เฟื่องออกมาจากห้องนอนและเดินลงมาข้างล่างตอนแปดโมงเช้าก็พบแม่บ้านคนเดิมที่กำลังยุ่งง่วนกับการทำอาหารอยู่ในครัว
“คุณเฟื่องตื่นแล้วเหรอคะหิวหรือยัง... รออีกแป๊บนะคะ” แม่บ้านชะเง้อบอกจากข้างใน
“ยังไม่หิวค่ะป้ามีอะไรให้เฟื่องช่วยไหมคะ” ร่างบางเดินเข้าไปป้วนเปี้ยนใกล้ๆ
“ไม่มีๆค่ะ คุณเฟื่องไปนั่งรอป้าตรงนู้นดีกว่านะคะ”
โธ่ป้า... เห็นเฟื่องเป็คนไร้ประโยชน์หรือไง เฟื่องก็ทำอาหารเป็นะแม้จะไม่เก่งเท่าป้าก็เถอะ แต่ก็ทำกินเองได้
บ่นแค่ในใจแล้วก็เดินมานั่งที่โต๊ะอาหารตามเดิม รอเพียงไม่นานป้าแม่บ้านก็ยกชามข้าวต้มกุ้งร้อนๆก็มาวางให้ พร้อมทั้งแก้วน้ำส้ม นม และน้ำเปล่า ครบ จะบำรุงอะไรกันขนาดนั้น
“ขอบคุณค่ะป้า”
ป้าแม่บ้านยิ้มรับแล้วเดินไปหยิบถุงกระดาษที่มีกล่องสี่เหลี่ยมข้างในมาวางให้อีก
“หือ?อะไรคะป้า”
“คุณท่านสั่งให้คุณกันต์เอามาให้ค่ะ”ป้าแม่บ้านชี้มือไปที่ประตูคล้ายจะบอกว่าคุณกันต์อยู่หน้าห้องนี่แหละสงสัยอะไรก็เรียกมาถามได้ จากนั้นป้าก็เดินขึ้นไปข้างบน
“เอ่อ...ค่ะๆ ขอบคุณค่ะ”
แม้จะไม่เข้าใจแต่ก็รับไว้อย่างงงๆเฟื่องตักข้าวต้มเข้าปากพลางหยิบกล่องที่อยู่ข้างในถุงกระดาษออกมามันคือโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดยี่ห้อดังซึ่งกำลังเป็ที่นิยมมีโน้ตแปะไว้ที่หน้ากล่อง
เปิดเครื่องแล้วใช้ได้เลยครับเป็เบอร์ใหม่ที่เปิดซิมลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว... กันต์
“...อ๋อ”คุณเตวิทย์ซื้อโทรศัพท์มือถือให้เธอ
และนอกจากกล่องโทรศัพท์แล้วภายในถุงยังมีกระเป๋าสตางค์ใบเก่าของเธอรวมถึงสารพัดบัตรที่เป็เอกสารสำคัญของเธอด้วย... นี่แหละที่เธอดีใจที่สุดไม่งั้นต้องไปทำใหม่ทั้งหมดก็คงเสียเวลาแย่เลย
ระหว่างที่กำลังกินข้าวต้มอีกสองสามคำป้าแม่บ้านก็ถือตะกร้าผ้าเดินลงมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“คุณเฟื่องทำไมซักผ้าเองอีกแล้วคะ?”
“ไม่เป็ไรค่ะป้าเฟื่องมีเสื้อผ้าไม่เยอะ ปกติก็ซักทุกวันอยู่แล้ว ป้าดูแลแค่ของคุณเตวิทย์ก็พอค่ะ”
“ไม่ได้ค่ะคุณเฟื่องห้ามทำแบบนี้อีกนะคะ ถือว่าป้าขอร้องละค่ะ ไม่งั้นป้าจะเดือดร้อน”ป้าแม่บ้านเอ่ยขอร้องด้วยความหนักใจ
“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะเฟื่องขอโทษนะคะที่ทำให้ป้าไม่สบายใจ” เด็กสาวยกมือไหว้นอบน้อมอย่างรู้สึกผิด
“ค่ะคุณเฟื่องคราวนี้คุณเข้าใจป้าแล้วนะคะ”
“เข้าใจค่ะ...เฟื่องขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ”
เฟื่องถอนหายใจแล้วหยิบถุงกระดาษที่มีโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ของเธอขึ้นไปบนห้องด้วย
หลังจากขึ้นมาบนห้องแล้วเฟื่องก็แกะกล่องแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดเครื่อง
เธอไม่ได้ตื่นเต้นดีใจอะไรเลยกับของใช้ราคาแพงชิ้นนี้ที่ปกติคงได้แค่มองเท่านั้นเพราะไม่มีปัญญาซื้อ ส่วนโทรศัพท์เครื่องเก่าของเธอมันหายไปั้แ่วันนั้นแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้เธอสนใจคือประโยชน์ของมันมากกว่า
เฟื่องมองซ้ายแลขวาทำลับๆล่อๆ แม้จะรู้ดีว่าอยู่คนเดียวในห้อง แต่ก็อดเหลียวมองรอบตัวไม่ได้เหมือนคนที่กำลังแอบทำความผิด จากนั้นนิ้วเรียวก็กดเบอร์โทรศัพท์ของผู้เป็แม่ทันทีด้วยความเป็ห่วง
หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…
เป็เสียงตอบรับจากเครือข่ายอัตโนมัติที่ได้ยินบ่อยจนชินหูในเมื่อติดต่อแม่ไม่ได้ก็คงต้องรอข่าวจากคุณเตวิทย์ที่เขาเคยบอกว่าจะสืบมาให้นั่นแหละ
เธอพักเื่ของแม่เอาไว้ก่อนแล้วกดเข้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเพื่อติดตามผลการสอบ และประกาศแจ้งข่าวสารต่างๆ แค่มีโทรศัพท์เธอก็จะไม่พลาดนัดสำคัญของทางมหาวิทยาลัยแล้วเฟื่องนึกขอบคุณชายหนุ่มเ้าหนี้ผู้มีพระคุณอย่างสูง
หวังว่าหนี้ของเธอจะไม่เพิ่มขึ้นหรอกนะ…คุณเตวิทย์
พอคิดถึงเขาแล้วใบหน้าหวานก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้นยิ่งนึกถึงน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดูอบอุ่นกับท่าทางใจดีอ่อนโยนของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยอุ่นซ่านรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขเมื่อได้อยู่กับเขา
แต่แล้วความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้เฟื่องลองเสิร์จชื่อของเขาลงไปในเว็บไซต์ยอดฮิตที่ใช้ค้นหาข้อมูลแม้จะไม่รู้นามสกุลแต่ก็สุ่มจากหน้าที่การงานของเขา นักธุรกิจใหญ่ เ้าของโรงแรมอะไรๆ ก็สุ่มๆ ไป แล้วก็เจอรูปของเขาที่เธอจำได้ดีจนติดตา ทั้งความหล่อเหลาไร้ที่ติดวงตาเหมือนคมมีดเคลือบน้ำแข็งดูมีพลังอำนาจและน่าเกรงขามอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัว
เตวิทย์รัตนศิลากุล นักธุรกิจไฟแรงวัย 32 ปีเ้าของโรงแรม… และยังโสด
นั่นเป็ประวัติคร่าวๆในเื่ทั่วไปของเขาแค่รู้ว่าเขายังโสดทำไมเธอถึงรู้สึกโล่งใจยินดีอย่างบอกไม่ถูก
เฟื่องเลื่อนอ่านข่าวสารในแวดวงธุรกิจจากเว็บไซต์หนึ่งจึงได้รู้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนนี้ที่เขาเงียบหายไปเป็เพราะเขากำลังเจรจาธุรกิจเรือสำราญที่จังหวัดภูเก็ตและได้แถลงข่าวตกลงเซ็นสัญญาอย่างเป็ทางการแล้ว… เขาเป็ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
ส่วนข่าวซุบซิบนินทาก็ไม่มีให้เห็นจะมีก็แต่คอลัมน์ของนักข่าวฝีปากกล้าคนหนึ่งที่ออกมาให้คำจำกัดความเกี่ยวกับตัวเขาว่า…
คุณเตวิทย์เป็นักธุรกิจที่เคลื่อนไหวอย่างเงียบๆไม่ชอบเป็ข่าว ไม่เข้าสังคม ไม่คบคนมีชื่อเสียงจะเห็นว่าเขาไม่เคยเป็ข่าวกับดาราหรือนางแบบคนไหนในวงการบันเทิงเลยแม้พวกเธอเ่าั้จะเพียรพยายามทอดสะพานให้ เขาก็ไม่แลแม้หางตาไปไหนมาไหนจะมีบอดี้การ์ดหน้าตาดีหุ่นล่ำสองคนขนาบซ้ายขวา และอีกเป็สิบกระจายอยู่ทั่วในบริเวณที่เขาอยู่
เหมือนว่าเขาจะเป็คนเก็บเนื้อเก็บตัวและเข้าถึงได้ยากแต่กับเธอทำไมเขาถึงดูอบอุ่นใจดีและถึงเนื้อถึงตัวนักล่ะหรือเขาเป็แบบนี้กับคู่นอนทุกคน
เฮ้อ...เธอก็คงไม่ต่างกัน นอกจากจะเป็คู่นอนแล้ว ยังเป็ลูกหนี้ที่ทยอยจ่ายคืนด้วยร่างกายสนองความ้าของเขาอีกด้วยหรือเรียกว่านางบำเรอนั่นแหละ
ก๊อกก๊อก... คุณเฟื่องคะ! คุณเฟื่อง!
เสียงเคาะประตูที่ตามมาด้วยเสียงเรียกซ้ำๆทำให้คนที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองสะดุ้งตื่นจากภวังค์แล้วรีบดิ่งไปเปิดประตูทันที
“ค่ะป้า...เฟื่องใหมดเลยค่ะ”
“ขอโทษค่ะคุณเฟื่องป้าเคาะประตูอยู่นาน เห็นคุณเงียบไป ก็เลยเป็ห่วง”
“ไม่เป็ไรค่ะแล้วป้า...” กำลังจะถามว่ามีธุระอะไรถึงขึ้นมาเรียกเธอ บังเอิญกวาดสายตาไปเห็นนาฬิกาเข้าพอดี...ใกล้จะบ่ายโมงแล้วหรือนี่
“ป้าเห็นว่าคุณยังไม่ลงไปทานข้าวเที่ยงป้าก็เลยขึ้นมาดูน่ะค่ะ”
“เฟื่องยังไม่หิวป้ากลับไปก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเฟื่องลงไปอุ่นอาหารทานเอง”
ป้าแม่บ้านจะมาทำงานแค่ครึ่งวันส่วนมื้อเย็นจะเป็หน้าที่ของกันต์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็อาหารเดลิเวอรี่จากแอปพลิเคชันในมือถือนั่นละ
หลังจากแม่บ้านลงไปแล้วเฟื่องก็เดินกลับมาหยิบโทรศัพท์มือถือไปชาร์จแบต แล้วขึ้นไปนอนบนเตียงรู้สึกง่วงและเพลียมาก อดจะนึกถึงคุณเตวิทย์ไม่ได้...เขาก็ได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงเหมือนกับเธอ แล้วเขาจะรู้สึกง่วง เหนื่อย เพลียบ้างหรือเปล่า เฟื่องนอนคิดเื่ของเขาจนผล็อยหลับไป
ส่วนคนที่หญิงสาวกำลังคิดถึงอยู่นั้น...
เตวิทย์นั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานในชั้นบนสุดของโรงแรมระดับเฟิร์สคลาสที่ทันสมัยและหรูหราที่สุดในประเทศซึ่งถือเป็สำนักงานใหญ่ในธุรกิจโรงแรมของเขา
ดวงตาคมกริบเพ่งมองไปเบื้องหน้าขณะฟังรายงานจากลูกน้องทางโทรศัพท์ที่ส่งไปติดตามสืบข่าวนางลำไพแม่ของเฟื่องลดา
“อือ...แกกลับมาได้แล้ว” เสียงเข้มออกคำสั่งลงไป
หลังจากได้เงินจำนวนห้าแสนบาทด้วยการขายลูกสาวเพียงคนเดียวแล้วนางลำไพไม่ได้นำเงินไปใช้หนี้ แต่กลับหนีไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านแทนหลบซ่อนเก็บตัวอยู่ไม่กี่วันก็แอบไปเข้าบ่อนที่นั่นอีก
...ผีพนันเข้าสิงจนกู่ไม่กลับแล้วจริงๆ...
เตวิทย์สั่งให้ลูกน้องเลิกติดตามแต่ก็ยังมีสายลับคอยดูอยู่ไกลๆเขาไม่อยากก้าวก่ายล้ำเส้นนอกประเทศ แม้จะเป็ประเทศเล็กๆ ก็เถอะโดยเฉพาะกับเื่การพนันพวกนั้นเขายิ่งไม่อยากข้องเกี่ยวด้วย
ยังมีเื่ใหญ่อีกเื่ที่ต้องจัดการ
“กรโทรหาเลขาฯ ของคุณแม่ให้ฉันที” เพราะรู้ว่าคุณแม่ปิดเครื่องมือสื่อสารด้วยคำสั่งของเขาดังนั้นจึงต้องติดต่อผ่านเลขาฯ ของท่าน
“ครับ”
รอเพียงไม่นานกรก็ส่งโทรศัพท์ซึ่งมีคุณหญิงนาตยาเป็ผู้ที่อยู่ปลายสายมาให้
“ครับคุณแม่... ตอนนี้คุณแม่อยู่ที่ไหนครับ”
[แม่อยู่ที่เรือนกล้วยไม้กับพ่อแกนี่แหละ เอายังไงดีตาเต]
“คุณแม่กับคุณพ่ออยู่ที่นั่นไปก่อนสักสองสามวันนะครับผมจะดูว่าคุณอรวรรณจะทำอะไรต่อไปหากติดต่อใครไม่ได้เลย”
[อืม... งั้นเดี๋ยวแม่จะให้เลขาฯ แอบไปเอางานมาให้เซ็นที่นี่เตมีอะไรก็โทรมาหาพ่อก็ได้ แม่อยู่กับพ่อนี่ละ]
“ครับคุณแม่ผมขอเคลียร์งานสักสองสามวันเหมือนกัน แล้วจะเข้าไปหานะครับ”
เรือนกล้วยไม้เป็ฟาร์มเพาะต้นกล้วยไม้นานาพรรณของนายพลจรัญที่สร้างขึ้นหลังจากท่านเกษียณอายุราชการเพื่อใช้เป็ที่พักผ่อนหย่อนใจ หลีกหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอกแม้จะอยู่ในอาณัติบริเวณของคฤหาสน์แต่ก็อยู่ในส่วนเฉพาะที่ไม่ให้ใครเข้าไปเดินเล่นกันง่ายๆหากไม่ได้รับอนุญาต
หลังจากส่งโทรศัพท์คืนให้ผู้ช่วยคนสนิทแล้วเตวิทย์ก็หันกลับมาอ่านเอกสารบนโต๊ะแล้วจรดปากกาเซ็นลงไป และยังมีอีกหลายฉบับในแฟ้มที่เขาต้องพิจารณา
เวลาล่วงเลยไปจนเย็นเตวิทย์วางปากกาเก็บเข้าที่เมื่อเซ็นเอกสารใบสุดท้ายเสร็จร่างสูงเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ถอนหายใจหนักด้วยความอ่อนล้าทั้งกายใจ พลันความคิดก็ล่องลอยไปถึงใบหน้าสวยหวานเนื้อตัวหอมกรุ่นนุ่มนิ่มของเฟื่องลดาที่ตอนนี้เขายอมรับว่ากำลังหลงใหลเด็กสาวจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
“ฉันจะกลับแล้ว...สั่งอาหารที่โรงแรมไปด้วยนะ”
“ครับนาย”กรก้มศีรษะรับคำสั่งแล้วรีบออกไป
เฟื่องตื่นขึ้นมาในตอนเย็นเธอไม่ได้ลงไปกินอาหารกลางวันและก็หลับไปั้แ่ตอนนั้น
หลังจากอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่นแล้วเธอก็มายืนพิจารณาเสื้อผ้าอย่างคนคิดหนัก ตอนนี้ในตู้มีเพียงชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวกับเสื้อเอวลอยตัวจิ๋วที่ไม่รู้ป้าแม่บ้านไปหามาจากไหนให้เธอมันทั้งบางและสั้น เธอจึงหลีกเลี่ยงมันมาตลอด ทำให้ตัวเลือกยิ่งน้อยลงไปอีกที่สำคัญเสื้อผ้าตัวอื่นๆ ที่พอจะใส่ได้ก็ไม่รู้ป้าเก็บไปไว้ที่ไหนหมด…แวบหนึ่งเธออดคิดไม่ได้ว่าเสื้อผ้าพวกนั้นอาจจะเป็ของเด็กคนเก่าที่เคยมาอยู่ที่นี่ก็ได้เธอคงไม่ใช่คนแรกที่มาหรอก
ในเมื่อไม่มีทางเลือกเฟื่องจึงต้องหยิบเสื้อตัวนั้นมาใส่ ร่างบางยืนชั่งใจมองตัวเองในกระจก เสื้อเอวลอยแขนตุ๊กตากับกางเกงยีนเอวต่ำที่สั๊น...สั้น แม้จะดูน่ารักดี แต่เธอไม่ชอบแต่งตัวแบบนี้มันโป๊เกินไป
เฮ้อ...เขาก็ดูแลเธอดีทุกอย่าง แต่ลืมเื่เสื้อผ้านี่แหละ
เอาเถอะยังไงตอนนี้คุณเตวิทย์ก็ยังไม่กลับแค่ลงไปกินข้าวแป๊บเดียวแล้วรีบกลับขึ้นมาบนห้องคงไม่เป็ไรอีกอย่างคุณกันต์ก็ไม่เคยเข้ามาในบ้านหากไม่จำเป็ด้วย
เฟื่องลงบันไดมาได้ครึ่งทางเสียงประตูอัตโนมัติถูกปลดล็อคแล้วเปิดเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มสามคนโดยคุณเตวิทย์เดินนำเข้ามาก่อนเป็คนแรกตามด้วยบอดี้การ์ดที่คุ้นหน้าอีกสองคน
ร่างบางที่ยืนอยู่บนบันไดชะงักเท้าทันที...จะวิ่งกลับขึ้นไปก็คงไม่ได้แล้ว
หญิงสาวตัวเล็กอยู่ในชุดเสื้อเอวลอยที่เผยผิวเนียน่เอวเกินฝ่ามือกับกางเกงยีนขาสั้นแค่คืบที่เผยเรียวขางามขาวผ่อง ผมยาวสลวยดำขลับถูกมัดรวบเป็หางม้ายกสูงเปิดลำคอสวยระหงทั้งหมดที่รวมเป็เธอล้วนสะกดทุกสายตาราวกับต้องมนต์
“พวกแกอยากตาบอดหรือไง!” เสียงเตวิทย์ตวาดลั่นใส่ลูกน้องคนสนิททั้งสองที่ยืนมองเฟื่องจนตาค้าง
“ขอโทษครับ// ครับๆ ขอโทษครับนาย” กรและกันต์รีบก้มหน้าทันทียอมรับว่าเด็กสาวในลุคแบบนี้ทำให้พวกเขาหายใจสะดุด
“ออกไปให้หมด!”
สองบอร์ดี้การ์ดโค้งคำนับแล้วรีบหันกายออกไปโดยไวก่อนจะโดนะเิลง
เตวิทย์ยกมือขึ้นกุมขมับเธอแต่งตัวแบบนี้ก็ดูสวยน่ารักดีแต่ก็อยากให้ใส่เฉพาะตอนที่อยู่ในสายตาของเขาเท่านั้น...อย่าบอกนะว่าทั้งวันเธอใส่ชุดนี้ เขาจะไปควักลูกตาไอ้กันต์
“มานี่สิ๊!” ร่างสูงเดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาวเอ่ยเสียงดุ
เฟื่องตามเข้าไปนั่งข้างๆนึกหวาดหวั่นกับท่าทีดุดันของเขา
“ใส่ชุดนี้ั้แ่เมื่อไร”
“เมื่อกี้ค่ะ...เอ่อ คือ เฟื่องหลับไปั้แ่ตอนบ่าย ตื่นมาก็เลยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่ในตู้เหลือแค่ชุดนี้ชุดเดียวก็เลยต้องใส่ค่ะ” เฟื่องอธิบายยืดยาวเพราะไม่รู้ว่าคุณเตวิทย์ไม่พอใจที่ตรงไหน
เตวิทย์รู้สึกดีขึ้นมาบ้างเมื่อรู้ว่าเด็กสาวเพิ่งใส่ชุดนี้แล้วก็เพิ่งลงมาจากข้างบนด้วยแสดงว่ายังไม่มีใครเห็น... เขาหวง หวงจนหน้ามืดจริงๆ อันนี้ยอมรับ
“พี่เตโกรธเฟื่องเหรอคะ”
“ไม่ใช่หรอกมานั่งนี่สิ... ให้พี่กอดหน่อย”
เฟื่องขยับขึ้นไปนั่งบนตักของเขาเหมือนที่เขาชอบวงแขนแกร่งโอบรัดเอวบางรั้งเข้าไปกอดทันทีอย่างที่พูด รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่ปัดป่ายแถวพวงแก้มก่อนจะถูกกดหอมไปฟอดใหญ่
“ทานข้าวกันก่อนนะครับเดี๋ยวพี่จะพาไปซื้อเสื้อผ้าแล้วก็พวกของใช้ส่วนตัว”
“ขอบคุณค่ะ...งั้นให้เฟื่องไปจัดโต๊ะอาหารนะคะ” เธอเห็นคุณกรถือถุงกับข้าวเข้าไปวางในครัวก่อนจะถูกคุณเตวิทย์ไล่ออกไป
“ครับ”
เตวิทย์ออกไปสั่งงานกับลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้องจากนั้นก็ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาทานมื้อเย็นพร้อมกับเฟื่องที่จัดอาหารใส่จานรอไว้เรียบร้อยแล้ว
ระหว่างที่คนเป็เ้านายกำลังรับประทานอาหารกับเด็กสาวอยู่ข้างในสองบอดี้การ์ดคู่หูที่หน้าห้องก็ยืนพูดคุยหารือกัน
“เกือบตาบอดกันแล้วไหม” กรบ่นลอยๆ เมื่อถูกเ้านายไล่ออกมา เขารู้ว่าวันนี้คุณเตวิทย์อารมณ์ไม่ดีเพราะมีหลายเื่ที่ทำให้หงุดหงิด แถมยังประเดประดังเข้ามาอย่างกับพายุ
“ใครจะรู้...ว่าหวงขนาดนี้” กันต์พูดตามความคิดของตัวเอง เด็กคนที่ผ่านๆมาของเ้านายแต่งตัวโป๊กว่านี้ให้พวกเขาดู ก็ไม่เห็นจะว่าอะไร
“คนนี้ไม่เหมือนกันไม่งั้นเ้านายจะให้แกมาเฝ้าเหรอ แถมยังให้มาอยู่ที่นี่อีก”
เตวิทย์ยกบอดี้การ์ดฝีมือดีให้ดูแลเด็กสาวคนใหม่และยังให้มาอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวอีก ทำให้ระยะนี้กรต้องทำงานหนักมากขึ้นเพราะขาดคู่หู
“แต่จะว่าไปคุณเฟื่องเธอสวยนะ สวยธรรมชาติ สวยบริสุทธิ์ สวยอย่างไม่มีพิษภัยแบบน่าปกป้องทะนุถนอมไรงี้” กันต์ยังคงพร่ำเพ้อ
“เออคนนี้ของจริง แกดูแลให้ดีเถอะ อีกไม่นานเจองานใหญ่แน่”
“อะไร?”
“ฉันได้ยินว่าคู่หมั้นของเ้านายกำลังจะกลับมาจากต่างประเทศแล้วยังมีเงื่อนงำน่าสงสัยอีกด้วย”กรกระซิบกระซาบให้เพื่อนคู่หูรู้เื่ที่เขาได้ยินมาใน่นี้
“ห๊า! เ้านายมีคู่หมั้นแล้ว? ั้แ่เมื่อไรวะเนี่ย” กันต์ใไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
พวกเขามาทำงานกับคุณเตวิทย์ได้ห้าปีก่อนหน้านี้ก็อยู่กับท่านนายพลจรัญมาสองปี แต่ไม่เคยได้ยินข่าวนี้มาก่อนเลยสักนิดที่คฤหาสน์ก็ไม่มีใครพูดถึง
“เบาๆสิวะไอ้กันต์... มันเป็เื่เมื่อสิบปีที่แล้วโน่น ถึงได้บอกไงว่ามันมีเงื่อนงำ”
“เออว่ะฉันเจองานใหญ่จริงๆ ด้วยไอ้กร” นอกจากต้องดูแลอย่างดี คงต้อง ‘ซ่อน’ ไว้อย่างดีอีกด้วย
เฮ้อ...คนใหม่ก็กำลังอยู่ใน่หลงใหลดื่มด่ำกับน้ำผึ้งพระจันทร์ส่วนคนเก่าที่ลืมไปแล้วก็กำลังจะกลับมาทวงสิทธิ์ วุ่นวายแน่คราวนี้
สองหนุ่มบอร์ดี้การ์ดสบตากันอย่างเข้าใจ
ภายในรถยนต์ลินคอล์นสมรรถนะยอดเยี่ยมซึ่งถือเป็พื้นที่ส่วนตัวของเตวิทย์ขณะนี้กลับมีเด็กสาวแสนสวยนั่งมาด้วยเป็ครั้งแรกเพราะเขาไม่เคยให้เด็กหรือคู่นอนคนไหนได้ขึ้นมาบนรถคันนี้แม้แต่คนเดียว
ผู้หญิงคนที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะได้นั่งรถคาดิลแลคที่เขาใช้ไปทำงานทุกวันกับรถออดี้ของพวกลูกน้องที่สลับกันไปดูแลแล้วแต่สถานการณ์
“เป็อะไรไป...ทำไมนั่งเงียบเชียว”
เตวิทย์ถามเด็กสาวที่นั่งตัวเกร็งอยู่ข้างๆ
“เปล่าค่ะ”เฟื่องหันมายิ้มกลบเกลื่อน รถคันนี้หรูหราโอ่อ่าเกินไปจนเธอทำตัวไม่ถูก
เตวิทย์โอบเอวบางเข้ามากอดให้เธออุ่นใจไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากให้เฟื่องได้รับสิทธิพิเศษเหนือกว่าคนอื่นๆอาจเป็เพราะเธอมอบสิ่งสำคัญล้ำค่าของเธอให้กับเขาก็ได้เขาถึงอยากให้เธอเป็คนพิเศษสำหรับเขา
กันต์ซึ่งทำหน้าที่ขับรถหันมาสบตาเพื่อนคู่หูที่นั่งเบาะข้างกันกรกระตุกคิ้วให้เล็กน้อยเป็การส่งสัญญาณว่าเข้าใจตรงกัน... เฟื่องลดาคือคนพิเศษของเ้านายจริงแท้แน่นอนแล้ว
บริเวณลานด้านหน้าโรงแรมใหญ่ที่ประดับไปด้วยดวงไฟเล็กๆระยิบระยับสวยงาม สะท้อนกับลานน้ำพุกว้างทำให้ที่นี่งดงามดั่งดินแดน์ในยามค่ำคืนทันทีที่รถหยุดลง เหล่าบอดี้การ์ดก็กระจายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที
กรเปิดประตูก้าวลงจากรถไปยืนมองพวกลูกน้องที่ทยอยออกมาจากรถคันข้างหลังเมื่อทั้งหมดเข้าประจำที่ครบแล้ว เขาจึงเปิดประตูให้เ้านายลงมา
“ขอบคุณค่ะ”เฟื่องกล่าวขอบคุณด้วยความเกรงใจกรพยักหน้าเล็กน้อยอดจะนึกชื่นชมในความมีมารยาทของเด็กสาวไม่ได้เหมือนที่กันต์เคยเล่าให้ฟังว่าเฟื่องลดาเป็เด็กเรียบร้อยและมีมารยาท ดูท่าจะจริงตามนั้น
โรงแรมแห่งนี้มีห้างสรรพสินค้าอยู่ข้างในเพื่อไว้บริการสำหรับลูกค้าที่เข้ามาพักหรือมารับประทานอาหาร ได้จับจ่ายซื้อสินค้าแบรนด์เนมแท้เกรดนำเข้าร้อยเปอร์เซ็นต์
ผู้จัดการโรงแรมออกมาต้อนรับประจบประแจงอย่างนอบน้อมแม้จะค่ำมืดแล้ว แต่พนักงานทุกคนก็พร้อมใจยินดีทำงานล่วงเวลาเพื่อเ้านายที่น้อยครั้งจะมีโอกาสได้เห็นตัวจริง
เตวิทย์ปรายตามองผู้จัดการคนนั้นแล้วหันไปบอกกับลูกน้องคนสนิท
“ไม่ต้องมากพิธี อย่าให้เอิกเกริกนัก ฉัน้าความเป็ส่วนตัว”
“ครับ”
กรรับคำสั่งแล้วเดินเข้าไปหาผู้จัดการเพื่อแจ้งให้อีกฝ่ายเคลียร์พื้นที่ไว้เท่านั้นไม่ต้องเดินตามให้เกะกะเป็เป้าสายตา
เตวิทย์ไม่ได้สนใจคนอื่นอีกร่างสูงก้าวเข้าไปข้างในโดยโอบเอวเฟื่องไว้ในวงแขนตลอดเวลา
“ไปเลือกเสื้อผ้ากันก่อนนะครับ”
“ค่ะ”
เฟื่องเดินตามแรงโอบประคองของเขาเธอไม่กล้าหันไปมองผู้คนรอบกายเพราะััได้ว่าคนพวกนั้นกำลังจ้องมาที่เธอด้วยความสนใจใคร่รู้
“ไม่ต้องสนใจใคร มองแค่ฉันก็พอ” เสียงทุ้มของคนข้างกายทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจได้มากขึ้น
“ชอบตัวไหนก็หยิบไปให้พนักงานได้เลยนะ”
เตวิทย์บอกเด็กสาวเมื่อมาถึงโซนเสื้อผ้าสตรีเขาปล่อยให้เธอเลือกได้อย่างอิสระ ส่วนเขาก็ไปนั่งรอที่โซฟารับรองบริเวณหน้าร้านยอมเอาความหล่อเหลามาเป็อาหารตาให้พวกพนักงานได้โลมเลียกันฟรีๆอย่างหาโอกาสได้ยากยิ่ง… กลับไปค่อยคิดค่าเสียหายกับเฟื่องแล้วกันหึหึ
...คนอะไรแค่นั่งทิ้งลมหายใจก็หล่อละ...
มองได้จ้องได้ แต่ห้ามถ่ายรูป นั่นเป็กฎเหล็กที่ทุกคนรู้ดีดังนั้นการที่เ้านายมานั่งโชว์ตัวแบบนี้ทำให้เหล่าบอดี้การ์ดต้องทำงานหนักมากขึ้นทั้งรักษาความปลอดภัยและยังต้องเพิ่มความเป็ส่วนตัวให้อีกด้วย
เฟื่องเลือกเสื้อกับกางเกงมาสองสามชุดที่ดูมิดชิดเรียบร้อยสีสันโทนอ่อนไม่ฉูดฉาดตามสไตล์ที่เธอชอบ รวมถึงชุดชั้นในอีกสองชุดเท่านั้นเสื้อผ้าที่นี่มีแต่แบรนด์ชั้นนำมันหรูหราราคาแพงจนเธอมือสั่นไม่กล้าหยิบ
“หือ? ทำไมเลือกมาแค่นี้ล่ะ ไม่ถูกใจเหรอ”
เตวิทย์เดินเข้ามาถามเมื่อเห็นพนักงานกำลังแพ็คเสื้อผ้าเ่าั้ใส่ถุงที่สกรีนตามแบรนด์ของสินค้า
“พอแล้วค่ะ… อ๊ะ! ดะเดี๋ยวค่ะคุณเตวิทย์”
เฟื่องลนลานรีบเข้าไปร้องห้ามชายหนุ่มที่ตอนนี้เขารวบเสื้อผ้าออกมาจากราวแขวนมากมาย รวมถึงชุดชั้นในที่เป็ไซซ์ของเธอเขาก็หยิบจับอย่างไม่อายจนเธอต้องอายแทน หลังจากนั้นก็ไม่มีสิ่งใดหยุดคุณเตวิทย์ได้อีกต่อไป
จากสองสามถุงที่เธอเลือกกลายเป็ยี่สิบสามสิบถุงขึ้นมาทันทีแค่เพียงคุณเตวิทย์เดินผ่าน…เหมือนสนุกอยู่คนเดียว
ส่วนเธอได้แค่เดินตามแรงฉุดดึงของเขาเท่านั้นสรุปแล้วได้มาทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องประดับแม้แต่เข็มกลัดก็เอามา… เพื่อ?
เฟื่องเอียงคอขมวดคิ้วงุนงง…เฮ้อ ห้ามก็ไม่ฟัง ขัดใจก็ไม่ได้งั้นก็เอาที่สบายใจเลยค่ะคุณเตวิทย์
ผ่านไปสองชั่วโมงเตวิทย์ที่เลือกซื้อของจนพอใจแล้วก็หันมาถามหญิงสาวข้างกาย
“อยากได้อะไรเพิ่มอีกไหมครับ” นี่ถามจริงหรือประชดกัน
เฟื่องมองถุงข้าวของที่กองเป็ูเาแล้วยิ้มขื่น
“ไม่มีแล้วค่ะ”
ไม่คิดเลยว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้มาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้...เฮ้อ
ระหว่างที่กำลังเดินไปขึ้นรถ บอดี้การ์ดคนสนิทก็นำโทรศัพท์มือถือมายื่นให้ผู้เป็นายเตวิทย์ผละออกไปคุยกับคนปลายสายเพียงครู่ก็กลับมา จากนั้นก็พาเฟื่องเข้าไปในร้านเสื้อผ้าอีกครั้ง
“เปลี่ยนชุดก่อนครับ”ชายหนุ่มหยิบชุดเดรสที่เขาถูกใจมายื่นให้เธอ
“ค่ะ”แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ใช่เวลาที่ควรถาม ตอนนี้แค่ทำตามที่เขาบอกก็พอ
ไม่นานเฟื่องก็ออกมาด้วยชุดเดรสสั้นแขนกุดทรงเข้ารูปเนื้อผ้าสีดำปักดิ้นวิบวับเล็กน้อยดูสะดุดตาแต่ไม่น่ารำคาญเวลามองทั้งหมดเมื่อมาอยู่บนตัวเด็กสาวร่างบางทำให้เธอยิ่งมีเสน่ห์เย้ายวนจนใจละลาย
เตวิทย์ไม่อาจละสายตาจากคนตรงหน้าได้เลยเขาพยายามฝืนตัวเองไม่ให้คว้าเธอเข้ามากอดและบดจูบกลืนกินเสียตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไป
เมื่อเข้ามาอยู่ในรถแล้ววงแขนแข็งแรงก็ช้อนอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมานั่งพาดบนตักทันทีอย่างใจ้า
“อ๊ะ! คุณเตวิทย์” เฟื่องเบิกตากว้าง ชั่วพริบตาที่เงยหน้าขึ้น ริมฝีปากร้อนก็ปิดทับลงมาพอดีเด็กสาวเผลอเบือนหน้าหนีด้วยความใและเขินอายเพราะในรถไม่ได้มีแค่เธอกับเขาสองคน แต่กลับถูกมือใหญ่ของเขายึดท้ายทอยเอาไว้แล้วกดจูบลงมาใหม่อย่างเอาแต่ใจ
ก่อนที่ฉากกั้นจะเลื่อนขึ้นมาบดบังสร้างความเป็ส่วนตัวให้เ้านายอย่างรู้ใจด้วยฝีมือของบอร์ดี้การ์ดคนสนิทที่นั่งอยู่บนเบาะด้านหน้า
เตวิทย์ไล้ปลายลิ้นไปบนริมฝีปากสวยแล้วค่อยๆสอดเข้าไปในโพรงปากเล็ก เกี่ยวกระหวัดกวาดชิมความหวานที่เขาโหยหาจนยากจะทานทนจูบดูดดื่มล้ำลึกสร้างความปั่นป่วนในทุกัั นิ้วเรียวของเฟื่องคว้ากำสาบเสื้อของคนตัวโตเอาไว้การหายใจลำบากขึ้นเรื่อยๆ สมองพร่าเรือนขึ้นทุกทีก่อนที่เตวิทย์จะถอนเรียวลิ้นออกมาแล้วผละออกช้าๆ เหมือนรู้จังหวะ
เฟื่องรีบโกยอากาศหายใจเข้าปอดทั้งที่ยังอยู่ในอาการสั่นสะท้านกับจูบที่เกือบจะสูบิญญาของเธอให้หลุดออกไป
“ต้องจูบบ่อยๆจะได้ชิน... นะครับ” เตวิทย์หอมแก้มนุ่มด้วยความมันเขี้ยวดวงตาคมจ้องมองกลีบปากอิ่มที่ถูกบดขยี้จนแดงก่ำอย่างหลงใหล หัวใจดวงแกร่งเต้นรัวแรงอย่างประหลาดมันเป็ความรู้สึกที่เหมือนเคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยเป็แบบนี้อีกเลย... เกือบสิบปี
ร่างสูงดึงคนในอ้อมกอดให้ซุกซบลงมาที่อกกว้างแล้วลูบแผ่นหลังบอบบางนั้นเบาๆ อย่างเพลิดเพลิน
“เราจะไปไหนกันคะ”ไม่รู้ว่าเธอมีสิทธิ์ถามหรือเปล่าแต่ก็เผลอหลุดปากออกไปแล้ว
“ไปหาเพื่อน”เตวิทย์พูดเพียงเท่านั้น และทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบสงบ จนกระทั่งถึงที่หมาย
เฟื่องก้าวลงจากรถแล้วยืนมองไนต์คลับตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย
เดือนที่แล้วเธอมาที่นี่ทุกวันเพื่อทำงานแลกเงินแต่วันนี้เธอมาที่นี่ในฐานะลูกค้า และดูเหมือนจะเป็ลูกค้าวีไอพีเสียด้วย
“คิดอะไรอยู่ครับ”เตวิทย์ถามเมื่อเห็นเด็กสาวดูเหม่อลอยเหมือนมีอะไรในใจให้คิดหนัก
“เปล่าค่ะ”
“หรือว่าเคยมาเที่ยวที่นี่”ทั้งที่รู้อยู่แล้ว แต่เขาก็ถามเพราะอยากรู้ว่าเธอจะตอบอย่างไร
“เอ่อ...เฟื่องเคยทำงานที่นี่ค่ะ ่ก่อนสอบ” เฟื่องบอกเขาตามความเป็จริงและนั่นทำให้เตวิทย์รู้สึกพอใจที่เธอไม่โกหกเขา
เตวิทย์พยักหน้าเล็กน้อยเป็เชิงว่าเข้าใจจากนั้นก็จูงมือเธอเข้าไปข้างใน
“ไม่ต้องสนใจใครมองแค่ฉันก็พอ” ประโยคนี้มาอีกแล้ว
เฟื่องก้มหน้าก้มตาเดินตามแรงฉุดดึงของชายหนุ่มขึ้นไปข้างบนที่เป็ห้องวีไอพีแม้เธอจะเคยทำงานที่นี่อยู่เป็เดือน แต่ก็ไม่เคยเข้ามาในห้องนี้เลยสักครั้ง
เตวิทย์เปิดประตูเข้าไปก็พบเพื่อนรักทั้งสามคนมากันครบแล้ว
“ไงเสี่ย...ว๊าว! นี่จะพามาเปิดตัวเลยว่างั้น” นพดลทักทายเป็คนแรกเหมือนเดิมด้วยความที่เป็คนปากไวใจกล้าอยู่แล้ว อดจะแซวเพื่อนมันไม่ได้ เห็นสนใจน้องเขาตั้งนานสุดท้ายก็ได้มา‘กิน’ สักที
“เงียบปากไปเลยไอ้นพ” เตวิทย์ตวัดเสียงเขียว เหมือนเป็การขู่กลายๆว่าอย่าพูดเยอะ
เฟื่องยกมือไหว้ชายหนุ่มทุกคนที่คุ้นหน้ากันดี...คุณนพดลเป็เ้าของไนต์คลับแห่งนี้ และเคยเป็เ้านายของเธอด้วย อีกคนคือคุณหมอวาโยเธอจำได้เพราะเขามาดูแลรักษาอาการป่วยให้เธอในคืนนั้น ส่วนชายหนุ่มอีกคนเธอยังไม่รู้จัก
“พี่ชื่อก้องเกียรติเรียกพี่ก้องก็ได้จ้ะสาวน้อย”ก้องเกียรติยิ้มกรุ้มกริ่มหยอกเย้าเด็กสาวตามประสาหนุ่มเ้าสำราญ เขารู้ว่าเฟื่องเคยเจอทุกคนแล้วยกเว้นเขาคนเดียวจึงต้องแนะนำตัวกันหน่อย แต่สำหรับเขาเฟื่องเป็คนที่เขารู้จักมาได้สักระยะแล้วเพราะเขาเป็คนไปทำเื่ฉีกสัญญาล้างประวัติการเป็เด็กไซด์ไลน์ในเครือเจ๊หวานให้กับเธอตามคำสั่งของเพื่อนรักนั่นเอง
“ค่ะคุณก้อง”เฟื่องยิ้มแล้วเรียกอีกฝ่ายตามมารยาทของคนที่เพิ่งรู้จักกัน
เตวิทย์ยกมุมปากเล็กน้อยด้วยนึกสะใจเมื่อเห็นความหน้าแตกของก้องเกียรติที่พยายามจะตีสนิทเด็กของเขาแต่อีกฝ่ายไม่เล่นด้วย
“สบายดีนะครับน้องเฟื่อง”วาโยทักทายตามแบบฉบับคุณหมอใจดี
“สบายดีค่ะคุณหมอวา”
“เฟื่องขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”เฟื่องหันไปบอกชายหนุ่มข้างกายซึ่งเขากำลังจะพาเธอเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวที่ว่างอยู่
“ครับให้กันต์ตามไปด้วยนะ” เตวิทย์กระซิบบอกชิดพวงแก้มสวย จนเพื่อนๆ เบ้ปากมองบนด้วยความหมั่นไส้
เตวิทย์ส่งสายตาให้บอดี้การ์ดคนสนิทก่อนที่กันต์จะโค้งตัวแล้วเดินตามเฟื่องไปอย่างรู้หน้าที่
“อ่ะ! ไอ้ก้อง มีอะไรจะพูดกับไอ้เตก็รีบเลยเข้าประเด็นให้ไว เื่นั้นน่ะ” นพดลทักท้วงเพราะรู้ดีว่าเื่ที่กำลังจะพูดกันยังไม่ควรให้เด็กสาวรับรู้ตอนนี้
“และไอ้นี่ก็ดันพาน้องเขามาด้วยแกบ้าหรือเปล่าไอ้เต” วาโยว่าใส่ เพราะเขาเป็คนโทรไปตามเพื่อนรักมาด้วยตัวเองหลังจากเพิ่งมีเวลาว่างมานั่งฟังเื่ราวของเตวิทย์จากก้องเกียรติเมื่อเย็นนี้ดูท่าจะยุ่งเหยิงและมีเงื่อนงำไม่น้อยเชียว
“ก็อยู่ด้วยกันข้างนอกพอดีเออ พูดมาเร็วๆ ไอ้ก้อง แกไปสืบได้อะไรมาบ้าง”
“ฉันไปสืบแบบด่วนๆมาได้แค่่หนึ่งเดือนที่ผ่านมานะคุณโรสเธอไปเข้าคลินิกศัลยกรรมยกเครื่องใหม่หมดทั้งตัว ทั้งภายนอกและ ‘ภายใน’”
“ภายใน?”เตวิทย์ขมวดคิ้ว
“อือก็พวกยกกระชับ ทำรีแพร อะไรพวกนั้นแหละ” วาโยช่วยอธิบายเสริม
“แล้วมาโปรโมทว่าโสดเนี่ยนะ”
“เอ้าไอ้เตไม่ได้แต่งงานถือว่าโสดไหมวะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ไปนอนกับใครนี่หว่าแกก็โสดไม่ใช่หรือไง” นพดลย้อนให้อีกฝ่ายได้คิด
“ใช่ จากประวัติที่ฉันสืบมาได้คร่าวๆ นะ โสดจริงแต่ไม่สดและไม่ซิงอันนี้จริงแท้แน่นอนว่ะเพื่อน... ส่วนเื่ที่เจาะลึกนานกว่านั้นต้องใช้เวลาหน่อย”
เตวิทย์ถอนหายใจพลางหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มเื่ที่ก้องเกียรติสืบมาได้มันไม่เกินจริงจากสิ่งที่เขาคิดเอาไว้เลย่ที่ติดต่อโรสได้บ้างไม่ได้บ้าง กับข้ออ้างต่างๆ สารพัด มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเธอกำลังเปลี่ยนไป
เฟื่องออกมาจากห้องน้ำร่างบางเดินเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ที่มีแสงไฟสลัวตา
ปึก! พลั่ก!
“อ๊ะ! โอ๊ย!” เธอชนกับใครบางคนอย่างแรงจนร่างบางเซถลาลงไปกองกับพื้น
“เห้ย! ขอโทษครับคุณ เจ็บไหมครับ” ชายหนุ่มรีบคว้าหญิงสาวขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ก่อนจะอึ้งตะลึงเมื่อเห็นว่าเธอเป็ใคร
“เฟื่อง!” ธาวินร้องทักอีกฝ่ายด้วยความดีใจและใ
เขาจะรีบวิ่งผ่านตรงนี้ไปที่หลังร้านเพื่อไปหยิบถังน้ำแข็งมาเพิ่มเพราะสต๊อกหน้าร้านหมดเกลี้ยงจนต้องเรียกหากันให้วุ่น
“หือ?อ้าว วิน” เฟื่องยิ้มหวานให้ชายหนุ่มเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เพิ่งมาคุยกันตอนที่ต้องทำรายงานกลุ่มเล่มสุดท้ายก่อนสอบและเขายังช่วยฝากงานให้เธอทำที่นี่ด้วย ตอนหลังถึงได้รู้ว่าเขาเป็หลานของคุณนพดล
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ให้วินดูหน่อย” ธาวินจับเรียวแขนนุ่มขึ้นมาพลิกดู เห็นเป็แผลถลอกมีเืซึมออกมาเล็กน้อยตอนที่ล้มคงไปถากกับพื้นปูนที่เป็ผิวขรุขระกันลื่นบริเวณหน้าห้องน้ำ
“ซี๊ด! เจ็บ” เฟื่องสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนแสบร้อนและปวดแปลบที่ข้อมือ
“เดี๋ยวออกไปใส่ยาข้างนอกกันตรงนี้มองไม่ค่อยเห็นน่ะ” ชายหนุ่มจูงมือเพื่อนสาวที่เขาแอบชอบให้เดินตามไปด้วยกัน
ใช่...เขาชอบเฟื่องมานานแล้ว ั้แ่วันที่เขากับเฟื่องได้เป็เดือนและดาวคณะคู่กันแต่เฟื่องมาสละสิทธิ์ในภายหลัง ด้วยเหตุผลที่ว่าเฟื่องไม่ค่อยมีเวลาซึ่งก็เป็แบบนั้นจริงๆ เราไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดพูดคุยกันบ่อยนักที่มหา’ลัย เพราะหญิงสาวมักจะมาไวไปไวเสมอ เลิกเรียนก็หายไปเลยอย่างไร้ร่องรอยต่อมาจึงได้รู้ว่าเธอต้องรีบไปทำงานพาร์ทไทม์หลังเลิกเรียนแล้วเขาก็ติดต่อเธอไม่ได้อีกเลยหลังจากสอบเสร็จ
“เฟื่องมากับใครมาเที่ยวเหรอ” ธาวินถามเรื่อยเปื่อย เอาจริงๆ เขาสนใจกับมือเล็กนุ่มนิ่มที่จับอยู่มากกว่ามันชุ่มชื่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แม้จะรู้ว่าเธอเจ็บแต่เขาก็อยากจับแน่นๆไม่อยากปล่อย
ระหว่างที่เฟื่องกำลังคิดหาคำตอบให้ธาวินอยู่นั้นกันต์ก็พุ่งพรวดเข้ามาพอดี
“เกิดอะไรขึ้นครับคุณเฟื่อง”
บอร์ดี้การ์ดกล้ามใหญ่ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเด็กสาวของเ้านายรีบร้อนเข้ามาขวางสองหนุ่มสาวด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนักรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันทีจนไม่กล้ามองขึ้นไปข้างบน...เขารู้สิว่าเ้านายต้องเห็นแล้วแน่ๆ
“...?”ธาวินหันมามองเฟื่อง
“เอ่อวิน วินปล่อยมือเฟื่องก่อนนะ” สายตาของกันต์ที่มองมาเหมือนจะบอกว่าเธอกำลังทำสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร
“เฟื่องเดินชนกับเพื่อนน่ะค่ะ”เฟื่องบอก พร้อมทั้งดึงมือออกจากธาวินเบาๆ อย่างรักษาน้ำใจ
“ผมชื่อธาวินเป็เพื่อนของเฟื่อง ผมจะพาเฟื่องไปทำแผลใส่ยาให้ก่อน แล้วจะพาไปส่งที่โต๊ะนะครับ”ธาวินแสดงความรับผิดชอบ... แม้จะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาผู้ชายใส่สูทตัวสูงใหญ่คนนี้แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน แต่ไม่ใช่แฟนของเฟื่องแน่นอนเพราะความรู้สึกมันบอกว่าไม่ใช่
“เดี๋ยวผมจัดการต่อเองครับ”กันต์พูดหน้าตึงใส่เด็กหนุ่ม แล้วโค้งกายเล็กน้อยให้เด็กสาวของเ้านาย
“คุณเฟื่องกลับขึ้นไปข้างบนได้แล้วครับ”
“เดี๋ยววินตามเอายาไปให้นะ”
เฟื่องยิ้มบางๆแล้วเดินไปโดยมีกันต์ตามประกบไม่ห่าง ธาวินมองหญิงสาวที่กำลังขึ้นไปยังห้องวีไอพีแล้วครุ่นคิดใช่แล้ว!... เขาจำได้แล้ว ไอ้ั์นั่นมันเป็บอดี้การ์ดของคุณเตวิทย์ หรือว่า! เฟื่อง... เป็เด็กของคุณเต
“ไม่มีทางเฟื่องต้องไม่ทำอย่างนั้นแน่ เฟื่องเป็คนมีความคิดที่บริสุทธิ์ขาวสะอาดไม่ทำตัวแบบผู้หญิงพวกนั้นแน่ๆ” ธาวินพึมพำกับความคิดของตัวเอง
ในความรู้สึกของธาวินเพื่อนสนิทของอานพที่ชื่อเตวิทย์เป็ผู้ชายเ้าชู้ที่มักมากในกามชอบเสพสุขกับเด็กสาวมหา’ลัย เป็คนที่ไม่รู้จักพอ ใน่สามสี่ปีนี้เขาได้เห็นกับตาว่าอีกฝ่ายควงเด็กสาวไม่ซ้ำหน้าคนหนึ่งควงไม่ถึงปีก็เปลี่ยนคนใหม่ไปเรื่อยๆ ล่าสุดที่เห็นก็คือนุ้ยเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาอีกคนแล้วตอนนี้... เป็เฟื่องอย่างนั้นหรือ?
“ไม่ๆๆไม่จริง” ธาวินสะบัดหัวไล่ความคิดไม่ดีนั้นออกไป
แต่ในเมื่ออยากพิสูจน์ความจริงก็ต้องตามไปดูให้เห็นกับตา
เตวิทย์เห็นเหตุการณ์นั้นั้แ่เฟื่องถูกเด็กหนุ่มจับจูงมือกันออกมาจากข้างหลังร้านเขาจำได้ว่ามันคือธาวินหลานชายของนพดล
“เห้ย! อะ อะ ไอ้... ไอ้นพ! นั่นมันไอ้วินหลานแกใช่ไหมวะมันคิดว่าตัวเองมีกี่ชีวิตกันเชียว ถึงกล้าไปยุ่งกับเด็กไอ้เต”ก้องเกียรติเลิ่กลั่กปากคอสั่น “มันเอาตายนะโว้ย ่นี้กำลังข้าวใหม่ปลามันด้วย”
“ไหน?”นพดลเดินเข้าไปใกล้ริมกระจกที่เตวิทย์กับก้องเกียรตินั่งอยู่
ฉิบหายแล้ว!ไอ้วิน! แกมีกี่หัวก็ไม่พอให้ไอ้เตมันยิงทิ้ง
ปั่ก!
แก้วเหล้าถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะเต็มแรงทุกคนสะดุ้งไปทั้งตัว สายตาทุกคู่เบนไปทางเตวิทย์ที่นั่งอยู่ริมกระจกฝั่งตรงข้ามทันทีโดยไม่ต้องนัดหมาย
ใบหน้าหล่อเหลาดุดันคิ้วหนาขมวดมุ่น ดวงตาคมกริบเย็นะเืดุจน้ำแข็งจับจ้องไปที่สองหนุ่มสาวข้างล่างเหมือนจะบดขยี้ให้เป็ผุยผง
“เห้ย เต ใจเย็นๆ เด็กมันเป็เพื่อนเรียนด้วยกันมาไม่ใช่เหรอคงไม่มีอะไรหรอก” วาโยเตือนสติอย่างใจเย็น แม้ลึกๆ จะแอบหวาดหวั่นไม่น้อยกับท่าทางนิ่งๆของเตวิทย์ เวลาโกรธ... มันโหดใช่ย่อย
“เออใช่ๆ น้องมันเป็เพื่อนกันนี่หว่า เนอะ ไม่มีอะไรหรอก” ก้องเกียรติรีบเสริม
“เดี๋ยวฉันจะบอกไอ้วินมันเอง”นพดลรับหน้าที่ไกล่เกลี่ย
“เตือนมันหน่อยก็แล้วกันฉันไม่อยากให้มีปัญหาทีหลัง” เตวิทย์บอกด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ทันทีที่เฟื่องกลับเข้ามาในห้องเตวิทย์ก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วคว้าแขนเด็กสาวกระชากออกไปอย่างกับพายุ จนร่างบางแทบจะปลิวตามแรงเหวี่ยงของคนตัวโต
กรรีบออกคำสั่งที่หูฟังบอกลูกน้องไปเตรียมรถอย่างรวดเร็วให้ทันใจเ้านายที่ตอนนี้อยู่ในโหมดพุ่งเข้าใส่อย่างเดียว ไม่พร้อมจะรออะไรทั้งนั้น
สองบอดี้การ์ดสบตากันเงียบๆกันต์ยกมือขึ้นปาดเหงื่อเหมือนรู้ชะตากรรม
“อ๊ะ! คุณเตคะ คุณเตวิทย์ปล่อยก่อนค่ะ เฟื่องเจ็บ” เฟื่องโอดครวญทั้งเจ็บแขนทั้งใกับอารมณ์ฉุนเฉียวของชายหนุ่มเป็จังหวะเดียวกับที่ธาวินถือกล่องปฐมพยาบาลวิ่งเข้ามาพอดี
“เดี๋ยวก่อนครับคุณเตวิทย์ ผมขอทำแผลให้เฟื่องก่อน”
“ไสหัวไป!” เตวิทย์ตวาดลั่น ยิ่งเห็นหน้าไอ้เด็กนี่ทำให้เขายิ่งโมโห ภาพที่อีกฝ่ายจับมือลูบเรียวแขนเฟื่องยังติดตาจนอยากตะบันหน้าให้สักหมัด
ธาวินหยุดชะงักทันทีด้วยประกาศิตอันทรงพลังและยังแผ่กลิ่นอายของผู้มีอำนาจที่ทุกคนต้องหลีกทางเขายืนมองเฟื่องที่ถูกคุณเตวิทย์ฉุดรั้งออกไปอย่างไม่เข้าใจและสับสน…เฟื่องเป็เด็กของคุณเตวิทย์จริงๆ สินะ
....................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย
***แนะนำให้ซื้อ E-book ที่หน้าเว็บ จะได้ราคาถูกกว่าในบางแอปมือถือค่ะ***
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)