“คุณสาจะต้องทำอย่างนี้นะคะ อันนี้จะเป็การทำให้ไม่เป็แผลกดทับ”
ศรีวรรณ พยาบาลพิเศษที่คณพศ จ้างมาดูแลคณดลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง กำลังจัดท่านอนของคณดลให้นอนท่าใหม่ ทั้งที่ปากก็พูดอธิบายไปด้วย เพื่อให้ดมิสาเข้าใจ เผื่อว่าในคราวต่อไปหากศรีวรรณไม่อยู่ ดมิสาจะทำให้คนป่วยได้
“ค่ะ!! แล้วจะต้องจัดท่านอนใหม่บ่อยไหมคะ?”
ดมิสาทั้งดู ทั้งฟัง ทั้งช่วยด้วยอย่างตั้งอกตั้งใจ และก็ถามไปด้วยอย่างสงสัย เพราะในการจัดท่านอนอย่างนี้ ขนาดเธอกับพยาบาลสองคนที่ตัวเล็กพอๆ กัน ยังเหนื่อยหอบได้เลย คณดลถึงจะผอมลงไปมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่หนัก
“ก็จะต้องจัดท่านอนใหม่ทุกสองชั่วโมงค่ะ”
ศรีวรรณตอบดมิสาไป ก็จัดโน้นจัดนี้ให้คนป่วยไปด้วย โดยดมิสาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ และก็มีหลายอย่างที่ ดมิสาจะต้องเรียนรู้ ที่จะทำให้กับคณดลที่นอนป่วยอีกมาก ไหนๆ ก็ยอมรับผิดและบอกว่าจะชดใช้ให้แล้ว เธอก็จะต้องทำให้ดีที่สุด เพราะถึงยังไงคณดลก็ชื่อว่าเป็อดีตแฟน
ถึงแม้ในการคบกันของเธอกับคณดล จะเป็การคบกันในระยะเวลาสั้นๆ เธอคบกันกับคณดลไม่ถึงหนึ่งปี เหมือนเป็การลองคบกัน พอรู้ว่าเขาไม่ใช่ก็เลิกกันไปก็ตามที แต่ในระหว่างที่คบกันคณดลก็ไม่เคยทำอะไรร้ายอะไรเธอ แถมเขายังสุภาพให้เกียรติเธอมากด้วยต่างหาก
ดมิสาพยายามทำตามศรีวรรณสอนทุกอย่าง และคอยช่วยอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็น ซึ่งั้แ่ที่ดมิสายอมรับผิด คณพศก็ไม่ได้กักขังเธอไว้ในห้องอีก แต่ก็ให้คนคอยตามคุ้มเธออยู่ไม่ให้คลาดสายตา ดมิสาก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเธอไม่คิดจะหนีอยู่แล้ว
ในเมื่อคณพศอยากจะให้ชดใช้ เธอก็จะชดใช้ให้จนถึงที่สุด และหากวันหนึ่งเขารู้ความจริงว่าเธอไม่ผิด เขาเองนั่นแหละที่จะต้องเสียใจ ที่ทำกับเธออย่างนี้
“ดล!! ดลต้องดีขึ้นตามลำดับ และจะต้องหายนะ สาจะเป็กำลังใจให้ และจะคอยช่วยดูแลดลอยู่อย่างนี้”
ดมิสายื่นมือเรียวเล็กไปจับที่แขนของคณดล สายตาก็จ้องมองใบหน้าซีดเซียว ที่ตอนนี้หลับใหลไม่ได้สตินั้น ด้วยสายตาที่มีทั้งความรู้สึกสงสาร เห็นใจ เศร้าใจ ผสมปนเปกันไป
แต่หากถามว่าเธอรักผู้ชายตรงหน้านี้ไหม? เธอตอบได้เลยว่าไม่ได้รักเลยจริงๆ ความรู้สึกที่มีให้อยู่ในตอนนี้คือ มีเพียงความรู้สึกเป็ห่วงเป็ใยในฐานะเพื่อนที่ดีต่อกัน ซึ่งั้แ่ตกลงปลงใจคบหากับคณดล เธอก็ไม่มีความรู้สึก มองตาแล้วเกิดอาการวาบหวามเขินอายแต่อย่างใด แค่ ณ ตอนนั้น เธอไม่เคยคบใครเป็แฟน และไม่เคยชอบใคร พอคณดลมาขอเป็แฟน เธอจึงคิดว่าลองคบไปก่อนก็ไม่เสียหายอะไร
“มัวพร่ำเพ้ออะไรอยู่ ถึงเวลากินข้าวแล้ว!!!!”
ดมิสาถึงกับสะดุ้งไปกับน้ำเสียงเข้มๆ ดุๆ แข็งกร้าวทุกครั้งที่พูดจากับเธอ เพราะไม่รู้ว่าเขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังเธอั้แ่ตอนไหน ปกติเวลาเขาเดินมาใกล้เธอจะต้องได้ยินเสียงฝีเท้า แต่ไหงวันนี้เธอถึงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเลย ก็ไม่รู้สินะ
คณพศพูดจบก็เดินเข้ามาใกล้เตียงที่คณดลนอนไม่ได้สติอยู่ มองสำรวจตรวจตรานิ่งอยู่ชั่วขณะ ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เพราะเขาไม่ค่อยไว้วางใจดมิสาสักเท่าไร ที่ให้ดูแลคณดลอยู่นี้ ก็เพื่อให้เ้าหล่อนได้ชดใช้กรรมที่ก่อก็เท่านั้นเอง
พอสำรวจตรวจตราเห็นว่าปกติ คณพศก็หันมาจ้องมองใบหน้าสวยหวาน ด้วยสายตาแข็งกระด้าง ทั้งสีหน้าก็บึ้งตึงนิ่งขรึม และคิ้วก็ขมวดผู้โบว์เข้าหากัน ราวกับว่าเขากำลังคิดอะไรเครียดๆ อยู่ยังไงยังงั้น ซึ่งก็เป็จริงตามนั้น เพราะคณพศคิดว่า สิ่งที่ดมิสาได้รับอยู่นี่มันยังไม่สาสมกับที่ดมิสาได้กระทำไว้กับน้องชายของเขา และเขาจะต้องทำอะไรสักอย่าง ที่มากกว่าการดูแลคณดลอย่างนี้
๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐