ความสงบสุขของหมู่บ้านหวงหลิงอยู่ได้ไม่นานนัก สายลมหนาวที่พัดพามาพร้อมกับฤดูฝน นำพาเอาแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือน — โรคระบาด
เริ่มต้นจากไข้หวัดธรรมดาที่ชาวบ้านเป็กันตามฤดูกาล แต่ไม่นานนักอาการก็เริ่มรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยหลายรายเริ่มมีไข้สูง ตัวร้อนจัด ไออย่างรุนแรง และหายใจลำบาก ในเวลาไม่กี่วัน โรคก็แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านที่แข็งแรงเริ่มล้มป่วย ผู้เฒ่าผู้แก่และเด็กเล็กคือกลุ่มที่อาการหนักที่สุด
ความหวาดกลัวปกคลุมไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ผู้คนเริ่มหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ผู้ป่วย ครอบครัวที่มีผู้ป่วยต้องโดดเดี่ยว ชาวบ้านบางคนเริ่มรวมตัวกันไปขอความช่วยเหลือจากหมอประจำเมืองที่อยู่ห่างออกไปหลายวันเดินทาง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของความช่วยเหลือใดๆ
ท่ามกลางความโกลาหลและความสิ้นหวัง หลินเยว่ได้แต่เฝ้ามองสถานการณ์อยู่ภายในบ้าน เธอรู้สึกร้อนใจแต่ก็ยังไม่สามารถออกหน้าได้เต็มที่ เพราะเธอยังเป็เพียง "หวงเฟยเฟย" ผู้ถูกรังเกียจ แม้รูปร่างจะเปลี่ยนไป แต่ความเชื่อใจของชาวบ้านยังไม่มากพอ
จนกระทั่งวันหนึ่ง ผู้าุโไป๋ที่เคยแวะมาเยี่ยมหลินเยว่เมื่อคราวก่อน ก็ล้มป่วยลงด้วยอาการที่น่าเป็ห่วง เขาเป็ผู้ที่ใจดีและเคยช่วยเหลือหวงเฟยเฟยคนเก่า หลินเยว่จึงไม่อาจทนดูอยู่เฉยได้อีกต่อไป
เธอตัดสินใจเดินออกจากบ้านอีกครั้ง คราวนี้เธอสวมเสื้อคลุมยาวสีเข้มเพื่อปกปิดรูปร่างที่เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด และสวมผ้าปิดบังใบหน้าส่วนล่างไว้เล็กน้อย เพื่อลดความโดดเด่นของรูปลักษณ์ แต่สายตาที่คมกริบของเธอยังคงบ่งบอกถึงความมุ่งมั่น
เมื่อเธอเดินไปถึงบ้านของผู้าุโไป๋ บรรยากาศรอบบ้านดูหดหู่ ชาวบ้านหลายคนยืนอยู่ห่างๆ ด้วยสีหน้าวิตกกังวลแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้
"ท่านผู้าุโไป๋เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ?" หลินเยว่เอ่ยถามเสียงเรียบ ทำให้ชาวบ้านที่ยืนอยู่ห่างๆ หันมามอง
ชายคนหนึ่งจำเธอได้จากวันก่อน "หวงเฟยเฟย? เ้ามาทำอะไรที่นี่?" น้ำเสียงของเขายังคงมีความไม่ชอบใจแฝงอยู่
"ข้ามาเพื่อดูอาการของท่านผู้าุโไป๋เ้าค่ะ" หลินเยว่ตอบอย่างใจเย็น
"จะไปทำอะไรได้! โรคประหลาดนี้ไม่มีใครรักษาได้หรอก!" อีกคนหนึ่งะโขึ้น
หลินเยว่ไม่โต้ตอบ เธอเดินตรงเข้าไปในบ้านของผู้าุโไป๋ทันที สร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านที่ยืนอยู่รอบนอก
ภายในบ้าน ผู้าุโไป๋นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเผือด ตัวร้อนจัด ไอจนตัวโยน ริมฝีปากแห้งผาก ลูกชายของผู้าุโไป๋กำลังปฐมพยาบาลตามยถากรรมด้วยผ้าชุบน้ำเย็น
"ถอยไปก่อนเ้าค่ะ ให้ข้าดูอาการท่านผู้าุโ" หลินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เธอถอดผ้าคลุมหน้าออกเล็กน้อยเพื่อจะได้หายใจสะดวกขึ้น
ลูกชายผู้าุโไป๋มองเธออย่างไม่ไว้ใจ แต่เมื่อเห็นแววตาที่จริงจังของเธอ เขาก็ยอมถอยออกไป
หลินเยว่ตรงเข้าไปจับชีพจรของผู้าุโไป๋ เธอตรวจดูอาการต่างๆ อย่างละเอียดด้วยความรู้ทางการแพทย์ที่ติดตัวมา เธอรู้ได้ทันทีว่านี่คือโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการจะยิ่งทรุดลง
เธอเพ่งสมาธิไปยังมิติพกพา และเรียกขวดยาเม็ดสีขาวออกมาอย่างรวดเร็ว นี่คือ ยาปฏิชีวนะ ที่ทรงประสิทธิภาพในโลกปัจจุบันของเธอ แต่ในโลกนี้มันคือยาวิเศษที่ไม่เคยมีใครรู้จัก
"ท่านผู้าุโต้องกินยาเม็ดนี้" หลินเยว่กล่าว พลางป้อนยาเม็ดพร้อมน้ำอุ่นเล็กน้อยให้ผู้าุโไป๋ดื่ม ลูกชายของผู้าุโไป๋มองด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง
จากนั้น หลินเยว่ก็แนะนำให้ลูกชายผู้าุโไป๋จัดการสิ่งแวดล้อมภายในห้องให้ถูกสุขลักษณะยิ่งขึ้น ให้เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำผสมสมุนไพรบางชนิดที่เธอแนะนำ และให้แยกภาชนะของผู้าุโไป๋ออกจากผู้อื่น
"ยานี้จะช่วยได้ แต่ต้องใช้เวลา ท่านผู้าุโต้องพักผ่อนให้มาก และทำตามที่ข้าบอกอย่างเคร่งครัด" หลินเยว่กล่าว
เมื่อออกมาจากบ้านของผู้าุโไป๋ ชาวบ้านที่ยืนรออยู่ต่างมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย มีทั้งความสงสัยและความหวัง
"นางทำอะไรกับท่านผู้าุโไป๋?""ดูท่าทางนางจะรู้เื่ยา ไม่เหมือนหวงเฟยเฟยคนก่อนเลย"
หลังจากวันนั้น หลินเยว่ก็ยังคงแวะเวียนไปดูแลผู้าุโไป๋อย่างต่อเนื่อง เธอใช้ยาปฏิชีวนะจากมิติพกพาอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เป็ที่ผิดสังเกตมากเกินไป และแนะนำการดูแลสุขอนามัยที่ถูกต้องให้กับครอบครัว
สามวันต่อมา อาการของผู้าุโไป๋ก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไข้ลดลง หายใจสะดวกขึ้น และเริ่มลุกขึ้นนั่งได้ ชาวบ้านที่ได้ยินข่าวต่างพากันมาดูด้วยความตกตะลึง
"ท่านผู้าุโฟื้นแล้ว! หวงเฟยเฟยช่วยชีวิตท่านไว้!" เสียงะโของลูกชายผู้าุโไป๋ดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน
ความสำเร็จในการรักษาผู้าุโไป๋ทำให้ชื่อเสียงของหลินเยว่ในฐานะ "ผู้รักษา" เริ่มเป็ที่กล่าวขาน ชาวบ้านที่เคยรังเกียจเธอ เริ่มมองเธอด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป จากความเกลียดชังกลายเป็ความสงสัยใคร่รู้ และเริ่มมีความหวัง
หลังจากนั้น ผู้ป่วยรายอื่นๆ ในหมู่บ้านต่างก็พากันมาขอความช่วยเหลือจากหลินเยว่ เธอใช้ความรู้ทางการแพทย์และยาจากมิติพกพาช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ค่อยๆ สร้างความไว้วางใจและศรัทธาให้กับชาวบ้านทีละน้อย
หลินเยว่รู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการเปลี่ยนแปลง และหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่การได้เห็นชีวิตของผู้คนดีขึ้นด้วยน้ำมือของเธอ ทำให้หัวใจของเธอเปี่ยมด้วยความหวังและแรงผลักดันที่จะเดินหน้าต่อไป