฉยและพูดต่ออย่างรีบร้อนว่า “ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องกลัวอะไรฉินหวังเฟยข่มขู่อะไรท่าน ท่านพูดออกมาเถิด! พูดมันออกมา!”

            หานอวิ๋นซีมองไปอย่างเย็นชาสายตาของนางมองไปที่มือของอี๋เหนียงสามที่กำลังดึงมุมเสื้อผ้าของหานรั่วเสวี่ยและยังคงไม่ส่งเสียงใดๆ

            นอกจากอี๋เหนียงสามและอี๋เหนียงเจ็ดแล้วตระกูลหานทั้งหมดล้อมรอบหานฉงอัน และถามกันคนละคำถามราวกับว่ากำลังบังคับให้ตอบคำถาม

            อี้ไท่เฟยส่ายหัวด้วยความไม่เชื่อนางไม่อยากเชื่อเลยว่าหานฉงอันจะพูดออกมาเช่นนั้น

            หานฉงอันไม่มีเหตุผลที่จะทำเช่นนี้!

            ไม่ต้องพูดถึงว่าหานอวิ๋นซีเป็นบุตรสาวที่ออกเรือนแล้วเลยแม้แต่เรื่องที่หานฉงอันถูกคุมขัง เท่าที่นางรู้ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับหานอวิ๋นซีพูดตรงๆ เหตุผลที่หานฉงอันถูกจำคุกนั้นก็เป็นเพราะหานอวิ๋นซี

            หานฉงอันเกลียดหานอวิ๋นซีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรเขาจะมอบกุญแจห้องเก็บของและอนาคตของตระกูลหานให้นางได้อย่างไร?

            “หมู่เฟยข้าคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ”ในที่สุดมู่หรงหว่านหรูก็ทนไม่ได้อีกต่อไป ยากนักที่จะพูดออกมาตรงๆ เช่นนี้

            หานอวิ๋นซีมองนางอย่างมีความหมายรอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากเล็กน้อย

            มู่หรงหว่านหรูอดไม่ได้ที่จะตกใจและไม่สบายใจในทันทีหานอวิ๋นซียิ้มให้นางแบบนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่านางกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง?

            ไม่นะ!

            เมื่อวานเรื่องตระกูลหานของฮูหยินสวี่นางก็เก็บเป็นความลับอย่างดี นอกจากฮูหยินสวี่แล้วไม่มีทางที่จะมีคนรู้ว่านางเสนอแผนอะไรให้กับฮูหยินสวี่

            “หานฉงอันมีเรื่องอะไรที่ปิดบังไว้ เจ้าพูดออกมาเถอะ ข้าจะตัดสินใจให้เอง!”อี้ไท่เฟยเป็นคนตรงไปตรงมามาก ถ้าเรื่องยังเป็นแบบนี้ หากหานอวิ๋นซีรอดไปได้การที่นางมาวันนี้จะไม่สูญเปล่าหรือไร?

            อย่างไรก็ตามหานฉงอันพูดอย่างจริงจังว่า “ไท่เฟย นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของตระกูลหานเหตุผลที่กระหม่อมเลือกที่จะมอบกุญแจให้กับหวังเฟยเก็บไว้ชั่วคราวกระหม่อมได้พิจารณาด้วยตัวเองแล้ว...”

            ก่อนที่เขาจะพูดจบหานหอวี้ฉีก็ขัดจังหวะด้วยความโกรธ “ข้าว่าท่านเลอะเลือนไปแล้วไม่ว่าจะพิจารณาอะไร เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับหานอวิ๋นซี นางออกเรือนไปแล้ว!”

            “เงียบปาก!”หานฉงอันตำหนิทันทีและพูดด้วยความโกรธว่า “แม้ว่าข้าจะติดคุก แต่ก็ยังไม่ตายยังเป็นผู้นำของตระกูลหานและยังมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าใครเป็นเจ้าของกุญแจห้องเก็บของและตัดสินผู้ชิงตำแหน่งผู้นำของตระกูลหาน!”

            หานอวี้ฉีไม่ได้สนใจมากนักในความคิดของเขา บิดาคนนี้ไร้ประโยชน์ที่สุด เมื่อกำลังจะด่าทอเขาฮูหยินสวี่ก็ห้ามเอาไว้อย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าบุตรชายที่หุนหันพลันแล่นบ้าบิ่นจะทำให้งานนี้พัง

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน