ภายนอกดินแดนปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีเทาไร้สิ้นสุด
นี่คืออาณาเขตที่ไม่รู้จัก
ท่ามกลางม่านหมอกที่บดบังยากจะมองเห็นสิ่งใดได้
ดังนั้นอู๋ฉือจึงมองไม่เห็นว่ามีมอนสเตอร์อยู่ในม่านหมอกสีเทานั้นหรือไม่
แต่ว่า...ลูกไฟที่ร้อนระอุไม่มีทางเป็ของปลอมได้!
อันตราย!
แววตาของอู๋ฉือคมกริบเขาถอยหลังอย่างเยือกเย็น เตรียมใช้รั้วกั้นการโจมตีของลูกไฟ
ทว่า...ในวินาทีที่ลูกไฟพุ่งเข้ามา และอู๋ฉือถอยหลังไปนั้น!
ร่างหนึ่งที่อยู่ด้านหลังเขากลับพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว!
ชวิ้ง!
เสียงกระบี่ก้องกังวาน
กระบี่ในมือของอู๋ฉือถูก่ชิงไปในฉับพลัน
ครู่ต่อมาก็เห็นหญิงงามผู้เลอโฉมถือกระบี่ยาวฟันเข้าใส่ลูกไฟด้วยท่วงท่าอันสง่างาม!
ตูม!
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหว
แสงไฟและการะเิพวยพุ่งก่อนจะถูกคลื่นพลังที่มองไม่เห็นผลักออกไปเผยให้เห็นใบหน้าอันงดงามราวล่มเมืองของหลินไต้อวี้
“เกือบลืมไปเลยว่าไต้อวี้ก็อยู่ด้วย”
อู๋ฉือหยุดเท้าลงรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที
เมื่อมีสุดยอดขุมกำลังรบนี้อยู่เขานั้นไม่มีทางตกอยู่ในอันตรายได้เลย!
หลินไต้อวี้ฟันลูกไฟจนแตกสลายไปแล้วจึงก้าวเท้ากลับมา พร้อมกับชูกระบี่ยาวขึ้นด้วยมือทั้ง 2ข้าง
ดวงตาคู่งามกะพริบเบาๆด้วยความอ่อนโยน นางยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านชายนี่กระบี่ของท่านเ้าค่ะ”
“ไต้อวี้ใช้กระบี่เป็ด้วยเหรอ?” อู๋ฉือเอ่ยถาม
หลินไต้อวี้ส่ายหน้าพลางเอ่ยขึ้นว่า“ข้าไม่เคยใช้กระบี่เลยเ้าค่ะ เพียงแค่ใช้พลังกดข่มธรรมดาเท่านั้น”
“อืม...”
อู๋ฉือรับกระบี่คืนมาสายตาเลื่อนลงไปมองยังนิ้วมือเรียวยาวของนาง
ช่างเป็นิ้วมือที่ขาวนวลราวกับหยกข้อนิ้วกลมกลึงงอเล็กน้อย เผยความงดงามชวนหลงใหล
“ท่านชาย ยังมีอีกนะเ้าคะ”
หลินไต้อวี้ยิ้มแย้มสดใสนางสังเกตเห็นสายตาของอู๋ฉือแต่ก็มิได้เอ่ยอะไร
กลับกันนางเพียงเอ่ยเตือนเขาเบาๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอู๋ฉือก็ได้สติกลับคืนมา พลางรีบหันไปมอง
ท่ามกลางม่านหมอกมีร่างเงานับสิบร่างกระโจนออกมา
ส่วนใหญ่เป็มอนสเตอร์ผิวแดงตัวเล็กๆเหมือนเมื่อครู่ มีเพียงตัวเดียวที่ดูสูงใหญ่กว่า ถือไม้เท้ากระดูกหัวแกะหลังค่อมราวคนแก่
“มอนสเตอร์สายเวท?”
อู๋ฉือรู้สึกตัวแล้วเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่า ลูกไฟเมื่อครู่นี้มาจากไหน!
แต่ว่า...
มอนสเตอร์ตัวเล็กๆสิบกว่าตัวนั่นก็ยังพอจัดการได้ แต่เ้ามอนสเตอร์สายเวทตัวนั้นดูเหมือนว่าฉันจะจัดการด้วยตนเองไม่ได้!
“หรือจะให้ไต้อวี้ไปฆ่าเ้ามอนสเตอร์สายเวทนั่นส่วนเราก็ไปจัดการพวกมอนสเตอร์ตัวเล็กๆ ดี?”
อู๋ฉือครุ่นคิดในใจ
ในขณะนั้น...หลินไต้อวี้ดูเหมือนจะเข้าใจความคิดของอู๋ฉือ นางเม้มปากยิ้มอ่อนโยนพลางกล่าวเสียงนุ่มว่า “ท่านชายให้ข้าจัดการพวกมันนะเ้าคะ”
“อ๋า? ก็ได้! เธอไปก่อนเลย...”
อู๋ฉือยังไม่ทันพูดจบร่างของหลินไต้อวี้ก็พุ่งทะยานออกไปราวกับกระต่ายป่า นางะโออกไปไกลนับร้อยเมตรเข้าประจันหน้ากับพวกมอนสเตอร์!
“ราก้า~! ราก้า~! แกว๊ก!”
พวกมอนสเตอร์ต่างก็ตื่นตัวส่งเสียงร้องออกมาอย่างกระหายเื
เ้ามอนสเตอร์สายเวทตัวนั้นถึงกับรวบรวมพลังเวทเลยทีเดียว ลูกไฟกำลังหมุนวนและขยายใหญ่ขึ้นบนไม้เท้าของมัน!
ทว่า...วินาทีถัดมา!
ตูม!
หลินไต้อวี้กระทืบเท้าลงบนพื้นทำให้พื้นดินแตกเป็เสี่ยงๆ คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกไปทำให้เหล่ามอนสเตอร์กระเด็นล้มระเนระนาด
มอนสเตอร์ตัวเล็กๆที่โชคร้ายบางตัวถึงกับถูกเศษหินที่ปลิวว่อนเจาะทะลุหัว!
เ้ามอนสเตอร์สายเวทถูกขัดจังหวะการร่ายเวทโดยตรงทำให้มันส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่าอนาถ เกือบจะกระอักเืออกมา
หลังจากยืนได้มั่นคงแล้วมันกำลังเตรียมจะร่ายเวทต่อ แต่จู่ๆ มือของมันก็ว่างเปล่า!
“?”
มันหันกลับไปมองก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า ไม้เท้าของมันถูก่ชิงไปแล้ว!
เงาร่างหนึ่งถือไม้เท้าของมันเอาไว้และใช้ไม้เท้าเป็กระบองฟาดลงมาโดยตรง!
พลั่ก!
หัวของมอนสเตอร์สายเวทตัวนั้นยุบลงไปในทันทีราวกับเต้าหู้ก้อนหนึ่งถูกบดขยี้อย่างรุนแรง
เืสีแดงและเนื้อสมองสีขาวกระเซ็นไปทั่วทุกสารทิศ
แต่หลินไต้อวี้ได้เคลื่อนที่ออกจากตรงนั้นไปแล้วนางทะยานไปข้างหน้า พลางใช้ไม้เท้าเป็อาวุธฟาดใส่ร่างของมอนสเตอร์เ่าั้จนแหลกละเอียดไปอย่างง่ายดาย
สามวินาทีต่อมามอนสเตอร์ทั้งหมดก็ล้มลง
หลินไต้อวี้จึงโยนไม้เท้าทิ้งแล้วเดินกลับมา
“ท่านชาย ข้าทำสำเร็จแล้วเ้าค่ะ”
นางเอ่ยเสียงนุ่มนวลท่าทางดูบอบบางราวกับไม่สามารถต้านทานสิ่งใดได้เลยซึ่งแตกต่างจากภาพการสังหารหมู่เมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง!
“......”
อู๋ฉือมองดูหลุมขนาดใหญ่ที่หลินไต้อวี้กระทืบจนแตกเป็รอยร้าวที่มีความยาวถึงสี่ห้าเมตรอย่างเงียบงัน!
ถ้าสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับตัวฉัน...
อู๋ฉือตัวสั่นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พลางกล่าวอย่างเก้ๆ กังๆ ว่า“เยี่ยมจริงๆ!”
“ท่านชายชมเกินไปแล้วเ้าค่ะ”
หลินไต้อวี้เอ่ยเสียงนุ่มนวลร่างกายของนางไม่มีแม้แต่หยดเืกระเซ็นติดมาเลย
แตกต่างกับเสื้อผ้าของอู๋ฉือที่เปรอะเปื้อนสกปรกโดยสิ้นเชิง
ต้องรู้ว่านางสังหารมอนสเตอร์ไปกว่าสิบตัว แถมยังเป็การลงมืออย่างรุนแรง!
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วก็จะรู้ว่าความเร็วและการตอบสนองของหลินไต้อวี้เมื่อครู่นี้น่ากลัวเพียงใด!
ขณะนั้นเองดวงใจแห่งลอร์ดของอู๋ฉือพลันอุ่นขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับส่งข้อมูลบางอย่างมาให้
..........
[สิ้นสุดการต่อสู้!]
[เริ่มการประมวลผล!]
..........
[สรุปผลการต่อสู้]
[ศัตรู: ปีศาจจมปลักระดับ 1 จำนวน 17 ตัว, ปีศาจจมปลักสายเวทระดับ 2 จำนวน 1 ตัว]
[ผลการต่อสู้: ชัยชนะสมบูรณ์แบบ!]
[การประเมิน: ระดับ S!]
[รางวัลพื้นฐาน: ศิลาแก่นสุญญะ 18 ชิ้น]
[รางวัลพิเศษ (ระดับ S): ผลึกมายา 100 ชิ้น, สิ่งปลูกสร้าง [หอธนู]]
..........
“หน้าต่างการประมวลผล... ใช่แล้ว ต้องมีหน้าต่างนี้ด้วยสิ!”
อู๋ฉือตบหัวตัวเองพลางนึกขึ้นได้
หลังจากดูอย่างละเอียดแล้วเขาก็รับรางวัลทั้งหมด และเก็บไว้ในช่องเก็บของ
“การรุกรานของมอนสเตอร์ในวันนี้คงจะสิ้นสุดลงแล้ว งั้นก็...”
“ถึงเวลาเปิดกล่องสมบัติแล้ว!” อู๋ฉือยิ้มออกมาแล้วรีบวิ่งไปอย่างกระตือรือร้น...