15 ปีที่แล้ว
รัชสมัยิ่ต้าฉีฮ่องเต้ฮองเฮาคู่บัลลังก์ในขณะนั้นคือไป๋อวี้หนิง พี่สาวแท้ๆของแม่ทัพใหญ่ไป๋จินไท่ตระกูลไป๋ยึดตำแหน่งแม่ทัพใหญ่มาั้แ่สมัยบรรพบุรุษย้อนขึ้นไปหลายรุ่นอำนาจทางการทหารจึงมีมากขึ้นตามกาลเวลาจนยากที่จะทำลายลงได้ในเวลาอันสั้นดังนั้นเพื่อรากฐานที่มั่นคงของบัลลังก์ และเพื่อควบคุมไม่ให้ตระกูลไป๋คิดไม่ซื่อบุตรีตระกูลไป๋ทุกรุ่นจึงถูกเรียกตัวเข้าวังกินตำแหน่งสูงในวังหลังมาอย่างช้านาน
ิ่ต้าฉีฮ่องเต้มีโอรสทั้งสิ้น 12 พระองค์ แต่โอรสที่สำคัญมีเพียงแค่ 4 พระองค์ คือองค์ชายรององค์ชายสี่ ที่กำเนิดจากไป๋ฮองเฮา ิ่ต้าหยาง องค์ชายห้า กำเนิดจาสวี่กุ้ยเฟย และองค์ชายใหญ่ กำเนิดจากซูเฟย ใน่นั้นชายแดนทั้งสี่เกิดา ิ่ต้าฉีฮ่องเต้จึงมอบภารกิจให้เหล่าองค์ชายไปทำเพื่อชิงตำแหน่งไท่จื่อเหตุการณ์ครั้งนั้นองค์ชายห้าิ่ต้าหยางในวัย 12 ปี ได้สร้างผลงานครั้งใหญ่นำกำลังทหารเพียง1500 นายบุกยึดชายแดนทางใต้ของแคว้นจนได้เมืองท่าติดทะเลมาครอง ในขณะที่องค์ชายรองทำศึกแพ้เสียเมืองหนานให้กับแคว้นไห่ส่วนองค์ชายสี่ และ องค์ชายใหญ่รักษาชายแดนไว้ได้แต่ก็เสียกำลังพลไปมากนักหากวัดตามผลงานตำแหน่งไท่จื่อย่อมต้องเป็ขององค์ชายห้าอย่างไม่มีข้อกังขา
จนกระทั่งฤดูหนาวองค์ชายสี่พระองค์ได้เดินทางมาถึงวังหลวง พร้อมกับที่องค์ชายรองได้พาคณะฑูตจากแคว้นไห่มาด้วยเพื่อเจรจาเื่เมืองหนานที่ถูกยึดไปเหตุการณ์เลวร้ายจึงเริ่มต้นขึ้น
งานเลี้ยงต้อนรับคณะทูต
“ท่านทูตหากเราจะขอเมืองหนานคืน แต่ทางเราจะตอบแทนท่านด้วยการส่งอาหารทะเล และ ธัญพืชให้แคว้นไห่ปีละ 10 เกวียน และหนังแกะปีละ 3 เกวียนเป็เวลา 10ปี ท่านจะว่าอย่างไร” ิ่ต้าเจรจาต่อรองกับทูตแคว้นไห่ เนื่องจากแคว้นไห่อยู่ทางเหนือภูมิอากาศแถบนั้นเพาะปลูกลำบาก อาหารหนาว และไม่มีทะเล จึงทำให้เกลือ และเครื่องนุ่งห่มมีราคาค่อนข้างแพง
“ฝ่าาท่านจะไม่เอาเปรียบพวกข้าไปหน่อยหรือ เมืองหนานเป็แหล่งผลิตไหม และเครื่องประดับชั้นดี ท่านคิดว่าที่ท่านเสนอมานั้นไม่น้อยไปหรือ”
“งั้นท่านลองว่าข้อเสนอของท่านมาเถิดแล้วเราจะลองพิจารณาดู”ิ่ต้าฉีเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าแคว้นไห่รู้เื่เมืองหนานมากกว่าที่คิด
“อาหารทะเลและธัญพืช ปีละ 20 เกวียน หนังแกะ 5 เกวียน ผ้าไหม 5 เกวียน เกลือ 20 เกวียนเป็เวลา 20 ปี!!”
“เ้าพวกคนเถื่อนจะบังอาจมากไปแล้ว นี่พวกเ้ากะจะมาปล้นแคว้นพวกข้าเลยหรือ!!!”ทันทีที่ทูตแคว้นไห่จะกล่าวจบ เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างส่งเสียงคัดค้านออกมาทันทีเกลือ 20 เกวียน หากยอมตามนั้นแคว้นเว่ยเองจะลำบากแน่
“อย่างอื่นข้าพอจะทำตามคำขอท่านได้เพียงแต่เกลือ 20 เกวียนเห็นทีจะมากไป เกลือ 10 เกวียนเป็เวลา 10 ปี จะได้หรือไม่”เมื่อทูตแคว้นไห่ได้ยินดังนั้นจึงยกยิ้มก่อนจะกล่าว
“พวกข้ายังอยู่ที่นี่อีก3 วันหากท่านมีสิ่งอื่นมาทดแทนเกลือ 10 เกวียนเราค่อยมาเจรจากันอีกที” กล่าวจบก็แอบสอดสายตาจาบจ้วงหยาบคายมองไปทางสวี่กุ้ยเฟยอย่างหื่นกระหายโดยไม่มีใครสังเกตเห็นนอกจากสายตาหนึ่งคู่ที่มองตามอย่างเ้าเล่ห์
“หวงช่างเพคะในเมื่อหย๋งเอ๋อนำทัพพ่ายแพ้จนเสียเมืองหนานให้แคว้นไห่ถ้าอย่างไรให้ลูกไปเจรจาต่อรองเื่ของบรรณาการเพื่อเป็การชดใช้ความผิดดีหรือไม่เพคะ”เมื่ออยู่ด้วยกันเพียงลำพังในตำหนัก ไป๋ฮองเฮาจึงได้โอกาสทูล
“เช่นนั้นก็ดีเหมือนกันแต่เ้าต้องกำชับหย๋งเอ๋ออย่าทำพลาดอีกใช้ได้ที่ไหนเป็ถึงโอรสของฮองเฮาแต่กลับเสียเมืองให้แคว้นไห่เช่นนั้น”ิ่ต้าพูดขึ้นด้วยความหงุดหงิด
“เพคะหม่อมฉันจะกำชับหย๋งเอ๋อเอง” ไป๋ฮองเฮาเมื่อได้สิ่งที่ปรารถนา จึงเร่งรีบไปทำตามแผนการทันที
วันรุ่งขึ้นในท้องพระโรงไม่มีผู้ใดทราบว่าองค์ชายรองิ่ต้าหย๋งใช้วิธีใดจึงทำให้แคว้นไห่ยอมรับข้อเสนอแรกบวกเกลือ10 เกวียนแต่ก็ไม่มีผู้ใดใส่ใจเนื่องจากยินดีที่ไม่ต้องเสียของบรรณาการมากมายดังที่คิดไว้ตอนแรก
คืนสุดท้ายก่อนคณะทูตจะเดินทางกลับเกิดเหตุการณ์ฝนตกกระหน่ำสายฟ้าเกรี้ยวกราดจนกลบเสียงกรี๊ดร้องด้วยความหวาดกลัวของสตรีผู้หนึ่งที่ดังขึ้นในเรือนรับรอง
“ได้โปรดเถอะอย่าทำอะไรหม่อมฉันเลยเพคะ ปล่อยหม่อมฉันไปเถอะเพคะ ได้โปรด”สวี่กุ้ยเฟยคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยความน่าเวทนา
ไป๋ฮองเฮาก้มลงใช้ปลอกเล็กบีบคางสตรีตรงน้าอย่างแรงก่อนจะเหยียดยิ้มกล่าวด้วยความสมใจ
“นี่ข้ากำลังเมตตาเ้าให้ทำดีเพื่อแคว้นอยู่เ้าไม่รู้หรือข้ากำลังมอบความสุขให้กับเ้าอย่างไรเล่า ฮ่าๆๆๆๆๆ” ไป๋ฮองเฮาหัวเราะอย่างสาแก่ใจก่อนจะสะบัดร่างบางออกไปให้พ้นทาง‘ในที่สุด์ก็เปิดโอกาสให้ข้ากำจัดอุปสรรคที่คอยขวางหนทางสู่อำนาจของตระกูลข้าฮ่าๆๆๆ’
“พวกท่านเชิญตามสบายสวี่กุ้ยเฟยเป็ของพวกท่านแล้ว”พูดจบมารดาแห่งแผ่นดินก็หัวเราะอย่างสาแก่ใจเดินออกไปทันที
“ฮี๊ๆๆๆๆยอมพวกข้าดีๆเถอะพะยะค่ะ ข้ารับรองว่าจะทำให้ท่านมีความสุข ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงบุรษกักขระนับสิบคนหัวเราะลั่นมาช่วยกันรุมฉีกทึ้งเสื้อผ้าของร่างงามตรงหน้าออกอย่างไม่ใยดี
“ไม่นะ!!!! อย่าทำข้าม่ายยยยยยยย!!!!”สวี่กุ้ยเฟยเห็นว่าไม่รอดแน่แล้วจึงตัดสินใจกัดลิ้นฆ่าตัวตายแต่ก็ไม่ทันการเมื่อพวกมันรู้ตัวจึงน้ำผ้ามาอุดปากนางไว้น้ำตาสวี่กุ้ยเฟยไหลออกมาด้วยความอัปยศเมื่อถูกพวกเดนมนุษย์ััร่างกายคืนนั้นสวี่กุ้ยเฟยโดนพวกมันรุมย้ำยีอย่างโหดร้าย ทารุณ สารพัดความพิสดารที่มนุษย์ปกติไม่ทำแต่พวกเดนมนุษย์เหล่านี้กับประเคนมอบให้สวี่กุ้ยเฟยจนกระทั่งนางทนความเ็ปไม่ไหวสิ้นใจไปทั้งสภาพน่าอดสูแบบนั้น
จนกระทั่งกลางดึกคืนนั้นจู่ๆนางกำนัลคนสนิทของสวี่กุ้ยเฟยร้องไห้ขอเข้าเฝ้าองค์ชายห้าทั่วทั้งวังจึงรู้ว่าสวี่กุ้ยเฟยหายตัวไปจึงออกตามหาแต่สิ่งที่เจอกลับเป็ร่างไร้ล้มหายใจที่กำลังโดนบุรุษสามคนรุมย้ำยีสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้พบเห็นเป็อย่างมาก
“เสด็จแม่!!!!!!!!!!!! พวกสารเลวลงนรกไปซะให้หมด!!!!!” ด้วยอารมณ์คลุ้มคลั่งที่เห็นพระมารดาถูกหยามเกียรติพระองค์จึงไล่สังหารพวกเดนมนุษย์ รวมถึงเหล่าข้ารับใช้ผู้เห็นเหตุการณ์จนหมดสิ้นิ่ต้าฉีสั่งเผาตำหนักสวี่กุ้ยเฟย พร้อมร่างของคนที่ถูกองค์ชายห้าสังหารเื่จึงจบลงที่คนภายนอกที่ไม่เห็นเหตุการณ์ทราบเพียงว่าสวี่กุ้ยเฟยถูกไฟครอกสิ้นพระชนม์
หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเื่ราวพลิกผันตำแหน่งไท่จื่อตกเป็ขององค์ชายใหญ่ด้วยการช่วยเหลือของตระกูลไป๋ในการหนุนโอรสของซูเฟยขึ้นมาแทนองค์ชายห้าเนื่องจากิ่ต้าฉีเองก็รู้สึกขยะแขยงเหตุการณ์ของสวี่กุ้ยเฟยในวันนั้นจึงยินดีมากกว่าหากโอรสของสวี่กุ้ยเฟยจะไม่ได้บัลลังก์ ิ่ต้าหยางในวันนั้นไม่ได้สนใจตำแหน่งไท่จื่อเขานำทัพไปตีแคว้นไห่จนสำเร็จแคว้นไห่พ่ายแพ้ตกเป็เมืองขึ้นขององค์ชายห้าด้วยเวลาเพียง 3 เดือนหลังจากทำศึกชนะิ่ต้าหยางจึงทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระมารดาเป็ฝีมือของไป๋ฮองเฮาองค์ชายรอง และตระกูลไป๋ เส้นทางนองเืเพื่อแย่งชิงตำแหน่งไท่จื่อจึงเกิดขึ้นจนกระทั่งมีิ่ต้าหยางฮ่องเต้ในวันนี้ โดยที่ตระกูลไป๋ไม่เคยรู้เลยว่าิ่ต้าหยางรู้เื่เหตุการณ์ในวันนั้นและกำลังแก้แค้นตระกูลไป๋อยู่อย่างช้าๆ