หลายวันต่อมาในขณะที่จ้าวเฉียงอี้พยายามทำเนื้อแห้ง ปลาตากแห้งไว้ให้มากที่สุด รวมทั้งวุ่นวายกับการเก็บสัมภาระที่จำเป็เตรียมไว้ให้สามี
ทางด้านกงโม่เหอนอกจากจะซ่อมหลังคาและหน้าต่างประตูให้ใช้งานได้ดีเขาก็ออกไปล่าสัตว์ทุกวัน และยังตั้งใจดักจับกระต่ายมากเป็พิเศษเพื่อจะนำขนของมันไปทำเป็ถุงมือและเสื้อคลุมไหล่ให้ภรรยาไว้ใช้ใน่ฤดูหนาว
“โชคดีจริง ได้กระต่ายขาวตัวโตมาถึงสี่ตัว!!” ชายหนุ่มรวบหูกระต่ายสีขาวนวลขึ้นมาดูด้วยความภาคภูมิใจ
เขามองหาขนกระต่ายสีขาวทั้งตัวโดยไม่มีตำหนิสีอื่นมาแต่งแต้มมานานแล้ว คราวแรกเขาเห็นหนึ่งในพวกมันกำลังหลบหนีเข้าไปในโพรง จึงได้เร่งปิดทางเข้าออกทุกด้านของโพรงกระต่ายแล้วจุดควันเข้าไป บังคับให้มันวิ่งหนีออกจากโพรงเข้าสู่กับดักกันเองเพื่อไม่ให้ขนกระต่ายเสียหายจากลูกธนู
อารามดีใจทำให้ชายหนุ่มยุติการล่าสัตว์ในวันนี้ลงอย่างรวดเร็ว เขาเร่งรีบกลับไปที่เรือนคิดจะเอากระต่ายที่เพิ่งจับได้ไปอวดภรรยาด้วยความภาคภูมิใจ
พอถึงกระท่อม เสียงพูดคุยเบาๆ จากด้านหลังทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขารีบวางกรงดักกระต่ายเอาไว้กับพื้นแล้วเดินอ้อมไปทางด้านหลังเพื่อมองหาเ้าของเสียงอีกเสียงซึ่งน่าจะเป็บุรุษ!!
“พี่ชายดื่มน้ำก่อนเ้าค่ะ” จ้าวเฉียงอี้ใช้สองมือประคองถ้วยน้ำชาอุ่นๆ ยื่นส่งให้จางเจียวจิ้น
“เมื่อครู่ข้าเพิ่งดื่มน้ำจากในลำธารมาเอง เ้าไม่ต้องวุ่นวายหรอกเฉียงอี้” ปากเอ่ยคำเกรงใจ แต่จางเจียวจิ้นก็รีบยื่นมือออกมารับถ้วยน้ำชาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ก็แค่น้ำชาเอง ท่านมาช่วยข้าเกือบทุกวันจะไม่ให้ข้าตอบแทนน้ำใจบ้างเลยหรือไรเ้าคะ..จริงสิ วันนี้ข้าทำเสี่ยวหลงเปาไว้หลายลูกเลยทีเดียว ท่านอยากลองชิมหรือไม่?” หญิงสาวไม่พูดเปล่านางหันหลังเดินกลับเข้าไปเรือนอีกครั้งโดยไม่ทันสังเกตเห็นร่างสูงที่รีบไปซ่อนตัวมองดูการกระทำของนางอยู่เงียบๆ
“ที่แท้ก็เป็เจียวจิ้นที่มาแบกน้ำให้นางอยู่ทุกวัน” ชายหนุ่มรำพันออกมาเบาๆ ความสงสัยเื่น้ำในโอ่งเมื่อวันก่อนถูกคลี่คลายออกมาจากภาพที่เห็นตรงหน้า
คลื่นทะเลน้ำส้ม (ความหึงหวง) โหมกระหน่ำกระแทกจิติญญาของกงโม่เหอจนเจียนคลั่ง แต่เขาก็ยังพยายามอดทนอดกลั้นข่มใจไม่ให้วู่วามจนเกินกว่าเหตุ
จางเจียวจิ้นเป็เด็กหนุ่มนิสัยดีมีมารยาทและเขาก็เชื่อใจภรรยามากพอว่านางไม่มีวันทำเื่นอกลู่นอกทางลับหลังตนเป็แน่ ติดเพียงว่าเหตุใดจ้าวเฉียงอี้จึงไม่เคยบอกเื่นี้ให้เขารับรู้ และเขาก็พบกับจางเจียวจิ้นบ่อยครั้งอีกฝ่ายก็ไม่เคยปริปากพูดถึงเื่นี้เลยสักหน!!
โชคดีที่ครู่เดียวจางเจียวจิ้นก็ร่ำลาจ้าวเฉียงอี้จากไป ไม่เช่นนั้นกงโม่เหอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะข่มกลั้นไม่ให้ตนเองออกไปทุบตีชายหนุ่มรุ่นน้องผู้นั้นไว้ได้หรือไม่ เพราะเมื่อครู่เสี่ยวหลงเปาสีขาวนวลใบโตที่เขาเห็นภรรยานั่งนวดแป้งั้แ่เช้าตรู่ ถูกจางเจียวจิ้นได้ลิ้มลองรสชาติก่อนเป็คนแรก!!
เมื่อจางเจียวจิ้นเดินพ้นสายตาไปไกลแล้ว จ้าวเฉียงอี้จึงได้หมุนตัวกลับเข้าไปในกระท่อมอีกครั้ง
“เอ๊ะ! กระต่าย! แล้วนี่มันกรงดักสัตว์ของท่านพี่มิใช่หรือ?" ร่างเล็กทรุดตัวลงไปมองดูกระต่ายสีขาวตัวอวบอ้วนน่ารักน่าชัง ก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืนสอดส่ายสายตามองหากงโม่เหอด้วยความหวั่นใจ
“ท่านพี่!!” หญิงสาวะโร้องเรียกสุดเสียงตามหลังกงโม่เหอที่ควบม้าคู่ใจมุ่งหน้าเข้าไปในป่าโดยไม่หยุดฟังเสียงนาง
นางมั่นใจว่ากงโม่เหอคงจะกลับมาและได้เห็นนางกับจางเจียวจิ้นสนทนากันอยู่ด้านหลังเรือนเป็แน่!!
ความรู้สึกผิดท่วมท้นอยู่ในใจหญิงสาว พี่ชายเจียวจิ้นเคยเตือนนางหลายครั้งแล้วว่านางเป็สตรีที่ออกเรือนแล้ว ไม่ควรพบหน้าบุรุษอื่นลับหลังสามี แต่เป็นางเองที่ขอให้เขาปกปิดเื่นี้เอาไว้เพราะจางเจียวจิ้นเป็สหายเพียงคนเดียวที่นางรู้จัก หากสามีไม่อนุญาตให้จางเจียวจิ้นมาที่กระท่อมของนาง นางก็จะไม่มีใครให้พูดคุยเล่นด้วยเลยสักคน
หญิงสาวไม่รู้ว่าตนเองควรจะทำอย่างไรดี นางไม่สามารถออกไปตามหากงโม่เหอเพื่ออธิบายเื่ราวทั้งหมดให้เขาฟังได้ จึงได้แต่ออกเดินเก็บแผ่นไม้และก้อนหินมาสร้างเป็คอกกระต่ายเล็กๆ และถอนหญ้ามาเลี้ยงดูพวกมันไปพลางๆ เพื่อรอสามีหายโกรธและกลับมาหานาง
……….
เช้าวันต่อมา
กงโม่เหอไม่ได้กลับมานอนที่กระท่อมกลางป่าหนึ่งคืน พอรุ่งเช้าท่านยายจางและจางเจียวจิ้นที่ออกมาตัดไม้ั้แ่เช้าตรู่รู้ข่าวเข้า พวกเขาเลยมาอยู่เป็เพื่อนจ้าวเฉียงอี้เพื่อรอแก้ไขความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นให้ชายหนุ่มฟัง
“ทำใจดีๆ ไว้เฉียงอี้ สามีเ้าหาใช่คนไร้เหตุผลไม่ ถึงเขาจะทำหน้าบึ้งตึงตลอดเวลาแต่จริงๆ แล้วเขาเป็คนจิตใจอ่อนโยน หากได้ฟังคำอธิบายจากพวกเราเขาก็จะหายโกรธเองล่ะน่า” หญิงชราปลอบใจจ้าวเฉียงอี้ที่ร้องไห้จนตาช้ำบวมมาั้แ่เมื่อคืน
“นั่นไง..พี่ชายกงกลับมาแล้ว” จางเจียวจิ้นชี้มือไปยังร่างใหญ่บนหลังม้า ก่อนจะรีบถอยกลับไปนั่งตัวลีบแอบอยู่ด้านหลังท่านยายจาง
จ้าวเฉียงอี้รีบปาดน้ำตาทิ้ง นางก้าวขาออกไปรับหน้าสามีด้วยความดีใจ ก่อนหน้านี้นางกลัวว่าเขาจะทอดทิ้งนางเอาไว้ลำพังแล้วเข้าร่วมกับกองกำลังทหารอาสาโดยไม่คิดจะกลับมาร่ำลานางเสียอีก
“ท่านพี่..ฟังข้าอธิบายก่อนเ้าค่ะ”
กงโม่เหอะโลงจากหลังม้าพลางเหลือบตามองไปที่สองยายหลานแซ่จาง คาดเดาได้ทันทีว่ายามนี้ทุกคนคงจะรู้แล้วว่าตนได้เห็นเหตุการณ์เมื่อวานและพากันมายืนยันความบริสุทธิ์ใจ
“ไม่จำเป็ต้องอธิบายอะไรทั้งสิ้น ข้าไม่ได้ติดใจเื่นั้นแล้ว” ชายหนุ่มตอบเสียงห้วนจนจางเจียวจิ้นสะดุ้งโหยง
“พี่ชายกง ข้าผิดเองที่ไม่ได้ขออนุญาตจากท่านก่อน แต่ท่านเชื่อใจข้าได้! ข้าเห็นเฉียงอี้เป็เพียงน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้นขอรับ”
“ข้าเองก็ผิดด้วยเ้าค่ะ..”
“พอเถิด!! ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งสิ้น!!” กงโม่เหอตัดบท ไม่รอให้ภรรยาพูดจนจบประโยค
“ข้าเชื่อใจเ้าทั้งสองคน ในเมื่อพวกเ้าไม่ได้คิดจะบอกกล่าวข้าแต่แรกก็ไม่จำเป็ต้องมาอธิบายสิ่งใดในภายหลัง ข้าไม่อยากรู้” ชายหนุ่มรู้สึกสะใจอยู่นิดๆ เมื่อเห็นคนทั้งสามหน้าซีดสำนึกผิด ภรรยาและสองยายหลานสมควรได้รับบทลงโทษเล็กๆ น้อยๆ บ้างที่ปกปิดตน ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลยสักนิด
ที่สำคัญคือ การได้เห็นว่าจ้าวเฉียงอี้ไม่รู้จักระมัดระวังตัวกล้าเชื้อเชิญผู้อื่นให้เข้าใกล้โดยปิดบังตนเอาไว้ไม่บอกกล่าว หากจางเจียวจิ้นเป็คนไม่ดีเล่า! นางจะป้องกันตัวเองได้หรือ? ที่เขาหายตัวไปหนึ่งวันก็ได้ไปแอบจัดการเื่นี้เอาไว้แล้วด้วย!
“ท่านพี่..ท่านไม่โกรธข้าจริงๆ ใช่หรือไม่เ้าคะ แล้วท่านหายไปไหนมา” หญิงสาวยังคงไม่วางใจ นางดึงแขนกำยำมากอดไว้แน่น ราวกับว่ากลัวสามีจะหายไปไม่เหลือแม้แต่เงา
“เ้าลืมไปแล้วหรือไรว่าข้าต้องไปลงชื่อเป็อาสาสมัครเข้าร่วมรบ ข้าเกรงว่าจะไปไม่ทันก็เลยรีบออกเดินทางไปเสียั้แ่เมื่อวาน ข้าพักที่โรงเตี๊ยมในเมืองพอเสร็จธุระแล้วก็รีบกลับ ก็มีแค่นี้เ้าคิดว่าข้าจะไปไหนได้เล่า”
ท่านยายจางส่ายหน้าช้าๆ ส่งสายตาเตือนจ้าวเฉียงอี้ไม่ให้คาดคั้นต่อปากต่อคำกับสามีอีก กำหนดสิบวันที่กงโม่เหอต้องไปลงชื่อในเมืองก็เป็เื่จริง และเขาก็กลับมาแล้วนางจึงไม่อยากให้หญิงสาวต่อความให้ยืดเยื้อ
“ปลอดภัยดีก็ดีแล้ว ข้าขอโทษอีกครั้งก็แล้วกันนะหลานชาย ข้ารับปากเ้าได้ว่าต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีกแน่นอน เ้ากลับมาเหนื่อยๆ ก็พักเสียก่อน เราสองคนไม่รบกวนแล้ว” หญิงชราหันไปสะกิดหลานขาย
“ข้าไปก่อนนะพี่ชาย” จางเจียวจิ้นกะพริบตาปริบๆ ผงกศีรษะเป็เชิงขอโทษขอโพยกงโม่เหอ แต่ยังไม่วายหันไปคุยกับจ้าวเฉียงอี้อีกประโยค
“เฉียงอี้ วันนี้ข้าแบกน้ำมาเติมจนเต็มแล้ว อีกสองวันข้าจะมาใหม่”
กงโม่เหอทั้งฉุนทั้งขันกับท่าทางใสซื่อของจางเจียวจิ้น เื่เพิ่งจะเกิดแท้ๆ แต่เ้าหนุ่มนี่ก็ยังคงดึงดันจะมาช่วยภรรยาตนแบกน้ำอยู่ดี!!
“มาได้เลยเจียวจิ้น จากนี้ต่อไปหน้าที่นี้เป็ของเ้า! วันไหนข้าเห็นน้ำไม่เต็มโอ่ง ข้าจะตามไปทุบเ้าถึงเรือน!” ชายหนุ่มแสร้งถลึงตาใส่บุรุษรุ่นน้อง แต่คำกล่าวของเขากลับทำลายความรู้สึกกระอักกระอ่วนจากทุกคนที่มีมาก่อนหน้าลงทั้งหมด รวมทั้งยังเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ จากภรรยารักจนหัวใจของเขาคันยุบยิบขึ้นมาอีกครั้ง