พวกอากิระมาหยุดอยู่ตรงที่ที่เคยเป็สะพานด้านหลังปราสาท ก็พบว่าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามก็ยืนปิดล้อมเอาไว้ แต่แน่นอนว่าพวกเขาได้คิดเอาไว้แล้ว และที่อากิระเลือกที่จะใช้เส้นทางนี้หนีก็เพราะว่าเส้นทางนี้นอกจากจะมีตึกมากมายแล้วยังมีคลองขนาบทั้งสองด้านเป็แนวยาวไปจนถึงประตูเมืองและมีสะพานข้ามฟากเพียงด้านละหนึ่งสะพานเท่านั้น
ถึงแม้คลองเหล่านี้จะไม่มีพิษก็ตามแต่ด้วยกระแสน้ำที่เชี่ยวพอสมควรทำให้สามารถถ่วงเวลาพวกผู้เล่นได้อย่างมากแน่นอน แต่นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องจัดการกับศัตรูตรงหน้าเสียก่อน
“จัดการเลยละกันนะ”เทมเพสต์พูด
“อืม ฉันเบื่อไอ้พวกนี้เต็มทนแล้ว”อากิระตอบกลับมา
“ทราบแล้วค่ะพี่ชาย”ลูน่ากล่าวพร้อมกับหยิบของที่เหมือนรีโมตออกมาแล้วกดสวิตช์ทันที
บรึ้ม!!!
สิ้นเสียงะเิร่างของผู้เล่นกิลด์ั์สีครามที่อยู่ฝั่งตรงตรงข้ามกับพวกเขาก็กลายเป็แสงหายไปทั้งหมด รวมถึงสะพานทั้งสองที่จะใช้ข้ามมาในเส้นทางที่พวกเขาอยู่ก็ถูกะเิเช่นกัน
จากนั้นลูน่าก็เดินไปตรงบริเวณที่สะพานถูกทำลายแล้วก้มลงหยิบอุปกรณ์บางอย่างจากพื้น จากนั้นสภาพของซากสะพานที่เสียหายจากการะเิก็หายไปกลับกลายเป็สะพานที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิม
แล้วพวกเขาก็เดินผ่านสะพานนั้นแล้วเดินตรงไปโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ประตูเมืองโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีเงาร่างหนึ่งที่แอบมองและแอบติดตามพวกเขาไปอย่างเงียบๆ
พวกอากิระที่หนี(?) ออกจากเมืองเทซิสได้สำเร็จก็กำลังเดินเรียบไปทางแม่น้ำจนมาถึงป่าที่ไกลจากเมืองเทซิสพอสมควร ในตอนนี้ไม่มีผู้เล่นของกิลด์ั์สีครามคนใดไล่ตามพวกเขามาอีกแล้ว แถมยังมืดแล้วด้วยพวกเขาจึงหยุดพักตั้งแคมป์กัน โดยที่แบ่งหน้าที่ให้อากิระเป็คนเฝ้ายาม 5 ชั่วโมงแรก และเทมเพสต์เป็คนเฝ้าอีก 5 ชั่วโมงหลัง
“แล้วพวกนายจะพาฉันไปที่ใหนล่ะ”อากิระเอ่ยถามขึ้นมาในขณะที่พวกเขากำลังล้อมวงทานอาหารกัน
“เมืองแห่งสายลม เวนทัสน่ะ”เทมเพสต์ตอบกลับมา
“เพื่อนๆของเรารออยู่ที่นั่นน่ะค่ะ พี่อากิระ”ลูน่ากล่าวเสริม
“อืม ว่าแต่ไอเทมลวงตากับะเิพวกนั้นมันอะไรน่ะ”อากิระถามอีกเื่ที่นึกขึ้นมาได้ “ไอเทมลวงตานั่นไม่เคยเห็นมาก่อนเลย แถมะเิที่ใช้ยังอานุภาพแรงกว่าในร้านด้วย”
“มันเป็ไอเทมที่ยัย…เอ่อ หมายถึงเพื่อนเราสร้างขึ้นน่ะ”เทมเพสต์ตอบออกมาเสร็จแล้วก็ทำหน้าทะเล้น “ทำไม ท่านอากิระผู้ยิ่งใหญ่ขนาดที่วางแผนถล่มกิลด์ชาวบ้านเขามาแล้วอยากได้มั่งรึไงครับ”
อากิระเหลือบมองเทมเพสต์เล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา“เปล่าหรอก แค่คิดว่าถึงขนาดที่คนโง่แบบนายยังใช้เป็น่ะแสดงว่ามันน่าจะใช้ได้ง่ายก็เท่านั้นเอง”
เทมเพสต์ได้ฟังก็คิ้วกระตุกทันที“ใครมันจะไปเก่งกาจฉลาดล้ำได้อย่างท่านอากิระล่ะวะครับ”
“ที่สำคัญหล่อฉกาจบาดใจสาวด้วยนะ”อากิระฉีกยิ้มกวนกลับมา
ลูน่ามองทั้งสองคนอย่างอ่อนใจ พลางคิดในใจขึ้นมา
‘เห้อ เอาอีกแล้วสองคนนี้’
“อ๋อเหรอฟะ มั่นใจในหน้าตาเหลือเกินนะแก”เทมเพสต์ประชดใส่
“อย่างน้อยตอนไปเที่ยวกันพวกผู้หญิงก็เลือกชั้นมากกว่าแกละกัน”อากิระพูดพร้อมมองหน้าเทมเพสต์
“โอ้โห แต่หลังจากนั้นสาวๆพวกนั้นก็บอกว่าแกเนี่ยน่าเบื่อชะมัดเลยนะ”เทมเพสต์กระแทกเสียงใส่
“แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีใครเอาล่ะฟะ”อากิระประชดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่ากำลังยั๊วะ
“ดี งั้นมาฟาดปากกันหน่อยมั้ย”เทมเพสต์ลุกขึ้นมาพร้อมหักนิ้วจนมีเสียงดัง
“ก็เอาดิ คนนำทางมีแค่ลูน่าคนเดียวก็พอละ ส่วนแกเดี๋ยวส่งกลับเมืองให้”อากิระลุกขึ้นแล้วชักดาบออกมา
“ทั้งสองคนคะ…”ลูน่าพยายามจะพูดขัดขึ้นมาแต่ทว่าเธอก็ต้องหยุดเสียงลงเพราะเสียงะโของทั้งคู่
“แล้วจะแอบอยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ย”
หลังจากะโเสร็จอากิระก็ยื่นมือออกไปทางพุ่มไม้ด้านหนึ่ง พร้อมทั้งปรากฏลูกแก้วเวทมนต์ขึ้นมาวนอยู่ที่มือสามลูก ทางด้านเทมเพสต์เองก็ง้างหมัดหันหน้าไปด้านเดียวกันโดยที่มือของเขาก็ปรากฏออร่าสีฟ้าออกมาเช่นกัน
“อย่าพึ่งโจมตีนะคะ ฉันไม่ได้มาร้ายนะคะ”เสียงหวานๆของผู้หญิงดังออกมาพร้อมกับเงาร่างที่ลุกออกมาจากพุ่มไม้บริเวณนั้น
พวกอากิระหันไปมองเงาร่างนั้น และทันทีที่แสงจันทร์พาดผ่านก็ทำให้เห็นหญิงสาวร่างบางที่มีเส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาล และมีั์ตาสีทอง ใบหน้าใสที่มีแววเศร้าปนอยู่เล็กน้อยทำให้รู้สึกอยากปกป้อง เธอกำลังมองมา ทางอากิระ
“คุณเป็ใครครับ”อากิระลดมือลงแล้วถามหญิงสาวร่างบางตรงหน้า
เทมเพสต์กับลูน่าเองก็จ้องไปยังหญิงสาวคนนั้นอย่างไม่วางใจ และยังคอยระวังเอาไว้ตลอดเวลา
“อ..เอ่อ ฉันชื่อลิซ่าเป็หนึ่งในNPCรับใช้ของกิลด์ั์สีครามน่ะค่ะ”เธอตอบอากิระ
“แล้วคุณมีธุระอะไรกับพวกผมครับ”อากิระกล่าวด้วยใบหน้านิ่งเฉย แต่ทว่าลูกแก้วเวทมนต์ที่มือของเขากลับเพิ่มเป็หกลูกและหมุนรอบมือเขาอย่างรวดเร็ว
“ค…คือว่า…เพราะกิลด์พังไปฉันกับNPCคนอื่นๆก็เลยเป็อิสระน่ะค่ะ…แล้วเพราะว่าคุณเป็คนปลดปล่อยพวกเรา…ฉันก็เลย” ลิซ่ากล่าวตะกุกตะกักออกมา และก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา ในหัวอากิระ
‘NPC รับใช้ ลิซ่า ้าเป็NPC รับใช้ส่วนตัวของผู้เล่นอากิระค่ะ ผู้เล่น้าจะตอบรับหรือไม่’
แล้วตรงหน้าของอากิระก็ปรากฏหน้าจอพร้อมลายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับลิซ่า รวมถึงข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวกับสิทธิ์การในตัวNPC รับใช้ส่วนตัว และที่ด้านล่างสุดของหน้าต่างก็ปรากฏตัวเลือกว่าจะยอมรับหรือไม่ขึ้นมา
“หมายความว่าไงที่บอกว่าเป็อิสระ”อากิระหันไปถามลูน่า และเทมเพสต์
“NPCรับใช้ประจำกิลด์ที่นั้นจะซื้อมาโดยทำสัญญารับใช้ในขณะที่ยังมีกิลด์อยู่เท่านั้นค่ะ หากกิลด์ถูกทำลายนอกเหนือจากากิลด์ หรือใน่กิจกรรมาใหญ่แล้วล่ะก็ NPCเ่าั้ก็จะเป็อิสระค่ะ”ลูน่าตอบคำถามของพี่ชายตน เสร็จแล้วเธอก็หันหน้าไปทางลิซ่าแล้วถาม
“ลิซ่าเธอแน่ใจแล้วเหรอที่จะเป็NPCรับใช้ส่วนตัวของพี่อากิระ มันไม่เหมือนการเป็NPC รับใช้ประจำกิลด์นะ” ลูน่าหยุดพักหายใจก่อนจะพูดต่อ “NPCรับใช้ประจำกิลด์น่ะจะได้รับความคุ้มครองจากสัญญาทำให้เ้านายไม่สามารถล่วงละเมิดได้หากNPCไม่เต็มใจ อีกทั้งเ้านายรวมถึงผู้เล่นในกิลด์ยังไม่สามารถลงมือทำร้ายจน NPC ถึงตายได้ด้วยตนเองอีกต่างหาก แต่ถ้าเธอกลายเป็NPCรับใช้ส่วนตัวล่ะก็จะไม่มีอะไรคุ้มครองเธออีกแล้วนะ”
“ฉ..ฉันเข้าใจดีค่ะ แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็อยากที่จะ…รับใช้เขาที่เป็ผู้มีพระคุณน่ะค่ะ”ลิซ่ากล่าวแล้วแอบมองหน้าของอากิระด้วยท่าทีเขินอาย
‘ผู้เล่นอากิระได้รับ ลิซ่า เป็NPCรับใช้ส่วนตัวค่ะ’
อากิระตอบรับลิซ่าเป็NPCรับใช้ส่วนตัว แล้วก็นั่งลง ลิซ่าก็ยิ้มออกมาทันที จากนั้นเทมเพสต์และลูน่าก็นั่งลง ส่วนลิซ่านั้นแม้จะก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิมแต่ก็ยังคงยืนอยู่ห่างจากพวกอากิระเล็กน้อย อากิระที่หันไปมองจึงกล่าวออกมา
“ลิซ่าเองก็ มานั่งทานอาหารด้วยกันสิครับ”
“ต…แต่ว่า ฉันเป็แค่NPCรับใช้ไม่ควรไปนั่งร่วมกับเ้านายนะคะ”ลิซ่ากล่าวออกมา
“มาเถอะน่า ผมไม่ถือหรอก”อากิระพูดออกมา “อีกอย่างผมไม่ได้คิดจะให้เธอมาเป็แค่NPCรับใช้หรอกนะ แต่ผม้าให้เธอมองพวกเราเป็เพื่อนน่ะ”
“เอ๋ แบบนั้นมัน…”ลิซ่ากล่าวออกมาอย่างกระวนกระวาย
“เอาเถอะน่าลิซ่า พวกเราอยากให้เธอคิดแบบนั้นจริงๆนะจ๊ะ”ลูน่ากล่าวออกมาบ้าง
“ใช่แล้ว มาเถอะน่าหรือถ้าไม่อยากนั่งข้างๆเราก็นั่งบนตักอากิระก็ได้นะ”เทมเพสต์กล่าวออกมาแบบขำๆ
“อ…เอ๋…น...นั่งบนตักเหรอคะ”ลิซ่ากล่าวออกมาติดขัด ใบหน้าก็แดงก่ำจนถึงใบหู
“นี่เทมเพสต์แกอย่าเพิ่งกวนลิซ่าได้มั้ย”อากิระพูดขัดเทมเพสต์ทันที
“ใช่ค่ะพี่เทมเพสต์ อย่าไปกวนลิซ่าเขาแบบนั้นสิคะ”ลูน่าพูดเสริมออกมา
“ฮ่าฮ่า โทดทีๆ แต่เห็นท่าทางลิซ่าแล้วน่าจะแกล้งสนุกน่ะ”เทมเพสต์พูดกลั้วหัวเราะออกมา “น่าอิจฉาคุณอากิระจริงๆเลยนะที่มี NPCรับใช้ที่แสนน่ารักแบบนี้”
อากิระเพียงหันหน้าหนีแล้วแค่นเสียงออกมาดังเหอะ ส่วนเทมเพสต์ก็หัวเราะออกมา
“ว่าแต่ถ้าNPCรับใช้ประจำกิลด์หลุดจากสัญญาง่ายขนาดนั้นทำไมพวกเขา ถึงไม่ไช้แค่NPC รับใช้ส่วนตัวล่ะ” อากิระถามขึ้นมาอีกครั้ง
“เพราะว่าการจะได้ NPCรับใช้ส่วนตัวมานั้นต้องได้มาด้วยความเต็มใจของ NPC ค่ะ ไม่สามารถซื้อได้เหมือนNPC ประจำกิลด์” ลูน่าตอบคำถามของพี่ชายตน
“หืม งั้นเหรอ”อากิระกล่าวออกมาอย่างเลื่อนลอย
“ก็หมายความว่า ลิซ่ายอมเป็ของแกด้วยใจเลยไง ฮ่าๆๆ”
เป็เทมเพสต์ที่กล่าวออกมา เมื่อสิ้นคำของเทมเพสต์แล้วเขาก็หัวเราะออกมา ส่วนลิซ่าก็ก้มหน้าที่แดงเรื่อลงทันที และเทมเพสต์ก็ล้มกลิ้งไปกับพื้นเพราะโดนอากิระถีบเข้าที่ยอดอก แต่นอกจากจะไม่โกรธแล้วเทมเพสต์ยังคงหัวเราะจนท้องแข็งอีกด้วย
“ว่าแต่พวกเรายังไม่ได้ถามพี่เลยนะคะ ว่าทำยังไงถึงเพิ่มระดับได้เร็วขนาดนี้” ลูน่าถามขึ้นมา
“ไปลงมิติพิเศษ กับ ดันเจี้ยนลับน่ะ ” อากิระตอบเรียบๆ
“เอ๋ ดันเจี้ยนลับงั้นเหรอคะ การจะลงดันเจี้ยนลับได้น่ะมันต้องหากุญแจที่จะใช้เปิดดันเจี้ยนนะคะ ส่วนมากจะได้จากพวกภารกิจพิเศษเท่านั้น ยิ่งมิติพิเศษยิ่งหากุญแจในการเข้าดันเจี้ยนได้ยากมากๆ พี่เพิ่งจะมาจากเมืองเริ่มต้นไม่น่าจะหากุญแจเข้าดันเจี้ยนได้นี่คะ” ลูน่าทำหน้าสงสัยออกมา
“พี่ไม่ได้หา แค่มีคนพาลงไปด้วยเท่านั้นเองน่ะ”
“งั้นเองเหรอคะ แต่พี่เนี่ยโชคดีมากเลยนะคะ บางคนเล่นกันเป็เดือนยังไม่ได้เข้าดันเจี้ยนลับเลย”ลูน่ากล่าวต่อ
“อืม ก็คงงั้นแหละนะ”
จากนั้นไม่นานนัก เทมเพสต์กับลูน่าก็แยกย้ายกันไปนอนในเต็นท์ของตน โดยที่อากิระยังคงนั่งเฝ้ายามอยู่เหมือนเดิม
“ยังไม่นอนเหรอครับลิซ่า”อากิระกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เอ่อ...คือ…จะให้ฉันนอนก่อนเ้านาย…มันจะดีเหรอคะ”เธอถามออกมาด้วยท่าทางเกรงใจ
“ก็บอกแล้วไง ว่าให้เลิกคิดว่าผมเป็เ้านายของเธอแต่ให้มองว่าเป็เพื่อนพ้องของเธอน่ะ” อากิระยังคงกล่าวออกมาอย่างนุ่มนวลเช่นเดิม “ท่าง่วงนอนก็ไปนอนเถอะนะใช้เต็นท์ผมไปก็ได้ เดี๋ยวเ้าเทมเพสต์มาเปลี่ยนเวรแล้วผมจะเข้าไปนอนที่เต็นท์มันแทนเอง”
“แต่ว่า...”ลิซ่ายังคงทำท่าทางเกรงใจ
“เอาเถอะน่า ไปนอนเถอะครับ แล้วก็…” อากิระยิ้มออกมา “อาหารเช้าพรุ่งนี้รบกวนหน่อยนะ”
ลิซ่าหน้าขึ้นสีเล็กน้อย แล้วกล่าวออกมาอย่างแ่เบา “ค่ะ”
จากนั้นเธอก็ไปเข้านอนเช่นกัน ส่วนอากิระที่ยังต้องเฝ้ายามอยู่ก็เปิดหน้าต่างขึ้นมาสำรวจไอเทมที่ตนมี
“เห้อ เสียไอเทมไปเยอะเลยแฮะคราวนี้” เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เสียดายเล็กน้อย “พวกั์สีครามมันคงมีค่าหัวด้วยสินะ ยังไงซะอย่างน้อยเ้าโอเกอร์กับเครน ก็ต้องมีล่ะ เดี๋ยวถึงเมืองถัดไปแล้ว ไปขึ้นเงิน แล้วหาซื้อไอเทมซักหน่อยดีกว่า”
แล้วเขาก็ปิดหน้าต่างลงแล้วนั่งมองดวงดาวด้วยใบหน้าที่ปรากฏรอยยิ้มออกมา และดวงตาสีแดงที่ทอประกายอ่อนโยนออกมา เมื่อรวมเข้ากับดวงดาวที่งดงามบนฟากฟ้าและบรรยากาศโดยรอบแล้วทำให้เขาดูเหมือนภาพงานศิลป์ที่งดงามมากๆเลยทีเดียว
และภาพศิลป์ที่งดงามนี้ก็มีลิซ่าที่กำลังแอบรับชมอยู่ด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่เทมเพสต์มาเปลี่ยนเวร อากิระก็เข้าไปนอนในเต็นท์ของเทมเพสต์และหลับไปอย่างรวดเร็ว
อากิระตื่นขึ้นมาก็เปิดหน้าต่างดูเวลาและพบเพิ่งจะตี 5 เท่านั้น แต่เขากลับตื่นขึ้นมาโดยไม่มีความง่วงหลงเหลืออีก พอลุกออกมาจากเต็นท์สิ่งที่เห็นก็คือหม้ออาหารที่กำลังเดือดอยู่ และที่บริเวณใกล้ๆก็มีผ้าใบที่ปูเอาไว้รวมถึงอาหารหน้าตาน่าทานจำนวนมากวางอยู่
“ว้าว สุดยอดเลยแฮะ” อากิระกล่าวออกมา พลางมองไปยังร่างบางที่กำลังทำอาหารอยู่
“อา สุดยอดเลยแหละ ลิซ่าน่ะ ตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารให้พวกเราั้แ่ตีสามแล้วนะ”เทมเพสต์ที่กำลังนั่งดื่มกาแฟใกล้ๆกับจุดที่อากิระยืนอยู่กล่าวเสริมขึ้นมา
“ขยันมากเลยนะคะ” ลูน่าที่กำลังออกจากเต็นท์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“นั่น…สินะ” อากิระยิ้มออกมา “คงต้องปกป้องให้ดีแล้วล่ะนะ”
แล้วทั้งสามคนก็มองไปทางลิซ่าด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็ทานอาหารด้วยกันพลางคุยกันไปเรื่อยๆ โดยที่อากิระกับเทมเพสต์ยนั้นก็ทะเลาะกันไปด้วย คุยกันไปด้วย ทานอาหารไปด้วย วงอาหารของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
หลังจากทานอาหารกันเรียบร้อยพวกเขาก็เดินทางกันต่อ ระหว่างทางพวกเขาทั้งสี่ก็พูดคุยหยอกล้อกันบ้างต่อสู้กับสัตว์อสูรที่เข้ามาขวางทางบ้างจนมาถึงเมืองชายป่า เซลเรน ซึ่งเป็ทางผ่านก่อนที่จะไปยังเมืองสายลม เวนทัส ในที่สุด